Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 พระคุณของแม่ (ท.เลียงพิบูลย์) อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2060

ตอบตอบเมื่อ: 20 พ.ค.2006, 2:01 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

พระคุณของแม่
โดย ท.เลียงพิบูลย์

จากหนังสือกฎแห่งกรรม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เล่ม ๒



เมื่อหนังสือภาษาอังกฤษในชุด “กฎแห่งกรรม” ซึ่งข้าพเจ้าได้พิมพ์เพื่อแจกเป็นอนุสรณ์คล้ายวันเกิดของแม่อายุครบ ๘ รอบ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ ผ่านไปไม่นานนัก ได้มีหลายท่านที่ได้อ่านคำปรารภในหน้าต้นมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เรื่อง “พระคุณของแม่” และต่างก็ขอร้องให้นำเรื่องนี้เข้าในชุด “กฎแห่งกรรม” อย่าให้เป็นแต่คำนำแล้วก็ผ่านไป เพราะพิมพ์ไม่มาก ยังมีผู้ไม่ได้อ่านอีกมาก บางท่านก็จดหมายบอกมาว่า อ่านแล้วทำให้คิดถึงแม่จนน้ำตาไหล ข้าพเจ้าได้แต่เพียงรับฟังไว้ยังไม่ได้คิดอะไร

ต่อมาเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ในเดือนธันวาคม อาจารย์เอื้องพันธุ์ คุ้มหล้า ได้แจ้งความประสงค์ว่าอยากจะขอคัด “พระคุณของแม่” เพื่อเข้าชุด “ธรรม” พิมพ์แจกเป็นวิทยาทาน ซึ่งอาจารย์เอื้องพันธุ์ คุ้มหล้า เคยจัดพิมพ์หนังสือธรรมหลายเรื่องที่เกิดประโยชน์ส่วนรวมเพื่อบริจาคทั่วไปเสมอ ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่ท่านได้ให้เกียรติแก่หนังสือชุดนี้ตลอดมา

เมื่อได้ทราบข่าวเรื่องคนอกตัญญูในยุคนี้มีมากมาย บุตรที่ใจชั่วร้ายทั้งทำร้ายพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เป็นทารกจนเติบใหญ่ ฆ่าฟันและยิงพ่อบังเกิดเกล้า มีสาเหตุเพียงให้เลื่อนจัดงานออกไปเท่านั้นก็โกรธ วิ่งไล่ยิงพ่อทั้งที่พ่อกลัวจนหนีอย่างลนลาย แต่ที่สุดลูกทรพีก็ได้สังหารชีวิตพ่อดับจนได้ เมื่อทราบตามข่าววิทยุและหนังสือพิมพ์แล้วก็เศร้าใจ

เมื่อไม่นานมานี้ได้ยินท่านอาจารย์กิตติวุฑโฑ พูดทางวิทยุถึงเรื่องโยมผู้หนึ่ง ขาดการมาวัดหลายเวลา เพราะถูกลูกของตัวเองแสดงความอกตัญญู ฟ้องศาลเรียกร้องมรดก ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องเศร้า ขาดความเคารพขาดความกตัญญู สร้างอนันตริยกรรมในยุคนี้มีมากมาย เพราะคนชั่วมากกว่าคนดี จนเห็นมีข่าวประจำวันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมาคิดพิจารณาดูการที่หลายท่านร้องให้นำคำปรารภ “พระคุณของแม่” เข้าในชุด “กฎแห่งกรรม” จึงนึกว่าคงจะเกิดประโยชน์บ้าง และในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ นี้แม่ก็มีอายุครบ ๙๘ ปีแล้ว ยากที่จะหาคนสมัยนี้อายุยืนยาวร่างกายยังแข็งแรง อีก ๒ ปีก็จะครบร้อย

เมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๑๑ แม่ไปหัวหินพร้อมด้วย ลูก หลาน เหลน แม่ได้พยายามขึ้นไปถึงวัดบนเขาไกรลาส เพื่อนมัสการพระพุทธรูปในโบสถ์ แม่มีความพอใจมากที่ตาของแม่ยังมองเห็นโบสถ์สวยงามได้ ครั้งหนึ่งแม่มีจิตศรัทธาอยากจะสร้างพระพุทธรูป ๓ องค์ ทองคำ นาก และเงิน โดยเอาของเก่ายุบหล่อเป็นองค์พระ แต่ในการหล่อพระเงินนั้น แม่ได้มีเงินเก่าแก่ เงินบาทกลมและเหรียญบาทในรัชกาลที่ ๕ เป็นจำนวนมาก

พวกหลานๆ จะบอกว่าเงินเก่าๆ หายาก มีราคาควรเก็บไว้ แล้วให้ซื้อเนื้อเงินหล่อแทน แต่ข้าพเจ้าก็ห้ามไว้ว่าอย่าไปขัดใจคนแก่ที่มีจิตศรัทธาแน่วแน่ แม้เงินเก่ามีค่าสูงก็จริง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับความตั้งใจของแม่ ค่าก็ตกผิดกันไกล ที่สุดเหรียญบาท เหรียญกลมแม่ก็ได้นำไปให้ช่างหลอมออกมาเป็นองค์พระตามความประสงค์ พวกหลานๆ พากันเสียดายเงินเก่าหายาก แต่ข้าพเจ้าเห็นความสบายใจ ความศรัทธาของแม่ที่อุตส่าห์เก็บไว้นั้น บัดนี้เป็นองค์พระได้เห็นทันตา มีความปลื้มปีติสุขทางใจนั้นมีค่าสูงกว่าสิ่งใดๆ

จึงอยากจะยกเรื่อง “พระคุณของแม่” ขึ้นอยู่ในชุด “กฎแห่งกรรม” เพื่อจะให้อนุชนรุ่นหลังได้พิจารณาว่า คนเรามีความสุข ความสบายใจแล้ว อายุก็ยืนยาว คนใดที่โมโหยาก โกรธยาก ไม่รับความทุกข์ร้อน ไม่รับกังวลใจไว้ในความรู้สึก ผู้นั้นจะมีรูปร่างผิวพรรณอ่อนกว่าอายุจริงมาก ไม่ต้องไปเสริมสวยที่ไหน มันอยู่ที่ใจเรา ทุกข์มากกังวลมากแก่มาก ทุกข์น้อยแก่น้อย ไม่ทุกข์ไม่กังวลใจแก่ยาก ความเศร้าหมองทุกข์กังวลใจทำให้สังขารเสื่อมโทรม ถ้าได้ใช้เวลาพิจารณาก็จะมองเห็นความจริงไม่ว่าชาติใดภาษาใด

หากจิตใจมีแต่ความเศร้าหมอง มีแต่ความกังวล เป็นทุกข์ร้อนสุมอยู่ในความรู้สึก มีแต่ความหวาดกลัว ทำลายสุขภาพให้เสื่อมโทรม ยิ่งมีแต่ความอิจฉาริษยาไม่อยากเห็นคนอื่นดีกว่าตัว บุคคลพวกนี้เป็นผู้ฆ่าตัวเองทางอ้อม ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองผู้นั้นจะต้องแก่เร็ว เป็นโรคเส้นประสาท และอายุก็ไม่ยืนยาวถาวร ผิดกับผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรกังวลเศร้าหมองแก่ช้าอายุยืน


(มีต่อ ๑)
 

_________________
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2060

ตอบตอบเมื่อ: 20 พ.ค.2006, 2:11 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงนำมาแก้ไขเพิ่มเติมบางตอนให้เหมาะสม ขอให้ท่านจงพิจารณาในเรื่อง “พระคุณแม่” ต่อไปนี้

เนื่องในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ (ค.ศ. ๑๙๖๗) แม่มีอายุครบ ๙๖ ปี ตามธรรมดาประเพณีของชาวไทยส่วนมาก พวกลูกหลานช่วยจัดงานการกุศลในทางพระพุทธศาสนา เป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวที เราก็ได้จัดงานทำบุญเงียบๆ ไม่เอิกเกริกในหมู่ลูกหลานโดยเฉพาะภายในครอบครัว ไม่เหมือนบางงานท่านจัดเป็นงานใหญ่โตสนุกสนาน เชิญแขกมากมาย หลังจากงานผ่านไปแล้ว สุขภาพของผู้ใหญ่ก็ทรุดโทรมลงเพราะอายุมาก การทำคุณก็กลายเป็นโทษ

แต่เรามีจุดประสงค์เพียงให้แม่มีความสุขสบายทางจิตใจเป็นข้อใหญ่ ไม่อยากให้แม่ต้องเหน็ดเหนื่อยมาก ให้แม่รู้เห็นว่าลูกหลานคอยเอาใจใส่ มีความเคารพนับถือด้วยความจริงใจ แม้แม่จะอยู่ในวัยชราก็ไม่มีใครทอดทิ้งให้ว้าเหว่ ลูกหลานคอยดูแลเอาใจ เพื่อสนองบุญคุณของท่านที่ได้เลี้ยงดูปกป้องคุ้มครอง เริ่มแต่เราเป็นทารกลืมตามองดูโลก ก็เลี้ยงดูอบรมสั่งสอน ให้การศึกษาวิชาความรู้ เอาใจใส่รักใคร่เอ็นดูมาจนเติบโต พ่อแม่ต้องผ่านความลำบากไม่น้อย

เช้าตรู่คล้ายวันเกิดของแม่ เช้านั้นข้าพเจ้าและลูกหลานในครอบครัว ได้จัดให้แม่ได้ใส่บาตรพระสงฆ์ สามเณร ถวายอาหารคาวหวานในจำนวน ๑๐๐ รูป แม่ได้มีโอกาสใส่บาตรด้วยมือเองประมาณ ๕๐ องค์ แล้วก็ปล่อยให้ลูกหลานใส่ต่อจนครบร้อยองค์ จุดที่พระเณรออกบิณฑบาตมากที่สุดก็คือ ที่ตำบลเสาชิงช้า หน้าวัดสุทัศน์ ตรงหน้าที่ทำการศาลาเทศบาลนครกรุงเทพฯ จากนั้นพวกลูกหลานก็ช่วยกันออกเงินรวมจำนวนหนึ่งมอบให้แม่ สุดแต่แม่จะนำไปทำอะไร แต่แม่บอกว่าจะขอนำเงินไปช่วยในกองการกุศลและสาธารณประโยชน์ เป็นความพอใจของแม่เอง ลูกหลานก็ปลื้มปีติ พาแม่นำไปบริจาคด้วยตนเองตามความประสงค์

เมื่อแม่ออกปากอยากไปไหนพวกลูกหลานก็พาไป ไม่มีใครขัดใจ ความสุขของแม่ก็คือความสบายใจของลูก เมื่อเห็นแม่มีความสุขสบายใจในบั้นปลายเมื่อวัยชรา ด้วยความเอาใจใส่ของลูกหลาน แม่ได้มีโอกาสได้เห็นพวกลูกหลานๆ ต่างเติบโตได้รับการศึกษาดี บางคนก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ บางคนก็สำเร็จจากต่างประเทศกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน

ทุกคนได้ถูกอบรมให้มีความประพฤติดี มีสัมมาอาชีวะอยู่ในศีลธรรม แม่ได้รู้ได้เห็นก็สบายใจในวันเกิด วันปีใหม่ วันสงกรานต์ แม่ก็อยู่ท่ามกลางห้อมล้อมของลูกหลาน เหลน แม่ก็ให้ศีลให้พรทั่วหน้ากัน แต่ก็ยังห่วงหลานคนโน้นคนนี้ไปตามอารมณ์คนแก่ เพราะลูกหลานมีมาก ไม่ใช่ดีหมดทุกคน บางคนก็ใช้ไม่ได้ ไม่รักดี

ฉะนั้น ทางพระพุทธศาสนาสอนให้เราบูชาพระคุณของพ่อแม่ มีความกตัญญูกตเวทีให้นึกถึงพระคุณท่าน ที่ได้เลี้ยงเรามาตั้งแต่น้อยคุ้มใหญ่ ยามเมื่อเราเด็กๆ ป่วยไข้ได้ยากลำบาก พ่อแม่ก็พลอยป่วยทางจิตใจห่วงใยลำบากกับลูก ไม่มีความสบายใจไปด้วย เพราะเป็นทุกข์เป็นห่วง

เมื่อไข้หนักของลูกแม่ต้องคอยพยาบาล อดหลับอดนอน เมื่อความร้อนขึ้นสูงด้วยพิษไข้ลูกไม่ได้สติ น้ำตาพ่อแม่ไหลด้วยความรักความสงสาร นึกหวาดกลัวลูกจะต้องจากอกไปตั้งแต่ยังเยาว์ อยากจะเจ็บป่วยแทนลูกหากเจ็บแทนกันได้ พ่อแม่เป็นห่วงรักลูกจนไม่เป็นอันกินอันนอน เมื่อเห็นลูกฟื้นได้สติเพราะพิษไข้ลด ความร้อนต่ำลงพ่อแม่ก็ดีอกดีใจความรักของพ่อแม่นั้น บริสุทธิ์สะอาดซาบซึ้งฝังลึกอยู่ในหัวใจ ยากที่จะมีผู้ใดรักลูกเท่าเทียมพ่อแม่ของตัวเองได้ แม่บางคนรักลูกยิ่งกว่าชีวิตของตน เคยมีตัวอย่างในอดีตมากมายแล้ว

ทำให้นึกถึงเมื่อครั้งข้าพเจ้ายังอยู่ในวัยเด็ก ได้รู้ได้เห็นเมื่อแม่ไปธุระที่ไหนเวลานานๆ กลางวันก็พอเล่นกับเพื่อนและพี่ๆ น้องๆ เพลินๆ พอตกตอนเย็นแม่ยังไม่กลับ ทำให้จิตใจลูกว้าเหว่ คอยชะเง้อมองดูทางถนนว่า เมื่อไหร่แม่จะกลับมาสักที ที่เล็กหน่อยก็ร้องไห้คิดถึงแม่ ลูกทุกคนมีจิตใจไม่สบาย อยากเห็นหน้าแม่ในความรู้สึกของเด็กๆ ในสมัยนั้น เวลาเย็นค่ำเป็นเวลาที่ลูกคิดถึงแม่มากที่สุด อยากอยู่ใกล้แม่เพราะมีความอบอุ่นใจมีความสุข คอยบ่นว่าเมื่อไหร่แม่จะกลับบ้าน รู้สึกว่ามันนานแสนนาน จิตใจลูกไม่มีความสบาย

คนอื่นหมื่นแสนจะผ่านไปก็ไม่สนใจ สนใจแต่แม่บังเกิดเกล้าคนเดียว บางครั้งก็คิดถึงแม่จนตาฝาดเห็นผู้อื่นเป็นแม่ เมื่อเข้ามาใกล้ไม่ใช่แม่ลูกก็เศร้าใจ นี่เป็นความรู้สึกของเด็กๆ สมัยข้าพเจ้ายังเล็กพอจำความได้ เมื่อเห็นรถลากมาแต่ไกลจำได้แน่ว่าแม่นั่งมาในรถ พวกลูกๆ กระโดดโลดเต้นดีอกดีใจ พอรถเจ๊กลากรถวางคานลงที่หน้าบ้าน แม่ยังไม่ทันจะจ่ายอัฐให้ค่าลากรถ พวกลูกๆ ก็วิ่งไปห้อมล้อมกอดหน้ากอดหลัง คนไหนเล็กหน่อยแม่ก็ยกขึ้นอุ้มไปจูบแก้มซ้ายขวา แสดงความรักอย่างดูดดื่มซาบซึ้งบริสุทธิ์จากใจแม่อันแสนรัก

พอแม่ยกกระจาดเข้ามาในบ้านแล้ว ลูกๆ ก็นั่งล้อมวง แม่ก็หยิบของที่ซื้อฝากลูกๆ ออกมา บางครั้งเป็นขนม แม่รู้ดีว่าลูกคนไหนชอบอะไร ก็ซื้อของมาฝากคนนั้น บางครั้งก็เห็นของเล่นตุ๊กตาชาววังตัวเล็กๆ นั่งเท้าแขนนุ่งผ้าลายของไทยๆ เมื่อแม่ค้ากลับจากธุระจากสำเพ็ง แม่ต้องซื้อของมาฝากลูก แล้วแม่ก็จะพูดว่า..... “นี่แม่ซื้อมาฝากหนู เพราะแม่เห็นหนูชอบมาก โน่นแม่ซื้อมาฝากน้องๆ อย่าแย่งกัน พวกหนูคิดถึงแม่ไหม แม่คิดถึงหนูมาก”

ที่โตหน่อยก็รีบไปจีบพลูเจียนหมากมาส่งให้แม่ ที่เล็กหน่อยก็เอาขันไปตักน้ำฝนมาให้แม่ดื่ม เมื่อแม่คายชานหมากออกจากปาก พวกลูกก็แย่งกันแบมือขอชานหมาก แม่จะยอมให้ลูกคนโตเอาไปอม แต่แม่ไม่อยากให้ลูกกินหมากตั้งแต่เด็กๆ กลัวหน้าจะแก่เร็ว แล้วแม่ก็มานั่งคุยให้ลูกๆ ฟังอย่างมีความสุข


(มีต่อ ๒)
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2060

ตอบตอบเมื่อ: 20 พ.ค.2006, 2:33 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

ข้าพเจ้าคิดถึงชีวิตเก่าๆ รู้สึกมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้พ่อแม่ บางครั้งก็น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้สึกตัว ฉะนั้น ความกตัญญูกตเวทีเคารพบูชาคุณของพ่อแม่นั้น คนสมัยก่อนไม่ต้องสั่งสอน นอกจากมนุษย์ที่มีจิตใจผิดปกติเท่านั้น เพราะกตัญญูมีความรู้สึกเกิดอยู่ในสายเลือดตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อแม่ทำตัวอย่างที่ดีให้เห็นแต่เล็กๆ จนโตจนชินหูชินตาฝังเข้าไปในจิตใจ จึงเป็นลูกโซ่ติดต่อกันมาแต่โบราณ

แม่เกิดในกรุงเทพฯ เป็นลูกคนสุดท้องของคุณตาสีและคุณยายจันทร์ มีพี่สาวเรียงกัน ๓ คน มีพี่ชายคั่นหนึ่งคน แล้วแม่เป็นคนสุดท้อง เมื่อข้าพเจ้าเกิดคุณตาสีได้จากโลกนี้ไปก่อนแล้ว คงเหลือแต่คุณยาย พี่ๆ ของแม่อยากจะให้คุณยายไปอยู่ด้วยในวัยชราแสดงถึงความกตัญญู แต่คุณยายไม่ชอบอยู่บ้านนอก คุณยายจึงชอบมาอยู่กับแม่ซึ่งเป็นคนสุดท้องในกรุงเทพฯ ลุงเป็นลูกผู้ชายคนเดียวของยาย ยายจึงไปมาระหว่างลูกชายกับลูกสาวคนสุดท้อง พวกลูกๆ พี่ของแม่ผลัดกันนำของกินของใช้ และผลไม้มาเยี่ยมคุณยายและแม่เสมอ

แม้ภายหลังคุณยายได้จากโลกนี้ไปแล้ว พวกพี่ๆ ของแม่ก็ไปมาหาสู่ไม่ขาด และแม่ก็พาข้าพเจ้าไปเยี่ยมป้า เยี่ยมลุงที่บ้านนอก ข้าพเจ้ายังจำได้ แม่เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที เคารพบูชาคุณยายมาก ยกย่องคุณยายเหมือนพระ คุณยายจันทร์เป็นคนใจบุญถือศีล ท่านใจดีกับหลานๆ มาก แม่ได้จัดสำรับกับข้าวให้คุณยายเป็นพิเศษ คุณยายจะได้กินข้าวปากหม้อทุกครั้ง ผลไม้ออกใหม่ๆ เช่น ทุเรียน หรือผลไม้อื่นๆ หรือของที่คุณยายชอบจะแพงเท่าใด แม่ก็ต้องซื้อให้คุณยายกินก่อน ส่วนพวกลูกๆ จะต้องกินภายหลัง แม่ถือว่าคุณยายเหมือนพระที่เคารพบูชา ทุกครั้งเวลากินข้าวอิ่มแล้ว คุณยายจะยกมือขึ้นจบแล้วก็พูดขึ้นว่า.....

“ขอให้พวกเจ้าลูกหลานทั้งหลาย จงมีอายุมั่นขวัญยืนมีความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปเถิดลูก ที่เจ้าได้บริจาคข้าวเมล็ดเกลือก้อนที่ลูกได้เลี้ยงชีวิตแม่อยู่ทุกวันนี้ ได้แสดงถึงเจ้ามีความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ เจ้าจะไม่ตกต่ำ ขอให้เจ้าจงเจริญยิ่งๆ ขึ้นชั่วลูกหลานตลอดไป”

เห็นจะเป็นด้วยเหตุนี้ แม่จึงไม่เคยทุกข์ยากลำบากตลอดมา ถึงปัจจุบันนี้ทำให้คิดว่าคุณยายคงปฏิบัติต่อคุณทวดเช่นกัน ข้าพเจ้าเป็นเด็ก แต่ข้าพเจ้าจำคำพูดของคุณยายได้ดี เพราะคุณยายพูดซ้ำๆ กันทุกวันทั้งเวลาเช้า เวลาเย็น หลังจากอิ่มข้าวล้างมือก่อนที่จะลุกขึ้นจากสำรับ ข้าพเจ้าจำได้ตลอดทั้งท่าทางกิริยาของคุณยาย บางครั้งเราก็รู้สึกน้อยใจตามภาษาเด็กๆ ที่ไม่เดียงสาว่า แม่รักคุณยายมากกว่าพวกเราเป็นลูก คิดอิจฉาคุณยาย เพราะของที่ซื้อมาให้คุณยาย พวกลูกจะแตะต้องไม่ได้ ต้องให้คุณยายกินก่อน แม่บอกว่า “พวกลูกกินภายหลังคุณยายจะมีอายุยืนเหมือนคุณยาย”

จากนั้นเราก็แย่งกันกินข้าวที่เหลือจากในชามโคมของคุณยาย บางครั้งในชามข้าวที่เหลือเปื้อนน้ำหมากของคุณยายเราก็ไม่รังเกียจ เพราะต้องการมีอายุยืน คุณยายมีกิจประจำอยู่อย่างหนึ่งตลอดชีวิตของท่าน คือ ตื่นแต่ตีสี่ แล้วก็เริ่มสวดมนต์ และต่อด้วยชุมนุมเทวดาเสวยอายุตลอดเวลานานประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่าจะจบ และท่านได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ยังจำได้ว่าตอนท่านตื่นแต่ตีสี่สวดมนต์เสร็จแล้วก็เข้าไปนอน แล้วท่านก็หลับไปไม่ตื่นมาอีกเลย เวลาท่านจากโลกนี้ไปอายุ ๑๐๐ ปีพอดี

แม่ได้จัดการปลงศพคุณยายสมกับความกตัญญูกตเวที และให้ข้าพเจ้าและลูกของลุงของป้าบวชเณรหน้าไฟ ๗ วัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คุณยาย นี่เป็นเรื่องของคุณยายสมัยก่อน ที่น่าเศร้าใจที่วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวไทยกำลังจะสูญไปทุกที หากเราไม่ช่วยกันรักษาไว้ ขอฝากข้อคิดว่า เราทุกคนมุ่งหวังให้ลูกหลานเราเป็นคนดีในอนาคต เราจะต้องเป็นคนดีก่อนเพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นตัวอย่างที่ดี

เริ่มแต่เด็กกำลังจะพูด หัดสอนให้เด็กพูดแต่คำดีๆ สุภาพ จงระวังผู้ใหญ่อย่าถกเถียงใช้อารมณ์ ไม่ระวังกล่าวคำหยาบคายต่อหน้าเด็ก ให้เด็กเห็นได้ยิน ถ้าเด็กจำเอาคำหยาบๆ มาพูด จงทำท่าทางให้เด็กรู้ว่าผู้ใหญ่ไม่ชอบ เมื่อเด็กโตพอเวลาจะทำบุญใส่บาตร ก็ให้เด็กมีโอกาสช่วยหยิบฉวยสิ่งของใส่บาตรบ้าง เด็กก็จะภูมิใจที่สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้

ข้าพเจ้าเคยเห็นสมัยก่อนในงานภูเขาทองก็ดี งานวัดสามปลื้มก็ดี จะเห็นผู้ใหญ่แลกเศษสตางค์ไว้ แล้วให้เด็กเล็กๆ นำไปแจกแก่พวกแม่ชีด้วยมือของเด็กเอง และนำไปวางที่ผ้าแดงที่แม่ชีปูไว้ตรงหน้า แต่ไม่ยอมให้เด็กนำไปให้ขอทานที่เป็นโรค เห็นจะเป็นเพราะกลัวจะติดเชื้อโรค เป็นการฝึกสอนจิตใจแก่เด็กๆ ให้รู้จักเสียสละ เกิดกุศลแต่เด็กๆ มาบัดนี้แม่ได้มีอายุครบ ๙๖ ปี ความทรงจำยังดี และยังเคยเล่าเรื่องเก่าๆ ให้หลานเหลนฟัง


(มีต่อ ๓)
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2060

ตอบตอบเมื่อ: 20 พ.ค.2006, 2:44 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ข้าพเจ้าได้พิมพ์หนังสือในชุด “กฎแห่งกรรม” เป็นภาษาอังกฤษเพื่อเป็นอนุสรณ์แจกในต่างประเทศ ซึ่งข้าพเจ้าเคยพิมพ์แจกไปแล้ว เมื่อแม่อายุครบ ๙๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ และต่อมาอีกครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗ หนังสือชุด “กฎแห่งกรรม” ภาษาอังกฤษได้จัดพิมพ์ขึ้นในครั้งนั้น ได้มีผู้สนใจขอมามากจนไม่มีเหลือ แต่ก็ยังมีชาวต่างประเทศขอมาเสมอ

ฉะนั้น ข้าพเจ้าได้จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ในครั้งนี้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เพื่อเป็นอนุสรณ์ แม่มีอายุครบ ๙๖ ปี ซึ่งเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีของเราชาวไทยที่ได้เลี้ยงดูพ่อแม่ในวัยชรา ให้ท่านมีความสุข ซึ่งได้มีมาแต่โบราณซึ่งเป็นวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม ทำให้เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว ทำให้พ่อแม่เมื่อวัยชรามีความหมาย ที่ลูกหลานไม่ทอดทิ้งให้ว้าเหว่ที่ต้องเผชิญอยู่ตามยถากรรมแต่ลำพัง กลับมีชีวิตชีวาที่ห้อมล้อมไปด้วยลูกหลานชายหญิง ที่เอาอกเอาใจคอยดูแล ไม่ให้กระทบกระเทือนทางจิตใจ เอาใจใส่ในความทุกข์สุขของผู้มีพระคุณ

นี่เป็นมหากุศลอันหนึ่งที่เราสามารถจะทำได้ และจะเป็นบารมีอันสูงส่ง ทำให้เกิดความปีติทางจิตใจที่เราได้สนองพระคุณท่านด้วยความกตัญญูกตเวที ดีกว่าทำบุญเอาหน้า แล้วปล่อยให้พ่อแม่ได้รับความลำบาก เมื่อเราสามารถจะเลี้ยงดูให้ท่านมีความสุขได้ หากผู้ใดทำให้พ่อแม่น้ำตาตกย่อมบาปหนัก ทั้งตัวก็ต้องน้ำตาตกเพราะกรรมตามสนองที่เราทำกับพ่อแม่ ลูกก็จะทำเราเมื่อวัยชราเช่นกัน

ขอให้ท่านผู้อยู่ในพระพุทธศาสนาทั้งหลาย จงใช้สติปัญญาพิจารณาดูให้ถี่ถ้วน หากบิดามารดาของท่านหรือผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ เราจงแสดงความกตัญญูกตเวที บำเรอให้ท่านมีความสุขความสบายทั้งใจและกายเท่าที่เราสามารถจะปฏิบัติให้ท่านได้ ก็จะเป็นการปฏิบัติตามหลักสำคัญข้อหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา อย่ารอจนเมื่อท่านได้จากโลกนี้ไปแล้ว จึงทำบุญทำทานแผ่กุศลไปให้ท่านในภายหลัง

เมื่อท่านมีชีวิตอยู่ไม่ค่อยสนใจ เมื่อตายแล้วจึงคิดได้ ขอให้ปฏิบัติเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะได้รับรู้ความกตัญญูกตเวทีของเรา ข้าพเจ้าอยากจะใช้คำว่า “บุญสด” หากไม่ขัดหูท่านผู้อ่าน ข้าพเจ้าคิดว่า “บุญสด” นี้ได้ผลด้วยตาเห็นเพราะมีความรู้สึกทั้งผู้ให้และผู้รับ เมื่อผู้ใหญ่ได้รู้ได้เห็นลูกหลานแสดงความกตัญญูกตเวทีก็ปลาบปลื้มปีติยินดี ส่วนลูกหลานเมื่อผู้ใหญ่มีความสุขสบายทั้งกายและใจเกิดความปีติยินดีเช่นกัน


พรใดที่ออกจากปากจากใจผู้ใหญ่ที่มีศีลมีสัตย์ มีจิตบริสุทธิ์ตามความตั้งใจเกิดพลังอำนาจจิตย่อมศักดิ์สิทธิ์ และผู้รับพรก็มีจิตใจบริสุทธิ์เกิดปีติยินดี ก็จะเกิดผลเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลานผู้มีความกตัญญูรู้ถึงพระคุณท่าน รู้ถึงไหนก็มีคนย่องย่องสรรเสริญในคุณงามความดี มีผู้อยากคบหา เพราะมีแต่จะชักนำให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตน ผิดกับคบหาผู้ที่อกตัญญูไม่รู้พระคุณของพ่อแม่ ใครคบหาก็จะพบแต่ความอัปมงคล หากมีผู้รู้ประวัติแล้วจะหาผู้คบอย่างสนิทสนมได้ยาก เพราะกลัวจะเป็นภัยอันร้ายแรง

ผู้ประกอบกรรมดีย่อมจะประกอบสิ่งที่เป็นมงคล
๕ ประการ ที่จะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง


(๑) การให้ความเคารพนับถือบิดามารดาผู้มีพระคุณ เมื่อท่านมีชีวิตจะทะนุบำรุงท่าน เมื่อวัยชราให้ท่านมีความสุขทั้งใจและกาย เมื่อท่านจากโลกนี้ไปแล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านตามประเพณี

(๒) ทะนุบำรุงครอบครัว มีภรรยาและบุตร เป็นต้น ให้ความสุขและให้มีการศึกษาแก่บุตร ตามหน้าที่บิดาที่สามารถจะทำได้ แต่อย่าหวังสิ่งตอบแทนจะเกิดทุกข์

(๓) มีสัมมาอาชีวะในสิ่งที่สุจริตอยู่ในขอบเขตของกฎหมายเป็นพลเมืองดี

(๔) จงถือหลักธรรมะปฏิบัติอยู่ในศีลธรรมที่ดีงาม หาทางที่จะประกอบการกุศล เพื่อช่วยกันทะนุบำรุงรักษาพระศาสนาให้ถาวร อบรมให้บุตรหลานปฏิบัติสืบเนื่องต่อๆ กันไป

(๕) จงมีความมั่นคงในความรักชาติและศาสนา พระมหากษัตริย์ เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ยอมพลีชีวิตเพื่อช่วยกันรักษาชาติไทย และศาสนา ทั้งพระมหากษัตริย์ที่รักยิ่ง ให้ยั่งยืนถาวรเพื่อไว้ให้อนุชนรุ่นหลังรับช่วงตลอดไป


ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่ท่านกรุณาอ่านเรื่องนี้ตลอดมา และคิดว่าคงจะมีสาระแก่ท่านไม่มากก็น้อย ขอให้ความเป็นมงคลอันประเสริฐจงมีแก่ทุกท่านทั่วไป



................. เอวัง .................
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2060

ตอบตอบเมื่อ: 20 พ.ค.2006, 2:46 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เก็บมะลิใส่พานพูนทูนเหนือเศียร
พร้อมธูปเทียนกราบแด่แม่ของฉัน
พระคุณแม่มากล้ำสุดรำพัน
ยากจะสรรสิ่งใดทดแทนคุณ
ให้กษีรธาราเลือดในอก
แม่กอดกกลูกน้อยให้ตักหนุน
ลูกเจ็บปวดมีแม่ปลอบด้วยการุณ
อกแม่อุ่นให้ลูกซบยามโศกทรวง
อันความรักของใครว่าแน่วแน่
ย่อมพ่ายแพ้แม่รักลูกใหญ่หลวง
รักของแม่บริสุทธิ์ไม่หลอกลวง
ชนทั้งปวงควรรู้ค่ามารดาเรา

ท.เลียงพิบูลย์
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2060

ตอบตอบเมื่อ: 26 ก.ค.2006, 6:24 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

หนังสือ...กล่าวถึงพระคุณแม่
บรรยายโดย พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=4464

ฉบับเว็บไซต์ หรือฉบับ e-book
http://www.dhammajak.net/book/mother/mother.php
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
แมวขาวมณี
บัวบาน
บัวบาน


เข้าร่วม: 28 ก.ค. 2006
ตอบ: 307

ตอบตอบเมื่อ: 05 ส.ค. 2006, 8:25 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

อนุโมทนา สา.......ธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Email
สุรินทร์ หงษ์แก้ว
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 04 เม.ย. 2007
ตอบ: 3
ที่อยู่ (จังหวัด): ชลบุรี

ตอบตอบเมื่อ: 06 เม.ย.2007, 10:06 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ผมชอบนะ
 

_________________
ทำดีต้องทำให้ถึงที่สุด
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวMSN Messenger
โอ๋
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 09 เม.ย.2007, 1:23 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

โมทนาสาธุ ๆ ๆ
 
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง