เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้า
(ท. เลียงพิบูลย์) นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ข้างห้องเป็นห้องพิเศษ
มีท่านเจ้าคุณผู้หนึ่งนอนพักรักษาตัว ท่านกำลัง จะหายป่วย
ท่านได้เข้ามาในห้องข้าพเจ้าสอบถามอาการป่วยของข้าพเจ้า
สำหรับตัวท่าน หมอบอกว่าอีก ๒ วันกลับบ้านได้ ท่าทางท่านมีอารมณ์ดี
วันต่อมาท่านเดินยิ้มเข้ามาบอกว่า พรุ่งนี้เย็น หมอให้กลับบ้านได้แล้ว
ข้าพเจ้าก็แสดงความยินดีกับท่าน
เช้าวันรุ่งขึ้น
มีเสียงชุลมุนวุ่นวายในห้องของท่านเจ้าคุณ เมื่อคนเฝ้า
ไข้ของข้าพเจ้ามา ข้าพเจ้าก็ขอร้องให้ไปสืบดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับท่านเจ้าคุณ
คนเฝ้าไข้กลับมาเล่าให้ฟังว่า
ประตูห้องแง้มอยู่ แต่ไม่ให้คนอื่นเข้าไป สงสัยว่าท่านเจ้าคุณกำลังอยู่ในอันตราย
ต่อมาก็มีข่าวว่าท่านเจ้าคุณได้ถึงแก่ กรรมเสียแล้ว หมอและพยาบาลพยายามช่วยแก้ไขก็ไม่ทัน
ต้นเหตุที่ทำให้ ท่านเจ้าคุณเสียชีวิตก็คือบุตรสาวของท่านเอง
บุตรสาวคนนี้มีความผิดร้าย แรงอะไรไม่ทราบ ท่านเจ้าคุณโกรธมาก
ไม่ยอมให้อภัย ไม่ยอมให้เข้าบ้าน ไม่ยอมให้พบหน้า เมื่อบุตรสาวรู้ว่าเจ้าคุณพ่อมาป่วยอยู่โรงพยาบาล
ได้หาย เกือบเป็นปกติกำลังจะกลับบ้าน จึงหาทางเข้ามาเยี่ยมเจ้าคุณพ่อถึงในห้อง
เมื่อท่านเจ้าคุณเห็นหน้าลูกสาวที่จงเกลียดจงชังอย่างไม่ทันรู้ตัว
ก็โกรธสุด ขีดจนระงับไว้ไม่อยู่ อ้าปากค้างแล้วก็ล้มลง
หมดลมหายใจ
(กฎแห่งกรรม
โดย ท. เลียงพิบูลย์)
| โทษผู้อื่น แลเห็น เป็นภูเขา |
โทษของเรา แลไม่เห็น เท่าเส้นขน |
| ตดคนอื่น เหม็นเบื่อ เราเหลือทน |
ตดของตน ถึงเหม็น ไม่เป็นไร |
| |
(อุทานธรรม) |
•
กินมากเสียสุขภาพกาย โกรธมากเสียสุขภาพจิต
(สุภาษิตแต้จิ๋ว
สุภาณี ปิยพสุนทรา แปล)
เมื่อปลายเดือนกันยายน
๒๐๐๒ นายโม นักธุรกิจวัย ๓๑ ปี ได้มีนัดเจรจาธุรกิจที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์
มาเลเซีย ผลการเจรจาคงไม่ดีนัก ทำให้นายโมอารมณ์เสีย เมื่อถูกสุนัขเห่าใส่
นายโมจึงยกเท้าเตะ สุนัข นางบอง เจ้าของสุนัขและเป็นภรรยาเจ้าของโรงแรม
เห็นเหตุการณ์ตลอด จึงเข้าไปต่อว่านายโม ทำให้ทั้งสองทะเลาะกันด้วยเสียงอันดัง
เมื่อนายบองผู้เป็นสามีได้ยินเสียงและทราบเรื่องที่เกิดขึ้น
ก็เลือดขึ้น หน้า คว้ามีดดาบซามูไรมาไล่ฟัน นายโมวิ่งหนีสุดชีวิตและเกิดจนมุม
จึงตัดสินใจกระโดดลงจากระเบียงชั้น ๔ ลงไปข้างล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส
๑ ชั่วโมงต่อมาก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
(น.ส.พ.มติชน
๒๘ ก.ย. ๒๕๔๕)
ณ
เมืองโมเดสโต รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ วันที่ ๗ ตุลาคม
๒๕๔๕ ภรรยาวัย ๔๕ ปี ทะเลาะกับสามีวัย ๖๕ ปี เพราะสามีไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย
ภรรยาโกรธมากจนหน้ามืด จึงกัดสามีอย่างไม่ยั้งปาก ทำให้สามีผู้
น่าสงสารซึ่งถูกโรครุมเร้าทั้งโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ร้องลั่นด้วยความ
เจ็บปวด ตามเนื้อตัวมีบาดแผลลึกเห็นรอยฟันชัดเจนถึง ๒๐
แผล ๑๑ วันต่อมาสามีก็เสียชีวิต
ตำรวจเล่าว่า
เมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุจากสามีก็รีบไปยังที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงยังถูกภรรยากัดด้วย ภรรยาจอมดุจึงถูกข้อหาฆาตกรรมและทำร้ายเจ้าพนักงาน
(น.ส.พ.มติชน
๒๐ ต.ค. ๒๕๔๕)
•
๑ นาทีที่โกรธ อาจให้โทษตลอดชีวิต
ความโกรธเทียบ เปรียบได้ กับไฟสุม ทำให้กลุ้ม คลุ้มคลั่ง
ดังยักษา
จึงก่อเหตุ เภทภัย ไม่สร่างซา จงเร่งฆ่า ความโกรธ หมดโทษภัย
(ทูตใจ)
•
ทุกชีวิตต้องผจญกับความทุกข์สารพัด ลำพังแต่ความหนาว ร้อน
หิว กระหาย แก่ เจ็บ ตาย เพียงแค่นี้ก็ทำให้ทุกข์ยากจนสุดจะทนอยู่แล้ว
จึงไม่ควรเบียดเบียนเข่นฆ่ากัน เพิ่มทุกข์ให้แก่กันอีก
แต่ควรช่วยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกันในการดับทุกข์
โลกนี้ไม่เที่ยงแท้แน่นอน
ชีวิตมนุษย์สั้นนักเหมือนฟ้าแลบแวบเดียวก็หายไป เหมือนอารมณ์ที่ฝันเห็น
ตื่นขึ้นแล้วก็ดับไป เหมือนปู่ย่าตายาย ที่เคยมีชีวิตอยู่
บัดนี้ล้มหายตายจากไปแล้ว ตัวเราและบุคคลที่เราโกรธ ก็เช่นกัน
ไม่นานก็ต้องละโลกนี้ไป จึงไร้ประโยชน์ที่มัวมาแก่งแย่งชิงดีกัน
โกรธเคืองกัน
เมื่อมองในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรม
ร่วมแก่เจ็บตายด้วยกัน หรือมองให้ซึ้งถึงความไม่เที่ยงของชีวิต
ก็จะช่วยให้คลายความโกรธลงได้
| สิ่งใดใด ในโลกนี้ ไม่มีเที่ยง |
เกิดเท่าไร ตายเกลี้ยง สุดเลี่ยงหนา |
| ผลสุดท้าย เราเขาตาย วายชีวา |
อนิจจา น่าจะหน่าย คลายโกรธเอย |
| |
(ทูตใจ) |
|