วันเวลาปัจจุบัน 27 พ.ย. 2014, 23:53  




เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2009, 19:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 689


 ข้อมูลส่วนตัว


พอจะหาแบบ MP3 ได้ที่ไหนบ้างฮับ หาไม่เจอเลย แบบ link อันนี้นะ (เป็นสวดสังโยคใช่ปะ)

http://www.oknation.net/blog/buddhamantra/video/14381

ถ้าดูว่า เป็นบทสวดเพื่อสุขภาพ ก็น่าจะนิยมสวดตอนทำน้ำมนต์ ใช่ปะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2009, 20:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 689


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้อ ต้องบอกจุดประสงค์เสียหน่อย คือ จะเอาไปใส่เครื่องเล่น mp3 วนไปวนมาให้ได้สัก 30 นาทีน่ะ เอามาฟังก่อนจะบรรทมฮ่ะ :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มี.ค. 2009, 20:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 689


 ข้อมูลส่วนตัว


โต้ดทีๆ โหลดได้แล้ว เอาโปรแกรมจิ๊กมาเลย :b9: :b4: :b4:

เพิ่มเติม... เพื่อไม่ให้กระทู้นี้ เสียเปล่า เลยอยากถามว่า...
อิติปิโสภะคะวา แปลว่าอะไรเอ่ย ต่อด้วย มรณัง สุขัง อรหัง สุขโต นะโม พุทธายะ คือเราไม่รู้เรื่องภาษาบาลีเลยน่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 22:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 800

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b40: อนุโมทนากับความตั้งอกตั้งใจ ของเจ้าของ กท. ครับ :b8: บทสวดขึ้นต้นของคาถาชินบัณชร ยังหาคำแปลไม่ได้เลย หาเจอเด่วจะมาตอบ :b39: :b39:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2009, 13:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 800

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b43: ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่รู้ว่าเพื่ออะไร"ปุตตะกาโม ละเภปุตตัง ธนะกาโม ละเภธะนัง
อัตถิกาเย กายะยายะ เทวานัง ปิยะยังสุตวา"
===>ท่องคาถา เพื่อให้สิ่งศักดิ์และเทพเทวาอวยพรให้เรามีลาภ มีกิน มีใช้ ไม่อดอยาก :b8:

"อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อรหังสุคโต นะโมพุทธยะ"

===>ท่องคาถา เพื่อให้สิ่งศักดิ์และเทพเทวาคุ้มครองชีวิตเราให้มีความสุข
ความเจริญ และนิรันตรายทั้งปวง :b39:
:b40:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2009, 19:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 689


 ข้อมูลส่วนตัว


ยะมาราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ อันนี้พอเข้าใจว่า หมายถึง ท้าวเวสสุวัณ ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ยักษ์และอมนุษย์
อิติปิโสภะคะวา เป็นคำกล่าวนำ คงไม่ต้องแปล หรือถ้าแปล ก็คงไม่ได้ใจความนัก คงจะเปรียบได้กับ... ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ประมาณนั้น
นโม พุทธายะ ก็น่าจะเป็นคำปิดท้าย ไม่จำเป็นต้องแปล คิดว่าน่าจะเปรียบได้กับ... ด้วยพระบารมี

มรณัง สุขัง อรหัง สุคโต อันนี้ยังกล้อมแกล้มไม่ออก :b23: :b23:

ที่สงสัยคือ แสดงว่าสมเด็จโต ท่านนับถือท้าวเวสสุวัณ ?


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2009, 21:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

อ้างคำพูด:
ที่สงสัยคือ แสดงว่าสมเด็จโต ท่านนับถือท้าวเวสสุวัณ ?


ผมคิดว่าสมเด็จโตท่านนับถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ

............ไม่ได้นับถือท้าวเวสสุวัณผู้เป็นยักษ์

แม้แต่ท่านท้าวเวสสุวัณผู้เป็นราชาแห่งยักษ์ก็ยังนับถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ

ท่านจะคอยมาช่วยปกปักรักษาพระพุทธเจ้าและพระสาวกให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายต่างๆ
ดังปรากฏในพระปริตรบทหนึ่ง คือ อาฏานาฏิยะปริตร หรือบทสวดภาณยักษ์ ที่นิยมสวดกันนั้น ว่ากันว่า ก็เป็นพระคาถาที่ท่านท้าวเวสสุวัณนำมาถวายให้พระพุทธเจ้า


แต่คำว่ายะมาราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ

ปรากฏในบทสวดตอนต้นนั้นท่านคงหมายถึงอัญเชิญท้าวเวสสุวัณ ผู้ซึ่งเป็นราชาแห่งยักษ์ทั้งปวงมาช่วยปกปักรักษาผู้สวดอันมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ย่อมหาใช่ว่าผู้นั้นนับถือท้าวเวสสุวัณ.............



นะโมพุทธายะ หมายถึงพระนามของพระพุทธเจ้า๕พระองค์โดยย่อ....

นะ...........คือพระนามของพระกุกกุสันโธ

โม...........คือพระนามของโมกาโรโคตะมะโน

พุท..........คือพระนามของพุทธ์กาโรกัสสะปพุทโธ

ธา...........คือพระนามของธากาโรโคตะโมพุทโธ

ยะ...........คือพระนามของยะกาโรอริยะเมตตรัยโย




อ้างคำพูด:
มรณัง สุขัง อรหัง สุคโต



การเกิดเป็นทุกข์อย่างยิ่ง การตายโดยไม่เกิดเป็นสุขอย่างยิ่ง
การตายโดยไม่เกิดคือต้องตายแบบปราศจากกิเลส แบบอรหัง จึงจะไปด้วยดี


อรหัง แปลโดยทั่วไปว่า พระอรหันต์
เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าและเป็นบทพุทธคุณบทหนึ่งในจำนวน 9 บท

อรหัง ท่านให้ความหมายไว้ 5 นัย คือ

นัยที่ 1 หมายความว่า ผู้ไกลจากกิเลส คือทรงละกิเลสได้หมดแล้ว

นัยที่ 2 หมายความว่า ผู้กำจัดอริได้แล้ว คือทรงกำจัดข้าศึกกิเลสได้แล้ว

นัยที่ 3 หมายความว่า ผู้หักซี่กำของวงล้อสังสารวัฏได้แล้ว ด้วยขวานคือพระญาณ

นัยที่ 4 หมายความว่า ผู้ควรแก่ปัจจัย 4 และการบูชาอันวิเศษทั้งหลาย

นัยที่ 5 หมายความว่า ผู้ไม่มีที่ลับ คือ ไม่มีที่ลับในการทำบาป


สุคโต

“เสด็จไปดีแล้ว” คือทรงมีทางเสด็จที่ดีงามอันได้แก่อริยมรรค, เสด็จไปสู่ที่ดีงามกล่าวคือพระนิพพาน,

เสด็จไปได้ด้วยดีโดยชอบ กล่าวคือ ทรงดำเนินรุดหน้าไม่หวนกลับคืนมาสู่กิเลสที่ทรงละได้แล้ว ทรงดำเนินสู่ผลสำเร็จไม่ถอยหลัง ไม่กลับตกจากฐานะที่ลุถึงทรงดำเนินในทางอันถูกต้องคือมัชฌิมาปฏิปทา ไม่เฉเชือนไปในทางผิดคือ กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยค เสด็จไปดี เสด็จที่ใดก็ทรงทำประโยชน์ให้แก่มหาชนในที่นั้น เสด็จไปโดยสวัสดีและนำให้เกิดความสวัสดี แม้แต่พบองคุลิมาลมหาโจรร้าย ก็ทรงกลับใจให้เขากลายเป็นคนดีไม่มีภัยเสด็จผ่านไปแล้วด้วยดี ได้ทรงบำเพ็ญพุทธกิจไว้บริบูรณ์ ประดิษฐานพระพุทธศาสนาไว้ เพื่อชาวโลก ให้เป็นเครื่องเผล็ดประโยชน์
แก่ประชาชนทั้งปวงผู้เกิดมาในภายหลัง, ทรงมีพระวาจาดี หรือตรัสโดยชอบ คือ ตรัสแต่คำจริงแท้ประกอบด้วยประโยชน์ ในกาลที่ควรตรัส และแก่บุคคลที่ควรตรัส (ข้อ ๔ ในพุทธคุณ ๙)



:b8:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 มี.ค. 2009, 22:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2009, 20:42
โพสต์: 689


 ข้อมูลส่วนตัว


อืม... เดี๋ยวค่อยคิดคำแปลรวมๆ :b6: :b6: :b6:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 800

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ยะมะราชาโน ===>อาจหมายถึงพญายมราช เทพเจ้าแห่งขุมนรก :b39:

ท้าวเวสสุวัณ ===>ท้าวเวสสุวัณ หรือ ท้าวกุเวร(ซึ่งถือกำเนิดเป็นยักษ์) เป็น1ใน4 ท้าวจตุโลกบาล หรือ ท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ อยู่ในสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง ที่เรียกว่า สวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา
ละเภ , ละเภธะนัง ===> ทรัพย์สมบัติ สิ่งมีค่าทั้งหลาย ในบทสวดอาจหมายถึงอริยทรัพย์

มรณังสุขัง =====> ตายจากโลกนี้ไปด้วยบรมสุข
อรหังสุคโต =====> หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ มีบรมสุขหรือสุคติเป็นที่ไป
:b42:

ท้าวเวสสุวัณ หรือ ท้าวกุเวร นั้น ศาสนาพราหมณ์ถือว่าเป็นเทพองค์เดียวกัน โดยที่ศาสนาพราหมณ์นั้นได้กล่าวถึงเทพผู้พิทักษ์รักษาโลกมนุษย์ หรือ ท้าวโลกบาลประจำทิศต่าง ๆ ด้วยกัน ๘ ทิศ คือ พระอินทร์ ประจำทิศบูรพา (ตะวันออก) พระเพลิง ประจำทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) พระยม ประจำทิศทักษิณ (ใต้) พระอาทิตย์ประจำทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้) พระพิรุณ ประจำทิศประจิม (ตะวันตก) พระพาย ประจำทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงใต้) พระจันทร์ ประจำทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) และ ท้าวกุเวร ประจำทิศอุดร (ทิศเหนือ) :b40: :b40:

ก่อนจะว่ากันต่อไปถึงประวัติความเป็นมาของท่านท้าวกุเวร ต้องมาตกลงทำความเข้าใจกันก่อนในเรื่องของลัทธิความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ และ ศาสนาพุทธ อย่างกรณีของเรื่องท้าวโลกบาลนั้น จะเห็นว่า พุทธศาสนาของเรานั้น กล่าวถึงท้าวโลกบาลเพียง ๔ ทิศ ที่เรียกว่า ท้าวจตุโลกบาล หรือ ท้าวจตุมหาราชทั้ง ๔ อันได้แก่ ท่านท้าวกุเวร เป็นโลกบาลประจำทิศอุดร (ทิศเหนือ) ดุจเดียวกับพราหมณ์ ท่านท้าวธตรฐ เป็นโลกบาลประจำทิศบูรพา (ตะวันออก) ต่างจากพราหมณ์ ที่ให้พระอินทร์ อยู่ในทิศนี้ ท่านท้าววิรุฬหก ประจำทิศทักษิณ (ใต้) ต่างจากพราหมณ์ ที่ให้พระยม ประจำทิศนี้ และท่านท้าววิรูปักษ์ ประจำทิศประจิม (ตะวันตก) ต่างจากพราหมณ์ที่ให้พระพิรุณ ประจำทิศนี้

ถ้าเราไม่แยกแยะในเรื่องของ ลัทธิความเชื่อของพราหมณ์กับพุทธออกจากกัน โดยเฉพาะในเรื่องของภพภูมิต่าง ๆ สวรรค์ ชั้นต่าง ๆ เราก็อาจจะสับสนปนเปกันวุ่นไปหมด อย่างพราหมณ์ที่เขาจัดให้พระอินทร์ เป็นท้าวจตุโลกบาลนั้น ด้วยเหตุที่พราหมณ์นั้น ไม่ได้มีการแบ่งแยกสวรรค์ชั้นต่าง ๆ ออกจากกันแม้กระทั่งจัดให้พระยม เทพเจ้าแห่งขุมนรก เป็นท้าวจตุโลกบาล ประจำทิศใต้ ก็ดุจเดียวกัน พราหมณ์นั้นไม่ได้แยกภพภูมิ เป็นไตรภูมิอย่างพุทธศาสนา ดังนั้น สวรรค์ของพราหมณ์ ก็คือ เทพเทวดาต่าง ๆ โดยทั่วไป แม้แต่พระพรหม ก็อยู่บนสวรรค์ โดยถือเป็นเทวดาที่มีศักดิ์สูงเป็นใหญ่กว่าเทวดาทั้งปวงเท่านั้น อย่างพระยมนั้น ท่านก็ให้เป็นเทวดา แต่ไปปกครองนรก หรือ ดินแดนที่มีแต่ความเสื่อมโทรม ทารุณโหดร้าย หรือ พระพิรุณ เทพเจ้าแห่งมหาสมุทร และสายฝน ก็ให้ไปปกครองเมืองบาดาล ถือเป็นเทพองค์หนึ่งที่ไม่ได้อยู่บนสรวงสวรรค์ :b40:

แต่ในทางพุทธศาสนานั้น แยกภพภูมิออกจากกันอย่างชัดเจน พระอินทร์ นั้น เป็นเทวราช หรือ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นที่สอง หรือ ดาวดึงส์ ย่อมอยู่เหนือกว่า หรือสูงศักดิ์กว่า ท่านท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ที่จัดให้เป็นใหญ่ในทิศต่าง ๆ ทั้งสี่ทิศ อยู่ในสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง ที่เรียกว่า สวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา โดยที่สวรรค์ชั้นนี้ นอกจากมีเทวดาชั้นต่ำ เช่น พระภูมิ เจ้าที่ รุกขเทวดา อากาศเทวดา ฯลฯ แล้ว ยังมีอมนุษย์ต่าง ๆ อยู่ในภพภูมินี้อีกหลายประเภท เช่น ยักษ์ ถือเป็นเทวดาพวกหนึ่ง ที่มีรูปร่างหน้าตาน่ากลัว ตาพองโต จมูกบาน มีเขี้ยวโง้ง ร่างกายใหญ่โต มีกระบอง เป็นอาวุธ บรรดายักษ์เหล่านี้ อยู่ในความดูแล หรือ ภายใต้การปกครองของท่านท้าวกุเวร หรือ ท่านท้าวเวสสุวัณ ซึ่งถือกำเนิดเป็นยักษ์เช่นกัน :b39:

นอกจากยักษ์แล้วยังมีพวก คนธรรพ์ ที่หลายท่านเข้าใจว่า เป็นพวกกึ่งมนุษย์กึ่งเทวดา มีหน้าที่ขับร้องฟ้อนรำ หรือมีความสามารถในด้านดนตรี แท้ที่จริงแล้ว ท่านไม่ได้เป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทวดาอย่างที่เข้าใจกัน เหมือนพวกกินนร (กึ่งนกกึ่งคน คือ ตัวเป็นคน มีท่อนล่างเป็นนก มีปีกแบบนก) หรือ พวกครุฑ (ที่เป็นพวกกึ่งนก กึ่งเทวดา) หรือ อมนุษย์อื่น ๆ แต่ท่านเป็นเทวดาชั้นต่ำ มีกายทิพย์ อิ่มทิพย์ เสวยสมบัติทิพย์ ดุจปวงเทพเทวดาทั่วไป มีความสามารถในด้านการขับร้อง ฟ้อนรำ เพียงแต่ไม่มีวิมานเป็นที่อยู่ของตนเอง จะอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ในขอบเขตของสวรรค์ชั้นที่หนึ่ง ทางด้านทิศตะวันออก ที่อยู่ในความปกครองดูแลของท่านท้าวธตรฐ ที่กำเนิดของท่านเป็นคนธรรพ์เช่นกัน ไม่ได้เป็นยักษ์อย่างที่บางตำราบอกเอาไว้
:b48:

ที่มา:
http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=898.0 :b40:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มี.ค. 2009, 10:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1360

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


รู้สึกว่ามันจะเป็นบทที่เจ้าประคุณสมเด็จโตท่านใช้เวลาให้พรแก่ญาติโยมนะครับ

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา

แปลตามใจความว่า ผู้ปรารถนาบุตร ขอให้ได้บุตรสมความปรารถนา ผู้ปรารถนาทรัพย์
จงได้ทรัพย์สมปรารถนา และขออัญเชิญเทวดาจงมาร่วมรับรู้อนุโมทนาให้เขาเหล่านั้น
จงสำเร็จตามความปรารถนาทุกประการ

ส่วนอีกท่อนที่เหลือ

อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ

ยังหาคำแปลไม่ได้

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.
รูปภาพ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร

ฟังธรรม.คอม ธรรมะดิลิเวอรี่ บุดเพจ backlink