วันเวลาปัจจุบัน 02 ม.ค. 2026, 18:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: วันนี้, 09:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5450


 ข้อมูลส่วนตัว


“พุทธศาสนิกผู้นับถือพระพุทธศาสนานั้นมีบุญเป็นพิเศษ เพราะสมเด็จพระบรมศาสดาทรงไม่มีผู้เสมอเหมือน ทรงเป็นผู้นำทางไปสู่ความสว่าง รุ่งเรือง ร่มเย็น เป็นสุข อย่างแท้จริง จุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนานั้นรุ่งเรืองสูงสุด ไม่มีจุดหมายปลายทางใดเปรียบได้

เมื่อเกิดมาพบพระพุทธศาสนาเช่นนี้แล้ว ควรถือเอาประโยชน์ให้เต็มสติปัญญาความสามารถ โดยยึดหลักคือใจเป็นสำคัญ ทำประโยชน์เพิ่มพูนให้ใจให้สม่ำเสมอ จนสามารถทำใจให้เป็นใจที่เต็มสมบูรณ์ ไม่มีช่องว่างสำหรับความไม่สวยไม่งามความเป็นมลทินเศร้าหมองทั้งหลาย”
.
--- พระคติธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร





"...อย่าไปดูผลทางร่างกาย อย่าไปดูผลทางลาภ
ยศสรรเสริญสุข อันนี้ไม่ได้เป็นผลที่แท้จริง ผลที่
แท้จริงอยู่ที่ใจของเรา ใจเราจะสูงขึ้นหรือใจเรา
จะต่ำลง เพราะใจเราต้องไปต่อนะหลังจากที่
ร่างกายนี้ตายไปแล้ว ใจเราไม่ได้ตายไปกับ
ร่างกาย ใจเราจะไปอยู่ด้วยความสุขหรือไปอยู่
ด้วยความทุกข์ ถ้าทำบาปมากกว่าทำบุญ บาปมัน
จะมีกำลังที่จะผลิตความทุกข์มากลบความสุข
ส่วนถ้าบุญมีกำลังมากกว่าบาป บุญก็จะผลิต
ความสุขให้มีมากกว่าความทุกข์..."

#ที่มา หนังสือ ธรรมะหน้ากุฏิ เล่ม ๙
พระจุลนายก (ท่านพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)
......................................................................








..วันนี้วันที่ 2 ของปีใหม่ ปีเก่าก็ล่วงไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่ดีไม่งาม ด้วยกายวาจาใจที่ประพฤติปฏิบัติมา ก็ให้ลดละปล่อยวางไปเรื่อยๆ เนื่องในปีใหม่ก็จะสร้างสมพัฒนาแก้ไขปฏิบัติตนเอง ตั้งอยู่ในคุณงามความดี ตั้งสัจจะอธิษฐานเอาไว้ด้วยกันทุกท่านทุกคน เรามาถึงในปีใหม่แล้วเราจะสร้างคุณงามความดีไว้ ด้วยกาย วาจา ใจของตน ทำแต่คุณงามความดี ตั้งหลักเอาไว้เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะสังวรณ์สำรวมเอาไว้ ไม่ให้บาปเกิดขึ้นในทางกายของตนเองนั้นอย่างหนึ่ง สำรวมระวังเอาไว้ไม่ให้บาปเกิดขึ้นทางวาจาของตนเอง สำรวมเอาไว้ไม่ให้บาปเกิดขึ้นทางด้านจิตใจของเรา ตั้งใจเอาไว้ว่าจะสร้างแต่บุญกุศลคุณงามความดีให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตนเอง เรียกว่าเป็นผู้เปลี่ยนในชีวิตใหม่ เกิดใหม่ ถ้าหากท่านผู้ใดได้มีความตั้งใจอย่างนั้นเอาไว้ ตั้งหลักเอาไว้แล้ว ก็เรียกว่าตั้งใจเอาไว้แล้วในหนทางที่ดี เป็นหนทางที่นำไปสู่ความสุขความเจริญให้ชีวิตของพวกเรา เหตุฉะนั้นเราก็รู้แล้วว่าปีเก่าที่ล่วงไปแล้วมีอะไรขัดข้องไม่ดีไม่งาม ก็ต่างลดละปล่อยวางไปเสียตั้งแต่ปีใหม่ สร้างคุณงามความดีเอาไว้เป็นที่พึ่งของตนด้วยกันทุกท่านทุกคน เพื่อเพียรยังกุศลให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตน กุศลคือความฉลาดที่เราจะสร้างคุณงามความดีเอาไว้ เพื่อจะได้เป็นที่พึ่งของตนเอาไว้ เรียกว่าเป็นคนที่ตั้งหลักสร้างฐาน ตั้งใจของตนเองเอาไว้..

..#โอวาทธรรมหลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป..






"..ของดีมีอยู่กับตัวเราทุกคน ก็พากันปฏิบัติเอา ทำเอา
เมื่อเวลาตายแล้วจึงวุ่นวาย
หานิมนต์พระมากุสลามาติกา
ไม่ใช่เกาถูกที่คัน ต้องรีบแก้เสียบัดนี้
คือ เร่งทำความดี(ภาวนา)แต่บัดนี้
จะได้หายห่วง อะไรๆ ที่เป็นสมบัติของโลก
มิใช่สมบัติอันแท้จริงของเรา ตัวจริง(ศพ)ไม่มีใครเหลียวแล
สมบัติในโลกเราแสวงหามา หามาทุจริตก็เป็นไฟเผา
เผาตัวทำให้ฉิบหายได้จริงๆ

ข้อนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและความโง่เขลา
ของผู้แสวงหาแต่ละราย
ท่านผู้พ้นทุกข์ไปด้วยความอุตส่าห์
สร้างความดีใส่ตน จนกลายเป็นสรณะของพวกเรา
ท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทองเครื่องหวงแหน เป็นคนร่ำรวย สวยงามเฉพาะสมัย จึงพากันรัก พากันห่วง จนไม่รู้จักเป็น รู้จักตาย สำคัญตนว่าจะไม่ตาย และพากันประมาทจนลืมตัว
เพลิดเพลินตักตวงเอาแต่สิ่งไม่เป็นท่า ใส่ตนแทบหาบไม่ไหว.."

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)





“กำไรงาม”
หลวงปู่ท่านมักจะพูดกับทุกคนที่มาหาท่านเป็นประจำว่า “คนเรานั้นเมื่อทำมา ค้าขาย หรือทำอะไรก็แล้วแต่ ก็หวังจะมีกำไรผลิดอกออกผลกันเยอะๆ ได้กำไรกันมากๆ แต่ว่าเราเกิดมาเป็นมนุษย์เราได้เกิดมาเป็นคนเราได้กำไรชีวิต เราได้กำไรบุญไปเท่าไหร่ หรือเราจะขาดทุนไป ให้เราพิจารณาให้เที่ยงแท้ พิจารณาให้มันดีๆนะลูกเอ๊ยหลานเอ๊ย”
หลวงปู่ท่านคอยสอนอยู่เสมอว่า “ชีวิตจะมีค่าก็ต่อเมื่อเรารู้ค่าของชีวิตมีคุณประโยชน์ และความดี เราเกิดมากันทั้งทีทำดีกันให้ได้ จะตายทั้งทีขอฝากความดีเอาไว้ นั่นแหละเป็นกำไรของชีวิต”
คนดีต้องรู้จักทั้งดี และไม่ดี
คนดีต้องรู้จักละที่ไม่ดี และทำแต่ดี
คนดีต้องรู้จักรักษาความดีที่มีอยู่
คนดีต้องรู้จักทำแต่ความดี ละสิ่งไม่ดี
และทำความดีเพิ่ม
ดีเพราะไม่ชั่ว ดีเพราะมีดี ดีเพราะไม่ทำลายดี

#หลวงปู่ทองดี อนีโฆ
#วัดใหม่ปลายห้วย
#จังหวัดพิจิตร

หนังสือที่ระลึกในงานทอดกฐิน
“อยู่ใกล้หลวงปู่ แล้วได้อะไร”
๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ที่มา:ศิษย์หลวงปู่ทองดี อนีโฆ







"พรที่หลวงปู่โต๊ะมอบให้"

ด้วยชัยชนะ ด้วยพระบารมี ด้วยพระกำลังฤทธิ์อันอุดมแห่งพระรัตนตรัยอันประเสริฐ จงประสิทธธิเม ซึ่งอันเป็นมหามงคลนานับประการ ให้แก่เธอทั้งหลาย ให้สัมฤทธิ์ผล สมดังความปรารถนาเทอญ

พรอันเป็นมหามงคลจะสำเร็จได้ ก็ด้วยความถึงพร้อมในความตั้งใจของเธอทั้งหลาย ที่จะน้อมนำหลักธรรมแห่งองค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
นำไปประพฤติปฏิบัติ เมื่อเธอทั้งหลายหมั่นเพียรปฏิบัติ ด้วยความสมบูรณ์ถึงพร้อม พรอันเป็นมหามงคล อันประเสริฐ ก็จะบังเกิดแก่เธอทั้งหลายอย่างบริบูรณ์

พระพุทธัง พระธัมมัง พระสังฆัง ประสิทธิเม
สัพพะพุทธา สัพพะธัมมา สัพพะสังฆา พุทธาเวนะ
สัตตะ โสตถี ภวันตุเต
สิทธิกิจจัง สิทธิธัมมัง สิทธิลาโภ ชโยนิจจัง

เจริญธรรม เจริญพร
.
--- จากบันทึกลายมือ หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ
วัดประดู่ฉิมพลี แขวงวัดท่าพระ กรุงเทพมหานคร






ฝึกจิตให้เป็นมิตรอันประเสริฐ
...
การเอาความสุขของเราไปผูกติดกับสิ่งใด ๆ
ก็ตาม จึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และมัก
ตามมาด้วยความทุกข์ เพราะทุกสิ่งก็ล้วน
พึ่งพาสิ่งอื่น ไม่เป็นอิสระ หรือเที่ยงแท้ยั่งยืน
พูดอีกอย่างหนึ่ง มันเป็นอนัตตา ดังนั้นจึง
แปรเปลี่ยนอยู่เสมอ มิอาจเป็นไปดังใจได้
การพึ่งตัวเอง ไม่หวังพึ่งพาความสุขจาก
สิ่งใด ๆ จะช่วยให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง
และเป็นสุขในทุกหนแห่ง ไม่ว่าสิ่งต่าง ๆ
จะผันผวนแปรปรวนอย่างใด ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล







.

#การสวดมนต์

การสวดมนต์อานิสงส์ใหญ่จริงๆ อยู่ที่เจตนา จิตมีความเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์จริง เวลาสวดก็สวดด้วยความเคารพจริง ถึงสวดน้อยก็มีอานิสงส์ใหญ่ ถ้าสวดเรื่อยเปื่อยว่าส่งเดช ไม่ตั้งใจ อย่างนี้สวดมากก็มีอานิสงส์น้อย

...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน.......






"..ดีชั่วมิได้เกิดขึ้นมาเอง แต่อาศัยการทำบ่อยก็ชินไปเอง เมื่อชินแล้วก็กลายเป็นนิสัย ถ้าเป็นฝ่ายชั่วก็แก้ไขยาก คอยแต่จะไหลลงไปตามนิสัยที่เคยทำอยู่เสมอ ถ้าเป็นฝ่ายดีก็นับวันคล่องแคล่วแกล้วกล้าขึ้นเป็นลำดับ ถ้าลงได้เป็นนิสัยแล้ว ไม่ว่าทางชั่วทางดีย่อมมีทางระบายออกได้ทางไตรทวาร ไม่ยากเย็นอะไร ที่คนชั่วทำชั่วได้ง่ายและติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขก็ดี คนดีทำดีได้ง่ายและติดใจกลายเป็นคนรักศีลรักธรรมไปตลอดชีวิตก็ดี ก็เพราะหลักนิสัยเป็นสำคัญ ลำพังการฝืนทำทั้งที่นิสัยไม่อำนวยมาก่อน ย่อมลดละปล่อยวางได้ง่าย จนกว่าจะปรากฏผลเป็นน้ำเชื่อมที่มีรสดื่มด่ำแก่ใจแล้วนั่นแล จึงจะเกิดความพอใจในงานนั้น ๆ ทั้งชั่วและดี ไม่ยอมปล่อยวางอย่างง่ายดาย ฉะนั้น หลักนิสัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในตัวบุคคลและสัตว์ การทำอะไรจนกลายเป็นนิสัยแล้วเป็นสิ่งแก้ไขได้ยาก จึงไม่ควรทำแบบสุ่มเดา โดยมิได้ใคร่ครวญให้รอบคอบก่อน.."

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)






"..ดีชั่วมิได้เกิดขึ้นมาเอง แต่อาศัยการทำบ่อยก็ชินไปเอง เมื่อชินแล้วก็กลายเป็นนิสัย ถ้าเป็นฝ่ายชั่วก็แก้ไขยาก คอยแต่จะไหลลงไปตามนิสัยที่เคยทำอยู่เสมอ ถ้าเป็นฝ่ายดีก็นับวันคล่องแคล่วแกล้วกล้าขึ้นเป็นลำดับ ถ้าลงได้เป็นนิสัยแล้ว ไม่ว่าทางชั่วทางดีย่อมมีทางระบายออกได้ทางไตรทวาร ไม่ยากเย็นอะไร ที่คนชั่วทำชั่วได้ง่ายและติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขก็ดี คนดีทำดีได้ง่ายและติดใจกลายเป็นคนรักศีลรักธรรมไปตลอดชีวิตก็ดี ก็เพราะหลักนิสัยเป็นสำคัญ ลำพังการฝืนทำทั้งที่นิสัยไม่อำนวยมาก่อน ย่อมลดละปล่อยวางได้ง่าย จนกว่าจะปรากฏผลเป็นน้ำเชื่อมที่มีรสดื่มด่ำแก่ใจแล้วนั่นแล จึงจะเกิดความพอใจในงานนั้น ๆ ทั้งชั่วและดี ไม่ยอมปล่อยวางอย่างง่ายดาย ฉะนั้น หลักนิสัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในตัวบุคคลและสัตว์ การทำอะไรจนกลายเป็นนิสัยแล้วเป็นสิ่งแก้ไขได้ยาก จึงไม่ควรทำแบบสุ่มเดา โดยมิได้ใคร่ครวญให้รอบคอบก่อน.."

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)






"..ของดีมีอยู่กับตัวเราทุกคน ก็พากันปฏิบัติเอา ทำเอา
เมื่อเวลาตายแล้วจึงวุ่นวาย
หานิมนต์พระมากุสลามาติกา
ไม่ใช่เกาถูกที่คัน ต้องรีบแก้เสียบัดนี้
คือ เร่งทำความดี(ภาวนา)แต่บัดนี้
จะได้หายห่วง อะไรๆ ที่เป็นสมบัติของโลก
มิใช่สมบัติอันแท้จริงของเรา ตัวจริง(ศพ)ไม่มีใครเหลียวแล
สมบัติในโลกเราแสวงหามา หามาทุจริตก็เป็นไฟเผา
เผาตัวทำให้ฉิบหายได้จริงๆ

ข้อนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและความโง่เขลา
ของผู้แสวงหาแต่ละราย
ท่านผู้พ้นทุกข์ไปด้วยความอุตส่าห์
สร้างความดีใส่ตน จนกลายเป็นสรณะของพวกเรา
ท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทองเครื่องหวงแหน เป็นคนร่ำรวย สวยงามเฉพาะสมัย จึงพากันรัก พากันห่วง จนไม่รู้จักเป็น รู้จักตาย สำคัญตนว่าจะไม่ตาย และพากันประมาทจนลืมตัว
เพลิดเพลินตักตวงเอาแต่สิ่งไม่เป็นท่า ใส่ตนแทบหาบไม่ไหว.."

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)






ในดิถีปีใหม่ให้เราทุกคนรู้เข้าใจในการประพฤติการปฏิบัติ
เราพากันมามีสติมีสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม มีความรู้มีความเข้าใจมีความตั้งมั่นในหลักการอุดมการณ์อุดมธรรม
ให้รู้เข้าใจเรื่องกรรม เรื่องกฎแห่งกรรม และผลของกรรม เราจะได้ทำหน้าที่ของตัวเราให้ถูกต้อง ผู้มีปัญญามาก ๆ ก็ต้องสงบให้มาก ๆ ผู้มีความสงบมาก ๆ ก็ต้องมาเสียสละมาก ๆ เพื่อจะได้ก้าวไปด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ ปัญญากับความสงบก็ต้องเดินทางไปพร้อม ๆ กัน

ความจนและความรวยนั้นอยู่ที่ใจของเราไม่รู้ไม่เข้าใจ
ใจที่ไม่รู้ไม่เข้าใจนั้นคือใจไม่มีปัญญานะ ใจของเราต้องมีปัญญา
เราต้องรู้เข้าใจเราจะไม่ได้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพเสรีธรรม
เราต้องรู้เข้าใจเรื่องการลิดรอนสิทธินี้เป็นสิ่งที่สำคัญ
ความอยากหรือความไม่อยากนี้คือจิตใจที่ไม่มีปัญญานะ เป็นใจที่ไม่อิ่มไม่เต็มไม่พอไม่เพียงพอ
เราต้องรู้เข้าใจ เราจะได้ไม่มีความทุกข์ในปัจจุบัน
เราต้องรู้เข้าใจนะ อันนี้มันเป็นอาการของจิตใจของเราเองที่ไม่มีปัญญา
เราอยากได้มากมันก็ไม่มากมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม เราอยากได้น้อยมันก็ไม่น้อยมันก็เท่าเก่าเท่าเดิม
เราต้องมารู้มาเข้าใจ เราทุกคนจะได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ไม่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ
อย่างเราไม่อยากแก่ไม่อยากเจ็บไม่อยากตายไม่อยากพลัดพราก อยากจะให้เป็นอย่างโน้นอยากจะให้เป็นอย่างนี้ ไม่อยากให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ อย่างนี้มันคือลิดรอนสิทธิเสรีภาพของความเป็นจริงตามเป็นจริง

การพัฒนาวิทยาศาสตร์การพัฒนาทางใจต้องไปพร้อม ๆ กัน
เน้นมาที่ตัวเรา มาแก้ไขที่ตัวเรา มามีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติที่ตัวเรา เราจะไม่ได้เอาความฟุ้งซ่านนำชีวิต เราจะได้เอาความสงบและปัญญาเอามาใช้เอามาประพฤติมาปฏิบัติ เราจะไม่ได้เป็นคนพลัดถิ่นหากินในต่างแดน หรือว่าหากินกับความหลง
เรามาเป็นผู้มีสติมีสัมปชัญญะ เรามาเป็นผู้ให้มาเป็นผู้เสียสละ มามีความสุข ทำงานเพื่องาน ไม่ได้มาเป็นผู้จะมาเอามามีมาเป็น มาทำความดีเพื่อความดี ไม่ใช่มาทำความดีเพื่อจะเป็นคนดี

ขอท่านทุกคนจงรับเอาพรอันประเสริฐขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในโอกาสนี้ด้วยกันทุกท่านทุกคนด้วยเทอญ

-----------------------------------------
โอวาทขององค์ #หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตาให้ไว้ในเช้าวันพุธที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา








ผู้ที่จะเป็นพระโสดาบัน เบื้องต้นขั้นต้นต้องปฏิบัติตนดังต่อไปนี้
พระโสดาบันเน้นหนักเรื่องศีล ๕ ยึดพระไตรสรณคมน์ ยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นแนวทาง ยึดผู้ดีเป็นแนวทาง คือยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นแนวทาง ให้เดินตามบาดนี่ เดินตามแนวเพิ่นสอน
ผู้ที่จะเป็นพระโสดาบัน เบื้องต้นขั้นต้นต้องปฏิบัติตนดังต่อไปนี้ พระโสดาบันเน้นหนักเรื่องศีล ๕ ยึดพระไตรสรณคมน์ ยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นแนวทาง ยึดผู้ดีเป็นแนวทาง คือยึดพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นแนวทาง ให้เดินตามบาดนี่ เดินตามแนวเพิ่นสอนน

ผู้ที่จะเป็นพระโสดาบันจะต้องมีศีล ๕ ศีล ๕ เป็นกรุยหมายปลายทาง หรือแผนที่เดินไปสู่พระโสดาบัน ถ้าผู้ใดมีศีล ๕ แปลว่า เข้าข่าย บ่แม่นศีล ๕ หลอก ๆ ปลอม ๆ ผลุบๆ โผล่ ๆ บ่แม่นเดะ ศีล ๕ ด้วยความตั้งอกตั้งใจ ด้วยความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริง รักษาศีลออกมาจากใจจริง รักษาบ่มีนอกบ่มีใน บ่มีคดมีงอ พยายามเดินตรงไปสู่มรรคผล

อันนี้คือพระโสดาบัน คือรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ เมื่อได้สำเร็จพระโสดาบันแล้วนี่ ศีล ๕ จะรักษาผู้นั้น ทีแรกก็รักษาศีล ๕ ก่อน พอได้สำเร็จมรรคสำเร็จผล ศีล ๕ จะรักษาผู้ปฏิบัติ เป็นอัตโนมัติเลยบาดนี่ ศีลเป็นศีลอัตโนมัติ จะอยู่ไสก็บ่สามารถที่จะทำความชั่วทั้งในที่ลับทั้งในที่แจ้ง แปลว่าเป็นผู้เตรียมพร้อม บ่ได้ประมาท

ถึงจะอยู่ที่ไหนก็ตาม จ้างให้เฮ็ดความชั่วเป็นร้อยเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านยกให้ทั้งเหมิด ให้เจ้าประมาทพระพุทธเจ้านะ พระพุทธเจ้าบ่มีคุณค่า ธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าบ่มีคุณค่า พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าไร้คุณค่าไร้ประโยชน์ ให้เจ้าประมาทจั่งซี่ต่อหน้าคน ข่อยจะให้รางวัลเจ้าร้อยล้านพันล้าน พระโสดาบันบ่รับเด็ดขาด เพราะเหตุไร เพราะเพิ่นเชื่อมั่น แปลว่าเงินจำนวนที่เขาจ้างมาน่ะ บ่สู้คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม อันดีงามข้ามบ่ได้ หัวเด็ดตีนขาด ตายกับคุณธรรมอันนี้ ก็คือพระโสดาบัน

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
วัดป่านาคำน้อย อ.นายูง จ.อุดรธานี
จากพระธรรมเทศนา “การเดินทางสู่มรรคผลนิพพาน”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗







ทุกสิ่งล้วนให้ผล ไม่มีอะไรสูญเปล่า

พึงดูแลสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ดูไม่สลักสำคัญ เพราะท้ายสุดแล้ว ไม่มีสิ่งใดเล็กน้อยหรือไม่สลักสำคัญอย่างแท้จริง หากอะไรสักอย่างมีความหมาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องมีความหมาย

ดังคาถาธรรมบท (ปาปวรรค ข้อที่ ๑๒๑ - ๑๒๒ ) กล่าวไว้ว่า

บุคคลอย่าพึงดูหมิ่นว่าการสร้างบาปเล็กน้อย "คงไม่มีผล" แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยน้ำที่ตกลงมาทีละหยาด ฉันใด คนพาล เมื่อสั่งสมบาปทีละเล็กทีละน้อย ก็เต็มด้วยบาปได้ ฉันนั้น

บุคคลอย่าพึงดูหมิ่นว่าการบำเพ็ญบุญเล็กน้อย "คงไม่มีผล" แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยน้ำที่ตกลงมาทีละหยาด ฉันใด คนมีปัญญา เมื่อสั่งสมบุญทีละเล็กทีละน้อย ก็เต็มด้วยบุญได้ ฉันนั้น

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ






การบรรลุธรรมต้องภายในเท่านั้น
ถึงจะรู้แจ้งในธาตุในขันธ์ของเรา
เราจะเอาข้างนอกมาพิจารณาให้แจ้งไม่ได้หรอก
เพราะมันเป็นสัญญา...มันไม่เป็นปัญญา
จิตเราสู่ภายใน จิตนิ่ง จิตสงบ
เสร็จแล้วก็พิจารณาให้เกิดปัญญา
ถึงจะรู้แจ้ง....ข้างใน
ข้างนอกมันเป็นตัวสัญญา....ตัดอย่างไรก็ไม่ขาด

#หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร
จังหวัดสุรินทร์
เทศนาโปรดญาติโยม
ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
อำเภอบางกรวย
จังหวัดนนทบุรี
22 กุมภาพันธ์ 2556







การทำบุญ ก็ให้พวกเราตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลต่อผู้มีพระคุณ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติสนิทมิตรสหายตลอดถึงเจ้ากรรมนายเวร ก็มีคนถามหลวงพ่อ เจ้ากรรมนายเวรจะไปหาอุทิศให้ทำไม เจ้ากรรมนายเวรเป็นคู่อริศัตรูอยู่แล้ว แต่ตามที่จริงมันไม่ใช่นะ อย่างพวกเราทานอาหารเนื้อปู เนื้อปลา เนื้อหมู เนื้อสัตว์เหล่านี้ล่ะเขามีความข้องใจอะไรกับเรา หากว่าเราเกิดเป็นสัตว์เหล่านั้น เราก็เป็นอาหารให้กับคนอื่นเขาอีกเหมือนกัน

โลกวัฏสงสารมันเป็นอยู่อย่างนี้ลูกหลาน ถ้ามาพิจารณาด้วยอรรถด้วยธรรม ด้วยธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่น่ามาเกิดเลยว่างั้นเถอะ ไม่น่ามาเกิดวกวนเวียนเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร จะทำยังไงจิตใจของเราจึงจะหลุดพ้นจากอาสวกิเลส ให้ถึงพระนิพพานไม่มาเวียนว่ายตายเกิด อันนั้นล่ะดีที่สุด

ถ้าหากว่าเรายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ก็ยังมีเจ้ากรรมนายเวร ก่อกรรมทำเวรซึ่งกันและกัน บางคนก็เจ็บอกเจ็บใจ ผูกพยาบาทอาฆาตจองเวรกัน แต่บางคนบางท่านได้รับอรรถรับธรรม ธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ขออโหสิกรรมให้กันไปไม่ถือโทษโกรธเคืองไป เอาเถอะโกรธก็เท่านั้น ผูกพยาบาทก็เท่านั้นก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ให้อภัยกันจบ ๆ ไป แล้วก็แล้วไป อันนี้มันเป็นอีกส่วนหนึ่ง อันนี้ก็คือผู้ที่ได้รับอรรถรับธรรมได้รับคำแนะนำ คำสอนของพระพุทธเจ้าท่านแนะแนวแนะนำอย่างนั้นล่ะศรัทธาญาติโยมลูกหลาน

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “อุทิศส่วนบุญให้เจ้ากรรมนายเวร”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๘





“…กรรมนี้ ยิ่งใหญ่กว่าอะไรทั้งปวง แม้แต่พระพุทธเจ้ายังต้องรับกรรมจวบจนสุดท้ายปลายแดนชีวิต หากเรายังคงมีชีวิตอยู่ ก็ควรสร้างคุณงามความดีเข้าไป เราไม่รู้หรอกนะว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ถึงรู้ก็หนีมันไปไม่ได้ เพราะความตาย ไม่มีใครหนีพ้น ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ควรที่จะสะสมคุณงามความดีไว้ให้มาก ๆ นะ …”

คำสอนหลวงปู่บุญศรี จันทโชโต วัดป่าหินฮาวสังฆมณีศรีธันดร อ.เมือง จ.มหาสารคาม





กายนี้เป็นของชั่วคราว
(หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ)

"..ชาตินี้ เรามีโอกาสดีแล้ว ถึงจะมาอาศัยร่างกายนี้ชั่วคราวก็ไม่เป็นไร แต่จะอาศัยร่างกายนี้ไปสร้างความดีให้เต็มที่

ในช่วงนี้พระธรรมวินัยยังมีความอุดมสมบูรณ์
ครูบาอาจารย์ ผู้ที่ท่านมีความฉลาดรอบรู้ยังมีอยู่

ร่างกายเราก็มีความพร้อมในมนุษย์สมบัติ
เราจะบำเพ็ญกุศลได้อย่างเต็มที่

มีการให้ทาน รักษาศีลให้เต็ม
ความสามารถเฉพาะการภาวนาปฎิบัติถือว่าเป็นหลักสำคัญอย่างยิ่ง

เพราะเป็นอุบายวิธีฝึกใจให้เป็นโยคาวจร
อันจะข้ามล่วงพ้นไปจากภพทั้งสาม

การที่จะข้ามพ้นไปได้ ใจจะไม่หลงในภพชาติที่เกิด เพราะภพชาตินั้นไม่ถาวรมั่นคง

ก่อนที่ร่างกายนี้จะสูญสลายตายไป ใจจะออกจากร่างกายนี้ไป (จุติ​จิต​ดับ... ปฏิสนธิ​จิต​ก็ไปเกิดในภพใหม่)​จะได้ตักตวงเอาบุญกุศล

เอาร่างกายประกอบในการภาวนาปฎิบัติให้เต็มที่ นั่นเรียกว่า ผู้ไม่ประมาทในชีวิต

อีกไม่กี่วันใจกับร่างกายก็จะพลัดพรากจากกันแน่นอน.."

โอวาทธรรม :
หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ





#ธรรมะในคัมภีร์อยู่ไกล
#ธรรมะในใจอยู่ใกล้แค่เอื้อม

"...ถ้าเราไปอ่านเรื่องธรรมะในคัมภีร์ ก็ดูเหมือนกับว่าธรรมะนี้อยู่ไกลสุดเอื้อม แต่เมื่อเราจะมาศึกษาและเรียนให้รู้ธรรมะในตัวของเรานี่ เราจะรู้สึกว่าธรรมะที่จะต้องเรียนรู้และจำเป็นต้องรู้ก็ไม่ใช่อื่นไกล ก็คือเรื่องของกายกับใจของเรานั่นเอง

กายกับใจเป็นที่เกิดของความสุขและความทุกข์ ความดีและความชั่วเกิดที่กายกับใจ บุญและบาปเกิดที่กายกับใจ มรรค ผล นิพพาน ความดีเกิดที่กายกับใจ เพราะฉะนั้น การเรียนรู้ธรรมะ เราควรจะได้เรียนรู้เรื่องกายกับใจของเรา มากกว่าที่จะไปเรียนในคัมภีร์ให้มันมีความรู้มากๆ เป็นการส่งเสริมทิฎฐิมานะให้มันเกิดมากขึ้นๆ แล้วก็เที่ยวแบกเอาคัมภีร์ไปขัดคอกัน

ผู้ปฏิบัติธรรมที่จะสำเร็จมรรคผล นิพพานกันจริงๆ ต้องเรียนรู้เรื่องของโลก ในหลักธรรมะท่านสอนให้เรียนรู้ เรื่องกาย เรื่องจิต รู้อะไรก็ไม่สู้รู้ใจตนเอง
ถ้าเราพิจารณาธรรมะ เราพิจารณาที่ใจเรา น้อมเข้ามาที่ใจ มารู้อยู่ที่ใจ นึกแต่เพียงว่าสิ่งภายนอกเป็นแต่เพียงอารมณ์ สิ่งรู้ของจิต สิ่งระลึกของสติเท่านั้น

รู้นอกเป็นสมุทัย รู้ในเป็นมรรค ถ้าไปรู้นอก เป็นเหตุให้สร้างบาปสร้างกรรม ถ้ารู้เข้ามาในเป็นเหตุให้ละวาง. ความรู้ที่จำเป็นที่สำคัญที่สุด ก็คือรู้จิตรู้ใจ
ของเราเอง ว่าปัจจุบันนี้สภาพจิตใจของเรา เป็นอย่างไร เศร้าหมองหรือผ่องใส มีกิเลสตัวไหนอยู่ในใจเราบ้าง เมื่อเรารู้ความจริงของตัวเราแล้ว เราจะแก้ไขดัดแปลงอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเรา

อ่านจริตของเราให้รู้ว่าเราเป็นราคจริต โทสจริต โมหจริต วิตกจริต พุทธิจริต ศรัทธาจริต อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อจะดูให้รู้แจ้ง เพื่อจะเป็นพื้นฐานที่เราจะแก้ไขดัดแปลงจิตของเรา เมื่อเรารู้ชัดลงไปแล้ว เรามีกิเลสตัวไหน เป็นจริตประเภทไหน เราจะได้แก้ไขดัดแปลง ตัดทอนสิ่งที่เกิน แล้วเพิ่มสิ่งที่หย่อนให้อยู่ในระดับพอดีพองาม เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา..."

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย






ผู้มีตนฝึกดีแล้วย่อมได้ที่พึ่ง ซึ่งได้ยาก

นี้เป็นพระพุทธภาษิต “พระพุทโธ” เป็นหนึ่งในที่พึ่งที่ได้ยาก สำหรับผู้ฝึกตนให้ดีด้วยวิธีง่ายๆ ก็คือฝึกตนให้คิดดี พูดดี ทำดี ให้เป็นคุณลักษณะของตน ที่สูงที่สะอาดควรแก่การจะอัญเชิญพระพุทโธเป็นที่พึ่ง ที่หาได้ยาก

เรื่องอานุภาพใหญ่ยิ่งจริงแท้ของพระพุทโธนี้เคยนำลง
ใน “แสงส่องใจ” นานมาแล้วครั้งหนึ่ง จะขอนำมาเล่าอีกสักครั้ง

คือเมื่อสิบยี่สิบปีมาแล้ว ญาติโยมผู้หนึ่งเล่าให้ได้ยินได้ฟังกันหลายคนว่า เธอมีบุญมากที่มี “พระพุทโธ” เป็นที่พึ่งที่แท้จริงตลอดมา ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเลยทีเดียว คือวันหนึ่งลงว่ายน้ำในคลองใหญ่ ซึ่งสมัยก่อนคลองมีในบ้านเมืองไทยเรามาก

เธอเล่าว่าขณะที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำกัน ก็รู้สึกว่ามีมือจับขาเธอดึงจนจมลงใต้น้ำ อย่างที่ไม่มีทางดิ้นรนให้พ้นมือร้ายนั้นได้ เธอรู้สึกในขณะนั้นว่า กำลังจะจมน้ำตายโดยที่ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครมาช่วยได้แน่

แล้วความมีบุญที่คุ้นเคยกับความเป็นเด็กอยู่ในแวดวงของผู้นับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่า เมื่อมีผู้ใกล้จะสิ้นใจตาย จะมีการบอกทางแก่ผู้นั้นว่า ให้ท่องพระพุทโธไว้ และบางคนก็ได้รับการบอกทางว่าพระพุทโธ พระพุทโธ จนสิ้นใจ

ความคิดนี้เกิดขึ้นในใจเธอในขณะที่รู้สึกว่ากำลังต้องตายแน่แล้ว เด็กหญิงผู้นั้นก็ได้พึ่งพระพุทโธเต็มที่ เรียกว่าพระพุทโธช่วยเธอทั้งชีวิตก็ไม่ผิด เพราะเธอรอดชีวิตด้วยนึกถึงคำสอนที่เคยได้ยินคำบอกเล่าดังกล่าว คือท่องพระพุทโธเมื่อชีวิตใกล้แตกดับ

เธอแน่ใจแล้วว่า ชีวิตกำลังออกจากร่าง เธอกำลังจะจมน้ำตาย ความมีบุญยิ่งใหญ่แน่นอนที่ทำให้เธอท่อง “พระพุทโธ” ทันที แม้จะไม่เป็นเสียงดังออกมา เพราะกำลังจมดิ่งลงในน้ำด้วยแรงฉุดของมือที่เด็กหญิงไม่รู้ว่าเป็นมือใครและมาแต่ไหน ปุบปับก็มาจับขาเธอดึงดิ่งลงใต้น้ำ อย่างไม่เวทนาปราณีแม้สักน้อย

เธอเล่าอย่างปิติโสมนัสอย่างยิ่งว่า พอ “พระพุทโธ” กึกก้องขึ้นในใจเธอเท่านั้น มือพิฆาตก็ปล่อยเธอให้เป็นอิสระทันที ได้โผล่ขึ้นพ้นน้ำ รอดตายยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ ชีวิตของญาติโยมผู้นั้นจึงมี “พระพุทโธ” เป็นที่พึ่งที่ระลึกตลอดมา

ด้วยใจที่ผูกพันมั่นคงในสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นสมเด็จพระบรมครูทั้งของเทพและมนุษย์ ทรงเป็นที่พึ่งที่แท้จริงของสัตว์โลกทั้งปวง ที่มีบุญมีใจเทิดทูนมั่นคงในพระองค์ท่าน เช่นญาติโยมผู้นั้น

ที่กล่าวว่าตั้งแต่ได้พบพระพุทธปฏิหาริย์ ได้รอดพ้นจากความตายในวันนั้นแล้ว ไม่เคยมีใจพ้นจาก “พระพุทโธ” เลย

: แสงส่องใจ ๒๕๔๙
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก






“มีน้ำใจเป็นทานเถิด จะรักษาศีลได้อย่างไม่ต้องตั้งใจเลย
ความเดือดร้อนก็จะผ่อนคลายถึงหมดสิ้นได้
โดยไม่ต้องเหนื่อยยากแก้ไขอีกต่อไป
เป็นการน้อมรับพระพุทธพรในปีใหม่นี้
ซึ่งจะยั่งยืนตลอดไปในทุกๆ ปี ไม่มีเสื่อมคลาย”
.
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
"ธรรมะประทานพระพรปีใหม่"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 30 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร