วันเวลาปัจจุบัน 04 ส.ค. 2020, 03:48  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2011, 10:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7294

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ใน หนังสือไตรโลกวิตถาร
เรียบเรียงโดย พระครูศิริปัญญามุนี (อ่อน) กล่าวไว้ว่า

เมื่อใดคนในโลก “จิต” แน่นหนามากไปด้วย “ราคะ”
คนในโลกจะประสพภัยพิบัติเพราะไฟไหม้บ้านเรือน

หากคนในโลก “จิต” แน่นหนามากไปด้วย “โทสะ”
คนในโลกจะประสพภัยพิบัติเพราะน้ำท่วม


ถ้าเป็นจริงอย่างที่หนังสือไตรโลกวิตถาร...กล่าวไว้
แสดงว่า “จิต” ของคนสามารถบันดาลให้ทุกอย่างเกิดขึ้นมาได้

ขณะนี้ประเทศไทย คนไทยเรากำลังประสพภัยพิบัติเพราะน้ำท่วม
แบบนี้แสดงว่า “จิต” ของคนไทยแน่นหนามากไปด้วย “โทสะ” ??



เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เห็นด้วยหรือเห็นแย้งค่ะ !!!


กรรมของชาติ ของบ้านเมือง ใครรับผิดชอบ ?
พระนิพนธ์ แสงส่องใจ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=39953

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2011, 11:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


สาวิกาน้อย เขียน:
ใน หนังสือไตรโลกวิตถาร
เรียบเรียงโดย พระครูศิริปัญญามุนี (อ่อน) กล่าวไว้ว่า

เมื่อใดคนในโลก “จิต” แน่นหนามากไปด้วย
“ราคะ”
คนในโลกจะประสพภัยพิบัติเพราะ ไฟไหม้บ้านเรือน

หากคนในโลก “จิต” แน่นหนามากไปด้วย “โทสะ”
คนในโลกจะประสพภัยพิบัติเพราะน้ำท่วม

ถ้าเป็นจริงอย่างที่หนังสือไตรโลกวิตถาร...กล่าวไว้
แสดงว่า “จิต” ของคนสามารถบันดาลให้ทุกอย่างเกิดขึ้นมาได้

ขณะนี้ประเทศไทย คนไทยเรากำลังประสพภัยพิบัติเพราะน้ำท่วม
แบบนี้แสดงว่า “จิต” ของคนไทยแน่นหนามากไปด้วย “โทสะ” ??



คุณ สาวิกาน้อย แปลตรงตัวไปหรือเปล่า ถึงเขียนไว้แบบนั้นก็จริง แต่คงไม่ได้แปลแบบนั้นมั้งครับ

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


แก้ไขล่าสุดโดย กล่องธรรม เมื่อ 29 ต.ค. 2011, 12:24, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2011, 11:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


สาวิกาน้อย เขียน:

เมื่อใดคนในโลก “จิต” แน่นหนามากไปด้วย
“ราคะ”
คนในโลกจะประสพภัยพิบัติเพราะไฟไหม้บ้านเรือน


ราคะ ในที่นี้คงหมายถึง กามราคะ คือความหลง ความมัวเมาในกาม ในกิเลส ซึ่งจะนำมาซึ่ง
ปัญหาภายในครอบครัว ปัญหาในบ้านเมือง

ความหมายของ ไฟไหม้บ้านเรือน คือ ความขัดแย้งกันภายในครอบครัว อันเนื่องมาจาก ราคะ
สามีนอกใจภรรยา ภรรยาไม่ซื่อสัตย์ต่อสามี อันนี้คือไฟไหม้บ้านเรือน ซึ่งปัญหาหลายๆอย่างจะ
ตามมาอีกมากมาย เช่น ทำแท้ง เด็กเร่ร่อน อาชญากรรม ฯลฯ บ้านอยู่ไม่สงบ เมืองอยู่ไม่สุข
ทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นปัญหา ส่วนมากก็มาจากสถาบันครอบครัวที่ขาดการอบรมผู้ใต้ปกครอง
อย่างถูกวิธี ขาดความรู้ที่ถูกต้องอันจะส่งให้เกิดปัญหาในวงกว้างต่อบ้านเมือง นี่คือความหมาย
ของ ภัยไฟไหม้บ้านไหม้เมืองอันมีราคะเป็นเหตุ

สาวิกาน้อย เขียน:
หากคนในโลก “จิต” แน่นหนามากไปด้วย “โทสะ”
คนในโลกจะประสพภัยพิบัติเพราะน้ำท่วม


โทสะ ในที่นี้ หมายถึงการหลงติดอยู่ในความโกรธ โมโห อันอุปมาเหมือนน้ำท่วม

น้ำท่วม ในที่นี้หมายถึง ความงุ่นง่าน ไร้สัมมาสติ ขาดการยั้งคิดที่รอบคอบ ขาดการควบคุมอารมณ์

คุณลองจินตนาการถึงคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น กำลังจะจมน้ำ เขาจะพยายามกระเสือกกระสน
เพื่อเอาชีวิตรอด...ช่วงนั้นเขาจะขาดสติ พยายามตะกรุยขึ้นมาเหนือน้ำอยู่ที่เดิมๆ นั่นเพราะ
เขาว่ายน้ำไม่เป็น ไม่รู้จักว่ายเข้าฝั่ง....อนึ่งหากมีผู้ลงไปช่วยก็จะต้องรู้วิธีช่วย เพราะเขาจะ
คว้าทุกสิ่งที่สามารถคว้าได้ทันที หากช่วยโดยไม่รู้วิธี คุณอาจโดนจับกดน้ำได้.....นั่นเพราะ
ผู้จมน้ำนั้น ขาดสติ จึงอุปมาเหมือนภัยจากน้ำท่วม

การที่คนในบ้านเมืองทะเลาะกัน ก็สาเหตุมาจาก การขาดสัมมาสติ สัมมาวาจา และรู้จักคำว่า
การให้อภัย การยอมรับผู้อื่นให้ผู้อื่นมาก่อนเรามาทีหลัง การเข้าใจ การให้เกียรติ น้อยลงไปทุก
ทีๆ เมื่อมนุษย์กระทำการโดยขาดสิ่งต่างๆเหล่านี้ ก็ย่อมนำมาซึ่งความขุ่นข้องหมองใจ ขัดใจ
โกรธ โมโห ทะเลาะวิวาท อันอุปมาได้ว่าภัยจากน้ำท่วม เพราะมีโทสะครอบงำจนขาดสติ

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2011, 12:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


สาวิกาน้อย เขียน:
ถ้าเป็นจริงอย่างที่หนังสือไตรโลกวิตถาร...กล่าวไว้
แสดงว่า “จิต” ของคนสามารถบันดาลให้ทุกอย่างเกิดขึ้นมาได้

ขณะนี้ประเทศไทย คนไทยเรากำลังประสพภัยพิบัติเพราะน้ำท่วม
แบบนี้แสดงว่า “จิต” ของคนไทยแน่นหนามากไปด้วย “โทสะ” ??



เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เห็นด้วยหรือเห็นแย้งค่ะ !!!


ทั้งไม่เห็นด้วย และ ไม่เห็นแย้งครับ แต่มาดูเหตุผลกันครับ

ภัยพิบัติ เป็นสิ่งที่อยู่คู่โลกมาตั้งแต่โลกถือกำเนิดขึ้นมา ภัยพิบัติมีมาก่อนกำเนิดสรรพสิ่ง
มีมาก่อนกำเนิดมนุษย์ มีมาก่อนสมัยพุทธกาล มีมาก่อนที่พระพุทธเจ้าจะกำเนิด มิเช่นนั้น
ศาสนาพุทธคงจะสอนว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระผู้สร้างโลก จึงสรุปว่าภัยพิบัติทั้งหลายที่เกิดขึ้น
นั้นไม่เกี่ยวกับจิต จิตเองไม่สามารถดลบันดาลสิ่งใดเกิดหรือดับได้ เพราะจิตเป็นเพียง
ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เป็นเพียงเศษเสี้ยวของธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นผู้สร้างจิต

การที่เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ นั้นไม่เกี่ยวกับ โทสะ แต่ภัยพิบัตินั้นเป็นไปตามวาระ ตามกฏของ
ธรรมชาติ แต่ที่เห็นว่าภัยพิบัตินั้นมากขึ้นและเร็วขึ้นทุกวันนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนนึงก็มาจาก
ความโลภ หรือโลภะ ความอยากได้ ตัณหา ของมนุษย์เช่นกัน

เพราะฉนั้น สรุปรวบยอดว่า ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับการทำงานของจิต

ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับจิต คือ ภัยพิบัตินั้นเป็นกฎของธรรมชาติ ถึงมนุษย์ไม่ทำร้ายธรรมชาติ แต่ภัยพิบัติ
ต่างๆ ก็ยังคงเกิดขึ้นตามกฎและตามวาระของธรรมชาติ นี่ไม่เกี่ยวกับจิต

ส่วนที่เกี่ยวกับจิต คือ ภัยพิบัตินั้น เกิดไว มาไวขึ้น และรุนแรงมากขึ้น อันเนื่องมาจากตัณหาของ
มนุษย์เองที่มีมีสิ้นสุด จึงได้ทำลายส่วนที่ธรรมชาติสร้างไว้มากมาย จึงต้องรับภัยพิบัติรุนแรงมาก
ขึ้นเป็นทวีคูณ อันนี้เกี่ยวกับจิต เพราะเป็นเรื่องของความโลภ เรื่องของตัณหา

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2011, 14:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นแย้งครับ ภัยเล็กน้อย คนก็ว่าไม่กระทบ ภัยใหญ่ คนก็ว่ากระทบ ทั้งๆที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา แม้คนจะเป็นคนดีหมดทั้งโลก ความเปลี่ยนแปลงยังคงต้องเกิดต่อไป นั่นหมายถึง ภัยเล็กและภัยใหญ่ แต่ผลของกรรมนั้นอาจนำเอาช่วงชีวิตของคนมาสู่เวลาของภัยใหญ่ แม้จะเป็นคนดีแค่ไหนในชาตินี้ก็อาจรับผลของกรรมที่เคยก่อไว้ในอดีต

เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ต.ค. 2011, 00:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ค. 2004, 12:30
โพสต์: 147


 ข้อมูลส่วนตัว www


ไฟไหม้บ้านเรือน คือ ความขัดแย้งกันภายในครอบครัว อันเนื่องมาจาก -ราคะ-

-โทสะ- ในที่นี้ หมายถึงการหลงติดอยู่ในความโกรธ โมโห อันอุปมาเหมือนน้ำท่วม

ตีความตาม คุณกล่อง เช่นกัน

แต่ การที่ท่วมบ้านท่วมเมือง มาจาก "โลภะ" จะท่วมสัตว์โลกแต่ไม่ถึง จิตใจ ชั้น -พรหม-

ถ้าเกิดภัยจาก "โทสะ" พรหม ก็ไม่รอด หากไม่ใช่ อริยะก็ยากจะพ้นภัย

** ใครเห็นต่างก็ว่ามาได้ครับ น้อมฟัง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ต.ค. 2011, 07:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว




buddha2_resize.gif
buddha2_resize.gif [ 37.14 KiB | เปิดดู 2772 ครั้ง ]
:b12: "จิตใจคนไทยขณะนี้มากไปด้วยโทสะ" ผมชักจะเห็นด้วยกับคำนี้ของคุณสาวิกาน้อย
เพราะสังเกตจากเหตุการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2549 คนไทยถูกทำให้มีความคิดเห็นแตกแยกกันอย่างรุนแรง จนเกิดเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ มากมาย กลายเป็นวิบากสำคัญที่ทำให้คนไทยในปัจจุบันต้องกรุ่นอยู่ด้วยความขุ่นข้องหมองใจและเศร้าหมอง เป็นกุกุจจะ ปฏิฆะหรือโทสะหล่อเลี้ยงใจกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง

น้ำท่วมใหญ่คราวนี้ทำให้ทุกสีทุกความเห็นต้องหันหน้าเข้าหากัน สามัคคีกัน ช่วยกันแก้ไขปัญหา
หวังใจไว้ว่าน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้จะช่วยชะล้างความเห็นต่างของคนไทย ให้กลับมาเป็นใจเดียวกันช่วยกันพัฒนาชาติบ้านเมืองไปสู่ความเจริญและสงบสุขดังเช่นครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกู้เอกราชกลับมาสู่ชาติไทย

ใจคนไทยจะได้หมดโกรธกลับสู่สามัคคีและสันติสุขกันอีกครั้งหนึ่ง ต่อไปคงไม่มีน้ำท่วมใหญ่ไปอีกนานครับ

:b8:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ต.ค. 2011, 08:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


สาวิกาน้อย เขียน:
เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เห็นด้วยหรือเห็นแย้งค่ะ !!!


มีทั้ง...เห็นด้วย...

และ...เห็นเพิ่ม...ครับ

ที่เห็นเพิ่ม..ก็คือ....ความโลภ...ครับ

เพราะความโลภมันมาก....มันถึงทำทุกอย่างจนไม่ลืมหูลืมตา...ว่าจะไปเบียดเบียนใคร

ผลิต..จนไม่ลืมหูลืมตา...จนลืมไปว่า..ธรรมชาตินั้นเป็นยังงัย

สร้าง...จนไม่ลืมหูลืมตา....จนลืมไปว่า...นี้มันทางน้ำต้องผ่าน

เห็นแก่ตัว...จนไม่ลืมหูลืมตา...จนลืมไปว่า....มนุษย์อยู่ผู้เดียวไม่ได้

เสียใจ...ก็ไม่ลืมหูลืมตา....ลืมไปว่าก็มีคนอื่นเสียใจด้วยเหมือนกัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ต.ค. 2011, 22:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2011, 22:53
โพสต์: 705

แนวปฏิบัติ: รู้สึกตัว
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สาวิกาน้อย เขียน:
เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เห็นด้วยหรือเห็นแย้งค่ะ !!!


ผมเห็นว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เกิดจากความเป็นอนิจจังของธรรมชาติ มนุษย์เป็นตัวแปรหนึ่งในการสร้างและรับผลแห่งความเปลี่ยนแปลงนั้น แต่ที่น้ำท่วมประเทศไทย โทสะคงไม่ใช่เหตุผลใหญ่หรือสาเหตุโดยตรง น่าจะเป็นปัญหาโลกร้อนมากกว่า เพราะในยุคแห่งสงครามโลกที่คนค่อนโลก รบพุ่งกันด้วยโทสะและโมหะนั้นในบ้านเมืองเหล่านั้นก็มิได้ประสบภาวะน้ำท่วมแต่อย่างใด ส่วนผลแห่งจิตนั้นผมเห็นด้วยกับท่านกล่องธรรมครับ
"แต่ที่น่าเศร้าใจคือคนไทยด้วยกัน ที่ถูกความโลภครอบงำถือโอกาสเอาเปรียบผู้อื่นโดยถือโอกาสลักขโมย การขึ้นราคาสินค้าและบริการเกินไปเช่นค่ารถ-เรือรับจ้าง อย่างมหาโหด จิตใจช่างห่างไกลความเย็นแห่งเมตตาธรรมยิ่งนัก สัพเพสัตตาฯ"

:b8:

.....................................................
"ธรรมะเป็นปัจจัตตัง ต้องทำเอง รู้เอง เห็นเอง เข้าใจเอง"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ย. 2011, 11:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2011, 15:47
โพสต์: 539


 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่มีอะไรก็ขึ้นมาลอยๆ หรือบังเอิญเกิดขึ้น ที่น้ำท่่วมก็รู้กันดีแล้วนี้ครับว่าเิกิดจากอะไร มันเป็นธรรมชาติห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้ มันมีเหตุปัจจัยให้มันท่วม สุดท้ายก็มีเหตุปัจจัยให้มันแห้ง ไม่ใช่เวร หรือกรรมหรอก เกิดจากธรรมชาิติส่วหนึ่ง เกิดจากการกระทำของมนุษย์ส่วนหนึ่ง นี่แหละครับคือสาเหตุที่แ้ท้จริงของภัยภิบัติ
ทุกข์ของคนเราก็เหมือนกันไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ ทุกข์ก็เกิดจาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ของมนุษย์นั้นแหละครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ย. 2011, 18:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2008, 23:37
โพสต์: 449

ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


มันจะเกี่ยวกับ โทสะหรือไม่โทสะหรือครับ
ผลอย่างเดียวกัน เหตุที่มามีได้สาระพัด
น้ำท่วมเป็นเพราะ ฝนที่ตกในประเทศมากกว่าปกติ
และการจัดการน้ำในเชื่อน ผิดพลาด
การระบายน้ำไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ มันก็เลยท่วม

.....................................................
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 11 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร