วันเวลาปัจจุบัน 19 พ.ย. 2019, 12:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2008, 10:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2005, 04:18
โพสต์: 1876


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

โพธิญาณพฤกษา
พันธุ์ไม้ที่พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ประทับตรัสรู้


ต้นกุ่ม (ต้นกักกุธะ)


ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ อโนมทัสสีพุทธวงศ์, สิขีพุทธวงศ์ และปิยทัสสีพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า

พระพุทธเจ้า 3 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้าองค์ที่ 10 พระนามว่า พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 10 เดือนเต็ม, พระพุทธเจ้าองค์ที่ 23 พระนามว่า พระสิขีพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 8 เดือนเต็ม และ พระพุทธเจ้าองค์ที่ 16 พระนามว่า พระปิยทัสสีพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 6 เดือนเต็ม ทั้งสามพระองค์จึงได้ประทับตรัสรู้ ณ ควงไม้กุ่ม เช่นเดียวกัน


ต้นกุ่ม (ต้นกุ่มบก) ในภาษาบาลีเรียกว่า “ต้นกักกุธะ” หรือ “ต้นกกุธะ” เป็นพันธ์ไม้ในสกุล Crateva วงศ์ Capparidaceae ชาวฮินดูเรียกกันว่า “มารินา” ตามพระพุทธประวัติกล่าวว่า พระพุทธเจ้านำผ้าบังสกุลห่อศพมามณพาสี ในอามกสุสาน (ป่าช้าผีดิบ) ไปทรงซัก เมื่อซักเสร็จแล้วก็มาที่ที่ผ้าบังสกุลดังกล่าว พฤกษเทวาซึ่งสิงสถิตอยู่ ณ ต้นกุ่มบก ได้น้อมกิ่งต้นกุ่มให้ต่ำลงเพื่อให้เป็นที่ตากจีวร

รูปภาพ

ต้นกุ่มมี 2 ชนิดคือ ต้นกุ่มบก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Crateva adansonii DC.subsp.trifoliata (Roxb.) Jacobs” และ ต้นกุ่มน้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Crateva magna (Lour.) DC. และ Crateva Religiosa Forst.f.”

ต้นกุ่มบก เป็นไม้ผลัดใบยืนต้นขนาดกลางสูง 10-25 เมตร ลักษณะคล้ายต้นก้ามปูแผ่พุ่มกว้าง เปลือกต้นสีเทา มีรูระบายอากาศสีขาวอยู่ทั่วไป เนื้อไม้สีขาวปนเหลือง มีเนื้อละเอียด ใบเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ ใบรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบมน ขอบขนานเรียบ ปลายแหลมเป็นติ่ง ก้านใบยาว ช่อดอก ออกตรงซอกใบใกล้ปลายกิ่ง

ดอกออกเป็นช่อสีขาวแกมเขียว แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนภาย ในดอกมีเกสรตัวผู้ ก้านเกสรสีม่วง สวยงาม มีเกสรตัวเมียรังไข่เหนือวงกลีบ 1 อัน กลีบในแบนป้าน 4 กลีบ ตอนเริ่มบานจะเป็นสีเขียวอ่อนเมื่อบานเต็มที่จะเป็นสีขาวนวล และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกราวเดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม

รูปภาพ

ผลกลมหรือรูปไข่ ผิวนอกแข็งและสาก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 2-3 ซม. เปลือกมีจุดสีน้ำตาลอมแดง ผลจะแก่ในเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม และจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ก้านผลยาว เมล็ดรูปคล้ายเกือกม้า

คนไทยสมัยก่อนนิยมปลูกต้นกุ่มไว้เป็นอาหารและเป็นยารักษาโรค โดยนำใบอ่อนและดอกอ่อน ซึ่งออกในช่วงฤดูฝน มาดองก่อนแล้วจึงนำไปรับประทาน สำหรับสรรพคุณด้านพืชสมุนไพรนั้น เปลือก ใช้ เป็นยาขับลม แก้ปวดท้อง แก้ลงท้อง คุมธาตุ ขับผายลม ขับน้ำดี ขับนิ่ว แก้บวม แก้อาการสะอึก แก้อาเจียน บำรุงไฟธาตุ กระตุ้นลำไส้ให้ย่อยอาหาร บำรุงหัวใจ แก้โรคผิวหนัง ใช้เป็นยาระงับประสาท และยาบำรุง แก่น ใช้แก้โรคริดสีดวงทวาร โรคนิ่ว บำรุงเลือด ราก ใช้ขับหนอง ใบ ใช้ขับลม ฆ่าพยาธิ แก้โรคผิวหนัง และกลากเกลื้อน แก้ไข้ตัวร้อน ขับเหงื่อ เจริญอาหาร ดอก เป็นยาเจริญอาหาร แก้เจ็บคอ แก้ไข้

รูปภาพ


......................................................

:b8: โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 มิถุนายน 2548 11:13 น.

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2015, 12:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1088


 ข้อมูลส่วนตัว


4A ขออนุโมทนาสาธุค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ม.ค. 2019, 10:40 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1937

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร