วันเวลาปัจจุบัน 16 ธ.ค. 2019, 16:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2009, 14:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 18:07
โพสต์: 1


 ข้อมูลส่วนตัว


อยากสอบถามเรื่อง สังฆาทิเสสข้อแรก คือเพื่อนเพิ่งสึกออกมาครับ เพื่อนได้เล่าให้ผมฟังว่าระหว่างที่บวชเค้าได้เผลอเอามือไปถูๆ ที่อวัยวะเพศด้วยความคะนอง แล้วปรากฏว่ามีน้ำขาวใสคล้ายน้ำอสุจิเล็ดออกมานิดหน่อยเค้าไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใช่น้ำอสุจิหรือเปล่าเพราะขณะนั้นเค้ารู้สึกปวดปัสสาวะอยู่แล้วจึงไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำอะไรกันแน่ แต่เค้าได้เล่าให้พระภิกษุด้วยกันทราบเรื่องแล้วในวันนั้น และบอกกับพระรูปอื่นว่าเค้าทำไปด้วยความนึกสนุก แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน พระรูปอื่นก็แนะนำว่าหากกระทำโดยไม่เจตนาให้สำเร็จความใคร่ก็ไม่เป็นไร อีกทั้งไม่ได้ปกปิดเรื่องราวเอาไว้ก็ถือว่าไม่เป็นไร เค้าก็ไม่ได้อยู่แก้กรรมหรืออยู่ปริวาสกรรมแต่อย่างใด เค้าบอกว่าวัดที่เค้าบวชยังไม่มีจัด อีกทั้งตัวเค้าเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ว่าจริงๆ แล้วผิดหรือไม่ผิดอย่างไร จึงอยากสอบถามผู้รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดถือเป็๋นความผิดหรือไม่ ตัวผมเองฟังเพื่อนเล่ามาแบบงงๆ มากครับ ช่วยตอบให้หายข้อข้องใจหน่อยนะครับ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2009, 16:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


NoFear เขียน:
อยากสอบถามเรื่อง สังฆาทิเสสข้อแรก คือเพื่อนเพิ่งสึกออกมาครับ เพื่อนได้เล่าให้ผมฟังว่าระหว่างที่บวชเค้าได้เผลอเอามือไปถูๆ ที่อวัยวะเพศด้วยความคะนอง แล้วปรากฏว่ามีน้ำขาวใสคล้ายน้ำอสุจิเล็ดออกมานิดหน่อย.....จึงอยากสอบถามผู้รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดถือเป็๋นความผิดหรือไม่

คุณ NoFear น่าจะเข้าข่าย...ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ข้อ ๑
๑. ภิกษุแกล้งทำให้น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส.
แล้วนะคะ

:b8: ขอให้ศึกษาแนวทางจากกระทู้ข้างล่างนี้นะคะ
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ชัดเจน แจ่มแจ้ง ในเรื่อง สังฆาทิเสส


:b44: จาก...วินัยสงฆ์-อาบัติ-ปาราชิก-สังฆาทิเสส
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=22785

-------> (ปรับปรุงคำตอบใหม่ เมื่อวันที่ ๓/๑๐/๒๕๕๗)
อ้างอิงความเห็น...นายฏีกาน้อย, ท่าน denchai จากกระทู้ข้างล่างนี้

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=42469

อ้างคำพูด:
สึกอุปสมบทใหม่

[๕๐๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ไม่ได้ปิดบังไว้แล้วสึก
เธออุปสมบทใหม่ ไม่ปิดบังอาบัติเหล่านั้น พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น ฯ

[๕๐๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ไม่ได้ปิดบังไว้แล้วสึก
เธออุปสมบทใหม่ ปิดบังอาบัติเหล่านั้น

พึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้ครั้งหลัง แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น ฯ

[๕๑๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ปิดบังไว้แล้วสึก
เธออุปสมบทใหม่ ไม่ปิดบังอาบัติเหล่านั้น

พึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้ครั้งก่อน แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น ฯ

[๕๑๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ปิดบังไว้แล้วสึก
เธออุปสมบทใหม่ ปิดบังอาบัติเหล่านั้น

พึงให้ปริวาสในกองอาบัติตามที่ปิดบังไว้ครั้งก่อนและหลัง แล้วให้มานัตแก่ภิกษุนั้น ฯ

------------------------------------------------------
พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑
มานัตหนึ่งร้อย สึกอุปสมบทใหม่
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/v ... 655&Z=7210

กล่าวโดยสรุปได้ว่า...

การต้องอาบัติ “สังฆาทิเสส” ถ้าลาสิกขา (สึก) ไปเป็นคฤหัสถ์แล้วก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะอาบัติมีได้เฉพาะพระสงฆ์เท่านั้น ลาสิกขาไปเป็นคฤหัสถ์แล้วหามีอาบัติติดตัวไม่ อีกทั้งไม่มีผลปิดกั้นสวรรค์หรือมรรคผลนิพพานแต่อย่างใด สามารถสร้างบุญกุศลตามฐานะของตนก็บรรลุคุณธรรมชั้นสูงได้ แต่หากกลับมาบวชใหม่ หวนคืนสู่เพศบรรพชิตอีกครั้ง ก็จำเป็นที่จะต้องกระทำคืนหรือแก้ไขให้ถูกต้องตามพุทธบัญญัติ กล่าวคือ ต้องแก้ด้วยการขอมานัตอยู่ประพฤติวัตร หรือการอยู่กรรม (อยู่ปริวาสกรรม) อย่างใดอย่างหนึ่งใน ๔ กรณี
(ตามพระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ มานัตหนึ่งร้อย สึกอุปสมบทใหม่ ข้อ ๕๐๘-๕๑๑) เท่านั้น จึงจะพ้นจากอาบัติสังฆาทิเสสได้


การอยู่ปริวาสกรรม มีความสำคัญแก่พระภิกษุที่ท่านต้องอาบัติหนัก
คือ อาบัติสังฆาทิเสส เมื่อพระท่านต้องอาบัติเข้าแล้ว
จะแก้ด้วยการปลงอาบัติไม่ได้
แต่ต้องแก้ด้วยการอยู่กรรม (อยู่ปริวาสกรรม) เท่านั้น

ภิกษุที่ต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วปกปิดไว้ ถ้าปกปิดไว้จำนวนกี่วัน
ก็ต้องอยู่ปริวาสกรรมตามจำนวนวันที่ปกปิดไว้
และต้องอาศัยสงฆ์จึงจะพ้นจากอาบัติหนักได้


เช่น เมื่อต้องอาบัติแล้วไม่ยอมบอกกับเพื่อนพระภิกษุ
เวลาผ่านไป ๑ เดือนจึงเล่าให้เพื่อนพระฟังว่าตนต้องอาบัติ

ผู้ต้องอาบัติต้องกระทำตามวินัยกรรม
โดยขอการอยู่ปริวาสจากคณะสงฆ์
หลังจากนั้นก็อยู่ปริวาสประพฤติวัตร ๑ เดือน

เมื่อครบแล้ว ต้องขอมานัตอยู่ประพฤติวัตรอีก ๖ วัน ๖ คืน
แล้ว ขออัพพาน (การประกาศยุติโทษ) จากสงฆ์ จึงจะพ้นจากอาบัติหนักได้


หรืออาจจะเข้า สุทธันตปริวาส อยู่ปริวาสกรรมเพียง ๓ วัน ๓ คืน
เมื่อครบแล้ว ต้องขอมานัตอยู่ประพฤติวัตรอีก ๖ วัน ๖ คืน
แล้วขออัพพาน (การประกาศยุติโทษ) จากสงฆ์ จึงจะพ้นจากอาบัติหนักได้


การจะมีโอกาสได้บวชในบวรพระพุทธศาสนา ไม่ใช่จะเกิดขึ้นได้โดยง่าย
ดังนั้น เมื่อได้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว ควรตั้งจิตตั้งใจ ตั้งสติให้ดี
:b8: ขอให้การบวช (แม้จะบวชชั่วคราวก็ตาม) เป็นการบวชเรียน
บวชเพื่อรักษาพระศาสนา บวชเพื่อสืบต่ออายุพระศาสนา
บวชเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และบวชเพื่อปฏิบัติธรรม เจริญจิตตภาวนา


:b40: ศึกษาเพิ่มเติมจาก คัมภีร์จุลวรรค ภาค ๑
http://watparsi.com/pdf/Jullawatbook_part1.pdf

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2009, 16:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


วิเคราะห์สังฆาทิเสส...สังฆาทิเสส ต้องอาศัยสงฆ์จึงจะพ้นได้

พระวินัยปิฎก ปริวาร เล่ม ๘ - หน้าที่ ๖๐๖

วิเคราะห์สังฆาทิเสส

[๑,๐๓๖] คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า สังฆาทิเสส ดังนี้

ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส

ชักเข้าหาอาบัติเดิมให้มานัต อัพภาน เพราะเหตุนั้น

เราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า สังฆาทิเสส.

ก็ในบทว่า สงฺฆาทิเสโส เป็นอาทินี้ มีเนื้อความดังต่อไปนี้ :-

การออกจากอาบัตินั้นใด ของภิกษุผู้ต้องอาบัตินี้แล้วใคร่จะออก

สงฆ์อันภิกษุนั้นพึงปรารถนา ในกรรมเบื้องต้นแห่งการออกจากอาบัตินั้น

เพื่อประโยชน์แก่การให้ปริวาส และในกรรมที่เหลือจากกรรมเบื้องต้น

คือในท่ามกลาง เพื่อประโยชน์แก่การให้มานัต หรือเพื่อประโยชน์แก่การให้มานัต

กับมูลายปฏิกัสสนะ และในที่สุดเพื่อประโยชน์แก่อัพภาน. ก็ในกรรมทั้งหลาย

มีปริวาสกรรมเป็นต้นนี้ กรรมแม้อย่างหนึ่ง เว้นสงฆ์เสีย อันใครๆ ไม่อาจทำได้ ฉะนี้แล.

สงฆ์อันภิกษุพึงปรารถนาในกรรมเบื้องต้น และในกรรมที่เหลือแห่ง

กองอาบัตินั้น เหตุนั้น กองอาบัตินั้น ชื่อว่าสังฆาทิเสส.

-----------------------------------------------

ขอเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับ...การอยู่ปริวาสกรรม

สุทธันตปริวาส ปริวาสที่ภิกษุผู้ต้องการจะออกจากอาบัติสังฆาทิเสสอยู่ไปจนกว่าจะเห็นว่าบริสุทธิ์ หมายความว่า ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วปิดไว้หลายคราว จนจำจำนวนอาบัติและจำนวนวันที่ปิดไม่ได้ หรือจำได้แต่บางจำนวน ท่านให้ขอปริวาสประมวลจำนวนอาบัติและจำนวนวันที่ปิดเข้าด้วยกัน แล้วอยู่ใช้ไปจนกว่าจะเห็นว่าบริสุทธิ์ มี ๒ อย่างคือ จูฬสุทธันตปริวาส และมหาสุทธันตปริวาส

(๑) จูฬสุทธันตปริวาส สุทธันตปริวาสอย่างเล็ก

หมายความว่า ปริวาสที่ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายคราวด้วยกัน จำจำนวนอาบัติและวันที่ปิดได้บ้าง อยู่ปริวาสไปจนกว่าจะเห็นว่าบริสุทธิ์

(๒) มหาสุทธันตปริวาส สุทธันตปริวาสที่ภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายคราวด้วยกัน จนจำจำนวนอาบัติและจำนวนวันที่ไม่ได้เลย อยู่ปริวาสไปจนกว่าจะเห็นว่าบริสุทธิ์

โดยกะเอาตั้งแต่บวชมาถึงเวลาใดยังไม่เคยต้องสังฆาทิเสสเลย เป็นช่วงแรก แล้วถอยหลังจากปัจจุบันไปจนตลอดเวลาที่ไม่ได้ต้อง อีกช่วงหนึ่ง กำหนดเอาระหว่างช่วงทั้งสองนี้

:b40: วิธีขอปริวาสกรรมแบบสุทธันตปริวาส ศึกษาจากที่นี่ค่ะ
http://www.phuttha.com/%E0%B8%9E%E0%B8% ... 3%E0%B8%A1

และ http://vimuttisuk.com/main/monk/parivas.html

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 16:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 พ.ย. 2008, 20:43
โพสต์: 42


 ข้อมูลส่วนตัว


ต้องด้วยสงสัย :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร