วันเวลาปัจจุบัน 21 ส.ค. 2019, 05:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ธ.ค. 2009, 17:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ย. 2009, 07:29
โพสต์: 15

อายุ: 23
ที่อยู่: นครราชสีมา

 ข้อมูลส่วนตัว


นอกจากคุณพ่อ คุณแม่แล้ว ผมยังมีพ่อและแม่คนที่สองคือ"คุณครู" ครับ ซึ่งเป็นบุคคลที่ผมมิอาจลืมและเป็นบุคคลที่ผมรักและบูชา


เรื่องนี้เป็นประสบการณ์จริงของผมครับ เผื่อจะมีน้องๆที่ยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตได้เข้ามาอ่านครับ

ผมขอแบ่งเป็นช่วงๆนะครับ


ช่วงมัธยมปลาย (ม.ุ6 สารคามพิทยาคม)
ผมเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งครับ ที่ตอนเช้าต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน และเตรียมตัวเดินทางไปโรงเรียนซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งในช่วงที่เรียนชั้น ม.6 นี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่เด็ก ม.ปลายทุกคน ต้องคิดวางแผนว่าจะเรียนและเดินทางไปในสายอาชีพใด จะเป็นหมอ? วิศวกร? พยาบาล? ทหาร? ครู? นักวิทยาศาสตร์? ฯลฯ หลายๆคนดิ้นรนไปกวดวิชา เรียนพิเศษ เพื่อนำตนเองไปสู่จุดมุ่งหมายที่ได้ตั้งเป้าไว้ ผมก็เป็นอีกคนที่ต้องดิ้นรนเพื่อนำตนเองไปจุดหมายที่ได้ตั้งเอาไว้
ในช่วงนี้เองที่ผมสับสนกับชีวิต ว่าจะเรียนที่ไหนดี คณะอะไรดี และช่วงนี้เองก็มีพระเอกและนางเอกขี่ม้าขาวเข้ามาช่วย นั่นคือ "คุณครู"
-ท่านแรกคือแม่ย่อน ท่านให้คติกับผมว่า"เรียนที่ไหนก็ดีเหมือนกันหมดแหละลูก มันอยู่ที่ตัวคนเรียน ว่าจะตั้งใจเรียนให้จบรึเปล่า ถึงแม้ได้ที่ที่เด่น ดัง แต่หากเข้าไปแล้วเรียนไม่จบมันก็มีค่าเท่าเดิม ครูไม่อาจตัดสินใจให้ลูกได้ว่าจะเรียนคณะไหน ที่ไหน เพราะสุดท้ายลูกต้องเป็นคนที่เลือกเอง แต่จงจำไว้ว่าจะได้เรียนที่ไหนก็ตาม ให้ตั้งใจเรียน พยายามให้ถึงที่สุดนะลูก"
-ท่านที่สองคือ คุณครูแอ๋ว ท่านให้คติกับผมว่า "ลูกเอ้ย เรายอมเป็นหัวหมา ดีกว่าไปเป็นหางเสือ จะดีกว่าไหม ถ้าลูกเรียนที่ กทม.มหาวิทยาลัยดังๆก็มีเยอะ แต่ลูกต้องดูที่ประสิทธิภาพของลูกเองนะ ว่าถ้าเข้าไปแล้ว ไปเป็นหางให้เขาเหยียบ มันจะดีหรือ สู้เรียนที่ต่างจังหวัดแล้วเราตั้งใจแล้วขึ้นเป็นอันดับต้นๆในการเรียนจะดีกว่าไหม"
ผมยอมรับครับ ด้วยคำๆนี้ช่วยชี้ทางให้ผมเลือกเดิน และเดินมาถูกทาง ทุกวันนี้ ผมยังจำคำพูดของคุณครูทั้งสองท่านไ้ด้ดี แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแค่สองท่านนี้นะครับ เพราะคุณครูท่านอื่นๆก็ดีทุกคน แต่คุณครูสองท่านนี้ได้ช่วยชี้ทางสว่างให้ผมเกิดปัญญา
ขอบพระคุณครูมากครับ
ช่วงเลือกคณะที่มหาวิทยาลัย(โทรคมนาคม ม.สุรนารี)
หลังจากที่ผมได้รับคำแนะนำจากคุณครูทั้งสองท่านตอนเรียนในระดับมัธยมแล้ว ผมก็ได้เข้ามาเรียนที่ม.สุรนารี ซึ่งที่แห่งนี้ได้ทำให้ผมมีชีวิตที่ดี ทำให้ผมมีอนาคตที่ดีครับ ในช่วงที่เรียนปีหนึ่ง ผมเป็นเด็กโควตา เข้ามาในสาขาโทรคมนาคม หลายๆคนบอกกับผมว่า จะมาเรียนทำไมที่นี่ บ้านนอก เรียนยาก สามเทอม ค่าเรียนแพง อย่างแก(ตัวผม) เรียนแป้บเดียวก็ซิ่วออกมาหาที่เรียนใหม่แน่ๆ แรกๆที่เข้ามาเรียนผมก็มีความคิดคล้อยตามเขาครับ แต่พอมาเรียนจริง ไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกสิ่งที่เขาพูดมาตรงกันข้ามทั้งหมดเลยครับ คนเราหากตั้งใจจริงทุกอย่างจะสำเร็จเองครับ ผมเรียนผ่านไปได้ด้วยดีในสองเทอมแรก จนเทอมที่สาม คือเทอมที่ทุกคนต้องเลือกสาขาวิชา ผมมีสังกัดแล้วคือสาขาโทรคมนาคม แต่ในช่วงนั้นมีข่าวว่าธุรกิจโทรคมนาคมกำลังร่วง ผมก็เริ่มหวั่นๆว่าจะเรียนดีหรือไม่ ผมหาข้อมูลที่จะเรียนสาขาใหม่จนเลือกได้คือ ขนส่ง เพราะช่วงนั้นโลจิสติกส์บูมมากๆ จนถึงวันที่ผมต้องทำเรื่องย้ายสาขาวิชา ผมได้เข้าไปหาท่านอาจารย์ที่ปรึกษาคือ คุณครูรังสรรค์ ท่านถามและพูดคุยถึงเหตุผลที่ผมต้องการย้ายสาขาวิชา คุยกันกับท่านนานมาก สุดท้าย ท่านบอกผมว่า"อย่ามองหญ้าบ้านอื่นเขียวกว่าหญ้าบ้านเรา" และท่านบอกให้นำกลับไปคิดใหม่ พรุ่งนี้เช้าให้มาคุยกันอีกที เพราะคำๆนี้ครับที่ทำให้ผมมีทุกวันนี้ได้ ขอบพระคุณครูครับที่ได้เตือนสติ เด็กที่โลเล ไม่มั่นคงอย่างผม ...

ทั้งสองช่วงชีวิตของผมเป็นช่วงชีวิตที่เด็กทุกคนคงเคยประสบหรือพบเจอมากับตัวเองแล้ว
ครับ บางคนก็ผ่านมันไปได้ บางคนก็ล้ม

หลายครั้งที่ผมคิดย้อนกลับไปหากไม่คุณครูคนแรกคือพ่อและแม่ คุณครูคนที่สองคือคุณครูที่อยู่ที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย คงไม่มีผมในวันนี้ ผมได้ข้อคิดดีๆจากช่วงชีวิตทั้งสองมากมาย และสิ่งที่ผมนำเสนอก็เพียงอยากจะบอกเพื่อนๆพี่ๆว่า นอกจากพ่อและแม่แล้วยังมีคุณครูที่คอยชี้แนะ เป็นที่ปรึกษาดูแล สั่งสอนเราให้เป็นคนดี แต่ทุกวันนี้บางคนได้เป็นใหญ่เป็นโตแต่ลืมพระคุณท่าน ลองหันกลับหลังไปสิครับ หากไม่มีท่านที่คอยสั่งสอนประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่เรา เราจะได้ดีอย่างทุกวันนี้หรือไม่ครับ


ซึ่งเป็นที่มาของหัวข้อ"ได้ดีเพราะมีคุณครูครับ"

เพื่อนๆและพี่ๆมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ?

.....................................................
"เพื่อพ่อแม่ได้สุขกายสบายใจ นั่นแหละคือจุดสูงสุดของชีวิต"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2009, 00:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านแล้วก็ปลื้มใจกับคุณที่ ว่า...คุณเป็นคนที่มีบุญและปัญญาที่สั่งสมมาก่อนดีเยี่ยม เพราะ...

1. คุณได้เกิดในพ่อแม่ที่ดี มีปัญญาสามารถเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนให้คุณ"เอาดี"ได้ จะด้วยการสอนด้วยคำพูดหรือการกระทำให้เป็นตัวอย่างก็ดีย่อมแสดงถึงความฉลาดของท่านทั้งสิ้น..นี่เป็นบุญของคุณที่ได้พ่อแม่เช่นนี้ :b4:

2. ได้พบคุณครูที่มีคุณสมบัติ"ครู"จริง ไม่ใช่ครูที่ทำงานสอนเพียงเพื่อรับเงินเดือน เพราะครูที่สามารถให้หลักการในการคิด เป็นแนวทางเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะควรได้เพื่อประโยชน์แก่อนาคตศิษย์ ย่อมเป็นครูที่มีทั้งประสบการณ์และวิจารณญานที่ลุ่มลึก มีสายตายาวไกล และมีใจเปี่ยมด้วยเมตตาต่อศิษย์ อย่างแท้จริง :b4:

3. ตัวคุณเองมีธาตุ"รักดี"เป็นทุนเดิม และนี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในบรรดาปัจจัยทั้งหลายที่มาส่งเสริมสนับสนุนให้ได้รับความสำเร็จสมหวังในสิ่งอันตนปรารถนา หากขาดปัจจัยนี้(ธาตุ"รักดี")เสียแล้ว ต่อให้มีพ่อแม่เป็นคนฉลาดร่ำรวยมียศศักดิ์ยิ่งใหญ่และพบครูที่ยอดเยี่ยมเหนือใครๆในโลก ก็คงไม่ได้ดีนักหรอกครับ
..ขอชื่นชมด้วยใจจริงครับ :b35: :b35: :b35:

ขออนุโมทนาในสิ่งทั้งหลายที่คุณได้มาและประสบมา ขอให้รักษาความดีของตนไว้ให้มั่นคง และขออวยพรให้คุณมีความสุขความเจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จในกิจการงานทั้งปวงอันเป็นสัมมาชีพตลอดไป ชื่อว่าเป็นผู้มีความขวนขวายเช่นคุณ ย่อมสามารถประสบในสิ่งที่ตนปรารถนาได้เสมอ..อย่างไร ก็ขอให้ศึกษาธรรมะไว้รักษาตนด้วย สิ่งนี้จะช่วยให้ชีวิตไม่ตกต่ำทั้งในปัจจุบันและในโลกหน้าครับ

:b46: :b47: :b48: :b54:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2009, 10:25 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ม.ค. 2009, 20:45
โพสต์: 1095

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา
โชคดีทุกก้าวย่างที่ต้องฝ่าเดิน
อนุโมทนาครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
[รอยยิ้ม...ก็เช่นแสงแดดในฤดูหนาว และลมเย็นในฤดูร้อน..]


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2009, 10:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6245

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue
:b12:
...อนโมทนาด้วยเจ้าค่ะ...
:b16:
...ถ้าเราไม่เอาอ่าวอะไร...ก็คงเอาดีไม่ได้...
:b27:
...มีเวลา...อย่าลืมหา...ขนม...ของฝากไปฝากท่านด้วยนะ...

:b4: :b4:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร