วันเวลาปัจจุบัน 12 ธ.ค. 2019, 07:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ส.ค. 2019, 08:47 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1945

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระสุภาชีวกัมพวนิกาเถรี
พระเถรีผู้มีนัยน์ตาสวย

:: ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก
=========================

ในกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ อันมีพระมหากษัตริย์พระนามว่า พิมพิสาร ครอบครอง พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานมั่นคง หลังจากชฎิลสามพี่น้องผู้เคยเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของปวงชนชาวเมืองราชคฤห์ และพระเจ้าพิมพิสารได้สละลัทธิความเชื่อของตนมานับถือพระพุทธศาสนา

พระเจ้าพิมพิสารเองได้ถวายป่าไผ่อันร่มรื่นให้เป็นสถานที่พำนักของพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ วัดแห่งแรกจึงเกิดขึ้นในพระพุทธศาสนา มีนามว่า “วัดพระเวฬุวัน”

จากนั้นไม่นาน หมอชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์หลวง ได้ถวายสวนมะม่วงให้เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อีกแห่งหนึ่ง

พระพุทธองค์ ภิกษุสงฆ์ แม้บางคราวภิกษุณีสงฆ์ก็ไปพำนักในสวนมะม่วงของหมอชีวก อันมีนามเป็นที่รู้กันว่า “ชีวกกัมพวัน” เป็นครั้งคราว


ภิกษุณีสาวรูปหนึ่ง กำลังเดินทางมุ่งหน้าไป เพื่อพำนักในชีวกกัมพวันนั้น ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งขวางทางไว้ พลวงกล่าววาจาเกี้ยวพาราสี ชักชวนนางเพื่อความรื่นรมย์ทางกาม พูดให้ชัดก็คือชวนเสพเมถุนธรรมนั้นเอง

ภิกษุณีรูปนี้นามว่า สุภา ก่อนที่จะมาบวชนั้นเป็นบุตรสาวแห่งตระกูลพราหมณ์มหาศาลในเมืองราชคฤห์ เนื่องจากได้สั่งสมบุญญาบารมีมามากในอดีตชาติ พอนางเติบโตมา เป็นหญิงสาวที่มีความงดงามมาก เป็นที่ปรารถนาของบุรุษทั่วไป แต่นางไม่มีจิตยินดีในกามารมณ์ มีความคิดน้อมไปในทางบรรพชาอยู่เสมอ ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจลาบิดามารดาออกบวชเป็นภิกษุณีในสำนักของพระมหาปชาบดีโคตมี

เมื่อบวชแล้วก็ขะมักเขม้นฝึกฝนอบรมตนด้วยการปฏิบัติกรรมฐาน จนกระทั่งได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับอนาคามี หมดความยินดีในกามารมณ์โดยสิ้นเชิง

วันหนึ่งนางเดินมุ่งหน้าไปยังชีวกกัมพวันเพื่อหาความสงบวิเวก ระหว่างทางพบบุรุษหนุ่มคนหนึ่งกั้นทางไม่ให้ไป พร้อมกล่าวเกี้ยวพาราสีเชิญชวนเพื่อความอภิรมย์ในกามารมณ์ดังกล่าวข้างต้น

ต่อไปนี้เป็นคำโต้ตอบระหว่างบุคคลทั้งสอง

เถรี : ฉันทำผิดอะไรหรือ จึงมาขวางทาง ท่านสุภาพบุรุษไม่ควรแตะต้องสตรีนักบวชผู้มีสิกขาบริสุทธิ์ ผู้ไม่เกี่ยวข้องด้วยราคะกิเลสเช่นเรา

บุรุษ : ท่านยังสาวยังสวย ท่านมาบวชทำไม จงเปลื้องผ้าย้อมน้ำฝาดมาหาความอภิรมย์กันในป่า อันมีดอกหญ้าบานสะพรั่งนี้เถิด ในป่าเต็มไปด้วยเนื้อร้ายปราศจากผู้คน น่ากลัว เราสองคนอยู่ร่วมกันในป่า จะมีความสุข เรามาครองเรือนด้วยกันเถิด ท่านจักได้อยู่ปราสาทหรูหรา มีคนคอยรับใช้ ได้นุ่งห่มผ้าสวยงาม ตกแต่งร่างกายด้วยพัสตราภรณ์อันวิจิตรงดงาม นอนบนที่นอนอันนุ่ม มีค่ามาก ปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์ และฟูกอันปราศจากธุลี ประทับด้วยแก่นจันทร์อันหอมยิ่งนัก

ท่านยังอยู่ในวัยสาว อวัยวะที่ธรรมชาติให้มายังไม่ได้ใช้สอยให้คุ้มค่าเลย แก่ชรามาแล้วจะคร่ำคร่าหาประโยชน์มิได้

เถรี : “ร่างกายเต็มไปด้วยของปฏิกูลเน่าเหม็น อันแตกสลายไปเป็นธรรมดา ไยท่านเห็นว่ามันเป็นแก่นสาร ท่านมองเห็นส่วนไหนว่าน่าดูน่าชมอีกหรือ”

บุรุษ : “นางเอย นัยน์ตาของเจ้าดำงามเหมือนตาเนื้อทราย ดุจดังตากินรี เราเห็นนัยน์ตาของเจ้าแล้วหลงรักเจ้ายิ่งกว่าชีวิตก็มิปาน”

เถรี : “ท่านปรารถนาในตัวเราผู้เป็นธิดาของพระพุทธเจ้านับว่าคิดผิดเดินทางผิดแล้ว ไม่สมหวังดอก ดังปรารถนาดวงจันทร์มาเชยชม ท่านเลิกคิดเสียเถิด สตรีอื่นที่เขาอภิรมย์ยินดีในกามคุณมีอีกมาก ท่านไปโลมเล้าสตรีเหล่านั้นเถิด”

บุรุษ : “สตรีอื่นผู้มีนัยน์ตามงามดังเจ้าไม่มีอีกแล้ว นัยน์ตาเจ้ากลมโต น่ารัก แม้เราไปไหนไกลๆ ก็จักไม่นึกถึงสิ่งอื่นนอกจากนัยน์ตางามของเจ้า”

ทันใดนั้น สุภาภิกษุณีก็ควักดวงตาซ้ายออก เลือดสดๆ แดงฉาน ไหลออกจากเบ้าตา นางกล่าวพลางยื่นดวงตาให้บุรุษนั้น “ถ้าท่านปรารถนาดวงตาของข้า เชิญท่านรับเอาไปเถิด” บุรุษหนุ่มตกตะลึง คาดไม่ถึงว่า พระเถรีจะทำถึงขนาดนี้ ความกำหนัดยินดีที่มีหายไปหมดสิ้น เหลือแต่ความตื่นตระหนกงงงัน แล้วสำนึกในความผิดของตนที่ได้ล่วงเกินต่อนาง

จึงกราบแทบเท้าพระเถรี กล่าวขอขมา


สุภาเถรียกโทษให้บุรุษคนนั้น พร้อมเทศนาสั่งสอนเขาให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ แล้วเดินทางไปเฝ้าพระพุทธองค์ที่พระเชตวัน


ทันทีที่เห็นพระพักตร์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดวงตาข้างที่บอดกลับมองเห็นได้ดังปกติ เป็นที่น่าอัศจรรย์ พระพุทธองค์ทรงทราบวารจิตของนาง ได้ตรัสพระธรรมเทศนาที่เหมาะแก่อุปนิสัยของนาง และประทานกรรมฐานให้เธอได้เจริญ ไม่ช้าไม่นานเธอก็ได้บรรลุพระอรหัตผลพร้อมปฏิสัมภิทา


:b8: คัดมาจาก...หนังสือ พุทธสาวก พุทธสาวิกา
ประมวลประวัติพระเถระพระเถรี อุบาสกอุบาสิกาสมัยพุทธกาล
เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต


=========================

:b45: ภิกษุณี ในสมัยพุทธกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=46460


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร