วันเวลาปัจจุบัน 20 พ.ย. 2019, 12:13  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มิ.ย. 2015, 09:04 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1937

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

พระจ้าอชาตศัตรู
พระราชา “เสือสำนึกบาป”

:: ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก

=========================

เล่าถึงประวัติกษัตริย์ที่อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาแล้ว ไม่เอ่ยถึง อชาตศัตรู ก็ดูกระไรอยู่ เมื่อครั้งร่างหลักสูตรวิชาพระพุทธศาสนาสำหรับชั้นมัธยมฯ มีหัวข้อหนึ่ง คือ สาวก สาวิกาตัวอย่าง ได้ยกพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นผู้หนึ่งในจำนวนนั้น บางท่านท้วงว่าไม่ควรนำมาใส่ เพราะอชาตศัตรูทำปิตุฆาต แต่ก็มีหลายท่าน ให้เหตุผลว่าให้พูดในประเด็นอื่นที่เป็นอุปการคุณพระพุทธศาสนา ในแง่ที่ปิตุฆาตนั้นก็อาจพูดได้ เพื่อชี้ให้เด็กเห็นว่าไม่ควรเอาอย่าง แต่ในแง่ดีของพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นสิ่งที่ไม่น่าละเลย ควรนำมาเน้นย้ำให้ถือเอาเป็นตัวอย่าง

ผมก็เห็นด้วย เพราะคนเราถ้ากระทำผิดแล้วสำนึกตนว่าผิด พยายามแก้ไขปรับปรุงตน ก็ย่อมเป็นประเภท “ต้นคดปลายตรง” น่าสรรเสริญอย่างยิ่ง พระองคุลมาลก็จัดอยู่ในประเภทนี้เช่นเดียวกัน

คงทราบกันบ้างแล้วว่า สาเหตุที่อชาตศัตรูฆ่าพ่อ เพราะได้มิตรชั่ว คือ พระเทวทัตชักจูง เทวทัตเอง แรกเริ่มเดิมทีก็ใช่ว่าจะเป็นพระอลัชชี ออกบวชด้วยศรัทธาปสาทะ ตั้งใจปฏิบัติธรรมจนได้ “โลกิยฤทธิ์” เหาะเหินเดินหาวได้ หายตัวได้ แสดงว่าเล่นกสิณจนช่ำชอง จะว่าญาติโยมเป็นเหตุด้วยหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ ญาติโยมเวลาไปวัดมักถามหาพระรูปอื่น น้อยรายจะถามหาพระเทวทัต

พระคุณเจ้าจึงน้อยใจว่าเราเป็นถึงเจ้าชายออกบวชไม่ได้กระจอกอะไรนักหนา ทำไมโยมจึงถามหาแต่พระรูปอื่น ไม่มีใครให้ความสำคัญเราบ้าง เพราะจุดน้อยใจนี้เอง ทำให้พระเทวทัตเธอหาทางสร้างจุดเด่นให้แก่ตัวเอง

นึกถึงยุวราชแห่งเมืองราชคฤห์ บริสุทธิ์ไร้เดียงสา เทวทัตจึงไปสำแดงฤทธิ์ให้เห็น อชาตศัตรูทรงเลื่อมใสว่าท่านเก่ง จึงมอบตนเป็นศิษย์ คอยอุปถัมภ์บำรุง ตอนนี้พระเทวทัตจึงเดินกร่างในฐานะเป็นพระอาจารย์เจ้าชายแห่งเมืองราชคฤห์

วันดีคืนดีก็ยุให้เจ้าชายจับพระราชบิดาขังคุก ให้อดพระกระยาหารจนสิ้นพระชนม์

เหตุการณ์โดยละเอียดเกี่ยวกับฉากนี้เป็นอย่างไร อย่าให้ผมต้องเล่าเลยครับ เพราะเล่าไปน้ำตาผมจะร่วงเปียกต้นฉบับเปล่าๆ ด้วยความสงสารพระเจ้าพิมพิสาร

เอาเป็นว่าในที่สุด พระเจ้าพิมพิสารก็สิ้นพระชนม์ในวินาเดียวกับที่พระโอรสน้อยของพระเจ้าอชาตศัตรูออกมาดูโลก หลังจากนั้น พระนางเวเทหิเทวีพระราชมารดา ก็ตรอมพระทัยสิ้นพระชนม์ไปอีกองค์

พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเชษฐาธิราชของพระนางเวเทหิ รู้ว่าพระกนิษฐาของพระองค์สิ้นพระชนม์เพราะลูกอกตัญญู จึงทรงพิโรธมาก ทรงยกทัพมาจับอชาตศัตรูสั่งสอน แต่ก็มิได้ปลงพระชนม์ เพราะถือเป็นพระเจ้าหลาน กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ พอขัดเคืองกันก็รบกันเรื่อย ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ว่ากันอย่างนั้น

อชาตศัตรูหลังจากทำปิตุฆาตพระบิดาแล้ว ก็บรรทมไม่ค่อยหลับ ทรงฝันร้ายตลอด คืนวันหนึ่งพระจันทร์เพ็ญแจ่มกระจ่างบนท้องฟ้า พระเจ้าอชาตศัตรูประทับท่ามกลางเหล่าเสนามาตย์ ตรัสถามว่า คืนวันพระจันทร์เพ็ญอย่างนี้ ข้าควรจะไปสนทนาธรรมกับสมณะท่านใดดี เพื่อให้สบายใจ เหล่าเสนามาตย์ต่างก็กราบทูลเสนอให้ไปปรึกษาสมณะสำนักปูรณกัสสปะบ้าง อชิตเกสกัมพลบ้าง ฯลฯ พระราชาก็ทรงสงบนิ่งอยู่

เมื่อทอดพระเนตรเห็นหมอชีวกโกมารภัจจ์นั่งเงียบเฉยไม่เสนออะไร จึงตรัสถามว่า “ชีวก เธอไม่มีความคิดเห็นอะไรหรือ

หมอชีวกโกมารภัจจ์ กราบทูลว่า “ขณะนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของข้าพเจ้าพระพุทธเจ้าข้า”
“พาข้าไปเฝ้าพระองค์ได้ไหม ชีวก”
“ได้ พระพุทธเจ้าข้า“ หมอชีวกทูลรับ ... • (มีต่อ)

ข้อมูล : บทความพิเศษ พระจ้าอชาตศัตรู : พระราชา “เสือสำนึกบาป (๑) หนังสือมติชนสุดสัปดาห์ โดย ศาสตราจารย์ (พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก

พระจ้าอชาตศัตรู พระราชา เสือสำนึกบาป (จบ)

แล้วหมอชีวกโกมารภัจจ์นำเสด็จอชาตศัตรูไปสวนมะม่วงของตนเพียงลำพังเพื่อเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรยากาศเงียบสงบ ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวๆ เมื่อมองไปไม่เห็นอะไร พระเจ้าอชาตศัตรูก็ทรงนึกว่าถูกหลอกมาฆ่า จึงทรงจับแขนหมอชีวกกระชาก รับสั่งว่า “ชีวก” เจ้าลวงข้ามาทำร้ายหรือ”

หมอชีวกกราบทูลเบาๆ ว่า “จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป พระเจ้าข้า ขอพระองค์ทอดพระเนตรดูโน่น” ว่าแล้วก็ชี้มือไปข้างหน้า

พระราชาหนุ่มมองผ่านแสงจันทร์สลัวๆ ออกไปตามที่มือชี้ ทอดพระเนตรเห็นพระพุทธองค์ประทับอยู่ และแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงกระแอมกระไอ

พระราชาหนุ่มทรงมีพระโลมชาติชูชันด้วยความอัศจรรย์ใจ ทรงสัมผัสบรรยากาศอันสงบอย่างประหลาด ทรงเข้าไปถวายบังคมแทบพระยุคลบาทของพระศาสดา คำแรกที่หลุดจากพระโอษฐ์ก็คือ “ขอให้อุภัยภัททะของลูกข้า จงมีความสงบอย่างนี้เถิด” พระเจ้าอชาตศัตรูทรงขอขมาต่อพระพุทธองค์ ที่ทรงหลงผิดถึงกับทำกรรมหนัก พระพุทธองค์ก็ทรงปลอบให้หายกังวลพระทัย แล้วทรงแสดงพระธรรมเทศนา ชื่อว่า “สามัญญผลสูตร” ให้พระเจ้าอชาตศัตรูฟัง

ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา พระเจ้ากรุงราชคฤห์แทนที่จะได้บรรลุมรรคผล แต่ก็ไม่บรรลุ เพราะ “ขุดรากถอนโคนตนเอง” แล้ว แต่ก็ได้ประกาศตนถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดพระชนม์ชีพ

จากนั้นพระองค์ก็ทรงทำประทักษิณ (เดินเวียนขวา) รอบพระพุทธองค์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินถอยหลังไปจนละคลองแห่งจักษุ (จนกระทั่งมองไม่เห็น) แล้วจึงผินพระปฤษฎางค์ให้พระพุทธองค์

เป็นการแสดงความเคารพในพระพุทธองค์อย่างสุดซึ้ง

ว่ากันว่าหลังจากนั้นพระเจ้าอชาตศัตรู ก็ทรงบรรทมหลับสนิท ไม่มีฝันร้ายอีกต่อไป พระองค์ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาเป็นการใหญ่ ทำนอง “ไถ่บาป” แต่หนหลัง

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน พระอรหันต์ ๕๐๐ รูป มีพระมหากัสสปะเป็นประมุข ประชุมกันกระทำสังคายนาพระธรรมวินัย ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา เชิงเขาเวภารบรรพต พระเจ้าอชาตศัตรูได้ถวายอุปถัมภ์ถวายอารักขาและอำนวยความสะดวกแก่คณะสงฆ์ทุกประการ จนกระทั่งสังคายนาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ชีวิตของพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นชีวิตแบบ ต้นคดปลายตรง ให้สติแก่คนจำนวนมากที่อาจกำลังถลำลงสู่เหวหายนะ (เช่น ติดอบายมุข) ให้กลับเนื้อกลับตัว

เมื่อคิดจะกลับตัวย่อมไม่มีคำว่าสายครับ ดูพระเจ้าอชาตศัตรูทำผิดมหันต์ก็ยังไม่ซ้ำเติมตัวเอง กลับหันเข้าหาพระธรรมในบั้นปลายชีวิต ฉะนี้แล


:b8: คัดบางตอนมาจาก...หนังสือ พุทธสาวก พุทธสาวิกา
ประมวลประวัติพระเถระพระเถรี อุบาสกอุบาสิกาสมัยพุทธกาล
เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต


=========================

:b45: อุบาสก ในสมัยพุทธกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=46457


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร