วันเวลาปัจจุบัน 24 เม.ย. 2014, 20:59  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 38 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ธ.ค. 2008, 07:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 4983

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


-- ในการทำงานของขันธ์ ๕ นั้น เกิดจากผัสสะ เป็นการทำงานของอายตนะภายนอกกับภายใน ทำงานร่วมกัน มีหลายๆคนสงสัยในเรื่องการทำงานของขันธ์ ๕ แล้วมีบางคนบอกว่า ให้ไปศึกษาในอภิธรรม บางคนได้ไปศึกษาก็พยายามตีความการทำงานของขันธ์ ๕ ตามความหมายที่เรียงลำดับไว้ เช่น รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ บางคนก็เอาเรื่องการทำงานของขันธ์ ๕ ไปรวมๆกับปฏิจจสมุปบาท

-- เป็นความฉลาดของครูบาฯท่าน เพื่อใช้เป็นการสอบอารมณ์ของผู้ปฏิบัติว่าผ่านสภาวะนั้นแล้วจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงสัญญาวิปลาส เพราะตัวของผู้ปฏิบัติเองนั้น เมื่อปฏิบัติมาถึงตรงนี้แล้ว แทนที่จะคลายความยึดมั่นถือมั่นในตนนั้นลดน้อยลง กลับกลายเป็นว่า ยึดหนักมากกว่าเก่าเพราะสำคัญผิด เพราะมีสัญญาวิปลาสนั่นเอง

-- เรื่อง ขันธ์ ๕ นี้ มีมาก่อนที่จะมีโลกใบนี้ มีมาก่อนที่พระพุทธองค์จะทรงตรัสรู้ เมื่อพระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว ก็ทรงนำมาถ่ายทอดเป็นพระธรรมคำสอน

-- สรุปแล้ว ตามตำราที่เขียนไว้เกี่ยวกับขันธ์ ๕ นั้น ซึ่งประกอบไปด้วย

รูป

เวทนา

สัญญา

สังขาร

วิญญาณ

-- ในการทำงานของขันธ์ ๕ เวลาเราพูดถึงในแง่ของรูปธรรม ขันธ์ ๕ นั้น ทำงานเรียงตามลำดับที่เขียนไว้แบบนี้ จริงหรือไม่

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ธ.ค. 2008, 11:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1563

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


สวัสดีครับ :b8: ผมมาก่อนตอบก่อนเลยนะครับ :b16:


เริ่มจากผัสสะ 6 ------ วิญญาณ 6

แล้ววิญญาณเป็นศูนย์กลางตัวส่งผ่านไปยังขันธ์ทั้ง 4

วิญญาณ-----------สัญญา -
วิญญาณ-----------เวทนา
วิญญาณ-----------สังขาร
วิญญาณ-----------รูปขันธ์

กระบวนการจากวิญญาณส่งไปขันธ์ทั้ง 4 เร็วมากและเป็นการส่งไปและกลับ

เวทนา สัญญา สังขาร และรูปขันธ์สามารถสื่อกันได้ต้องผ่านวิญญาณหรือจิตก่อนเสมอ



ยกตัวอย่างข้างต้นครับ

ตาเห็นจิ้งจก......วิญญาณขันธ์รับรู้...ส่งไปสัญญาขันธ์จำได้ว่าคือจิ้งจก....เกิดเวทนาความรู้สึกกลัว

เวทนา .............ส่งกลับความรู้สึกกลัวนั้นมาให้มโนวิญญาณรู้ ......ส่งไปให้สัญญาจำอีก

สัญญา ............ส่งกลับมาให้มโนวิญญาอีกว่าเคยเห็นจิ้งจกแล้ว.....อาจส่งกลับไป

เวทนา..............รู้สึกกลัวน้อยลง.....ส่งมาหามโนวิญญารู้อีก......ส่งไปให้สังขารคิดวิเคราะห์

สังขารคิดหนี.............ส่งมามโนวิญญาอีกให้สั่งการไปที่.................รูปขันธ์รีบหนีจิ้งจก

รูปขันธ์...............ส่งกลับมาที่มโนวิญญาอีกรู้ว่าหนีพ้นหรือไม่......ส่งไปเวทนารู้สึกกลัวน้อยลง

เวทนา...................ส่งมาที่มโนวิญญาณรู้........ส่งไปสัญญาจำว่ากระทำเช่นนี้หนีพ้นหรือไม่

สัญญาจำ...............ส่งมาที่มโนวิญญาณรู้ว่าพ้นจิ้งจกแล้ว..........สังขารคิดระวังตัวไว้....ฯลฯ


จากตัวอย่างจะเห็นว่า จิตหรือมโนวิญญาเป็นผู้รู้ เป็นผู้สั่งการหรือเป็นแม่ทัพใหญ่

การทำงานของขันธ์ทั้ง 5 เมื่อมีผัสสะเกิดขึ้นจะทำงานเร็วมาก

จะส่งกลับไปมาอย่างเร็ว หลายชั้นลึกซึ้งมากกว่านี้ยิ่งนัก ไม่ง่ายเช่นที่ยกตัวอย่าง


ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องผ่านวิญญาณหรือมโนวิญญาณหรือ จิต เสมอ

ถ้าจะให้เรียงลำดับคร่าวๆได้คือ

ผัสสะ....วิญญาณ...(สัญญา....เวทนา....สังขาร).....รูปขันธ์

ในวงเล็บเพราะการส่งผ่านต้องผ่านวิญญาณหรือจิตเสมอ

รูปภาพ

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ธ.ค. 2008, 17:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 4983

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


ฌาณ เขียน:
สวัสดีครับ :b8: ผมมาก่อนตอบก่อนเลยนะครับ :b16:


เริ่มจากผัสสะ 6 ------ วิญญาณ 6

แล้ววิญญาณเป็นศูนย์กลางตัวส่งผ่านไปยังขันธ์ทั้ง 4

วิญญาณ-----------สัญญา -
วิญญาณ-----------เวทนา
วิญญาณ-----------สังขาร
วิญญาณ-----------รูปขันธ์

กระบวนการจากวิญญาณส่งไปขันธ์ทั้ง 4 เร็วมากและเป็นการส่งไปและกลับ

เวทนา สัญญา สังขาร และรูปขันธ์สามารถสื่อกันได้ต้องผ่านวิญญาณหรือจิตก่อนเสมอ



ยกตัวอย่างข้างต้นครับ

ตาเห็นจิ้งจก......วิญญาณขันธ์รับรู้...ส่งไปสัญญาขันธ์จำได้ว่าคือจิ้งจก....เกิดเวทนาความรู้สึกกลัว

เวทนา .............ส่งกลับความรู้สึกกลัวนั้นมาให้มโนวิญญาณรู้ ......ส่งไปให้สัญญาจำอีก

สัญญา ............ส่งกลับมาให้มโนวิญญาอีกว่าเคยเห็นจิ้งจกแล้ว.....อาจส่งกลับไป

เวทนา..............รู้สึกกลัวน้อยลง.....ส่งมาหามโนวิญญารู้อีก......ส่งไปให้สังขารคิดวิเคราะห์

สังขารคิดหนี.............ส่งมามโนวิญญาอีกให้สั่งการไปที่.................รูปขันธ์รีบหนีจิ้งจก

รูปขันธ์...............ส่งกลับมาที่มโนวิญญาอีกรู้ว่าหนีพ้นหรือไม่......ส่งไปเวทนารู้สึกกลัวน้อยลง

เวทนา...................ส่งมาที่มโนวิญญาณรู้........ส่งไปสัญญาจำว่ากระทำเช่นนี้หนีพ้นหรือไม่

สัญญาจำ...............ส่งมาที่มโนวิญญาณรู้ว่าพ้นจิ้งจกแล้ว..........สังขารคิดระวังตัวไว้....ฯลฯ


จากตัวอย่างจะเห็นว่า จิตหรือมโนวิญญาเป็นผู้รู้ เป็นผู้สั่งการหรือเป็นแม่ทัพใหญ่

การทำงานของขันธ์ทั้ง 5 เมื่อมีผัสสะเกิดขึ้นจะทำงานเร็วมาก

จะส่งกลับไปมาอย่างเร็ว หลายชั้นลึกซึ้งมากกว่านี้ยิ่งนัก ไม่ง่ายเช่นที่ยกตัวอย่าง


ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องผ่านวิญญาณหรือมโนวิญญาณหรือ จิต เสมอ

ถ้าจะให้เรียงลำดับคร่าวๆได้คือ

ผัสสะ....วิญญาณ...(สัญญา....เวทนา....สังขาร).....รูปขันธ์

ในวงเล็บเพราะการส่งผ่านต้องผ่านวิญญาณหรือจิตเสมอ

รูปภาพ



-- นี่คือแผนผังในการทำงานของขันธ์ ๕ ในรูปแบบความคิดของคุณฌาน

-- ท่านอื่นๆล่ะ มีแนวรูปแบบการทำงานของขันธ์ ๕ แบบไหนบ้าง ไม่ต้องกลัวว่าถูกหรือผิดค่ะ แบบว่าเปิดกว้างให้อิสระด้านความคิดค่ะ

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ธ.ค. 2008, 18:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3838

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


รูป วิญญาน เวทนา สัญญา สังขาร

ตาเห็นรูปเกิดวิญญานก่อน
จากนั้นจิตรับรู้วิญญาน จึงปรุงเจตสิกขึ้น มี 3 อย่างคือ เวทนา สัญญา สังขาร
อันนี้ตามที่คิดว่ามันเป้นตามจริง


แต่ผมก้ยังคิดตามตำรา มันเป็นลำดับที่ถูกต้องแล้ว
เพราะการที่เราจำได้หมายรู้ รูปนี้คือตัวหนังสือ จำเป้นมาก ว่าจะต้องผ่านสัญญาก่อน
สัญญาปรุงสังขาร

ดังนั้น วิญญานจึงเป้นลำดับสุดท้ายตามตำรา น่าจะถูกแล้ว


:b8: :b8: :b8:

.....................................................

อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ธ.ค. 2008, 18:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 4983

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


คามินธรรม เขียน:
รูป วิญญาน เวทนา สัญญา สังขาร

ตาเห็นรูปเกิดวิญญานก่อน
จากนั้นจิตรับรู้วิญญาน จึงปรุงเจตสิกขึ้น มี 3 อย่างคือ เวทนา สัญญา สังขาร
อันนี้ตามที่คิดว่ามันเป้นตามจริง


แต่ผมก้ยังคิดตามตำรา มันเป็นลำดับที่ถูกต้องแล้ว
เพราะการที่เราจำได้หมายรู้ รูปนี้คือตัวหนังสือ จำเป้นมาก ว่าจะต้องผ่านสัญญาก่อน
สัญญาปรุงสังขาร

ดังนั้น วิญญานจึงเป็นลำดับสุดท้ายตามตำรา น่าจะถูกแล้ว


:b8: :b8: :b8:


-- นี่ก็อีก 1 รูปแบบในการทำงานของขันธ์ ๕ โดยคุณคามินธรรม

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ธ.ค. 2008, 23:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 4983

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


-- สำหรับกระทู้นี้ คงต้องรอกลับมาจากวัดก่อนค่ะ หลังปีใหม่แล้ว คงได้สนทนากันต่อ ขอไปปรึกษาครูบาฯก่อนค่ะ ว่าสภาวะธรรมเรื่องเกี่ยวกับขันธ์ 5 นี้ ควรพูดหรือไม่ เพราะมันเป็นความลับของฟ้าค่ะ ( ล้อเล่นค่ะ เรื่องที่บอกว่า เป็นความลับของฟ้า แต่ที่บอกว่า ขอปรึกษาครูบาฯก่อน อันนี้เรื่องจริงค่ะ ) ก็ลองอ่านบทความนี้ดูสิคะ ของท่านพุทธทาสได้เคยบันทึกไว้ก่อนหรือหลัง

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=19858

-- เน้นเฉพาะตรงข้อความที่ท่านเขียนไว้ว่า
" ถึงแม้คำอธิบายที่เรียกกันว่า อภิธรรม ก็ตกอยู่ในลักษณะเพ้อพก เช่นเดียวกัน จนกระทั่ง เหลือความสามารถที่จะเข้าใจได้อย่างทั่วถืง หรือจะนำมาใช้ปฏิบัติให้สำเร็จประโยชน์ได้ "

-- ไม่ทราบว่าเป็นข้อห้ามของพระที่จะพูดหรือเปล่า ท่านถึงไม่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องขันธ์ 5 นี้ หรือ .... แล้วก็ .... หรือ .... แบบว่า .... ไม่รู้จริงๆว่าทำไมท่านถึงไม่อธิบายรายละเอียด

-- อันนี้คิดเองค่ะว่า หรือกลัวว่าจะเหมือนเรื่อง ญาณ 16 ที่มีบางสำนักเปิดสอนกันอยู่ ( อันนี้คิดเอาเองว่าน่าจะเป็นอะไร ประมาณนี้ )

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ธ.ค. 2008, 06:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3838

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


walaiporn เขียน:
เพราะมันเป็นความลับของฟ้าค่ะ ( ล้อเล่นค่ะ เรื่องที่บอกว่า เป็นความลับของฟ้า แต่ที่บอกว่า ขอปรึกษาครูบาฯก่อน อันนี้เรื่องจริงค่ะ )


- โล่ง-อก
เห็นสำนวนนี้ทีไร รู้สึกหวั่นใจคนแทนพูดจริงๆนะครับ
:b5: :b13:

.....................................................

อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ธ.ค. 2008, 07:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 4983

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b12:

ค่ะ ... เข้าใจค่ะ

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ธ.ค. 2008, 20:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2006, 20:52
โพสต์: 1211

ที่อยู่: http://mahalaph.spaces.live.com/

 ข้อมูลส่วนตัว


:b22: :b21: :b29:

.....................................................
สัพเพ สังขารา อนิจจา
สัพเพ ธรรมา อนัตตา...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2009, 12:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 4983

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: นำบุญมาฝากกับทุกๆท่านค่ะ

บุญใดกุศลใดที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว ขอบุญนั้นกุศลนั้นจงสำเร็จแด่ท่านทั้งหลาย ขอให้ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติ ได้เกิดปัญญาญาณ ได้บรรลุมรรคผล ล่วงพ้นบ่วงมาร เห็นแจ้งในพระนิพพาน ทุกรูป ทุกนาม เทอญ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2009, 13:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 4983

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


-- คงจะได้สนทนากันแค่ตรงนี้ เพียงมาบอกให้รู้ว่า ครูบาฯท่านบอกว่า การสนทนานั้น ถ้าเป็นการสนทนาเพื่อความรู้ สนทนาได้ แต่การสนทนานั้นถ้านำมาถกกัน ไม่ควรสนทนา

-- อันนี้ก็เห็นด้วยกับครูบาฯท่าน ( อันนี้คิดเองว่า คนเราส่วนมากก็ชอบอวดดี อวดรู้ ตามกิเลสมากน้อยของแต่ละคน สุดแต่ว่าใครจะยอมรับความจริงได้มากกว่ากันหรือยังหลอกตัวเองไปวันๆ ) เราเข้ามาที่นี้ส่วนมากก็สนองกิเลสของตัวเอง บ้างก็มาเพื่อจะโอ้อวด บ้างก็มาเพื่อศึกษา บ้างก็มาหาอรหันต์กูเกิ้ล เพื่อตรวจสอบสภาวะที่ตัวเองได้พบเจอนั้นคืออะไร เลยได้เป็นโสดากูเกิ้ล ไปเป็นแถวๆ อันนี้ก็ขอกระเซ้าเย้าแหย่กันคงไม่ว่ากันนะ เพราะเดี๋ยวนี้เห็นผู้แสดงตนเป็นโสดากูเกิ้ลให้เกลื่อนกลาด ติดนิมิตก็ยังไม่รู้ตัว เห็นนิมิตนั้นๆ ไปยึดเอาเป็นตัวเป็นตน เอาน่ะ ... วิบากกรรม เหตุมี ผลย่อมมี ยังไงก็เป็นกุสลของแต่ละคน ถึงจะเป็นอรหันต์กูเกิ้ล หรือ โสดากูเกิ้ลก็ตาม

-- มาเข้าเรื่องการทำงานของขันธ์ 5 ว่าต้องเรียงไปตามลำดับอย่างที่เขียนไว้หรือไม่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์

ขันธ์ 5 นั้นเกิดจากผัสสะ เป็นการทำงานของอายตนะภายนอกและภายในที่กระทบกัน ทำงานกันเป็นคู่ เพราะคำว่าคู่นี่แหละทำให้คนเอาไปยึดเป็นรูปแบบ ว่ามีแค่นี้ ดูตัวอย่างที่กล่าวว่าเป็นคู่
-- รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ คู่กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรียงลำดับของการจับคู่
-- วิญญาณขันธ์ บ้างก็ว่า คือ ตัววิญญาณที่เชื่อมระหว่าง
รูป คู่กับ จักขุวิญญาณ
เสียง คู่กับ โสตวิญญาณ
กลิ่น คู่กับ ฆนวิญญาณ
รส คู่กับ ชิวหาวิญญาณ
โผฏฐัพพะ คู่กับ กาย
ธรรมารมณ์ คู่กับ ใจ

ลองอ่านดู http://www.middleway.th.gs/web-m/iddleway/kun5.html

-- ส่วนมากจะเข้าใจว่าวิญญาณขันธ์ หมายถึงวิญญาณเป็นตัวเชื่อม จริงๆแล้ว วิญญาณขันธ์ นั้นคือ จิต ส่วนวิญญาณที่เป็นตัวเชื่อมคือ วิญญาณธาตุ หมายถึง ธาตุรู้

-- พอดีคำถามที่ถามกับครูบาฯนั้น ไม่ได้ถามจนหมด ถามแค่พอเป็นพื้นฐาน เช่น เมื่อเรามองเห็น หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นชิมรส ผัสสะกับกาย สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้น การทำงานของขนัธ์ 5 อันดับแรกคือ รูปขันธ์ ต่อมา เป็นรูปรมณ์ คือความรู้สึกทางอายตนะที่ถูกกะทบ วิญญาณธาตุเป็นตัวรู้ เป็นตัวเชื่อมระหว่างการกระทบของอายตนะภายนอกกับภายในที่กระทบกัน ส่วน เวทนา สัญญา สังขาร จะทำงานก่อนหรือหลังก็แล้วแต่สถานะการณ์ที่เกิด ไม่จำเป็นต้องเรียงกัน ตัวอย่างเช่น เรานอนหลับอยู่ ปิดไฟมืดสนิท แล้วได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้น เราก็คิดไปต่างๆนาๆ อาจจะคิดว่าเป็นผีหรือเป็นอะไรก็ได้ ทั้งๆที่ไม่มองไม่เห็น นี่ ... สังขารทำงานแล้ว เห็นไหม ไม่จำเป็นต้องมีเวทนา สัญญามาก่อน

-- หลวงพ่อพุทธทาสท่านถึงบอกไง คนเราชอบนำขันธ์ 5 มาหากิน

-- บางคนก็โยงประโยคให้ยุ่งยาก ให้วุ่นวาย ทั้งๆมันมีแค่สั้นๆนิดเดียว ( อันนี้คิดเองว่า ถ้าเขียนสั้นๆคงนำไปหากินไม่ได้น่ะสิ จิตนาการทั้งนั้น ไหลไปตามความคิด )

-- จริงๆแล้ว ตัวดิฉันเองไม่ค่อยสนใจในความหมายของการสื่อแบบนี้ คือมองว่า มันไม่ได้ช่วยให้เราพ้นทุกข์ สู้เราปฏิบัติไม่ได้ รู้ครั้งเดียว จบเลย แต่ก็อาจจะไปขัดกับคนที่ศึกษา คนที่ยึดติดในรูปแบบมาตรฐานที่ตัวเองตั้งไว้ แบบว่ายึดแบบผิดๆ เลยไปตะแบงกับผู้อื่นแบบผิดๆ

-- สรุปคือ ใครถนัดแบบไหนก็ทำไป แต่อย่าไปนำเรื่องขันธ์ 5 มาเขียนหากินหรือเพื่อสร้างความเชื่อถือแก่ผู้อื่นเลย คนที่เข้าใจ ที่เขารู้ เขาก็มองแบบขำๆ เขาอาจจะพูดหรือไม่พูดก็ได้ วิบากกรรมของใครของมัน ใครทำยังไงก็รับกันเอง

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2009, 13:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 13186

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีปีใหม่ครับ คุณวลัยพร ไปวัดไหนมาครับ

อ้างคำพูด:
นำบุญมาฝากกับทุกๆท่านค่ะ


กรัชกายน่าจะเป็นหนึ่งในนั้น สาธุ :b8: ครับ :b12:

.....................................................
http://group.wunjun.com/whatisnippana or http://group.wunjun.com/meditation


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ม.ค. 2009, 11:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนากับบุญที่นำมาฝากครับ :b8:

ขอร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะด้วยคนครับ
ขันธ์ 5 เป็นกลไกหนึ่งในปฏิจสมุปบาท เกิดขึ้นเป็น รูป-นาม ก่อนแล้วจึงพัฒนามาเป็นขันธ์ 5 ทีนี้ถามว่ากระบวนการทำงานเป็นอย่างไร เรียงตามลำดับตามตำรารึป่าว......ลองพิจารณาดูดูหน่อยครับ

เริ่มต้นจาก รูป หมายถึง การกระทบกันของอายตนะภายในและภายนอก(สะฬายตนะ +ผัสสะ ในปฏิจสมุปบาท) เกิดปฏิกริยาจากการกระทบกันขึ้นเรียกว่า เวทนา หมายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ฯ จากนั้นสัญญา หมายถึง ความจำได้หมายรู้ ก็บันทึกความรู้สึกนั้นไว้ แล้วสังขาร หมายถึงความคิดปรุงแต่ง ก็ทำหน้าที่แบ่งแยกเวทนาออกเป็น สุข ทุกข์ เฉยๆ (เวทนาขันธ์+สัญญา+สังขารขันธ์ = เวทนาในปฏิจสมุปบาท)หลังจากแยกประเภทของเวทนาแล้วก็ส่งต่อไปยังวิญญาณขันธ์ ๆ ก็ส่งกลับไปวิญญาณแรก(วิญญาณในปฏิจสมุปบาท)...เป็นอันว่าครบ 1 รอบการทำงานของขันธ์ 5 เรียงตามขั้นตอนออกมาก็จะได้ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตามตำราจริงๆด้วย :b12: :b12:

สรุปได้ว่า ขันธ์ 5 นั้นเป็นกระบวนการในการสร้าง สะฬายตนะ ผัสสะ และเวทนา ในปฏิจสมุปบาท

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2009, 06:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 4983

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


walaiporn เขียน:
-- คงจะได้สนทนากันแค่ตรงนี้ เพียงมาบอกให้รู้ว่า ครูบาฯท่านบอกว่า การสนทนานั้น ถ้าเป็นการสนทนาเพื่อความรู้ สนทนาได้ แต่การสนทนานั้นถ้านำมาถกกัน ไม่ควรสนทนา

-- อันนี้ก็เห็นด้วยกับครูบาฯท่าน ( อันนี้คิดเองว่า คนเราส่วนมากก็ชอบอวดดี อวดรู้ ตามกิเลสมากน้อยของแต่ละคน สุดแต่ว่าใครจะยอมรับความจริงได้มากกว่ากันหรือยังหลอกตัวเองไปวันๆ ) เราเข้ามาที่นี้ส่วนมากก็สนองกิเลสของตัวเอง บ้างก็มาเพื่อจะโอ้อวด บ้างก็มาเพื่อศึกษา บ้างก็มาหาอรหันต์กูเกิ้ล เพื่อตรวจสอบสภาวะที่ตัวเองได้พบเจอนั้นคืออะไร เลยได้เป็นโสดากูเกิ้ล ไปเป็นแถวๆ อันนี้ก็ขอกระเซ้าเย้าแหย่กันคงไม่ว่ากันนะ เพราะเดี๋ยวนี้เห็นผู้แสดงตนเป็นโสดากูเกิ้ลให้เกลื่อนกลาด ติดนิมิตก็ยังไม่รู้ตัว เห็นนิมิตนั้นๆ ไปยึดเอาเป็นตัวเป็นตน เอาน่ะ ... วิบากกรรม เหตุมี ผลย่อมมี ยังไงก็เป็นกุสลของแต่ละคน ถึงจะเป็นอรหันต์กูเกิ้ล หรือ โสดากูเกิ้ลก็ตาม

-- มาเข้าเรื่องการทำงานของขันธ์ 5 ว่าต้องเรียงไปตามลำดับอย่างที่เขียนไว้หรือไม่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์

ขันธ์ 5 นั้นเกิดจากผัสสะ เป็นการทำงานของอายตนะภายนอกและภายในที่กระทบกัน ทำงานกันเป็นคู่ เพราะคำว่าคู่นี่แหละทำให้คนเอาไปยึดเป็นรูปแบบ ว่ามีแค่นี้ ดูตัวอย่างที่กล่าวว่าเป็นคู่
-- รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ คู่กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เรียงลำดับของการจับคู่
-- วิญญาณขันธ์ บ้างก็ว่า คือ ตัววิญญาณที่เชื่อมระหว่าง
รูป คู่กับ จักขุวิญญาณ
เสียง คู่กับ โสตวิญญาณ
กลิ่น คู่กับ ฆนวิญญาณ
รส คู่กับ ชิวหาวิญญาณ
โผฏฐัพพะ คู่กับ กาย
ธรรมารมณ์ คู่กับ ใจ

ลองอ่านดู http://www.middleway.th.gs/web-m/iddleway/kun5.html

-- ส่วนมากจะเข้าใจว่าวิญญาณขันธ์ หมายถึงวิญญาณเป็นตัวเชื่อม จริงๆแล้ว วิญญาณขันธ์ นั้นคือ จิต ส่วนวิญญาณที่เป็นตัวเชื่อมคือ วิญญาณธาตุ หมายถึง ธาตุรู้

-- พอดีคำถามที่ถามกับครูบาฯนั้น ไม่ได้ถามจนหมด ถามแค่พอเป็นพื้นฐาน เช่น เมื่อเรามองเห็น หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นชิมรส ผัสสะกับกาย สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้น การทำงานของขนัธ์ 5 อันดับแรกคือ รูปขันธ์ ต่อมา เป็นรูปรมณ์ คือความรู้สึกทางอายตนะที่ถูกกะทบ วิญญาณธาตุเป็นตัวรู้ เป็นตัวเชื่อมระหว่างการกระทบของอายตนะภายนอกกับภายในที่กระทบกัน ส่วน เวทนา สัญญา สังขาร จะทำงานก่อนหรือหลังก็แล้วแต่สถานะการณ์ที่เกิด ไม่จำเป็นต้องเรียงกัน ตัวอย่างเช่น เรานอนหลับอยู่ ปิดไฟมืดสนิท แล้วได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้น เราก็คิดไปต่างๆนาๆ อาจจะคิดว่าเป็นผีหรือเป็นอะไรก็ได้ ทั้งๆที่ไม่มองไม่เห็น นี่ ... สังขารทำงานแล้ว เห็นไหม ไม่จำเป็นต้องมีเวทนา สัญญามาก่อน

-- หลวงพ่อพุทธทาสท่านถึงบอกไง คนเราชอบนำขันธ์ 5 มาหากิน

-- บางคนก็โยงประโยคให้ยุ่งยาก ให้วุ่นวาย ทั้งๆมันมีแค่สั้นๆนิดเดียว ( อันนี้คิดเองว่า ถ้าเขียนสั้นๆคงนำไปหากินไม่ได้น่ะสิ จิตนาการทั้งนั้น ไหลไปตามความคิด )

-- จริงๆแล้ว ตัวดิฉันเองไม่ค่อยสนใจในความหมายของการสื่อแบบนี้ คือมองว่า มันไม่ได้ช่วยให้เราพ้นทุกข์ สู้เราปฏิบัติไม่ได้ รู้ครั้งเดียว จบเลย แต่ก็อาจจะไปขัดกับคนที่ศึกษา คนที่ยึดติดในรูปแบบมาตรฐานที่ตัวเองตั้งไว้ แบบว่ายึดแบบผิดๆ เลยไปตะแบงกับผู้อื่นแบบผิดๆ

-- สรุปคือ ใครถนัดแบบไหนก็ทำไป แต่อย่าไปนำเรื่องขันธ์ 5 มาเขียนหากินหรือเพื่อสร้างความเชื่อถือแก่ผู้อื่นเลย คนที่เข้าใจ ที่เขารู้ เขาก็มองแบบขำๆ เขาอาจจะพูดหรือไม่พูดก็ได้ วิบากกรรมของใครของมัน ใครทำยังไงก็รับกันเอง



คุณ natdanai
-- อ่านตรงนี้แล้วหรือยังคะ แล้วตัวอย่างที่ยกมาให้อ่าน ไม่ทราบว่าคุณคิดอย่างไรบ้างคะ หรือยังเชื่อในตำราเหมือนเดิม " ตัวอย่างเช่น เรานอนหลับอยู่ ปิดไฟมืดสนิท แล้วได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้น เราก็คิดไปต่างๆนาๆ อาจจะคิดว่าเป็นผีหรือเป็นอะไรก็ได้ ทั้งๆที่ไม่มองไม่เห็น นี่ ... สังขารทำงานแล้ว เห็นไหม ไม่จำเป็นต้องมีเวทนา สัญญามาก่อน "

-- ตามตำราที่มีไว้ ถามครูบาฯแล้ว ท่านก็ยิ้มๆไม่ตอบอะไร ก็เลยไม่ได้ถามต่อว่าทำไมหรืออย่างไร ถ้าท่านต้องการให้รู้ท่านก็จะตอบหรืออาจจะเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ท่านเน้นปฏิบัติแนวเจริญสติปัฏฐาน 4 มากกว่าทางอื่น กับสิ่งที่ครูบาฯบอกมานั้น ใช่ว่าดิฉันจะเชื่อ 100 % เพียงแต่ไม่คิดคัดค้านท่าน เพราะตัวอย่างที่ท่านยกมาให้ฟัง มันก็บ่งบอกชัดๆอยู่แล้วว่า ในกระบวนการทำงานของขันธ์ ๕ นั้น ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับกัน มันแล้วแต่สถานะการณ์ที่เกิดขึ้น

-- ถ้าใครสนใจทั้งแนวทางปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 พร้อมทั้งได้รู้เกี่ยวกับความรู้ที่มีในพระไตรปิฎกพร้อมทั้งอภิธรรมด้วย ก็ลองไปที่วัดนาค บางปะหัน อยุธยาค่ะ ระดับแรกเกี่ยวกับสติปัฏฐาน 4 พระครูภาวนานุกุล จะเป็นผู้ดูแลและตอบคำถามต่างๆตรงนี้ แต่ถ้าเกี่ยวกับพระไตรปิฎกหรืออภิธรรม พระอาจารย์ปรีชา ท่านเป็นผู้ตอบคำถามตรงนี้ ทั้งแนวทางการปฏิบัติด้วยค่ะ อย่าลืมนะคะว่าสภาวะธรรมมีหลายระดับเราจำเป็นต้องมีครูบาฯ ไม่งั้นจะกลายเป็นสัญญาวิปลาสไป คือ เข้าใจว่า บัญญัติเป็นปรมัตถ์ ปรมัตถ์เป็นบัญญัติ ของปลอมกลายเป็นของจริง ของจริงกลายเป็นของปลอม สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก สิ่งที่ถูกกลายเป็นผิด แล้วทำให้มีสติวิปลาส คือ สติสำคัญผิดไปตามสัญญา ทำให้การกำหนดอาการ ตลอดจนความรู้สึกคลาดเคลื่อนหรือแปรปรวนไปจากสภาพความเป็นจริง

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2009, 10:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
คุณ natdanai
-- อ่านตรงนี้แล้วหรือยังคะ แล้วตัวอย่างที่ยกมาให้อ่าน ไม่ทราบว่าคุณคิดอย่างไรบ้างคะ หรือยังเชื่อในตำราเหมือนเดิม " ตัวอย่างเช่น เรานอนหลับอยู่ ปิดไฟมืดสนิท แล้วได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้น เราก็คิดไปต่างๆนาๆ อาจจะคิดว่าเป็นผีหรือเป็นอะไรก็ได้ ทั้งๆที่ไม่มองไม่เห็น นี่ ... สังขารทำงานแล้ว เห็นไหม ไม่จำเป็นต้องมีเวทนา สัญญามาก่อน "


ขันธ์ 5 กระผมตอบไว้ว่ามันพัฒนาขึ้นจาก รูป นาม คำว่ารูปมิได้หมายเฉพาะสิ่งที่ตาเห็น หากแต่หมายถึงรูปธรรมต่างๆ วัตถุที่มองเห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่ได้ดม รสที่ได้ชิม สัมผัสที่ได้รับ รวมถึงธรรมารมณ์ที่เกิดขึ้นกับใจ ล้วนเรียกว่ารูป ส่วนตัวรู้อันหมายถึงวิญญาณขันธ์ และตัวคิดอันหมายถึงสังขารขันธ์ เป็นนาม

จากตัวอย่างที่ท่านยกมา
เราอยู่ในที่มืดสนิทแล้วได้ยินเสียง.....เอาตรงนี้รูปคือเสียง เวทนาคือได้ยิน
เสียงกุกกัก....นี่ไงครับสัญญา
เราก็คิดไปต่างๆนาๆ.....สังขารทำงาน โดยมีสัญญาคอยสนับสนุน(คิดจากสัญญาที่มีอยู่)
แล้ววิญญาณขันธ์ก็รับรู้ตามความคิดของสังขาร

นี่เราเอาเฉพาะในส่วนของขันธ์5 (นามรูป)นะครับ เพราะกระผมบอกแล้วว่ามันเป็นกลไกหนึ่งในวงจรของปฏิจสมุปบาท เพราะถ้าจะคลุมถึงปฏิจสมุปบาทด้วยมันยาวครับ....

ลองแลกเปลี่ยนกันนะครับ นี่ก็เป็นเฉพาะความเห็นจากการพิจารณาของกระผมเท่านั้น ไม่ได้มีเอกสารหรือตำราใดมาอ้างอิง

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 38 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร

ฟังธรรม.คอม ธรรมะดิลิเวอรี่ บุดเพจ backlink