วันเวลาปัจจุบัน 14 พ.ย. 2019, 11:43  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2015, 11:19 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1936

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระปุณณิกาเถรี อดีตทาสในเรือนเบี้ย
:: ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก

=========================

บางแห่งเขียนปุณณาเถรี บางแห่งเขียนปุณณิกาเถรี ชื่อปุณณา ค่อนข้าง “โหล” มีหลายคน ปุณณา (ปุณณทาสี) ที่ถวายอาหาร “รำปิ้ง” (ทางอีสานว่านี้คือ ต้นเหตุเกิดประเพณีบุญข้าวจี่) แด่พระพุทธเจ้าแล้ว กลัวท่านโยนให้หมากินเพราะเป็นอาหารไม่ประณีต จึงเดินตามไปดูห่างๆ เห็นพระองค์ประทับนั่งฉัน “รำปิ้ง” ของตนก็ดีใจ (เขียนไว้แล้วในพระสูตรน่าสนใจ ตอน ๓๗๕๕ ในข่าวสด ฉบับที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๐) นั่นก็คนหนึ่ง

ปุณณา นางทาสี ผู้ที่พระพุทธเจ้าเอาผ้าเก่าขาดของนางมาทำเป็นบังสุกุลจีวร และจีวรผืนนี้เองที่พระพุทธองค์ทรงแลกกับพระมหากัสสปะ นั่นก็อีกคนหนึ่ง

ปุณณา กุลธิดาเมืองสาวัตถี ศิษย์ของพระมหาปชาบดีโคตมี นั่นรูปหนึ่ง

ปุณณา หรือ ปุณณิกา ที่กำลังกล่าวถึงนี้ก็รูปหนึ่ง


อรรถกถาเถรีคาถา กล่าวว่าเป็นนางทาสเกิดในเรือน (ทาสในเรือนเบี้ย) ของอนาถบิณฑิกเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี และบอกด้วยว่าในสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ นางเป็นผู้มีศรัทธามั่นในพระพุทธศาสนา บวชเรียนจนมีความรู้ธรรมแตกฉาน เพราะข้อที่ตนเป็นพหูสูตจึงมีทิฐิมานะมาก ชอบดูหมิ่นท่านผู้ทรงศีลอื่นๆ เพราะเหตุนี้แหละ มาถึงชาตินี้จึงมาเกิดในตระกูลอันต่ำต้อยเป็นทาสของเขา

นางเป็นทาสคนที่ครบ ๑๐๐ จึงได้รับขนานนามว่า “ปุณณา” (แปลว่า เต็มเปี่ยม คือเต็มร้อย) นางได้ฟังพระธรรมเทศนา “สีหนาทสูตร” ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน ภายหลังได้สอนธรรมกับใจพราหมณ์ (บางฉบับบอกชื่อด้วยว่าชื่อ โสตถิยพราหมณ์) ผู้เชื่อว่าอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ล้างบาปได้ เศรษฐีผู้เป็นนายดีใจ ยอมรับในความมีปัญญาเฉียบแหลมของนาง จึงปลดปล่อยให้นางเป็นไท ปุณณาขออนุญาตท่านเศรษฐีบวชเป็นภิกษุณี หลังจากบวชไม่นานก็บรรลุพระอรหัตผล

ในคัมภีร์อปทานได้เล่าเรื่องของนางตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี และมาถึงสมัยพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ นางได้พลาดทำบาปกรรม คือ ถือตัวว่าเป็นพหสูตมีมานะกล้า ดูหมิ่นท่านผู้ทรงศีลอื่นๆ จึงได้มาเกิดเป็นทาสในเรือนเบี้ย แต่บุญญาธิการที่ได้สั่งสมไว้มีมาก จึงบันดาลให้พ้นจากความเป็นทาส แล้วมีปัญญาเฉียบแหลมได้บรรลุธรรมในที่สุด

มีถ้อยคำที่โต้ตอบกับพราหมณ์ผู้เชื่อในเรื่องอาบน้ำล้างบาป (ซึ่งตามประวัติว่าได้โต้ตอบกันก่อนที่นางจะบวช) น่าสนใจมาก ขอคัดมาลงทั้งหมดเลยดังนี้

พระปุณณิกาเถรี กล่าวว่า เราเป็นหญิงตักน้ำ กลัวต่อภัยคืออาญาของนาย ถูกภัยคือวาจาและโทสะของนายบีบคั้นแล้ว จึงลงตักน้ำในฤดูหนาวทุกเมื่อ

ดูก่อนพราหมณ์ ท่านกลัวใครเล่า จึงลงตักน้ำทุกเมื่อ ท่านมีตัวอันสั่นเทาเสวยทุกข์ คือ ความหนาวอันร้ายกาจ

พราหมณ์กล่าวว่า ดูก่อนนางปุณณิกาผู้เจริญ ก็เมื่อท่านรู้อยู่ว่าทำกุศลกรรมอันห้ามซึ่งบาปกรรม จะสอบถามเราทำไม

ก็ผู้ใดเป็นคนแก่หรือคนหนุ่ม ทำบาปกรรมไว้ แม้ผู้นั้นก็ย่อมพ้นจากบาปกรรมได้ด้วยการอาบน้ำ

พระปุณณิกาเถรี กล่าวว่า ก็ใครหนอบอกความนี้แก่ท่านผู้ไม่รู้ เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็เมื่อบุคคลจะพ้นจากบาปกรรมได้เพราะการอาบน้ำ กบ เต่า นาค จระเข้ และสัตว์เหล่าอื่นที่เที่ยวไปในแม่น้ำ ก็จักพากันไปสู่สวรรค์แน่นอน

พวกคนฆ่าแกะเลี้ยงชีวิต คนฆ่าสุกร พวกชาวประมง พวกพรานเนื้อ พวกโจร พวกนายเพชฌฆาต และคนที่มีกรรมอันเป็นบาปเหล่าอื่น แม้คนเหล่านั้นก็พึงพ้นจากบาปกรรมเพราะการอาบน้ำ

ถ้าแม่น้ำเหล่านี้ พึงนำบาปที่ท่านทำไว้แล้วในกาลก่อนไปได้ไซร้ แม่น้ำเหล่านี้ ก็พึงนำบุญมาให้ท่านบ้าง เพราะบุญกรรมนั้น ท่านจึงเป็นผู้เหินห่างจากพระศาสนา

ดูก่อนพราหมณ์ท่านกลัวต่อบาปกรรมอันใดจึงลงอาบน้ำทุกเมื่อ ท่านอย่าได้ทำบาปกรรมอันนั้นเลย ความหนาวอย่าได้เบียดเบียนผิวของท่าน ท่านนำข้าพเจ้าผู้เดินทางผิดไปสู่ทางที่พระอริยะเดินแล้ว

ดูก่อน นางปุณณิกาผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถวายผ้าสาฎกสำหรับสรงน้ำนี้แก่ท่าน ผ้าสาฎกจงเป็นของท่านตามเดิมเถิด เราไม่ประสงค์ผ้าสาฎก

ถ้าท่านกลัวต่อทุกข์ ถ้าท่านเกลียดทุกข์ ท่านอย่าทำกรรมอันเป็นบาปทั้งในที่แจ้งหรือในที่ลับ ก็ถ้าท่านจักทำหรือกำลังทำกรรมอันเป็นบาปไซร้ แม้ท่านจะเหาะหนีไปในอากาศ ก็จักไม่พ้นทุกข์ได้เลย

ถ้าท่านกลัวต่อทุกข์ ถ้าท่านไม่จมทุกข์ ท่านจงเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ผู้คงเป็นสรณะ

จงสมาทานศีลทั้งหลาย สรณคมน์และการสมาทานศีลของท่านนั้น จักเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น

เราจะเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ผู้คงที่เป็นสรณะ จะสมาทานศีลทั้งหลาย สรณคมน์ และการสมาทานศีลของเรานั้น จักเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่เรา เมื่อก่อนเราเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพรหม วันนี้เราได้เป็นพราหมณ์จริงๆ เราเป็นผู้มีวิชชา ๓ สมบูรณ์ด้วยญาณ มีความสวัสดี มีบาปอันล้างแล้ว



:b8: คัดบางตอนมาจาก...หนังสือ พุทธสาวก พุทธสาวิกา
ประมวลประวัติพระเถระพระเถรี อุบาสกอุบาสิกาสมัยพุทธกาล
เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต


=========================

:b45: ภิกษุณี ในสมัยพุทธกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=46460

:b45: ปุณณทาสี นางทาสีผู้ยากไร้
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=50321


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร