วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2019, 08:57  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2015, 16:54 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1816

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

มันตานีพราหมณี มารดาขององคุลิมาล
:: ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก

=========================

วันนี้ขอพูดถึงสตรีผู้ซึ่งเป็นมารดาของคนดังในคัมภีร์พระพุทธศาสนา คือ มารดาขององคุลิมาล

มารดาขององคุลิมาล ดูเหมือนว่าจะชื่อ มันตานีพราหมณี เกิดในวรรณะพราหมณ์ เป็นภรรยาของปุโรหิตในราชสำนักพระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล นางตั้งครรภ์แก่จวนคลอด ผู้เป็นสามีก็เข้าเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศล ตามปกติที่เคยปฏิบัติมา

บังเอิญวันที่นางจะคลอดลูกนั้น เกิดวิปริตอาเพศ ห้วงเวหามืดครึ้ม ฟ้าแลบแปลบปลาบ ดังหนึ่งฝนจะตกหนัก แต่ก็ไม่ตก อาวุธ เช่น หอก ดาบ แหลน หลาว ในพระคลังแสง เกิดแสงโชติช่วงโชตนาการดังต้องไฟ สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วพระราชวัง

พระเจ้าปเสนทิโกศล ตรัสถามปุโรหิตว่า จะเป็นลางร้ายอะไรหรือไม่

ปุโรหิตแหงนดูท้องฟ้า เห็นดาวโจรลอยเด่นอยู่กลางอากาศ จึงกราบทูลว่า เด็กที่เกิดในขณะนี้คนหนึ่ง จะกลายเป็นมหาโจรลือชื่อ เป็นที่หวาดกลัวของประชาชนทั่วไป

พระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสถามว่า โจรที่ว่านี้เป็นโจรธรรมดา หรือว่าเป็นโจรปล้นราชสมบัติ ปุโรหิตกราบทูลว่า เป็นโจรธรรมดา เมื่อทรงทราบว่าเป็นโจรธรรมดา ก็มิได้ทรงใส่พระทัยแต่อย่างใด

ปุโรหิตฉุกใจคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา จึงรีบกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวกลับมายังคฤหาสน์ของตน พอก้าวขึ้นเรือนก็ได้รับรายงานทันทีว่า นางพราหมณี ภรรยาได้ให้กำเนิดบุตรชายพอดี คือ ตรงกับฤกษ์ดาวโจรที่ว่านี้พอดิบพอดีเลยทีเดียว

พราหมณ์ปุโรหิตรีบกลับไปกราบทูลพระเจ้าอยู่หัวว่า เด็กที่ว่านั้นคือบุตรชายของตนเอง ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต “กำจัด” เสียตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนที่จะเติบโตกลายเป็นขุนโจรชื่อดัง

ในหลวงรับสั่งว่า เมื่อเขาเป็นโจรธรรมดา ไม่เป็นภัยต่อราชสมบัติ ก็ปล่อยไปเถอะ เพราะเหตุนี้แล เด็กน้อยจึงรอดมาได้จนเติบโต


ปุโรหิตผู้เป็นพ่อเชี่ยวชาญในโหราศาสตร์ จึงพยายามหาวิธีแก้ดวง เพื่อมิให้บุตรชายเป็นไปตามคำพยากรณ์ โดยตั้งชื่อแก้เคล็ดว่า อหิงสกะ แปลว่า “ผู้ไม่เบียดเบียน” หวังว่าชื่อที่มีความหมายในทางดี จะช่วยให้วิถีชีวิตลูกดำเนินไปในทางถูกต้องได้ ซึ่งก็ทำท่าจะเป็นดังหวัง

อหิงสกะเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย มีความประพฤติเรียบร้อย ใฝ่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง พ่อจึงส่งไปเรียนในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ เมืองตักศิลา ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้ก็เรียกว่า ส่งไปเรียนมหาวิทยาลัยดังในต่างประเทศ ว่าอย่างนั้นเถอะ

อหิงสกะก็เรียนเก่ง มีความประพฤติเรียบร้อย เป็นคนโปรดของอาจารย์ จนกระทั่งบรรดาศิษย์ที่เรียนไม่เอาไหน ถูกอาจารย์ตำหนิอยู่เสมอ เกิดความอิจฉาริษยา พากันยุยงให้อาจารย์เกลียดชังศิษย์รักจนสำเร็จ

อย่างว่าแหละครับ “น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน” ดังเพลงเขาว่า หัวใจอ่อนๆ ของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ผู้ถูกเป่าหูแทบทุกเช้าเย็น จะไปเหลืออะไร

ในที่สุดอาจารย์ก็เชื่อว่า อหิงสกะคิดคดทรยศตน จึงหาทางกำจัด โดยอ้างว่าจะถ่ายทอดวิชาลี้ลับให้ ให้ศิษย์ไปเอานิ้วคนมา ๑,๐๐๐ นิ้ว จะประกอบพิธีประสิทธิ์ประสาทเคล็ดวิชาให้

เด็กหนุ่มซึ่งก็อยากจะได้เคล็ดวิชา กอปรกับที่อาจารย์ใช้วาทศิลป์เกลี้ยกล่อม จึงรับปากออกไปฆ่าคนตัดเอานิ้ว

ใหม่ๆ ก็คงยากมาก แต่พอฆ่าได้คนสองคนจิตใจก็ “คุ้น” กับการกระทำ จนกลายเป็นความเคยชิน

ในที่สุดก็ฆ่าแล้วตัดเอานิ้ว นัยว่าเอาแต่นิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วโป้ง ได้หลายนิ้วก็เอามาเสียบเป็นพวงห้อยคอเพื่อกันหาย

ฆ่าได้กี่คนๆ ก็ยังไม่ได้ครบ ๑,๐๐๐ นิ้วเสียที เพราะที่ได้ไว้บ้างแล้วบางนิ้วก็เน่าหลุดไป

ถึงตอนนี้ชื่อเสีย (ไม่มี ง งู) ของอหิงสกะก็ขจรขจายไปทั่ว ผู้คนได้ยินว่ามีโจรองคุลิมาล (โจรห้อยพวงนิ้วมือ) เกิดขึ้น ก็พากันหวาดผวา ไม่กล้าเดินทางผ่านดงอันเป็นที่อยู่อาศัยของมหาโจร ทำให้ขุนโจรชื่อดังหากินลำบากยิ่งขึ้น นิ้วที่ได้ไว้ก็เน่าหลุดไปทีละนิ้วสองนิ้ว

หนทางจะได้ประสิทธิ์ประสาทเคล็ดวิชา ก็ยิ่งดูห่างไกลยิ่งขึ้น

กล่าวถึงนางพราหมณีผู้เป็นแม่ของอหิงสกะ ก็เฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดูลูกด้วยความรัก แม้ว่าตอนแรกพ่อจะบอกว่า ลูกคนนี้เติบโตมาจะเป็นโจร นางก็มิได้คลายความรักที่มีต่อลูกลงแม้แต่น้อย ตรงข้ามกลับเฝ้าทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูลูกอย่างดี

เมื่อลูกถูกส่งไปศึกษายังมหาวิทยาลัยตักศิลา ก็คอยสดับฟังข่าวคราวลูกเสมอ แม้ในช่วงหลังจะได้ยินข่าวร้ายว่าลูกกลายเป็นโจรชื่อดัง ก็ยิ่งสงสารลูก ไม่เป็นอันกินอันนอน เฝ้าครุ่นคิดถึงแต่ลูกชาย

ยิ่งในช่วงหลังๆ ได้ข่าวว่า พระเจ้าอยู่หัวถึงกับจะยกกองทัพน้อยๆ ไปปราบลูกชาย นางก็ยิ่งกังวลหนัก เพราะความรักลูก กลัวลูกจะถูกฆ่าตาย

นางจึงตัดสินใจรีบเดินทางมุ่งตรงไปยังดงที่ลูกชายอาศัยอยู่ เพื่อแจ้งข่าวให้ลูกทราบ จะได้ระวังตัว เพราะความรักลูกโดยแท้ นางมิได้คิดถึงตัวเองเลย

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณแล้วว่า เมื่อถึงเวลานี้ องคุลิมาลมีจิตฟั่นเฟือนแล้ว จำใครไม่ได้ เห็นมารดาก็จะฆ่าเอานิ้วมือถ่ายเดียว พระพุทธองค์ทรงมีพระมหากรุณา ไม่ประสงค์จะให้องคุลิมาลถลำทำบาปกรรมถึงขั้น “มาตุฆาต” (ฆ่ามารดา) อันเป็นกรรมหนัก

จึงรีบเสด็จไปดักหน้า ก่อนที่สองคนแม่ลูกจะพบกัน ทรงแสดงธรรมโปรดองคุลิมาลให้กลับใจมาบวชในพระพุทธศาสนา



:b8: คัดบางตอนมาจาก...หนังสือ พุทธสาวก พุทธสาวิกา
ประมวลประวัติพระเถระพระเถรี อุบาสกอุบาสิกาสมัยพุทธกาล
เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต


=========================

:b45: อุบาสิกา ในสมัยพุทธกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=46456

:b45: พระนางเวเทหิ มารดาของพระเจ้าอชาตศัตรู
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=50322


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มิ.ย. 2018, 09:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1056


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร