วันเวลาปัจจุบัน 21 ต.ค. 2020, 20:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2020, 08:33 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2134

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ประวัติปฏิปทาธรรม
หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต “ช้างเผือกผาแด่น”
เขียนบันทึกโดย...ครูบากล้วย - พระวีระศักดิ์ ธีรภัทโท


:b8: :b8: :b8: คัดมาจาก : >>>
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=59344

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2020, 08:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2134

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ท่านพ่อลี ธัมมธโร กับ หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต

รูปภาพ
หลวงพ่อบัวคำ มหาวีโร

รูปภาพ
ท่านพ่อลี ธัมมธโร

รูปภาพ
หลวงปู่แว่น ธนปาโล


ปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านพาหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต หลวงพ่อบัวคำ มหาวีโร จำพรรษากับหลวงปู่แว่น ธนปาโล ที่วัดถ้ำพระสบาย ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

หลวงปู่บุญฤทธิ์เล่าการปฏิบัติของท่านให้ฟัง ตอนจำพรรษาอยู่ที่วัดถ้ำพระสบาย กับองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ตอนจำพรรษาอยู่วัดถ้ำพระสบาย หลวงปู่บุญฤทธิ์บอก เราเป็นอะไรก็ไม่รู้ธาตุขันธ์ตนเองแปรปรวน ฉันอะไรไปก็จะเกิดอาการง่วงนอนอย่างผิดปรกติ แต่ไหนแต่ไรท่านบอกเราก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ บางครั้งนั่งฟังหลวงปู่ชอบพูดธรรมะให้ฟัง ตนเองเผลอหลับไปก็มี จนถูกหลวงปู่ชอบเอาฝ่ามือตบหัวให้ตื่น

หลวงปู่บุญฤทธิ์บอกวันที่ท่านแก้ธรรมเรื่องนี้ได้ หลังฉันข้าวแล้วท่านเอาบริขารหลวงปู่ชอบไปเก็บในที่พักขององค์ท่าน


หลวงปู่ชอบบอกหลวงปู่บุญฤทธิ์ให้เลือกเอาหน้าผาถ้ำพระสบายตรงไหนสูงที่สุด ให้ขึ้นไปภาวนาอยู่บนนั้น ถ้าเผลอสติหลับเมื่อไหร่ก็ให้ตกลงมาตายเลย เราจะเผาศพให้ท่านเอง

หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านขึ้นไปภาวนาบนหน้าผาถ้ำพระสบาย ท่านเลือกเอาหน้าผาจุดสูงสุดของถ้ำพระสบายเป็นที่นั่งภาวนา...ท่านว่า เราบอกกับตนเอง เห็นไหมหน้าผาข้างล่างมีแต่โขดหิน ถ้าตกลงไปเมื่อไหร่ก็ตายเมื่อนั้น

จากนั้นท่านตั้งสติภาวนาอยู่บนหน้าผา ท่านว่าไม่กี่นาทีจิตท่านพรวดลงฐานสมาธิทันที สติของท่านมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พอจิตพักอิ่มตัวเต็มที่แล้ว ท่านบอกเราถอนออกจากอัปปนาสมาธิพิจารณากำหนดดูกายตนเอง...ท่านบอกเรากำหนดพิจารณาหนังบริเวณหน้าอกของตนเอง พอเราจ่อจิตเข้ามาพิจารณาตรงนี้ จิตของเรากระซากหนังออกจากกายทั้งหมด เห็นเนื้อตนเองแดงเถือกดั่งเนื้อสดที่ขายในตลาด...ท่านเดิน “ปัญญา” เข้าพิจารณาใน “กายธรรม” ท่านบอกเราใช้เวลาประมาณสี่-ห้าชั่วโมงพิจารณาเข้าออกในธรรม จิตเราเกิด “ปัญญา” รู้แจ้งเห็นโทษของ “กามคุณ” จิตเกิดปัญญา “ถอนกามคุณ” ออกทั้งหมดจนสิ้นซาก...ท่านบอก พอจิตเราถอนกามคุณออกไปหมดแล้ว จิตเราสว่างไสวอย่างที่ไม่เคยเป็น จิตรวมใหญ่ประกาศแจ้งภูมิตนเอง จากนี้ไปเราไม่ได้เกิดในท้องใครอีกแล้ว


พอเย็นตะวันจวนตกดิน หลวงปู่บุญฤทธิ์บอกเราลงจากหน้าผามาหาพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบ ตอนนั้นองค์ท่านหลวงปู่ชอบกำลังเดินจงกรมอยู่บริเวณหน้าถ้ำพระสบาย พอหลวงปู่ชอบเห็นก็หยุดเดินจงกรมถามท่าน เป็นยังไงบุญฤทธิ์...ท่านบอกหลวงปู่ชอบ กระผมสบายแล้วขอรับท่านอาจารย์...หลวงปู่ชอบถามท่าน สบายเป็นยังไง...หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านเล่าความในที่เกิดขึ้นกับท่านตอนภาวนาอยู่บนหน้าผาให้องค์ท่านหลวงปู่ชอบฟังทั้งหมด...หลวงปู่บุญฤทธิ์บอก “ท่านอาจารย์ชอบบอกผม รู้แล้วใช่ไหมบุญฤทธิ์ว่าพระสบายเป็นยังไง ของหยาบมันหมดแล้ว จากนี้ไปให้ท่านจับเงื่อนนามธรรมพิจารณาเข้าออกให้ช่ำชอง ท่านก็จะรู้ว่า พระสบายที่สุดเป็นยังไง ทุกอย่างท่านจะรู้แจ้งแก่ใจตนเอง โดยไม่ต้องแบกความสงสัยไปถามใครอีก”


หลวงปู่บุญฤทธิ์บอก “ตอนพ่อแม่ครูบาอาจารย์ชอบพาผมมาแวะพักที่ถ้ำพระสบาย ผมได้รู้จักกับท่านอาจารย์ลี (ท่านพ่อลี ธัมมธโร) อยู่ที่นี่”

ระหว่างท่านพ่อลีพักอยู่ถ้ำพระสบาย ท่านก็มาดูแลพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบร่วมกันกับพวกผม อาจารย์ลีท่านอ่อนอายุพรรษากว่าท่านอาจารย์ชอบหลายปี อาจารย์ลีท่านเป็นสหายธรรมกับท่านอาจารย์แว่น (หลวงปู่แว่น ธนปาโล) อาจารย์ลีท่านเคารพท่านอาจารย์ชอบมาก แต่ละวันอยู่ด้วยกันท่านอาจารย์ลี ท่านอาจารย์แว่นจะพากันมาสรงน้ำ นวดเฟ้น ทายาให้ท่านอาจารย์ชอบเหมือนกับพวกผม

ท่านอาจารย์ลีบอก บุญฤทธิ์ถ้าท่านไม่มีอาจารย์ชอบเป็นอาจารย์ ชีวิตธรรมของท่านจะหาจุดหมายไม่เจอ ผมได้สนทนาธรรมกับท่านอาจารย์ลี รู้สึกเคารพยำเกรงในธรรมของท่าน ผมรู้สึกผูกพันกับท่านอาจารย์ลีมาก วาสนาของผมกับท่านพ่อลีมีด้วยกันเมื่อในอดีต

“เรียนถามพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบ ท่านบอก บุญฤทธิ์ท่านเคยเป็นข้าพระบาทพระเจ้าอโศกมาก่อน ท่านจึงเคารพยำเกรงในท่านอาจารย์ลี”

อาจารย์ชอบท่านอธิบายความนัยเรื่องท่านอาจารย์ลีให้ผมทราบเชิงลึก พ่อแม่ครูอาจารย์ชอบบอก อาจารย์ลีท่านคือพระเจ้าอโศกฯ ผู้พิทักษ์รักษาพระศาสนาให้พวกเรา

“ตัวผมก็รู้ตัวเองในเรื่องนี้ แต่อยากให้ท่านอาจารย์ชอบรับรองความรู้ของตนเอง จากนั้นมาผมก็ไม่สงสัยที่มาของท่านพ่อลีเลย”


ที่บ้านกะเหรี่ยงแม่เมืองหลวง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านก็เคยไป ท่านบอกในบรรดาลูกศิษย์พ่อแม่ครูอาจารย์ชอบ เราเป็นลูกศิษย์องค์แรกที่เข้าไปที่นั่น

เราไปบ้านกะเหรี่ยงแม่เมืองหลวง เมืองปาย ตอนนั้นมันมีบ้านอยู่ประมาณสิบกว่าหลังคาเรือน บ้านกะเหรี่ยงแม่เมืองหลวงนี้ เป็นอีกที่แห่งหนึ่งที่หลวงปู่ชอบท่านเคยเหยียบเท้าก้าวเข้าไปอยู่ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจะปะทุร้อน

บ้านกะเหรี่ยงดอยมะโนรา จ.แม่ฮ่องสอน หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่าท่านก็เคยไปอยู่ ท่านว่าที่แห่งนี้ท่านอาจารย์เทสก์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) ท่านอาจารย์ชอบ ก็เคยไปอยู่พักภาวนา หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่าลงจากดอยบ้านกะเหรี่ยงมะโนรา ท่านก็เข้ามาอยู่บ้านใหม่ ชานเมืองแม่ฮ่องสอน ท่านว่าที่นี่แต่ก่อนมันเป็นค่ายที่พักทหารญี่ปุ่น ก่อนจะเข้าไปตีประเทศพม่าเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านบอกตอนไปจำพรรษาที่แม่ฮ่องสอน ตอนไปสร้างวัดจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านใหม่ (วัดป่าสนามบิน) ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ท่านเกิดอาพาธเป็นไข้ป่ามาลาเรียกำเริบหนัก จน “จิตทิ้งขันธ์ห้า” ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือ จิตออกจากร่าง หรือ วิญญาณออกจากร่าง จนตัวตายคืน (ตายแล้วฟื้น) ท่านว่าไข้ป้างไข้ป่ามาลาเรียของเราเป็นประเภทแบบหนาวสั่นเหมือนหัวใจถูกแช่เย็นไว้ในน้ำแข็ง เวลาพิษไข้ป้างไข้ป่ามาลาเรียนี้มันกำเริบเสิบสานขึ้นมา ท่านจะมีอาการหนาวสั่นจากข้างในจนหัวใจเจ้าของจะขาดรอนชีวิต

ท่านว่า ตอนนั้นเราฉันอะไรเข้าไปก็จะอ้วกแตกอ้วกแตนออกมา จนขี้เพี้ยน้ำถุงดีมันแตกเรื่ยคอขมไปหมด ยาอะไรที่มีฉันไปเท่าไหร่ก็เอาพิษไข้ป้างมันไม่อยู่ ไม่หายขาดซักที พอกายาธาตุยาโลกเอาไม่อยู่ ท่านเลยวางธรรมรักษาด้วยใจยากรรมฐาน หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านก็วางลงปลงตายตนเองปล่อยให้กายาธาตุทำหน้าที่ของมันไปในไตรลักษณ์

ท่านบอกเราปล่อยวางขันธ์ห้าของตนเองลง เอาจิตตนเองทรงไว้ในภูมิ แยกรูปแยกนามออกจากกัน ตัดสัญญาอุปาทานสะพานเวทนาออกจากขันธ์ห้าทั้งหมด ให้จิตเป็นจิต ให้กายเป็นกาย

ทั้งสองฝ่ายอย่าร้างแยกทางกันใน “อุปาทาน” อย่างสิ้นเชิง ไม่มีอะไรมาผูกมัดกันให้รำพันอาลัย

หลวงปู่บุญฤทธิ์ “ให้มีสติกำกับจิตของตนเองไว้อย่างเดียว ให้จิตปล่อยวางในธาตุสี่ขันธ์ห้าของตนเองลงไป อย่าเอาใจนี้ไปถือในเวทนา ตัดสะพานอุปาทานออกไปให้หมด มีสติคุมใจให้เป็นจิต พอวางอุปาทานทุกอย่างไปได้หมดแล้ว จิตมันก็จะไม่ยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องกับอะไร”

พอจิตแยกอุปาทานในธาตุขันธ์แล้ว จิตของท่านดีดออกจากขันธ์ห้าทันที จิตทิ้งขันธ์ห้าที่ชาวบ้านเรียกว่า จิตออกจากร่าง หรือ วิญญาณออกจากร่าง จิตออกมายืนดูกายนอนตายเหมือนท่อนฟืนที่ถูกเจ้าของทิ้งขว้างไม่อาลัย จิตเราออกมาดูความตายระหว่างกายกับจิต ขณะนั้นจิตเห็นธรรมอันเป็นไตรลักษณ์ ท่านว่าจิตเรารำพึงธรรมขึ้นมาภายใน “ตายแล้วมันเป็นอย่างนี้นี่หนอ” พอจิตขาดจากฉันทะยินดีในกายแล้ว ธรรมแท้ก็แสดงซากเหม็นเน่าเจ้าของขึ้นมาให้รู้

ท่านบอก “ผมไม่มีอาการสะดุ้งหวาดกลัวอะไรจากการตายของตนเองเลย จิตมันอาจหาญในบุญของตนเองเป็นอย่างมาก”

หลวงปู่บุญฤทธิ์บอกขณะจิตท่านดูร่างกายตายเน่าของตนเองอยู่นั้น มีโยมชาวบ้านใหม่สองคนเดินคุยกันผ่านมาทางกุฏิที่ท่านพัก ท่านเร้นโยมโดยเข้าไปบังในหินก้อนหนึ่งในวัดป่าบ้านใหม่...ท่านบอก

“ก้อนหินไม่เป็นอุปสรรคในการเข้าไปอยู่ของจิตเลย ผมถึงรู้ว่าพวกผีสิงผีแทรกมันเข้าคนได้ยังไง อำนาจจิตฤทธิ์ฌานอภิญญาของท่านผู้ทรงฤทธิ์ทรงคุณที่ทะลุทะลวงเข้าไปในวัตถุมงคลต่างๆ ที่ท่านอธิษฐานจิตนั้นมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ผมหายสงสัยในเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๖”

หลวงปู่บุญฤทธิ์ “เราจึงเข้าใจในพวกกายทิพย์ ภูตผีเทวดาว่า พวกนี้เขาจะแทรกซึมซ่อนตนอยู่ในสิ่งหยาบเหล่านี้ได้ยังไง”

ท่านพระอาจารย์ธรรม “ช้างเผือกผาแด่น” หลวงปู่บุญฤทธิ์บอก หลังโยมชาวบ้านใหม่สองคนนี้เดินผ่านไป ท่านรำพึงว่าเมื่อเราตายแล้วขอไปกราบลาพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ตนเองเคยปฏิบัติกับท่านมาก่อน ท่านว่าตอนนั้นเราอยากไปกราบสรีระสังขารของท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ท่านว่าเพียงระลึกรำพึงใจแค่นี้จิตเราก็ลอยลิ่วไปในนภาอากาศจากบ้านใหม่ แม่ฮ่องสอน มาวัดอโศการาม สมุทรปราการ เหมือนลัดนิ้วหมุนมือ

ขณะจิตลอยตนอยู่เหนืออากาศ ท่านมองลงมาดูข้างล่างวัดอโศการาม ท่านว่าเรามองเห็นทุกอย่างอยู่ข้างล่างเหมือนกับเราอยู่บนเครื่องบินแล้วมองลงมาดูข้างล่าง ต่างแต่ตาจิตมันละเอียดกว่าตาเนื้อ ตาเนื้อไม่สามารถมองผ่านสิ่งมุงบัง แต่ตาจิตนั้นมันสามารถมองเห็นผ่านสิ่งที่หลังคาบังตาอยู่


หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านบอก “ผมระลึกถึงท่านอาจารย์ลี กำหนดไปกราบสรีระสังขารของท่านอาจารย์ลี จิตตนเองไปทางอากาศ เราลอยอยู่บนอากาศ มองจากข้างบนลงไปดูที่วิหารเห็นสรีระสังขารของท่านอาจารย์ลีบรรจุไว้ในหีบศพ พอเห็นเช่นนี้จิตเราว่าไม่สมควรที่เราจะมาลอยตนอยู่เหนือสรีระสังขารของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เราจึงน้อมจิตของตนเองลงไปในวิหารเพื่อกราบสรีระสังขารของท่านอาจารย์ลี ตนเองกราบลาสรีระสังขารของท่านเพื่อจะลาละขันธ์ หลังกราบสรีระสังขารของท่านอาจารย์ลีแล้ว จิตเราได้พิจารณาในบุญวาสนาตนเองว่าจะไปข้างหน้า หรือจะมาคืนหลัง ทางข้างหน้าเราก็รู้ที่หมายในจิตตนว่าจะไปทางไหน ทางคืนหลังกายาธาตุของตนเองนั้นยังอบอุ่นในการสร้างบุญบารมี ขณะจิตเรากำลังพิจารณาในเรื่องนี้นั้นอยู่บนอากาศ ก็ได้ยินเสียงท่านอาจารย์ชอบดังขึ้นฟ้า”

“จะรีบไปตายทางไหนบุญฤทธิ์ กลับเดี๋ยวนี้ พอได้ยินเสียงพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบว่า จิตเรากำหนดตามรู้ในเสียงนั้นทันที เห็นท่านอาจารย์ชอบอยู่บ้านโคกมน ท่านบอก บุญฤทธิ์กลับไปเป็นเจ้าอาวาสก่อนอย่าพึ่งไปไหน เรานิมนต์ท่านกลับไปเป็นเจ้าอาวาสก่อน สิ้นเสียงท่านอาจารย์ชอบ จิตเราพรวดเดียวกลับคืนครองธาตุขันธ์ปัจจุบันของตนเองทันที”

รูปภาพ
สรีระสังขาร “ท่านพ่อลี ธัมมธโร” หลังท่านได้มรณภาพอย่างสงบ
เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๔ เวลาประมาณ ๐๒.๐๐ น.
ณ กุฏิของท่าน วัดอโศการาม สิริอายุรวมได้ ๕๕ ปี พรรษา ๓๓


รูปภาพ
จากซ้าย : พระโสภณคุณาธาร (หลวงปู่มหาเนียม สุวโจ),
พระวิจิตรธรรมภาณี (หลวงปู่สิงห์ สุขปัญโญ),
พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่แดง ธัมมรักขิโต)
และพระครูญาณวิศิษฏ์ (ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก)
บันทึกภาพร่วมกันในงานบำเพ็ญกุศลศพและสวดมนต์อุทิศถวาย
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธัมมธโร)
ณ วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ


:b8: :b8: :b8: คัดมาจาก : >>>
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=59344


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2020, 08:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2134

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b47: ประวัติและปฏิปทา “ท่านพ่อลี ธัมมธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21381

:b47: รวมคำสอน “ท่านพ่อลี ธัมมธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38679

:b47: “พระธุตังคเจดีย์-วัดอโศการาม-ท่านพ่อลี”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=42731

:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21313

:b44: รวมคำสอน “หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=59298

:b44: ประมวลภาพ “หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=36578


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ต.ค. 2020, 20:41 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1886


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร