วันเวลาปัจจุบัน 14 ธ.ค. 2019, 14:42  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 42 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ค. 2009, 21:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2009, 18:57
โพสต์: 159


 ข้อมูลส่วนตัว


มีคนกล่าวว่า ถ้าบุคคลมีศีล ๕ บริบูรณ์แล้ว ไม่ตกนรกแน่นอน
คำกล่าวนี้ถูกผิดอย่างไรขอรับ

:b8: :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ค. 2009, 22:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2009, 02:06
โพสต์: 811

อายุ: 0
ที่อยู่: มหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว


ผู้มีศีล ๕ บริบูรณ์แล้ว
คือพระโสดาบันขึ้นไป
พระโสดาบันไม่ต้องลงไปอบายแล้วครับ


:b1: cool :b1:

.....................................................
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 00:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2006, 09:43
โพสต์: 180

ที่อยู่: กทม

 ข้อมูลส่วนตัว


ariyachon เขียน:
ผู้มีศีล ๕ บริบูรณ์แล้ว คือพระโสดาบันขึ้นไป พระโสดาบันไม่ต้องลงไปอบายแล้วครับ

กำลังจะไปนอนแต่พอดีเห็นว่านี่เป็นความเห็นผิดนี่เลยPost อีกหน่อยแล้วกัน :b1:
"ผู้มีศีล ๕ บริบูรณ์แล้ว คือพระโสดาบันขึ้นไป " เป็นคำกล่าวผิด คำกล่าวที่ถูกคือพระโสดาบันขึ้นไป คือผู้มีศีล ๕ บริบูรณ์ จะกล่าวกลับกันไม่ได้
พระโสดาบันนอกจากมีศีล5 แล้ว ก็มีอย่างอื่นอีก ท่านจึงไม่ไปอบายแล้ว
ความเห็นผมคือมีศีล5 บริบูรณ์เท่านั้น ก็ยังตกนรกได้ครับ แค่นี้ก่อนแล้วกัน

.....................................................
โคตมะพุทธ ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ ผู้รู้แจ้งโลก อัจฉริยมนุษย์ ยอดครูของครูทั้งหลาย
ศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ผู้ก่อตั้ง ผู้ค้นพบ คำสอนถูกบรรจุอยู่ในพระไตรปิฏก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 00:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2009, 02:06
โพสต์: 811

อายุ: 0
ที่อยู่: มหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว


wakeup

นี่แหละที่เขาเรียกว่า"สมมติบัญญัติ"
คำทุกคำก็ล้วนแต่เขาสมมุติกันขึ้นมา
ทั้งๆที่มันเป็นคำเดียวกัน
ต่อให้พูดกลับกัน มันก็ความหมายเดียวกัน
แต่เข้าใจไม่เหมือนกัน
จึงหยิบสมมุติขึ้นมาเถียงกัน
เพราะไปหลงอยู่ใน"สมมุติ"

คนที่ข้องอยู่ใน"สมมติ" นั้น จึงถกเถียงกันอยู่ไม่รู้จบ
เพราะหลงไปใน"สมมติ" นั้นแหละ


พระโสดาบันท่านแน่นหนักในพระรัตนตรัย
ท่านรักษาศีลได้โดยไม่ต้องไปคอย "ข่มจิต ข่มใจ"
ถ้ายัง "ข่มจิต ข่มใจ" ในการรักษาศีลอยู่ มันก็ไม่ใช่


ใครเข้าใจความหมายของคำว่าบริบูรณ์ไปอีกแบบ
ก็มาเถียงอีกแหละ ไม่รู้จบ
สมมุติ หนอ สมมุติ

:b12: :b12:

.....................................................
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 10:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 10:16
โพสต์: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จากที่อ่านข้อความแล้วผมรุ้สึกว่า จะสับสนและพยายามเอาชนะกัน

ไม่ว่าอะไรก็ตาม ตั้งแต่พระโสดาบันเป็นต้นไปถึงพระอริยะเจ้าเบื้องสูงสุด ไม่มีคำว่าอบายอีก แต่ทุกอย่างย่อมต้องผ่านการยีนยันจากพระผู้มีพระภาคเจ้าก่อน เมือใดท่านบรรลุแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าจักเป็นผู้โมทนากาล

ธรรมของพระโสดาบันนั้นจักประกอบไปด้วย
1 มีศีล 5 บริสุทธิ์ แม้จะต้องตายก็ไม่เสียดายที่จะต้องรักษาไว้ซึ้งความบริสุทธ์ของศีล
2 ไม่ลืมความตาย คิดเสมอว่า ความตายจักเกิดขึ้นกับเราเป็นแน่ และไม่มีทางหนีพ้น
3 มีความเคารพพระรัตนตรัยอย่างถึงที่สุด และมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ตลอดเวลา
4 มีพระนิพพานเป็นทางไป มีความปราถนาอย่างแน่วแน่

ทุกข้อนี้เป็นธรรมประจำของผุ้ที่จะปารถนาพระโสดาบัน และผุ้ที่เป็นพระโสดาบันแล้ว

การล่วงไปในทางแห่งความเสื่อมของพระโสดาบันนั้นไม่พึ่งบังเกิดแล้ว

ธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า
สาธุ สาธุ สาธุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 14:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


BlackHospital เขียน:
มีคนกล่าวว่า ถ้าบุคคลมีศีล ๕ บริบูรณ์แล้ว ไม่ตกนรกแน่นอน
คำกล่าวนี้ถูกผิดอย่างไรขอรับ

:b8: :b8: :b8: :b8:


บุคคลศีล 5 บริบูรณ์แล้วไม่ติดคุก...อันนี้แน่นอนครับ :b13: :b13:

ส่วนเรื่องตกนรกนั้นยังไม่แน่นะครับ เพราะไปนรก ไปสวรรค์ หรือกลับมาเกิดใหม่ เขาตัดสินด้วย กฏแห่งกรรมครับ ไม่ใช่กฏหมาย แล้วกฏแห่งกรรมนี่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตเจตนาเป็นหลักนะครับ...บุคคลที่รักษาศีล 5 บริบูรณ์ ก็ไม่แน่ว่าจะมีจิตเจตนาที่เป็นกุศลอยู่ตลอดเวลานะครับ :b1:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 15:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

ผมว่าถ้าจะให้ดีต้องพูดว่า
ผู้มีศีล ๕ บริสุทธิ์

ทั้งในอดีต ปัจจุบันและในอนาคต

ไม่ตกนรกแน่นอนครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2009, 23:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2006, 09:43
โพสต์: 180

ที่อยู่: กทม

 ข้อมูลส่วนตัว


BlackHospital เขียน:
มีคนกล่าวว่า ถ้าบุคคลมีศีล ๕ บริบูรณ์แล้ว ไม่ตกนรกแน่นอน
คำกล่าวนี้ถูกผิดอย่างไรขอรับ

ไม่รู้คุณBlackHospital อ่านจากที่ตอบๆกัน ได้ข้อสรุปหรือเปล่า?
คือสรุปแล้วตกนะ แต่บางท่านที่ตอบผมอ่านก็งงๆเหมือนกัน
คุณถามถึงคนที่มีศิล5เท่านั้น แต่บางท่านไปพูดถึงพระโสดาบัน คือถ้าพระโสดาบันก็ไม่ตกนรกครับ
และอย่างที่คุณjantawat เขียนว่า
"ธรรมของพระโสดาบันนั้นจักประกอบไปด้วย
1 มีศีล 5 บริสุทธิ์ แม้จะต้องตายก็ไม่เสียดายที่จะต้องรักษาไว้ซึ้งความบริสุทธ์ของศีล
2 ไม่ลืมความตาย คิดเสมอว่า ความตายจักเกิดขึ้นกับเราเป็นแน่ และไม่มีทางหนีพ้น
3 มีความเคารพพระรัตนตรัยอย่างถึงที่สุด และมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ตลอดเวลา
4 มีพระนิพพานเป็นทางไป มีความปราถนาอย่างแน่วแน่"
คือจะเป็นพระโสดาบันได้นั้นต้องมีมากกว่าศีล5 ซึ่งเท่าที่ผมจำๆได้ไม่แน่ใจว่าใช่4ข้ออย่างที่คุณjantawat เขียนมานี้หรือเปล่า แต่ประเด็นก็คือว่าจะเป็นพระโสดาบันได้นั้นต้องมีมากกว่าศีล5แล้วก็จะไม่ตกนรก
jantawat เขียน:
จากที่อ่านข้อความแล้วผมรุ้สึกว่า จะสับสนและพยายามเอาชนะกัน

พึ่งจะมีการPost กันไม่กี่ครั้ง ทำไมมาว่ากันอย่างนี้แล้วหล่ะ :b2:
:b12:

.....................................................
โคตมะพุทธ ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ ผู้รู้แจ้งโลก อัจฉริยมนุษย์ ยอดครูของครูทั้งหลาย
ศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ผู้ก่อตั้ง ผู้ค้นพบ คำสอนถูกบรรจุอยู่ในพระไตรปิฏก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2009, 14:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2009, 18:57
โพสต์: 159


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบพระคุณมากครับทุกท่าน
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2009, 17:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2008, 22:48
โพสต์: 1173


 ข้อมูลส่วนตัว


หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

การกระทำบาปทุกอย่าง แม้ว่าจะทำให้จิตเศร้าหมอง.... แต่ก็ไม่ร้ายแรงเท่าการละเมิดศีล ๕ บาปกรรมที่จะทำให้ผู้กระทำไปตกนรกนั้น มีเพียงการละเมิดศีล ๕ ข้อเท่านั้น บาปกรรมอื่นๆ จะมีบ้างก็มีแค่ทำความหมองใจ ไม่ถึงกับยังผลให้ผู้ทำไปตกนรก

ผู้ใดมีเจตนาแน่วแน่ว่าจะรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์สะอาดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ก็จะเป็นการตัดผลเพิ่มของบาปกรรม เราเคยทำบาปกรรมอันใดไว้แต่ในอดีต เมื่อมาบำเพ็ญศีล ๕ ก็เป็นอันว่ายุติกันเพียงแค่นี้ ในอดีตชาติมีบาปกรรมอยู่เท่าใดมันก็มีอยู่เพียงเท่านั้น เมื่อเรามีศีล ๕ แล้วผลเพิ่มย่อมไม่มี

....................................................................

ปัญหาคือ มีใครบ้างในโลกนี้ที่สามารถรักษาศีล ๕ ให้บริบูรณ์ตั้งแต่เด็กถึงตอนนี้.....คงไม่มีมั๊ง

เพราะเงื่อนไขที่จะดึงคนให้ตกนรก คือ จิตต้องเศร้าหมองเกี่ยวกับบาปกรรมที่ละเมิดศิล 5 ข้อใดข้อหนึ่ง อย่าง เช่น พระนางมัลลิกา มเหสีของพระเจ้าปเสนทิ โกศลผู้ทำกุศลกรรมดีไว้เป็นอันมาก เคร่งครัดในศีลธรรม แต่พอนางตายไป กลับไปตกนรก 7 วัน เพราะทรงระลึกถึงกรรมลามกอย่างหนึ่ง พอในวันที่ ๘ ก็ไปเกิดในดุสิตภพ.


ด้วยเหตุนี้ เงื่อนไขที่จะนำไปนรกคือ จิตสุดท้าย แต่คนที่ทำความดี เคร่งครัดในศีล 5 ตลอด โอกาสที่จิตสุดท้ายของเขาจะเป็นอกุศลย่อมมีน้อยมาก เพราะก่อนตาย ครุกรรมและกรรมที่ให้ผลก่อน จะมาปรากฏก่อนเสมอ และถึงแม้เขาตกนรกไป ก็จะอยู่ไม่นาน กรรมดีที่เขาทำอื่นๆจะนำเข้ากลับขึ้นสวรรค์ในที่สุด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2009, 17:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2009, 19:55
โพสต์: 548

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


natdanai เขียน:

บุคคลศีล 5 บริบูรณ์แล้วไม่ติดคุก...อันนี้แน่นอนครับ :b13: :b13:


ท่าน...ท่านรู้จักรึเปล่าครับ...แพะน่ะท่าน...
:b4: :b4: :b4:

พลศักดิ์ เขียน:
ปัญหาคือ มีใครบ้างในโลกนี้ที่สามารถรักษาศีล ๕ ให้บริบูรณ์ตั้งแต่เด็กถึงตอนนี้.....คงไม่มีมั๊ง


หะ หะ หะ...ถ้าใครทำได้ก็ช่วยกรุณาโชว์ตัวหน่อยเถอะ ผมก็อยากเห็นนนน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2009, 18:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2009, 17:42
โพสต์: 3

ที่อยู่: 94 ม.10 ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี 18150

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมคิดว่า อย่าเถียงกันเลยครับ ยังไงการถือศีล 5
เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ทุกๆ คนก็คงรู้ดี เพราะฉะนั้นถ้าเป็น
สิ่งที่ดีก็ทำกันเถอะครับ ส่วนเรื่องของกรรมเก่าเราคง
แก้ไขอะไรไม่ได้ เราก็มาตั้งใจทำปัจจุบันให้มันดีจะดี
กว่ามั้ยครับ อนุโมทนากับคนที่ทำความดีทุกคนนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2009, 18:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2006, 09:43
โพสต์: 180

ที่อยู่: กทม

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณที่นำคำสอนของหลวงพ่อมาแบ่งกันครับ
พลศักดิ์ วังวิวัฒน์ เขียน:
หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
การกระทำบาปทุกอย่าง แม้ว่าจะทำให้จิตเศร้าหมอง.... แต่ก็ไม่ร้ายแรงเท่าการละเมิดศีล ๕ บาปกรรมที่จะทำให้ผู้กระทำไปตกนรกนั้น มีเพียงการละเมิดศีล ๕ ข้อเท่านั้น บาปกรรมอื่นๆ จะมีบ้างก็มีแค่ทำความหมองใจ ไม่ถึงกับยังผลให้ผู้ทำไปตกนรก

ไม่ทราบใครพอจะกราบถามหลวงพ่อได้
คือที่ว่า "การกระทำบาปทุกอย่าง แม้ว่าจะทำให้จิตเศร้าหมอง.... แต่ก็ไม่ร้ายแรงเท่าการละเมิดศีล ๕"
อย่างศีลข้อ1 ถ้าไม่ฆ่าแต่ทำร้าย เช่นอาจจะทำร้ายพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ทำร้ายพระโสดาบัน หรือทำร้ายพระอนาคามี หรือทำร้ายพระอรหันต์ หรือแม้กระทั่งทำร้ายพระพุทธเจ้า ผมเข้าใจว่ามันบาปหนักกว่าฆ่าสัตว์ เช่นฆ่ายุง ฆ่ามด ฆ่าแมลงสาป ไส้เดือน กิ้งกือ อีกไม่ใช่เหรือ?

และคำสอนของพระพุทธเจ้า (ยอดครูของครูทั้งหลาย) ที่ว่า "...เราย่อมกล่าวคติสองอย่างคือ นรกหรือกำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง ของบุคคลผู้มีความเห็นผิด ฯ"
จากในเรื่องตาลปุตตสูตร
ตามที่ผมเข้าใจจากคำตรัสนี้ มันก็ขัดว่าคนมีความเห็นผิดก็ตกนรกได้
ยังมีอีกครับ
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการเหล่านี้ ในบุคคลผู้พูดมาก คือ
๑. ย่อมพูดปด
๒. ย่อมพูดส่อเสียด (คือยุให้แตกร้าวกัน)
๓. ย่อมพูดคำหยาบ
๔. ย่อมพูดเพ้อเจ้อ
๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคคติ วินิบาต (ความล่มจมตกต่ำ) นรก
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการเหล่านี้แล ในบุคคผู้พูดมาก."
ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๘๒

จากคำสอนนี้ของพระพุทธเจ้าของเรา มันก็มีความหมายชัดเจนว่าแค่พูดมากก็ตกนรกได้
แล้วคิดว่าก็ยังมีอีก
สำหรับผม ผมก็คงต้องยึดคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ก็นึกถึงที่ว่า พระพุทธเจ้าของเราเป็นยอดครูของครูทั้งหลาย และ ทำไมพระพุทธเจ้าจึงไม่ทรงแต่งตั้งใครเลย แต่ให้พระธรรมวินัยเป็นศาสดาของเราชาวพุทธหลังจากที่พระองค์ได้ปรินิพพาน
ถ้าผมเข้าใจอะไรผิดก็ลองอธิบายให้ผมเข้าใจ(ด้วยเหตุด้วยผล)ด้วยแล้วกันครับ
อย่าคิดว่าเถียงกัน แต่เป็นการทำให้คนเรามีความเห็นที่ถูก
:b8:

.....................................................
โคตมะพุทธ ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ ผู้รู้แจ้งโลก อัจฉริยมนุษย์ ยอดครูของครูทั้งหลาย
ศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ผู้ก่อตั้ง ผู้ค้นพบ คำสอนถูกบรรจุอยู่ในพระไตรปิฏก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2009, 18:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

รักษาศีลเป็นเหตุให้ได้รับความไม่เดือดร้อน
ความไม่เดือดร้อนเป็นเหตุให้เกิดความเบิกบาน
ความเบิกบานเป็นเหตุให้เกิดความปีติอิ่มใจ
ความปีติเป็นเหตุให้เกิดความสงบระงับ
ความสงบเป็นเหตุให้เกิดความสุข
ความสุขเป็นเหตุให้เกิดสมาธิไม้หวั่นไหว
สมาธิเป็นเหตุให้เกิดญาณทัสสนะ
ญาณทัสสนะเป็นเหตุให้เกิดวิราคะ
วิราคะเป็นเหตุให้หลุดพ้น


ศีลที่เป็นกุศลย่อมถึงความสำเร็จโดยลำดับด้วยประการฉะนี้

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2009, 19:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
มีคนกล่าวว่า ถ้าบุคคลมีศีล ๕ บริบูรณ์แล้ว ไม่ตกนรกแน่นอน
คำกล่าวนี้ถูกผิดอย่างไรขอรับ


คงเคยได้ยินคำกล่าวเช่นนี้กันนะครับ.....

“ศีเลนสุขติงยันติ ศีลย่อมยังให้สู่สุคติ
ศีเลนโภคมัปทา ศีลย่อมยังให้เกิดโภคทรัพย์
ศีเลนพุทติงยันติ ศีลย่อมยังให้สู่พระนิพพาน”


http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15528

ถ้ารักษาศีล๕อย่างบริบูรณ์แล้วยังได้ตกนรกแล้ว พระพุทธเจ้าคงไม่ทรงสอนใครให้ประพฤติดอกครับ
ศีล๕ที่บุคคลรักษาดีแล้วย่อมได้อัตภาพของมนุษย์ครับ หากประพฤติศีลแล้วยังตกนรกอีกคงมีคำกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า "สีเลน ทุคติงยันติ..etc..etc.." เป็นแน่แท้ หรืออาจมีกล่าวไว้ในที่ใดให้พบเห็นก็ช่วยชี้บอกด้วย บางทีผมอาจจะได้"ความรู้ใหม่" บ้างครับ

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 42 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร