วันเวลาปัจจุบัน 27 พ.ย. 2020, 04:03  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 43 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2008, 14:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ย. 2008, 14:22
โพสต์: 1


 ข้อมูลส่วนตัว


:b44: นรก สวรรค์ ของไทยพุทธ แตกต่างกับ นรก สวรรค์ ของชาวต่างประเทศ อย่างไรครับ :b17: :b17:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2008, 14:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ย. 2008, 14:07
โพสต์: 13


 ข้อมูลส่วนตัว


เหมือนกันครับ
พักหลังๆ เขามีคนมีพลังจิตจากทางยุโรป ถอดจิตไปดูสวรรค์ นรก
แล้วอธิบายมาตรงกับของพุทธครับ
มีข้อมูลในเน็ตพอจะหาได้อยู่ครับ
เขาบอกว่านางฟ้ามีชฎา แล้วแต่งชุดออกไทยๆ
ประมาณนี้ครับ
ตายแล้วไปที่เดียวกันแหละครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ย. 2008, 12:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 810

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b44: เหมือนกันครับไม่ว่าชาติไหนๆ หรือศาสนาใดๆ จะมี 3 โลกคือ นรก สวรรค์ และโลกมนุษย์(ส่วนป่าหิมพานต์และเมืองบาดาลก็รวมในโลกมนุษย์ครับ) :b39: :b42: แต่ผมยังไม่เคยเห็นหรอก :b44:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ย. 2008, 14:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ย. 2008, 14:42
โพสต์: 121


 ข้อมูลส่วนตัว


:b42: ทุกศาสนาเขาก็สอนเหมือนกันหมดนั้นล่ะค่ะ "ให้เป็นคนดี" :b8: แต่ก็อยู่ที่คนเขาจะปฏิบัติกันเองจะดีหรือไม่ดีตัวเราเองก็น่าจะรู้น่ะค่ะ :b32: :b41:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ย. 2008, 03:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นคำถามยอดฮิตของคนปัญญาชนสมัยนี้


ถ้านรกสวรรค์ของคนนั้น "เป็นความจริง"
ถ้าเป็นความจริงแล้ว มันต้องเหมือนกัน

ทำไมนรกสวรรค์ของฝรั่งเป็นปุยเมฆขาวๆ มีแสงทอง เทวดาเป็นคอเคเชี่ยน
ของไทยทำไมใส่ชฏา มีทับทรวง แต่งแบบอารยธรรมไทย


ถ้าสวรรค์นรกของไทยมีจริงก่อนจะมีอารยธรรมอินเดียแผ่มา
ดังนั้น นรกของไทยยุคนั้น ก้ต้องไม่มีมีชฏาสิ
ชฏามันของอินเดีย คนเรานี่แหละทำขึ้นเอง ของฮินดูด้วยซ้ำไป
ทำไมนรกสวรรค์ของไทยถึงมามีชฏาเอาตอนมีอารยธรรมอนเดียแผ่มา
ทั้งๆที่ชฏานี่เป็นที่คนทำขึ้น


------------------------------------
คำถามลักษณะนี้เป็นคำถามแบบปรัชญา เป้นระบบเหตุผล
หากไม่สมเหตุสมผล ทางปรัชญาเขาถือว่าเป้นเท็จ
ไม่ใช่ความจริง


ทางพุทธก็ถือว่า อะไรก้ตาม ที่เป็นสัจจะธรรมนั้น
มันจะต้องจริงทุกที่ ทุกเวลา ไม่มีเท็จ
เช่นความตายเป้นสัจจะธรรม
ไม่ว่าจะยุคไหน สมัยไหน ความตาบหรือความดับของสรรพสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดอยู่แล้ว
เกิดทั้งฝรั่ง ไทย จีน
ไม่ว่าจะยุคเป้นลิง หรือยุคเป้นคน หรืออีกหมื่นปีข้างหน้า
ความดับของสรรพสิ่ง เป้นจริงตลอดเวลา

ถ้าเอานรกสวรรค์
มาเทียบกับเรื่องความตายเป้นสัจจะธรรม
จะพบว่า นรกสวรรค์นั้นไม่ใช่สัจจะธรรมเลย

แต่ปัญหาของเรื่องนรกสวรรค์ ไม่ใช่ว่าอะไรเท็จ อะไรจริง
เป้นเืรื่อง .."มีความสามารถจะรู้ - ไม่มีความสามารถจะรู้"

พระพุทธเจ้าท่านไปได้สามโลก เคยไปสวรรค์โปรดพระมารดามาแล้ว (เขาเล่าว่างั้น)
อันนี้ผมชักไม่เชื่อ

แต่พอได้ทราบค่อนข้างแน่ชัดว่า มีพระเถระที่สามารถอ่านใจคนได้จริงๆ
อันนี้ไม่เชื่อก้ต้องเชื่อ เหนือเหตุผลจริงๆ


ลำพังเรื่องเล็กๆของพระเถระ ลูกศิษย์พระพุทธเจ้า
มันก็มากล้นเกินปัญญาของวิทยาศาสตร์หรือปรัชญาจะเข้าใจ
จึงไม่ต้องพูดถึงว่าพระพุทธเจ้าจะมีอะไรแปลกๆกว่าการอ่านใจคน
ท่านมีอะไรพิศดารกว่านั้นมากมาย

แล้วถ้าเราได้ศึกษาระบบความคิดความรู้ของพระพุทธเจ้าแบบกรองเอาอภินิหารออกไป
เอาแต่ปรัชญาล้วนๆ หรือวิทยาศาสตรืล้วนๆ
เราก้จะพบว่า ท่านฉลาดเหลือเชื่อจริงๆ ไม่อยากจะคิดมุษย์ยุค 2500 ปีที่แล้ว
จะมีความคิดได้ขนาดนี้ และปัจจุบันนี้ ยังไม่มีใครคิดไปมากและลึกซึ้งอย่างท่าน

เช่นซิกมันด์ ฟรอยส์ บอกว่า s/e/x คือมุลเหตุของมนุษย์ที่บันดาลให้ทำสิ่งต่างๆ
แต่พระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่า ตันหา
s/e/x มันเล็กกว่าตันหา เป้นชื่อหนึ่ง ภาคหนึ่งประเภทหนึ่งของตันหา

พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ตันหาความอยากคือเชื้อแห่งทุกข์
และสร้างวงจรปฏิจจสมุปบาทขึ้นมา ซึ่งอัศจรรย์มากๆ

มีปรากฏการณ์หลายอย่างในความรู้ของพระพุทธศาสนา
ที่วิทยาศาสตร์หรือระบบเหตุผลไม่สามารถอธิบายได้


และถ้าจะมองพระพุทธเจ้าในแบบมนุษย์ธรรมดา ท่านเกินมนุษย์จริงๆ
หรือถ้าจะมองในแบบวิทยาศาสตร์ มีใครกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ใดอธิบายได้หรือไม่ว่า
ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าอ่านใจคนได้อย่างไร

หรือแม้แต่คำถามง่ายๆว่า จิต คืออะไร
วิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถอธิบายได้ เพราะจิตไม่กินที่ ไม่กินเวลา ไม่เป้นวัตถุ
ไม่เป้นทั้งพลังงาน วัดพลังงานไม่ได้
ไม่เป็นทั้งสสาร ไม่เป้นทั้งพลังงาน

หรืออย่างง่ายเช่น ความรัก ความสุข นี่ก็ไม่มีวิทยาศาสตร์รองรับ
ไม่มีวิทยาศาสตร์อธิยายได้อย่างเด็ดขาดเหมือนเอาหนึ่งบวกหนึ่ง
มันไม่มีตัว ไม่มีน้ำหนัก ไม่มี กxยxส
ไม่เป็นทั้งพลังงาน ไม่เป็นทั้งสสาร


คุณสมบัติของจิต ความรัก ความสุข ความทุกข์ ความเกลีด ความโลภ เป้นอย่างไร วิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถอธิบายได้
เพราะโลกของวิทยาศาสตร์ ไม่มีคำว่านาม มีแต่คำว่ารูป
อะไรที่ไม่ใช่สสารหรือพลังงาน ไม่อยู่ในขอบเขตของวิทยาศาสตร์
ความรู้แบบพระพุทธเจ้าจึง -- มากกว่า -- วิทยาศาสตร์
ใช้วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ทั้งหมด


หรือถ้ามองในแง่ปรัชญานั้น
ผมก็ได้อธิบายเรื่องนรกสวรรค์แล้วว่า ใช้ระบบเหตุผลในการหาความจริงไม่ได้เลย
เหมือนปลากับเต่าคุยกัน
คนทำได้ เห็นได้ เขาก็เห็นจริงๆ
คนทำไม่ได้ เห็นไม่ได้ เขาก้มีสิทธิไม่เชื่อ


เหมือนเราขายอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วเราบอกว่ามันทำอย่างนั้นได้ อย่างนี้ได้
คนซื้อเขาก็ลังเล ไม่กล้าซื้อ เพราะฟังแล้วไม่อยากเชื่อว่าทำได้จริง
ทั้งๆที่คนขายเขาพูดความจริง แต่คนซื้อเขาไม่เห็นจริงอย่างที่พูด เขาเลยไม่เชื่อ
เป้นอันว่า ระบบเหตุผลมันไม่เวอร์ค
เป้นเรื่องความรู้สึกมั่นใจใน ยี่ห้อ ร้าน ความน่าเชื่อถือ การแสดงออกของคนขาย
เขาไม่ได้ซื้อด้วยเหตุผล
ความจริงเขาควรทดลองให้ดูว่าทำอะไรได้บ้าง ทดลองดูทุกอย่าง
จึงจะเรียกว่าสมเหตุผล เป็นปรัชญา



ผมเลยค่อนข้างเปิดใจ กับเรื่องพวกนี้
คือเรารู้ไม่ได้ ไม่มีปัญญาจะรู้ ไม่มีเครื่องมือจะรู้ ก้ต้องยกเอาไว้ พักไว้
ไม่ควรจะเร่งเร้าเอาจริงว่าต้องได้คำตอบ
ปล่อยให้มันเป้นคำถามปลายเปิดต่อไป

เหมือนปลาตัวหนึ่ง ได้ฟังเต่าเล่าว่าบนบกมีอย่างนั้น อย่างนี้
แต่ปลาก้จนปัญญาจะเห็น ได้แต่ ...
A.เชื่อเต่า
B. ไม่เชื่อเต่า
ปลาสร้างกรอบให้ตัวเองว่าต้องเลือก A. หรือ B.

โดยลืมไปว่า เต่ามีขา หายใจบนบกได้ ในน้ำก็ได้ ปลาไม่มีอย่างนั้น

แต่ก็ไม่ใช่ว่าปลาต้องเชื่อเต่า
เพราะเต่าโง่ก็มี
เห็นตัวอะไรดำๆ มีเขา แล้วเคยได้ยินเขาเรียกว่าควาย ก็เชื่อไปว่าเป้นควาย
แล้วเอามาเล่าเ้ป้นตุเป้นตะ
ทั้งที่มันเป้นกระทิงป่า คนละเรื่องกับควาย

หรือเต่าโรคประสาทจิตเภทก้มี
ไปเห็นไฟเบอร์กลาส งานประมงน้อมเกล้า รูปเต่าใหญ่มากๆ ทำเป้นมาสคอท
เคลื่อนไหวได้แบบไดโนเสาร์จูราสสิคในสวนสนุก
เต่าจิตเภทนี่มันก้ทึกทักเอาว่านี้เป้นของจริง เป้นโค-ต-รเต่า เป้นเทพเจ้าของเต่า
แต่เพราะความโง่ เลยคิดว่าเป้นเต่าจริงๆ
แต่โง่แล้วดันทุรัง มีทิฐิ คิดว่าสิ่งที่เห็นนี้ต้องจริงๆแน่ๆ
เลยเอามาเล่าสู่ปลาฟัง ปลาก็เล่าปากต่อปากกันไปทั้งคุ้งน้ำว่าเต่าเจอโคตรเต่า
กลายเป้นแบบ เกมส์ลูกเสือเนตรนารีเข้าแถว แล้วหัวแถวรับคำใบ้จากอาจารย์ หางแถวรายงานกลับมา
ปลาโง่เลยซวยเพราะเต่าป่วย

สรุปคือเป้นคำถามที่ต้องพิสูจน์เอง
และศาสนาพุทธมีวิธีการพิสูจน์เอาไว้อย่างละเอียด
จึงเป็นเรื่องของคนถามว่า ยินดีจะปฏิบัติเพื่อพิสูจน์หรือไม่

ถ้าไม่ ก็ไม่ได้คำตอบ และไม่ควรจะสรุปคำตอบ
ถ้ายินดี ก็ลองปฏิบัติจนสามารถรู้เห็นได้เอง ท่านจะทราบเองว่าจริงหรือไม่อย่างไร

.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ย. 2008, 20:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2007, 09:55
โพสต์: 1632


 ข้อมูลส่วนตัว


ท้าวแมวคำ เขียน:
:b44: นรก สวรรค์ ของไทยพุทธ แตกต่างกับ นรก สวรรค์ ของชาวต่างประเทศ อย่างไรครับ :b17: :b17:


ตอบ...
นรก และ สวรรค์ ใน จักรวาล นี้ หรือแกเลคซี่นี้ มีเพียงอย่างละหนึ่งเดียวขอรับ ไม่มีแบ่งแยกเป็นชาติศาสนาขอรับ

ส่วนที่แตกต่าง กันของนรก และสวรรค์ ของแต่ละชาติ คือ ความเชื่อ การแต่งกาย รูปลักษณะแห่งสถานที่และ รูปลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใน นรก และสวรรค์ ขอรับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 พ.ย. 2008, 21:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


เหมือนกันครับ ทุกชาติทุกศาสนา นรก สวรรค์ เหมือนกันทุกประการ คือ "อนัตตา".... :b12: :b12:

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ย. 2008, 00:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2008, 22:48
โพสต์: 1173


 ข้อมูลส่วนตัว


ท้าวแมวคำ เขียน:
:b44: นรก สวรรค์ ของไทยพุทธ แตกต่างกับ นรก สวรรค์ ของชาวต่างประเทศ อย่างไรครับ :b17: :b17:


ทุกอย่างมันเป็นมายาลวง ฝรั่งจิตเขาคิดว่า พยายมต้องใส่ชุดนอกและดูดี ถ้าเขามาพบพยายม
ของเรามีเขาและไม่ใส่เสื้อ เขาคงงง แขกไม่กินหมูขึ้นสวรรค์ ถ้าอาหารในสวรรค์มีแต่เนื้อหมู
เขาก็ต้องคิดว่าอยู่ในนรก

นรก สวรรค์ ที่เหมือนกันคือ นรกจะมีแต่การทรมาน และไฟ สวรรค์จะมีแต่ความสุข สบายเพลิดเพลิน
ส่วนนรก สวรรค์ของไทย ของแขก ของจีน แม้อยู่ในภูมิเดียวกัน ก็มีหลายเขต ตามแบบของ
วัฒนธรรมและประเพณีค่านิยมของเขา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ย. 2008, 21:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ท้าวแมวคำ เขียน:
:b44: นรก สวรรค์ ของไทยพุทธ แตกต่างกับ นรก สวรรค์ ของชาวต่างประเทศ อย่างไรครับ :b17: :b17:


แตกต่างกันครับแล้วแต่อุปทานของแต่ละคน
ว่าจิตยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นอย่างไร ..... ก็จะเห็นอย่างนั้น



:b23:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ย. 2008, 22:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2006, 20:52
โพสต์: 1210

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ต่างกันค่ะ
โดยอุปาทาน โดยสัญญา โดยบัญญัติ โดยสมมติ

.....................................................
สัพเพ สังขารา อนิจจา
สัพเพ ธรรมา อนัตตา...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 พ.ย. 2008, 21:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2008, 22:48
โพสต์: 1173


 ข้อมูลส่วนตัว


ฌาณ เขียน:
อ้างคำพูด:
:b44: นรก สวรรค์ ของไทยพุทธ แตกต่างกับ นรก สวรรค์ ของชาวต่างประเทศ อย่างไรครับ :b17: :b17:


แตกต่างกันครับแล้วแต่อุปทานของแต่ละคน
ว่าจิตยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นอย่างไร ..... ก็จะเห็นอย่างนั้น


:b23:


ถูกต้องครับ ที่ผมเห็นมา ก็เป็นอย่างนั้น ผมจะเล่าตัวอย่างให้ฟัง

วันนึงผมแผ่เมตตาให้สัมภเวสีต่างๆ ปรากฏว่ามีวิญญาณผู้หญิงสวยคนหนึ่งมาหาผม เขาชวนผม
ไปดูที่อยู่เดิมของเขา ผมก็ถอดวิญญาณออกไปดู ปรากฏว่าเขาอยู่ในคอนโดโซมมากๆ ทั้งตึกแต่ละ
ห้องก็โทรมที่สุด พอผมเดินมาสุดทางเดิน วิญญาณผู้หญิงคนนั้นก็เดินไปคุยกับเพื่อนหลายสิบคน เพื่อนคนนึ่งถามเขาว่า พาเขามาแล้วหรือ เธอก็ตอบว่า "ผู้มีเมตตาอยู่ตรงนี้" แล้วก็มองมาทางผม

ตอนนั้นทันที ตึกเดิมอันนั้นก็กลายเป็นคอนโดสุดเยี่ยมทันที ผมจึงรู้ว่าทุกอย่างเป็นมายาลวง ถ้าคุณ
เป็นคนบาป สภาพทุกอย่างมันจะดูแย่สำหรับคุณ คุณจะเปลี่ยนมันไม่ได้ จะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อคนอื่น
ทำบุญให้คุณ หรือทำกรรมฐานอุทิศกุศลแผ่เมตตาให้คุณเท่านั้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 พ.ย. 2008, 08:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33872

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เหมือนเมากัญชา

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 พ.ย. 2008, 09:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ค. 2008, 20:48
โพสต์: 27

ที่อยู่: surin

 ข้อมูลส่วนตัว


"นายแน่มาก" ฮฮฮ

.....................................................
พุทโธ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 พ.ย. 2008, 10:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2008, 22:48
โพสต์: 1173


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
เหมือนเมากัญชา


นรก-สวรรค์ไม่ได้เหมือนเมากัญชาเลยทีเดียว มันต่างกันที่นรก-สวรรค์มันมีอยู่จริง เกิดจากบุญ-บาป
ที่เราทำในขณะเป็นมนุษย์ บุญ-บาปเหล่านั้น จึงนำเจตภูตหรือวิญญาณธาตุของเราไปสู่ภพภูมิ
ที่เหมาะสม เช่น เราตกนรก มีไฟเข้ามาเผา ขันธ์ 5 ของวิญญาณธาตุของเรา ย่อมรับรู้ว่ามันเป็น
ของจริง ไฟมันเลยเผาขันธ์ 5 ของวิญญาณธาตุนั้นได้

เมากัญชามันเกิดที่จิตเหมือนกัน แต่ภพภูมินั้นไม่มีอยู่จริง พอฤทธิ์กัญชาหมด ภพภูมินั้นก็หายไป
เพราะมันไม่มีตั้งแต่ต้นแล้ว

จริงๆ โลกมนุษย์ และปรโลก สามภพนี้มันก็ไม่ได้มีอยู่จริง มันเป็นมายามาลวงจิตพุทธะของเรา
ดังนั้นที่คุณเปรียบเทียบนรกสวรรค์เหมือนเมากัญชา คุณทิ้งโลกไปได้อย่างไร ต้องรวมโลกเข้าไปด้วย
เพราะ 3 ภพนั่นแหละคือแหล่งกัญชา มอมเราให้หลุ่มหลง

พระพุทธเจ้าท่านสอนเราเรื่อง 3 ภพอยู่ตลอดเวลาในคำบริกรรมคำเดียวคือ พุทโธ แปลว่า รู้แล้ว ตื่น
แล้ว เบิกบานแล้ว ในขณะนี้พวกเรากำลังเมากัญชากันอยู่ ดับราคะ โทสะ โมหะหมด ฤทธิ์กัญชาหมด
เราก็จะตื่นขึ้นเอง

ภาวะนิพพาน คือ ฤทธิ์กัญชาหมด เราจึงเบิกบาน
ภาวะใน 3 ภพ คือ เมากัญชาอยู่ จึงมีทุกข์และสุขปลอมๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 พ.ย. 2008, 12:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


ท่านกรัชกาย กะท่านพลศักดิ์ เคยเมากัญชาด้วยหรือครับ....ถึงยกเอามาเปรียบเทียบ :b10: (วงเดียวกันด้วยป่าว... :b14: )

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 43 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 13 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร