วันเวลาปัจจุบัน 12 พ.ย. 2019, 19:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ค. 2019, 08:26 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1937

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

พระมหากัจจายนเถระ (พระสังกัจจายน์)
จาก... ๓ พระอรหันต์ผู้ทรงฤทธิ์

:: ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก
=========================

พระมหากัจจายนเถระ เป็นบุตรของพราหมณ์ ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้าจัณฑปัชโชต กรุงอุชเชนี เดิมท่านชื่อว่า กัญจนะ เพราะมีรูปร่างสง่างาม มีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เจริญวัยขึ้นได้เรียนจบไตรเพท เมื่อบิดาถึงแก่กรรมแล้วได้ดำรงตำแหน่งปุโรหิตแทนบิดา

เมื่อพระบรมศาสดาตรัสรู้แล้ว เสด็จเที่ยวจารึกประกาศหลักธรรมคำสอนตามคามนิคมชนบทอยู่นั้น พระเจ้าจัณฑปัชโชตมีพระราชประสงค์จะกราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์เสด็จสู่กรุงอุชเชนีของพระองค์บ้าง จึงรับสั่งให้ปุโรหิตกัจจายนะไปกราบทูลอาราธนา กัจจายนะถือโอกาสกราบทูลลาเพื่ออุปสมบทด้วย เมื่อทรงอนุญาตแล้วพร้อมด้วยบริวารติดตามอีก ๗ คน เดินทางไปเฝ้าพระบรมศาสดา เมื่อเดินทางไปถึงก็รีบเข้าเฝ้า พระพุทธองค์ตรัสพระธรรมเทศนาให้ฟัง

ปุโรหิตกัจจายนะพร้อมบริวารได้บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วกราบทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้เป็นภิกษุด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสมปทา เมื่ออุปสมบทแล้วได้กราบทูลอารธนาพระบรมศาสดาเสด็จสู่กรุงอุชเชนี ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางมา แต่พระบรมศาสดารับสั่งให้ท่านไปเอง พระเจ้าจัณฑปัชโชตและชาวเมืองก็จะเกิดศรัทธาเหมือนกัน

พระมหากัจจายนะได้กราบทูลลาพระบรมศาสดาพาภิกษุบริวารนั้นเดินทางกลับสู่กรุงอุชเชนี ประกาศหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาให้พระเจ้าจัณฑปัชโชตและชาวเมืองเกิดศรัทธาเลื่อมใส ทำให้พระพุทธศาสนาแพร่กระจายทั่วกรุงอุชเชนีแล้ว ท่านได้เดินทางกลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคอีก

เพราะท่านพระมหากัจจายนเถระเป็นผู้มีรูปร่างสง่างามดุจทองคำ เป็นที่ต้องตาถูกใจแก่ผู้พบเห็นทั่วไป จนกระทั่งมีเหตุการณ์วิปริตเกิดขึ้นแก่บุตรเศรษฐีชื่อว่า โสเรยยะ ในเมืองโสเรยยะ ขณะที่เขานั่งบนยานพาหนะกับสหายเพื่อไปอาบน้ำพร้อมกับบริวารทั้งหลาย ได้เห็นพระเถระกำลังยืนห่มจีวรเพื่อเข้าไปบิณฑบาตในเมืองแล้วเกิดความพอใจในดวงจิตคิดอกุศลขึ้นว่า “งามจริงหนอ พระเถระรูปนี้น่าจะเป็นภริยาของเรา หรือไม่ก็ขอให้ภริยาของเรามีสีผิวกายเหมือนพระเถระนี้”

ด้วยอกุศลจิตคิดเพียงเท่านี้ ทำให้เพศชายของเขาหายไป กลายเป็นเพศหญิงไปทั้งร่าง ทำให้เขาอับอายเป็นอย่างมาก เขารีบลงจากยานนั้นโดยไม่มีใครรู้ แล้วเดินตามกองเกวียนพ่อค้าไปยังเมืองตักสิลา ได้เป็นภริยาของลูกชายเศรษฐีในเมืองนั้น อยู่ร่วมกันจนมีบุตร ๒ คน แต่เดิมทีที่เขาอยู่ในเมืองโสเรยยะนั้น เขามีภริยาอยู่แล้วและมีบุตรด้วยกัน ๒ คนเช่นเดียวกัน จึงปรากฏว่าเข้าเป็นทั้งพ่อและแม่หรือเป็นทั้งผัวทั้งเมียในชาติเดียวกันนี้

ต่อมาพระมหากัจจายนะเถระจาริกมายังเมืองตักสิลาโสเรยยะได้มีโอกาสไปกราบขอขมาโทษพระเถระ เมื่อพระเถระทราบเรื่องโดยตลอดแล้วก็ยกโทษให้ เพศหญิงก็หายไปเพศชายปรากฏขึ้นมาเหมือนเดิม เขาเกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระเถระเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเห็นว่าตนเองเป็นคนแปลกคือเป็นทั้งชายและหญิงในอัตภาพเดียวเท่านั้น และยังคิดว่าไม่ควรที่จะอยู่ครองเพศฆราวาสต่อไป จึงมอบบุตรทั้ง ๔ คนให้บิดามารดาเลี้ยงดูต่อไป ส่วนตนเองได้ขอบวชในสำนักพระเถระและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่พระภิกษุ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเห็นพระมหากัจจายนะเถระเดินมาแต่ไกลแล้วก็พากันกล่าวว่า “พระบรมศาสดาของพวกเรา เสด็จมาแล้ว” แล้วพากันทำความเคารพกราบไหว้ ทั้งนี้ก็เพราะท่านมีรูปลักษณ์ละม้ายพระผู้มีพระภาคนั่นเอง

ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคทรงแสดงภัทเทกรัตตสูตรแต่โดยย่อ แล้วเสด็จเข้าสู่พระวิหารที่ประทับ พระภิกษุทั้งหลายไม่ได้โอกาสเพื่อจะกราบทูลถามเนื้อความที่ตรัสไว้โดยย่อให้เข้าใจได้ จึงพากันเข้าไปหาพระมหากัจจายนะ อาราธนาให้ท่านเมตตาอธิบายขยายความให้ฟัง พระเถระได้อธิบายขยายความย่อให้ฟังอย่างพิสดาร แล้วกล่าวแนะนำว่า “ท่านผู้มีอายุผมเข้าใจความหมายแห่งพระสูตรนี้ตามที่อธิบายมานี้แต่ถ้าท่านทั้งหลายมีความต้องการจะทราบให้แน่ชัดก็จงไปกราบทูลถามพระผู้มีพระภาค เมื่อพระองค์ทรงแก้อย่างไรก็จงจำไว้อย่างนั้นเถิด”

พระภิกษุเหล่านั้นพากันลาพระเถระแล้ว เข้าไปกราบทูลเนื้อความที่พระมหากัจจยนะอธิบายไว้ให้พระพุทธองค์ทรงสดับ พระผู้มีพระภาคตรัสสรรเสริญพระเถระว่า “ภิกษุทั้งหลาย พระมหากัจจายนะเป็นผู้มีปัญญา เนื้อความนั้นถ้าพวกเธอถามตถาคต แม้ตถาคตก็จะอธิบายอย่างนั้นเช่นกัน ขอพวกเธอจงจำข้อความนั้นไว้เถิด”

พระสังกัจจายน์ หรือพระสังกัจจายนะ ที่ชาวพุทธทั่วไปมักเรียกเพี้ยนไปเป็นพระสังข์กระจายนั้น แท้ที่จริงก็คือพระมหาสังกัจจายนเถระ หรือพระมหากัจจายนเถระ ซึ่งเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในครั้งพุทธกาล พระสังกัจจายน์ที่เราเห็นกันทั่วไปในปัจจุบัน เป็นภาพหรือรูปปั้นที่อ้วน พุงพลุ้ย ใบหน้าเอิบอิ่ม ยิ้มร่าอย่างมีเมตตา เป็นการแสดงถึงการมีโชคมีลาภ มีเมตตามหานิยมแก่ผู้สักการบูชา แต่ก่อนที่จะมามีรูปลักษณ์นี้ พระสังกัจจายน์เป็นผู้มีรูปร่างงดงาม ผิวพรรณผุดผ่องดุจทองคำ จนเป็นที่ต้องตาต้องใจแก่คนทั่วไป เรียกว่าใครๆ ก็อยากเห็น อยากพบ อยากทำบุญด้วย เป็นเมตตามหานิยมที่เกิดขึ้นจากตัวท่านเอง จนสตรีเพศทั้งหลายต่างก็พากันหลงใหล ไปอยู่ที่ไหนก็มีสตรีหลายคนมาคอยเฝ้าดู เฝ้าชมกันอย่างไม่ลุกไปไหน จนเป็นการขัดขวางการปฏิบัติสมณธรรม ท่านจึงทูลขออนุญาตจากพระพุทธองค์ เพื่อขอแปลงกายไม่ให้หล่อเหลางดงาม ทรงมีพุทธอนุญาตให้เป็นไปตามที่ขอ

พระสังกัจจายน์จึงใช้ฤทธิ์อภิญญาของท่านแปลงกายให้อ้วนพุงพลุ้ย จนถึงต้องเอามืออุ้มไว้เพราะมันใหญ่มากแต่ใบหน้าก็ยังอวบอิ่มยิ้มร่าด้วยเมตตาบารมีแห่งความมีโชคมีลาภ ก็หมดปัญหาไปสำหรับการหลงใหลในรูปร่างหน้าตา แต่ผู้คนก็ยังติดใจในเมตตาบารมีของท่านก็ยังทำบุญกับท่านอยู่เสมอ เปรียบได้กับพระสีวลี ซึ่งเป็นพระอรหันต์แห่งโชคลาภก็ว่าได้ ในเวลาที่หมู่สงฆ์จะต้องเดินทางจาริกไปทีละมากๆ หากพระสิวลีไม่สามารถที่จะเดินทางไปด้วยได้หรือไม่อยู่ พระพุทธองค์ก็ทรงเรียกให้พระสังกัจจายน์ไปด้วย เพื่อว่าหมู่สงฆ์จะได้ไม่ติดขัดเรื่องบิณฑบาต ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ อาหารบิณฑบาตก็จะเหลือเฟือไม่ขาดแคลน ถึงแม้ว่าหนทางนั้นจะมีหมู่บ้านและผู้คนไม่มากนักก็ตาม


เมื่อพระสีวลีไม่อยู่แต่พระสังกัจจายน์มาก็เหมือนกับพระสีวลีอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่มีใครสงสัย เมื่อเห็นรูปปั้นท่านประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใดก็มักไปบูชาขอโชคขอลาภกันอยู่เสมอ แล้วก็นำองค์ท่านเล็กๆ ไปบูชาที่บ้าน ที่ร้าน บริษัท เพื่อกิจการค้าขาย และการดำเนินธุรกิจต่างๆ จะได้ก้าวหน้า เจริญเติบโต ด้วยบารมีของท่าน และผู้บูชาสักการะเอง

พระมหากัจจายนเถระเป็นผู้ที่เอาใจใส่สนใจในการพระศาสนามากองค์หนึ่ง ธรรมวินัยใดที่ขัดต่อภูมิประเทศ ไม่สะดวกที่สงฆ์จะปฏิบัติตามได้โดยลำบากแล้ว ท่านก็จะทูลชี้แจงขอพุทธานุญาตให้แก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้นอยู่เสมอ

พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระมหากัจจายนเถระว่าเป็นเลิศในการแสดงธรรม

=========================

:b50: :b50: :b50: ๓ พระอรหันต์ผู้ทรงฤทธิ์
(๑) พระมหากัจจายนเถระ (พระสังกัจจายน์)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=57582

(๒) พระสีวลี ผู้มีลาภมาก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=57583

(๓) พระอุปคุต (พระบัวเข็ม) ผู้ปราบพญามาร
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=57464

:b45: ภิกษุ ในสมัยพุทธกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=46461


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร