วันเวลาปัจจุบัน 27 ต.ค. 2020, 11:12  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.พ. 2011, 23:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2011, 22:55
โพสต์: 5


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนนี้มีทุกข์ท่วมทับสุดๆ จนทนไม่ไหว ความรู้สึกเหมือนคนที่อยากจะฆ่าตัวตาย
โลกทั้งใบไม่เหลืออะไรอีกแล้ว หมดสิ้นความหวังทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่าง
ถ้ามันจะต้องผิดหวังขมขื่นทนทุกข์อย่างนี้ ตายๆ ไปเสียเลยดีกว่า

แต่เพราะเชื่อแน่หมดสงสัยในเรื่องมรรคผลนิพพาน การเวียนว่ายตายเกิด
เลยเห็นว่าความตาย ก็แค่การหนีเพียงชั่วคราว ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
ถึงจบปัญหาปัจจุบัน แต่ต่อไปข้างหน้าเวียนว่ายตายเกิดอีก
ก็ต้องมาเจอเรื่องซ้ำๆ เก่า ไม่มีจบสิ้น ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวครับ

ก็เลยอยากจะปรินิพพานดับธาตุขันธ์เสียต่อหน้าต่อตา
ให้มันทันทีเด๋วนี้เลยครับ อยากหนีออกจากกองทุกข์ ไม่ต้องมาเกิดอีก
ถึงบรรลุธรรม เปนอรหันตร์ยังไง วันเดียวก็ไม่อยากอยู่ในโลกต่อ
ไม่เห็นมันจะมีอะไรดี แสนทุกข์แสนทรมานทุกๆ นาทีครับ
อยากปรินิพพานอธิษฐาน ให้เตโชธาตุเผาร่างไปทันใด
จะทำยังไงดีครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 01:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ทุกสิ่งในโลกล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป

แนะนำว่าไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวก็หาย
ไม่ต้องอยาก ก็ได้ตาย
แต่ก่อนตาย ทำอะไรให้กับชีวิตแล้วหรือยัง
ท่านเสร็จกิจแล้วหรือยัง
(อ่านเตรียมใจสำหรับดับตัวกู-ของกู ท่านพุทธทาส) :b8:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 01:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B% ... 2%E0%B8%99

ปรินิพพาน แปลว่า การดับรอบ ความปราศจากกิเลสที่ร้อยรัด คือ การดับสนิท ดับด้วยไม่เหลือแห่งกิเลสและกองทุกข์ มีความหมายเดียวกับคำว่า นิพพาน
บางครั้งใช้หมายถึง อนุปาทิเสนนิพพาน แปลว่า การดับกิเลสพร้อมทั้งเบญจขันธ์ ("อนุปาทิเสสนิพพาน" คู่กับ "สอุปาทิเสสนิพพาน" ซึ่งแปลว่าดับกิเลสแต่ยังดำรงชีวิตอยู่)
ปรินิพพาน นิยมใช้หมายถึง การดับขันธ์ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ส่วนของพระอรหันตสาวกที่เหลือนิยมใช้ นิพพาน เฉย ๆ ทั้งนี้ นัยว่าเพื่อเป็นการยกย่องพระพุทธเจ้า แต่ในภาษามคธใช้เหมือนกันทั้งสองศัพท์ คือ ใช้สลับกันก็มี
ปรินิพพาน สำหรับพระพุทธเจ้านิยมเพิ่มคำว่า "เสด็จดับขันธ์" หรือ "เสด็จดับขันธ" ไว้หน้าด้วย เช่นใช้ว่า "พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา"

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 02:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1782


 ข้อมูลส่วนตัว


พ่อแม่ให้ชีวิตให้เลือดเนื้อนี้มา ท่านอุตส่าห์ลำบากเลี้ยงดูด้วยข้าวน้ำจนเติบใหญ่
อย่าทำลายชีวิตตัวเองเลยนะครับ

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 02:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2010, 18:54
โพสต์: 615

สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฏก อรรถกถา
ชื่อเล่น: พุทธฏีกา
อายุ: 0
ที่อยู่: ดอยสัพพัญญู

 ข้อมูลส่วนตัว www


ใจอยากตาย หมายเด็ด เข็ดชีวิต
ด้วยโดนพิษ ฤทธิ์ร้าย หน่ายปัญหา
เป็นเคราะห์กรรม ซ้ำซัด ขัดอุรา
ไม่เห็นท่า หาทาง สะสางภัย

เตโชโก้ โหลหรู ของจิ๊บจ๊อย
เอาเทียนน้อย คอยจ่อ ต่อมือไหน
ขวาซ้ายจ่อ จดเทียน ที่ติดไฟ
มือร้องไป ใยต้องมา เผากู

ใจบอกอยาก นิพพาน และตายห่า
มากปัญหา พาอยู่ไป ใจอดสู
เรื่องของใจ ใยเผามือ คิดดู
ตายอย่างหมู ดูด้อย น้อยปัญญา

นั่นแค่มือ ถือไม่ได้ ใครเจ้าของ
มันยังร้อง น้องไม่เกี่ยว กับปัญหา
ส่วนพี่ใจ ใยถึง จึงสิ้นท่า
สิ้นราคา มนุษย์ ประเสริฐเอย

อภิญญา วิชา พาดับทุกข์
เป็นไฟปลุก เผาใจ ใครเฉลย
เพราะเฉลียว เลี้ยวลัด ถนัดเคย
จักเสวย เผยวิมุต หลุดพ้นจริง
-----------------------------------------------------------------
พุทธฏีกา
(คุตฺตวํโส ภิกฺขุ)
ดอยสัพพัญญู
๒๗ กุมภาพันธ์ ๕๔


รูปภาพ



Credit image by:
http://writer.dek-d.com/

.....................................................
39777.กฎกติกา มารยาท และบทลงโทษ ในการใช้บอร์ด

42529.สีลัพพตปรามาส - สีลัพพตุปาทาน (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
44772.e-Book สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของท่านพระสารีบุตรเถระ
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 1 (ลานธรรมเสวนา)
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 2 (ลานธรรมเสวนา)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 08:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ความรู้สึกนึกคิดวูบๆวาบๆ เกิดๆดับๆ สุขๆ ทุกข์ๆ ประเดี๋ยวเป็นสุข ประเดี๋ยวเป็นทุกข์ ประเดี๋ยวก็เฉยๆ ไม่อยากได้ใคร่ดีอะไร เกิดดับวนไปวนมาแต่ละขณะแต่ละวันๆ มันเป็นอย่างนั้นของมัน เรารู้สึกเป็นทุกข์ก็ไม่ต้องคิดฆ่าตัวตายหรืออยากนิพพงนิพพานอะไร รอให้ความคิดนั้นดับแล้วก็อยากอยู่ต่อนานๆ ไม่อยากตายรออีกนิดหนึ่งเดี๋ยวดีเอง :b1:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 10:51 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2011, 22:55
โพสต์: 5


 ข้อมูลส่วนตัว


อารมณ์มันไม่อยากอยู่จริงๆ ครับ มองไปตรงไหนเห็นแต่ความทุกข์ ขัดข้องไปหมด
ไม่เห็นมีอะไรดี น่าเอาน่าเป็น น่าหวังอยากจะได้ เพราะหวังแล้วมันก็ไม่เคยได้สักที
ที่อยู่ทุกวันนี้แต่ละนาทีแสนจะอดแสนจะทน ต้องหายใจเข้าออก สัมผัสลมแดด
ร้อนหนาว ต้องกิน ต้องขับถ่าย เมื่อยขบเปลี่ยนอิริยาบถ ต้องประสบกับเวทนาที่ผ่านเข้ามา

พอจะมีสุขบ้างก็ดีดดิ้นดีใจ ใจสั่นใจเต้น พอทุกข์อีกก็แสนหนักหน่วงกลับไปกลับมาๆ
สัญญาเข้ามาก็มีแต่เรื่องลำบากใจ สังขารความคิดปรุงแต่งก็สับสนวุ่นวายหน้าเหนื่อยหน่ายรำคาญ
จิตก็ดิ้นรนกระสับกระส่ายควบคุมไม่ได้ มั้นนนน ทุกข์แสนจะทุกข์ครับ แบกขันธ์ห้าอยู่ทุกวันนี้
หนักยิ่งกว่าหนัก ตายไปก็จะไปได้ขันธ์ใหม่ในภพอื่นอีก ถึงบอกว่าอยากสลัดมันทิ้ง
นิพพานทิ้งขันธ์ ๕ ไปเลยไงครับ นิพพานแบบมีขันธ์อยู่ก็ไม่อยากได้
ขันธ์มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน บังคับเอาให้ได้ดังใจไม่ได้เลยจริงๆ
เห็นโทษเห็นทุกข์เห็นภัยมาก

จิตมันกระหายอยากจะได้อยากครองธรรมแท้ๆ อย่างเดียว ธรรมปลอมๆ
อาศัยท่องบน ความเข้าใจ จากตำรับตำรา เห็นแล้วว่ามันแก้กิเลสไม่ได้
มีแต่ทำให้สงบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองครับ ก็เรามั่นใจแล้วว่าจิตนี้ไม่ยึดมั่นในสมมุติหนาแน่น
เผชิญทุกข์ อย่างมีสติ ไม่ดิ่งลงวังวนไป ไม่นานก็ปัดออกๆ หมด
เผชิญสุขก็ไม่ลุ่มหลง เห็นความไม่จิรังยั่งยืน เห็นทุกข์ในสุขอยู่เสมอ

แต่ตัณหายังไม่สิ้นมันยังเป็นไฟไหม้ลุกโพลงอยู่ที่ในใจ ความทะยานอยากมันยังมีอยู่
ทำให้ลงมือกระทำกรรมต่างๆ ลงไป และต้องเสวยผลจากการกระทำนั้นๆ ทรมานอยู่
กิเลสมันก็แสนมารยาเจ้าเล่ห์ หลอกเราทุกอย่างทุกทาง ว่าทำไปตามสมมุติโลก
ไม่ได้คาดไม่ได้หวังผล พ่อแกหรอ ตัณหาบงการไปชัดๆ ความทุกข์ก็ปรากฏขึ้นมาชัดๆ กับความยาก
ดังนั้นผมจึงไม่พอใจอะไรสักอย่าง นอกจากต้องการตาย แต่มิใช่ตายแล้วเกิดเกิดแล้วตาย
แบบนั้นมันตายสมมุติ อยากตายสนิทของกิเลสและขันธ์ ไม่มีการเกิดอีกนั่นเลยทีเดียว
ไม่อยากเสียเวลาอยู่ในโลกนี้อีกแม้แต่ขณะจิตเดียว ท่านว่าถูกแท้ๆ มันกองคูถกองอุจจาระชัดๆ

ทำยังไงๆ การทำที่สุดแห่งทุกข์จะปรากฏชัดกับผมได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 11:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ท่องพุทโธดิ เขาว่ากันว่าไปนิพพานได้

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 11:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


พระพุทธเจ้าทรงอดทนอดกลั้นมากกว่าความทุกข์ของเราทั้งหลายกว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าได้
เราควรเป็นผู้ที่ตายจากความยึดมั่นถือมั่น แม้นิพพานก็ไม่ควรเข้าไปยึด
ควรเป็นผู้มีชีวิตอยู่กับสติอันเป็นเครื่องกั้นกระแสแห่งโลก

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 12:00 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2011, 22:55
โพสต์: 5


 ข้อมูลส่วนตัว


บางท่านว่าไม่มีตัวกู ของกู คือความว่างเป็นนิพพานเหมือนกัน

เคยคิดอย่างั้นครับ ว่าเพียงอาศัยสติเป็นเครื่องอยู่ในปัจจุบันจะแก้ปัญหา
ทำให้อยู่ในโลกอย่างสบายได้ แต่ว่าไม่เป็นอย่างนั้น เพราะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
กิเลสตัณหาที่มีเชื้ออยู่พร้อมจะกลับกำเริบขึ้นอยู่เสมอ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 15:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ที่นี่เขาก็แสวงหานิพพานกัน จึงทำชาร์ตทำทางไว้น่าสนใจดีเหมือนกัน :b1:

http://dhammada.org/download/Patijja.jpg

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 20:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2010, 07:21
โพสต์: 64

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิตที่มีทุกข์เป็นเรื่องปรกติ แต่อย่าให้จิตใจทุกข์ด้วย
หัด"ตายก่อนตาย"

ตายเมื่อตาย ย่อม กลาย ไปเป็นผี
ตายไม่ดี ได้เป็นที่ ผีตายโหง
ตายทำไม เพียงให้ เขาใส่โลง
ตายโอ่โถง นั้นคือตาย เสียก่อนตาย

ตายก่อนตาย มิใช่ กลาย ไปเป็นผี
แต่กลายเป็น สิ่ง ที่ ไม่สูญหาย
ที่แท้นั้น คือความตาย ที่ ไม่ตาย
มี ความหมาย ไม่มีใคร ได้เกิดแล

คำพูดนี้ ผันผวน ชวน ฉงน
เหมือน เล่นลิ้น ลาวน คนตอแหล
แต่เป็นความ จริง อัน ไม่ผันแปร
ใครคิดแก้ อรรถได้ สบายเอยฯ
พุทธทาสภิกขุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2011, 20:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


อ้างคำพูด:
อาศัยท่องบน ความเข้าใจ จากตำรับตำรา เห็นแล้วว่ามันแก้กิเลสไม่ได้


ท่องบ่นแต่ตำรา...ก็ไปนิพพานได้แค่ความคิด

สภาวะที่เป็นอยู่ในขณะนี้...เป็นสะพานที่จะพาไปสู่นิพพานได้
ปฎิบัติตามดู รู้ทันเขาไปเรื่อยๆ....ไม่ว่าตัวทุกข์ หรือตัวอยาก
รักษาศิล บำเพ็ญทาน ปฏิบัติธรรม สักวันก็จะถึงพระนิพพาน


.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2011, 13:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue
จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ :b41: :b41:
จิดตัง ทันตัง สุขาวะหัง
จิต ที่ฝึกดีแล้ว นำความสุขมาให้
:b41: :b41:



ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรม :b8:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.พ. 2011, 13:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2010, 13:02
โพสต์: 129

แนวปฏิบัติ: อานาปานสติ
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มีความรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่กับปัจจุบันขณะ มีสติอยู่กับลมหายใจ รับรองได้นิพพานแน่ แต่จะช้าหรือเร็วอยู่ที่บุญเก่าและบุญปัจจุบันประกอบกัน ถ้าอยากนิพพานเร็ว เร่งทำความเพียรเครื่องเผากิเลสค่ะ

ขอให้คุณได้พบกับความสุขทางธรรมในเร็ววันค่ะ :b8:

.....................................................
ชีวิตที่เหลือ ขออยู่เพื่อธรรมะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 12 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร