วันเวลาปัจจุบัน 08 ธ.ค. 2019, 02:39  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ย. 2015, 06:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5733


 ข้อมูลส่วนตัว




40ca3cb27fcc4c48ae40a748ae0c430b.png
40ca3cb27fcc4c48ae40a748ae0c430b.png [ 99.32 KiB | เปิดดู 450 ครั้ง ]
ผู้ที่ฝัน ได้แก่ บุคคล ๖ คือ

๑. ทุคคติบุคคล (เว้นสัตว์นรก)
๒. สุคติบุคคล
๓. ทวิเหตุกบุคคล
๔. ติเหตุกบุคคล (เว้นรูปพรหม อรูปพรหม)
๕. โสดาบันบุคคล
๖. สกทาคามิบุคคล

ที่สัตว์นรกไม่ฝัน เพราะถูกทรมานตลอดเวลา จนไม่มีโอกาสที่จะใฝ่ฝัน
ที่รูปพรหม อรูปพรหม อนาคามีบุคคล และอรหัตตบุคคล ไม่ฝัน
เพราะท่าน เหล่านี้ปราศจาก กามราคะแล้ว บุคคลที่ยังฝันอยู่
ล้วนแต่เป็นผู้ที่ยังมีกามราคะ กามฉันทะอยู่

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2015, 07:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5733


 ข้อมูลส่วนตัว




The_Old_Man.png
The_Old_Man.png [ 100.74 KiB | เปิดดู 450 ครั้ง ]
เหตุที่ทำให้เกิดฝันขึ้นนั้น มี ๔ ประการ คือ

๑. บุพพนิมิต กรรมใด ๆ ที่ได้กระทำมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกุสลกรรม หรือ อกุสลกรรม
กระตุ้นเตือนจิตใจให้ใฝ่ฝันถึงกรรมนั้น ๆ
๒. จิตอารมณ์ จิตใจจดจ่อในเรื่องใดๆ เป็นพิเศษยิ่งก็ทำให้ใฝ่ฝันถึงเรื่องนั้นๆ
๓. เทพสังหรณ์ เทวดาดลใจให้ฝัน
๔. ธาตุกำเริบ เวลาที่ธาตุไม่ปกติ ก็ทำให้ฝันได้เหมือนกัน

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2018, 09:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1110


 ข้อมูลส่วนตัว




e2f15c28a6902d1a900cadc0d8ec819b.png
e2f15c28a6902d1a900cadc0d8ec819b.png [ 966.7 KiB | เปิดดู 450 ครั้ง ]
4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2018, 10:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6403

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
เป็นธรรมดาของจิตที่ยังไม่มั่นคงเพียงพอ
ที่ยังฝันอยู่เพราะยังมีจิตฟุ้งซ่านคิดมาก
จนเก็บไปคิดต่อตอนหลับไม่สนิทค่ะ
ยังมีความหวาดกลัววิตกกังวลอยู่
หวาดผวาคือมีโทสะอยู่นั่นเอง
นิมิตตอนหลับตาไม่มีจิตเห็น
คือไม่มีวิถีจิตทางตาเป็นคิด
เหมือนกับตอนตื่นเห็นนิมิต
คือเป็นจิตคิดนึกหลังเห็น
แปลว่านิมิตไม่มีอยู่จริง
onion onion onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2018, 11:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5733


 ข้อมูลส่วนตัว




a24ccdaec9423b481634a652fa5a4e68.png
a24ccdaec9423b481634a652fa5a4e68.png [ 86.15 KiB | เปิดดู 451 ครั้ง ]
Rosarin เขียน:
Kiss
เป็นธรรมดาของจิตที่ยังไม่มั่นคงเพียงพอ
ที่ยังฝันอยู่เพราะยังมีจิตฟุ้งซ่านคิดมาก
จนเก็บไปคิดต่อตอนหลับไม่สนิทค่ะ
ยังมีความหวาดกลัววิตกกังวลอยู่
หวาดผวาคือมีโทสะอยู่นั่นเอง
นิมิตตอนหลับตาไม่มีจิตเห็น
คือไม่มีวิถีจิตทางตาเป็นคิด
เหมือนกับตอนตื่นเห็นนิมิต
คือเป็นจิตคิดนึกหลังเห็น
แปลว่านิมิตไม่มีอยู่จริง
onion onion onion


มันคิดเอาเองทั้งนั้นครับคุณพิมพ์ ไม่มีหลักคำสอนเลย
เลิกเสียที่เถอะกับคำสอนของผู้บริหารวนไปวนมาทั่วเขตแดนน่ะ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2018, 15:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6403

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลุงหมาน เขียน:
Rosarin เขียน:
Kiss
เป็นธรรมดาของจิตที่ยังไม่มั่นคงเพียงพอ
ที่ยังฝันอยู่เพราะยังมีจิตฟุ้งซ่านคิดมาก
จนเก็บไปคิดต่อตอนหลับไม่สนิทค่ะ
ยังมีความหวาดกลัววิตกกังวลอยู่
หวาดผวาคือมีโทสะอยู่นั่นเอง
นิมิตตอนหลับตาไม่มีจิตเห็น
คือไม่มีวิถีจิตทางตาเป็นคิด
เหมือนกับตอนตื่นเห็นนิมิต
คือเป็นจิตคิดนึกหลังเห็น
แปลว่านิมิตไม่มีอยู่จริง
onion onion onion


มันคิดเอาเองทั้งนั้นครับคุณพิมพ์ ไม่มีหลักคำสอนเลย
เลิกเสียที่เถอะกับคำสอนของผู้บริหารวนไปวนมาทั่วเขตแดนน่ะ

:b12:
สมควรทำความเข้าใจให้มากๆค่ะ
เวลาหลับสนิทไม่มีวิถีจิตทั้ง6ทาง
นักอภิธรรมไม่รู้ได้ยังไงว่าวิถีจิตมี
เมื่อลืมตาเห็นคือมีครบอายตนะหก
ต้องรู้ด้วยว่าตื่นอยู่ไม่ง่วงไม่หลับตา
:b4: :b9:


แก้ไขล่าสุดโดย Rosarin เมื่อ 10 ก.ค. 2018, 16:13, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2018, 16:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6403

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ลุงหมาน เขียน:
ผู้ที่ฝัน ได้แก่ บุคคล ๖ คือ

๑. ทุคคติบุคคล (เว้นสัตว์นรก)
๒. สุคติบุคคล
๓. ทวิเหตุกบุคคล
๔. ติเหตุกบุคคล (เว้นรูปพรหม อรูปพรหม)
๕. โสดาบันบุคคล
๖. สกทาคามิบุคคล

ที่สัตว์นรกไม่ฝัน เพราะถูกทรมานตลอดเวลา จนไม่มีโอกาสที่จะใฝ่ฝัน
ที่รูปพรหม อรูปพรหม อนาคามีบุคคล และอรหัตตบุคคล ไม่ฝัน
เพราะท่าน เหล่านี้ปราศจาก กามราคะแล้ว บุคคลที่ยังฝันอยู่
ล้วนแต่เป็นผู้ที่ยังมีกามราคะ กามฉันทะอยู่

:b20:
กามโลกคือมีมนุษย์นี่แหละที่คิดตามคำสอนได้
อบายภูมิกั้นไม่ให้คิดตามคำจริงของตถาคตค่ะ
กิเลสมีทุกภพภูมิเลยค่ะที่ยังเกิดแม้แต่อรูปโลก
ก็ยังไปเกิดในสุทธาวาส5ชั้นนั้นยังมีกามราคะ
ราคะคือโลภะคือตัณหาคือยังไม่หมดกิเลส
หมดกิเลสมีสรณะเดียวคือถึงอรหัตตผล
นิโรธ1เดียวถึงครบอริยสัจจ์4อริยมรรค8
อรหัตตมรรคก็มีราคะยังอยากถึงนิพพาน
อนาคามีดับโทสะแล้วก็ไม่หลงโกรธเลย
ถึงอรหัตตผลจึงมีอโลภะอโทสะอโมหะ
ไม่ถูกหรือคะเข้าใจไม่ถูกหรือคะท่าน
:b12:
:b17: :b17:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร