สุภาพสตรีผู้หนึ่งเป็นเจ้าของสวนกล้วยหอมและสวนละมุดอันกว้างขวาง
สวนทั้งสองอยู่ในจังหวัดธนบุรี แต่อยู่ห่างไกลกัน คุณนายจึงดูแลไม่ทั่วถึง
สามีก็รับราชการอยู่ต่างจังหวัด ดังนั้น กล้วยหอมที่ออกเครือถูกขโมยตัดเป็นประจำ
ส่วนละมุดที่ลูกยังดิบก็ถูกเก็บเอาไปเป็นประจำ แทนที่จะโกรธแค้นแช่งด่าคนที่มาลักขโมยของในสวนเหมือนชาวสวนคนอื่น
คุณนายกลับนิ่งเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ต่อมากล้วยหอมได้หายไปหลายเครือ
คุณนายจึงเขียนหนังสือปักติดไว้บริเวณที่กล้วยถูกตัดไป
ความว่า ฉันทราบว่าใครตัดกล้วยไป แต่ฉันไม่เอาเรื่อง จะตัดไปกินบ้างฉันก็ไม่ว่าอะไร
และฉันก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ฉะนั้น ฉันอนุญาตให้ตัดไปกินได้ตามความประสงค์
หลังจากประกาศ
กล้วยหอมที่หายไปได้กลับมาปรากฏที่ตรงป้ายหนังสือ พร้อมกับมีหนังสือเขียนไว้ที่ใบตองแห้ง
ความว่า คุณนายที่เคารพ ผมไม่ทราบว่าคุณนายเป็นคนใจดีอย่างนี้
ความดีของคุณนายทำให้ผมรู้สึกตัว ผมขอนำกล้วยที่ผมตัดไปวันก่อนนั้นมาคืนให้
ผมจะไม่มารบกวนอีก
ส่วนทางสวนละมุดนั้น
คุณนายก็เขียนหนังสือปักไว้ว่า ฉันอนุญาต ให้เก็บละมุดกินได้
แต่ขอให้ลูกมันโตและสุกเสียก่อน ถ้าเก็บไปดิบๆ มันก็บ่มไม่สุก
กินไม่ได้ เสียของเปล่าๆ ขอให้เก็บไปกินเมื่อมันแก่มันสุกเถิด
นับแต่นั้นมาเกือบ
๒ ปีแล้ว ทั้งกล้วยหอมและละมุดไม่หายอีกเลย
(กฎแห่งกรรม
โดย ท. เลียงพิบูลย์)
•
อย่าเห็นความดีเป็นความโง่เขลา อย่าเห็นความถ่อมตนเป็นความ
อ่อนแอ
(สุภาษิตแต้จิ๋ว
สุภาณี ปิยพสุนทรา แปล)
•
หน้ายิ้มเป็นยามหาเสน่ห์ หน้าเบ้เย็นชาเป็นยาขี้เหร่
กรมทางหลวงออสเตรเลียได้ทดลองทำป้ายที่มีสีสันสดใสเป็นรูปหน้า
คนกำลังยิ้ม ไปติดตามถนนบางสาย เมื่อสอบถามผู้ใช้รถใช้ถนนก็ได้รับ
คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "ป้ายยิ้ม" ช่วยกล่อมอารมณ์ให้เย็นลงได้จริง
กรมทางหลวงจึงขยายโครงการ โดยจะนำ "ป้ายยิ้ม"
ไปติดตามถนนทั่ว ประเทศ
(น.ส.พ.มติชน
๒๔ ก.ย. ๒๕๔๕)
| อยากได้รัก ก็ไฉน ไม่ปลูกรัก |
ก็ใครจัก มาสมัคร ยื่นรักให้ |
| รักไมตรี ก็ต้องมี ไมตรีไป |
จึงจักได้ เสริมศรี ไมตรีมา |
| |
(ลออง
มีเศรษฐี) |
|