ความโกรธมีรากเป็นพิษมียอดหวาน
สุภาษิตโบราณนี้หมายความว่า ในเบื้องต้น ความโกรธจะแสดงพิษสงต่อจิตใจ
ทำให้หงุดหงิด เร่าร้อน เดือดดาล จึงต้องรีบระบายความหงุดหงิด
เร่าร้อน เดือดดาลออกไปโดยเร็ว ด้วยการด่าว่าทุบตีหรือทำลายบุคคลหรือสิ่งของที่เป็นต้นเหตุให้โกรธ
เมื่อได้ทำจนสาแก่ใจแล้ว ในบั้นปลายจะรู้สึกโล่งใจ สบายใจ
จึงเรียกว่ามียอดหวาน
เมื่อประมาณ
พ.ศ. ๒๕๓๕ ชายชาวอุตรดิตถ์คนหนึ่ง อายุ ๓๕-๓๗ ปี เข้ามารับการผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ
ก่อนผ่าตัดต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดหลายวัน ในวันแรก
พยาบาลประจำห้องพักก็พูดกับคนไข้ด้วยเสียงอันดัง กระด้าง
ดุดัน ไม่น่าฟัง คุณจะผ่าตัดหัวใจ คุณจะต้องทำอย่างนี้อย่างนั้น
ทำให้คนไข้ไม่พอใจ วันต่อๆ มาทุกวัน พยาบาลก็ยังพูดจาไม่เข้าหูเช่นเดิม
ความไม่พอใจของคนไข้ก็เพิ่มมากขึ้น มากขึ้นเป็นลำดับ
เมื่อคนไข้ฟื้นจากการผ่าตัด
พอลืมตาก็เห็นพยาบาลคนเดิม ได้ฟังสำนวนและสำเนียงที่ระคายหูเช่นเดิม
ทำให้คนไข้โกรธมากจนคิดว่าจะต้องแก้แค้นให้ได้ แต่เก็บความแค้นไว้ก่อนเพราะยังนอนซมลุกไม่ขึ้น
แถมมีสาย หลายชนิดระโยงระยางรอบตัว
หลายวันต่อมา
เขาเหลือบไปเห็นกระเช้าผลไม้ที่เพื่อนๆ นำมาเยี่ยม มีกล้วยหอม
๑ หวีและผลไม้อื่นๆ จึงแข็งใจเอื้อมมือไปหยิบกล้วยหอมได้
๑ ลูก ทำให้เหนื่อยมากต้องพักนาน จากนั้นก็แกะเอาเนื้อทิ้งไปเหลือแต่เปลือกกล้วย
แล้วโยนเปลือกกล้วยไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่อพยาบาลเดินเข้ามา
กำลังอ้าปากจะพูด เท้าก็เหยียบเปลือกกล้วยหอมล้มลง คนไข้รู้สึกสะใจมาก
ระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น ทำให้แผลผ่าตัดแยก ต้องเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง
เมื่อปลอดภัยแล้วคนไข้ก็ออกจากโรงพยาบาลไป
(ข้อมูลจาก อ.อารี
บุญซื่อ ข้าราชการบำนาญกระทรวงศึกษาธิการ)
นอกจาก
มีรากเป็นพิษมียอดหวาน ดังตัวอย่างที่ยกมา ความโกรธ ยังมีลักษณะคล้ายลูกระเบิด
ซึ่งเมื่อเกิดระเบิดขึ้นจะทำลายตัวเองก่อน แล้วสะเก็ดระเบิดก็จะกระจายไปทำลายสิ่งที่อยู่รอบๆ
คนขี้โกรธบางคนก็เช่นกัน เมื่อโกรธมากเข้า สติ สามัญสำนึก
และสมบัติผู้ดีของตัวเองจะถูกทำลายไปก่อนแล้วจึงทำร้ายหรือทำลายบุคคล
(ที่คิดว่าเป็นศัตรู) ซึ่งอยู่รอบข้างด้วยการกระทำหรือคำพูดจนกว่าจะได้สติ
ลำดับขั้นของความโกรธโดยย่อ
เริ่มจาก
๑.
จิตขุ่นมัว
๒.
ตัวสั่นเทา
๓.
ด่าเขาอย่างหยาบคาย
๔.
ทำร้ายเขาจนเป็นแผลน้อยแผลใหญ่
๕. ทำชีวิตเขาให้แตกดับ
๖. ฆ่าเขาแล้วกลับมาฆ่าตน (ความโกรธขั้นสูงสุด)
ดังตัวอย่างเรื่องของโรเบิร์ต
โรเบิร์ต
หนุ่มวัย ๑๙ ปี เป็นคนเงียบๆ บิดามารดาแยกกันอยู่ พ่อแม่ลูกสามคนนี้เข้ากันไม่ค่อยได้
โรเบิร์ตพักอยู่กับมารดา เรียนที่โรงเรียนมัธยม ปลาย กูเต็นเบิร์ก
เมืองเออร์เฟิร์ต ประเทศเยอรมันนี มีผลการเรียนดี แต่หนีเรียนบ่อย
จึงถูกไล่ออกจากโรงเรียน
โรเบิร์ตเป็นสมาชิกสโมสรยิงปืนแห่งหนึ่ง
มีปืนในครอบครองอย่างถูก กฎหมายหลายกระบอก เมื่อวันที่
๒๖ เมษายน ๒๕๔๕ เขาได้นำปืน ๒ กระบอก ไล่ยิงครูและนักเรียนในโรงเรียนมัธยมปลาย
กูเต็นเบิร์ก อย่างเหี้ยมโหด ทำให้ครูเสียชีวิต ๑๓ คน
นักเรียน ๒ คน และเจ้าหน้าที่ ๑ คน รวม ๑๖ ศพ เมื่อตำรวจนำกำลังไปยังที่เกิดเหตุ
คนร้ายก็ลั่นกระสุนปลิดชีพ ตนเองเป็นศพที่ ๑๗ นับเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ร้ายแรงที่สุดในโลกใน
รอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา เหยื่อที่เคราะห์ร้ายนอนตายเกลื่อนโรงเรียน
เด็กหลาย คนตกใจจนช็อก เมื่อตรวจค้นในห้องน้ำ ก็พบกระสุนอีก
๕๐๐ นัด เชื่อว่าคนร้ายกักตุนกระสุนไว้เพื่อใช้ยิงต่อสู้กับตำรวจ
หรือใช้ยิงผู้คนให้หนำใจ
นักเรียนหลายคนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ร้ายแรงนี้เล่าว่า
เห็นมือปืน อีกคนหนึ่งอยู่ในโรงเรียน จึงอาจมีคนร้ายอีกหนึ่งคนที่หลบหนีไปและไม่ทราบว่าเป็นใคร
ด้วยบุคลิกภาพที่เป็นคนเงียบเหงา เพื่อนๆ หลายคนจึงไม่อยากเชื่อว่า
โรเบิร์ตจะก่อเหตุที่สยดสยองเช่นนี้ได้ สาเหตุน่าจะเกิดจากมือปืนโหดรายนี้ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเมื่อหลายเดือนก่อน
และถูกห้าม สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย เพราะหนีเรียนและปลอมแปลงเอกสาร
ทำให้คนร้ายรายนี้โกรธแค้นจนสังหารผู้คนอย่างบ้าคลั่ง
(น.ส.พ.ไทยรัฐ ๒๗-๒๘
เม.ย. ๒๕๔๕)
| เมื่อความโกรธ รุมเร้า แผดเผา |
จิตใจมืดมิด หลงคิด ผิดวิสัย |
| เรื่องฉิบหาย ร้ายกาจ ขนาดใด |
ล้วนทำได้ ขอเพียงแค่ สาแก่ใจ |
| |
(ทูตใจ) |
ความโกรธทำลายสุขภาพร่างกาย
วารสารสุขภาพจิตของสหรัฐฯ รายงานว่า การศึกษากลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นชายผิวขาว
๗๗๔ คน มีอายุเฉลี่ย ๖๐ ปี ในเรื่องอุปนิสัย ปริมาณไขมันในเลือด
ความดันโลหิต น้ำหนักตัว อัตราส่วนของเอวกับตะโพก การดื่มสุราและสูบบุหรี่
เป็นต้น สรุปผลได้ว่า การมีนิสัยโกรธเกลียด หรืออาฆาตใครต่อใคร
จะบอกให้รู้ว่า เจ้าตัวจะเป็นโรคหัวใจในวันข้างหน้าได้แม่นยำยิ่งกว่าการสูบบุหรี่
การมีไขมันในเลือดสูง หรือปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นทั้งหมดที่เคยยึดถือกัน
ผลการวิจัยนี้แสดงว่า การโกรธเกลียดผู้อื่นก็เหมือนกับการทำร้ายหัวใจตนเอง
(น.ส.พ.ไทยรัฐ ๒๒
พ.ย. ๒๕๔๕)
จากการเฝ้าติดตามกลุ่มอาสาสมัครรุ่น
๓,๓๐๐ คน เป็นเวลาถึง ๑๕ ปี คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น
สหรัฐฯ ได้สรุปผลการวิจัยว่า วัยรุ่นที่ใจร้อน ชอบแสดงอาการก้าวร้าวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเข้าสู่วัยกลางคนอายุประมาณ ๓๐--๔๐ ปีเศษ มีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคความดันสูง
มากกว่าวัยรุ่นที่ใจเย็นถึงร้อยละ ๘๔ และยิ่งมีความรู้สึกเชิงลบมากขึ้นเท่าใด
ก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น สรุปว่า ความใจร้อนหุนหันพลันแล่นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคความดันสูงในอนาคต
(น.ส.พ.ไทยรัฐ ๒๘
ต.ค. ๒๕๔๖)
นักวิจัยของสหรัฐฯ
พบว่า ชายหนุ่มที่ฉุนเฉียวหงุดหงิดง่าย ถึงแม้ไม่มีญาติที่ป่วยเป็นโรคหัวใจมาก่อน
ก็มีแนวโน้มที่จะมีอาการหัวใจวายสูงมากถึง ๕ เท่า เมื่อเทียบกับชายหนุ่มวัยเดียวกันที่ใจเย็นและคุมอารมณ์ได้ดีกว่า
และหนุ่มขี้โกรธมีโอกาสหัวใจวายจนตายก่อนวัยอันสมควร มากถึง
๓ เท่าของหนุ่มใจเย็น
คำแนะนำสำหรับหนุ่มขี้โกรธคือ
หาวิธีข่มความโกรธ เพราะจากการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า คนไข้โรคหัวใจที่รู้จักยับยั้งความโกรธให้เบาบางจะมีอาการดีขึ้น
นักวิจัยยังไม่แน่ใจว่าผลการวิจัยนี้จะใช้กับหญิงขี้โกรธได้หรือไม่
(น.ส.พ.ไทยรัฐ ๒๕
เม.ย. ๒๕๔๕)
หญิงวัย
๕๔ ปี ร่างใหญ่มาก น้ำหนักประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัม หญิงคนนี้แต่งงานและ
มีลูกแล้ว ภายหลังสามีได้ภรรยาอีกคนหนึ่ง วันหนึ่งหญิงร่างใหญ่ไปตามหาสามีที่บ้านภรรยาน้อย
และเกิดปะทะคารมกับภรรยาเบอร์สอง แล้วเป็นลมหน้ามืดฟุบลง
เบอร์สองก็โทรศัพท์มาแจ้งให้บ้านใหญ่ทราบ ลูกๆ ของภรรยาหลวงก็รีบไปดูเหตุการณ์
เมื่อไปถึงก็พบว่าแม่ตายแล้ว เลยสงสัยว่าจะถูกภรรยาน้อยทำร้าย
เมื่อ
พ.ญ.พรทิพย์ ผ่าศพแล้วก็อธิบายให้ลูกๆ ของผู้ตายฟังว่า
ผู้ตาย ไม่ได้ถูกทำร้าย เพราะตัวใหญ่มาก ยากที่ใครจะทำร้ายได้
คงจะทะเลาะกันแล้วเกิดอารมณ์โกรธ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือดที่ตีบอยู่แล้วก็เลยตันสนิท
หัวใจเลยวาย
(สู้เพื่อศพ โดย
พ.ญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์)
นักจิตวิทยาชื่อ
มาร์เด็น (Orison Swett Marden) เขียนไว้ว่า ในส่วนที่เกี่ยวกับร่างกายนั้น
ความโกรธมีผลร้ายหลายประการคือ
๑.
ทำลายรสอาหาร ทำให้หมดความอยากรับประทาน
๒.
เป็นเหตุให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ปกติ
๓.
ทำให้เส้นประสาทเกิดความพิการ
๔.
ทำให้เกิดความระส่ำระสายทั่วสรรพางค์กาย
๕. ทำให้เกิดพิษในตัวเหมือนพิษงู และพิษนี้จะก่อความร้ายให้ตัวเอง
๖. เด็กที่ถูกแกล้งหรือทำให้โกรธอยู่เสมอจะเติบโตช้าผิดปกติ
ศาสตราจารย์เกตส์
ได้ทำการทดลองจนพิสูจน์ได้ว่า เหงื่อที่ออก จากร่างกายเพราะความโกรธนั้น
มีวัตถุธาตุผิดกับเหงื่อที่ออกตามปกติ แสดงว่าความโกรธได้สร้างพิษร้ายขึ้นในร่างกาย
ศาสตราจารย์ผู้นี้แนะนำว่า วิธีป้องกันและระงับผลร้ายอันจะเกิดแก่ร่างกายเพราะความโกรธนั้นคือ
หาอะไรทำเพื่อให้เหงื่อออกมากๆ จะบรรเทาความโกรธแค้น และแก้พิษที่เกิดขึ้นในร่างกายของเราด้วย
(กำลังใจ โดย หลวงวิจิตรวาทการ)
คนขี้โกรธมีหลายจำพวก
บางคนเป็นคนจู้จี้ขี้บ่นขี้โมโห ชอบเอา แต่ใจตัวเอง อ่อนไหวง่าย
เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย โกรธง่ายแม้ในเรื่องเล็กน้อยไร้สาระ
โกรธไปหมดถึงลมฟ้าอากาศและสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ดังสำนวนที่ว่า
ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า แต่หายเร็วเหมือนรอยขีดในดิน เมื่อถูกน้ำเซาะ
หรือลมพัดก็เลือนหายได้ง่าย
แม่บ้านชาวสิงคโปร์วัย
๓๔ ปี แต่งงานมา ๑๖ ปี มีลูก ๓ คน สามีอายุ ๓๗ ปี ทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสอง
ระยะหลังสามีชอบเปลี่ยนรถ ที่ขับและกลับบ้านผิดเวลาบ่อย
ประกอบกับมีเพื่อนมาบอกว่าสามีแอบไปมีหญิงอื่น ทำให้แม่บ้านคนนี้โกรธ
คิดหย่าขาดจากสามี รีบตรงดิ่งไปที่ เต็นท์รถ พอไปถึงก็ไม่พูดไม่จา
ใช้ค้อนปอนด์ที่ถือติดมือมา ด้วยทุบรถยนต์ที่จอดเรียงรายอยู่กระจกแตก
ตัวถังบุบบี้พังพินาศไป ๑๘ คัน หลายคันเป็นรถหรูราคาแพง
เช่น เบนซ์ วอลโว่
ชั้นตัดสินใจระบายอารมณ์แค้นก่อนค่อยไต่สวนทีหลัง
ไม่งั้นอาจรุนแรงถึงตายไปข้าง เมียมหาหึงบอกนักข่าว แต่พอรู้ว่ารถยนต์เสียหายมูลค่า
ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ดอลลาร์ (๒.๔ ล้านบาท) แม่บ้านขี้โมโหถึงกับลมจับ
(น.ส.พ.ไทยรัฐ ๗
ธ.ค. ๒๕๔๕)
เมื่อเดือนมีนาคม
๒๕๔๒ มีรายงานจากสหรัฐฯ ว่า นายบอยด์ วัย ๓๙ ปี ลงจากรถยนต์ของตนที่ตายกลางถนนด้วยความหัวเสีย
สักพัก ก็หยิบปืนอาก้าจากในรถ กระหน่ำยิงรถจนพรุนทั้งคัน
นับได้ราว ๓๐ รู การโกรธโดยไม่เข้าท่านี้ ทำให้นายบอยด์เสียค่าซ่อมรถเพิ่มขึ้น
และยังต้องเสียเงินค่าประกันตัวอีก ๒,๕๐๐ ดอลลาร์ (หนึ่งแสนบาท)
นอกจากนี้ยังมีนายเรย์มอนด์
วัย ๔๙ ปี ใช้ปืนพกยิงส้วมชักโครกของร้านอาหารแห่งหนึ่งจนแตกกระจาย
เพราะโมโหที่มัน ราดน้ำไม่ทันใจ จึงถูกตำรวจจับด้วยข้อหาพกปืนและเมาอาละวาด
พฤติการณ์เหล่านี้เป็นการ
หาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัว โดยแท้
(น.ส.พ.มติชน ๑๓,
๒๑ มี.ค. ๒๕๔๒)
| อยู่ดีดี ไม่ได้ ไฉนเล่า |
ไปจับเหา จังไร มาใส่หัว |
| พอคันเหา เกายุ่ง สะดุ้งกลัว |
เหาบนหัว ใครเล่า ไปเอามา |
| |
(สำนวนเก่า) |
บางคนเป็นคนช่างจดช่างจำ
ใครทำอะไรล่วงเกินไว้พอที่จะให้อภัยได้ ก็ไม่ยอมให้อภัย
ซ้ำยังเก็บความขัดเคืองนั้นไว้ในใจไม่ยอมลืมง่ายๆ เหมือน
รอยขีดในหิน จะขีดเล็กหรือใหญ่ แม้จะถูกน้ำเซาะหรือถูกลมพัดก็ไม่เลือนหายง่ายๆ
เมื่อเก็บสะสมไว้มาก ในที่สุดความโกรธก็ระเบิดออกมา
นายผ่อน
อดีตตำรวจผู้เฒ่าวัย ๗๔ ปี มักจะมีเรื่องโต้เถียงกับ นายทองหล่อ
วัย ๘๒ ปี ประธานชมรมผู้สูงอายุของอำเภอ เป็นประจำ มานานนับ
๑๐ ปี และนายทองหล่อจะนำเรื่องที่ทะเลาะกันไปแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทอยู่เสมอ
ทำให้นายผ่อนแค้นใจว่านายทองหล่อไม่เป็นลูกผู้ชาย
เมื่อวันที่
๑ มิถุนายน ๒๕๔๑ ความแค้นที่สะสมมานานนับ ๑๐ ปี ก็ถึงขีดสุด
นายผ่อนคิดว่าวันนี้ต้องชำระแค้นให้ได้ จึงเดินถือปืนไปที่
บ้านนายทองหล่อ ร้องเรียกนายทองหล่อซึ่งกำลังดูโทรทัศน์กับลูกเมีย
เมื่อนายทองหล่อออกมา นายผ่อนก็รัวยิงแบบไม่ยั้ง นายทองหล่อตายคาที่
ส่วน ลูกสาวกับเมียนายทองหล่อถูกลูกหลงจนบาดเจ็บสาหัส
(น.ส.พ.สยามรัฐ
๓ มิ.ย. ๒๕๔๑)
| เขาว่าเรา เราอย่าโกรธ ลงโทษเขา |
ในเมื่อเรา ไม่เป็น เช่นเขาว่า |
| หากเราเป็น จริงจัง ดังวาจา |
เหมือนเขาว่า อย่าโกรธเขา เราเป็นจริง |
| |
(สำนวนเก่า) |
บางคนเป็นคนเจ้าโทสะอย่างมาก
ถ้าใครทำให้ไม่พอใจแม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องตอบโต้ทันที
ถ้ายังไม่ได้ช่องก็ผูกใจเจ็บไว้ว่าจะแก้แค้นในวันหน้า
เรื่องการให้อภัยไม่ต้องพูดถึง
เมื่อวันที่
๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๒ นางพรจิตร อายุ ๒๔ ปี นำกล่องข้าวกลางวันไปส่งให้บุตรสาวซึ่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในจังหวัด
ภาคใต้ เมื่อมาถึงหน้าอาคารเรียน นายนิพนธ์สามีของนางพรจิตรเดินมาจากไหนไม่ทราบ
ใช้มีดขนาดใหญ่ฟันนางพรจิตรตายคาที่ คอเกือบขาด เด็กๆ
ที่เห็นเหตุการณ์ต่างร้องไห้กระจองอแง
นายนิพนธ์เป็นพาลเกเร
ไม่มีงานทำ เที่ยวเล่นการพนันไปวันๆ ไม่สนใจครอบครัว ทำให้นางพรจิตรและญาติไม่พอใจมาก
ก่อนเกิดเหตุไม่นาน ทั้งสองทะเลาะกันอย่างหนัก นางพรจิตรจึงขอหย่านี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้นายนิพนธ์โกรธจัดจนฟันคอเมียอย่างโหดเหี้ยม
(น.ส.พ.สยามรัฐ
๑๖ ก.ค. ๒๕๔๒)
เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้
อาจมีผู้อ่านบางท่านโกรธบุคคลในตัวอย่างที่ทำ ตัวเลวทราม
ถ้ารู้สึกเช่นนั้น ผู้อ่านควรระงับความโกรธไว้ก่อน อย่าเพิ่งโกรธ
เลย ที่จริงแล้วบุคคลเหล่านั้นน่าสงสารต่างหาก เพราะตกเป็นเหยื่อของความโกรธ
เป็นทาสของความโกรธ จึงถูกบงการให้ทำเรื่องอันชั่วร้าย
ซึ่งจะ ส่งผลเป็นความทุกข์ทรมานแสนสาหัสแก่พวกเขา ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
อันยาวนาน และการที่อ่านแล้วรู้สึกโกรธนั้น แสดงว่าผู้อ่านเองก็ตกเป็นทาสของความโกรธเช่นกัน
ถ้าปล่อยให้ความโกรธเกิดขึ้นบ่อยๆ วันข้างหน้าอาจถูกความโกรธบงการให้ทำเรื่องร้ายแรงได้เช่นกัน
ดังนั้น แทนที่จะ โกรธบุคคลเหล่านั้น ควรหาวิธีระงับหรือคลายความโกรธของตนจะดีกว่า
|