Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 นึกถึงแม่ในวันเกิด (ท.เลียงพิบูลย์) อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 03 มิ.ย.2006, 9:44 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

นึกถึงแม่ในวันเกิด
โดย ท.เลียงพิบูลย์

จากหนังสือกฎแห่งกรรม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เล่ม ๕



เก็บมะลิใส่พานพูนทูนเหนือเศียร
พร้อมธูปเทียนกราบแด่แม่ของฉัน
พระคุณแม่มากล้ำสุดรำพัน
ยากจะสรรสิ่งใดทดแทนคุณ
ให้กษีรธาราเลือดในอก
แม่กอดกกลูกน้อยให้ตักหนุน
ลูกเจ็บปวดมีแม่ปลอบด้วยการุณย์
อกแม่อุ่นให้ลูกซบยามโศกทรวง
อันความรักของใครว่าแน่วแน่
ย่อมพ่ายแพ้แม่รักลูกใหญ่หลวง
รักของแม่บริสุทธิ์ไม่หลอกลวง
ชนทั้งปวงควรรู้ค่ามารดาเรา


ข้าพเจ้าคิดว่าจะหาเรื่องความกตัญญูและมีศีลธรรมที่จะเขียนขึ้น เป็นอนุสรณ์ให้เหมาะสมกับชีวิตของเพื่อนรุ่นพี่ ซึ่งชาตินี้ท่านได้ทิ้งร่างจากไปอย่างไม่มีวันกลับ แม้จะรู้ว่าวิญญาณของท่านไปสู่สุคติบนสรวงสวรรค์ หลุดพ้นทุกข์จากโลกมนุษย์อันแสนเบื่อก็ดี ความรักความอาลัยของเราผู้ยังอยู่ในกิเลส ก็ไม่สามารถจะลืมได้ เพราะสิ่งที่ท่านเหลืออยู่ในโลกนี้ก็คือ ความดีที่ได้สร้างสมไว้ให้เราอาลัยถึง หากท่ายังมีชีวิตยั่งยืนอยู่ต่อไป ก็คงสร้างประโยชน์ให้ทั้งทางโลกและทางธรรมอีกมากมาย เราจึงเสียดายลืมไม่ลง

ข้าพเจ้าต้องนึกถึงเรื่องสัจบารมี ที่ท่านอดทนรอเวลาตั้ง ๒๐ ปี จึงได้สร้างวิหารหลวงพ่อสุริยมุนี ซึ่งเป็นผลพยายามยากที่บุคคลธรรมดา ที่จะมีความอดทนสร้างความดีอันนี้ได้สำเร็จ ข้าพเจ้าคิดว่าจะเขียนเรื่องไว้เป็นอนุสรณ์ เพื่อให้แก่ท่านสักเรื่องหนึ่ง แม้ข้าพเจ้าจะเขียนเรื่องใหม่ๆ ไปหลายเรื่องก็ยังคิดว่าไม่เหมาะสม

ย้อนไปนึกถึงครั้งหนึ่งท่านได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังถึงเรื่องวันเกิดของท่าน ที่ท่านได้ปฏิบัติตลอดมา ไม่กินเนื้อสัตว์ เพราะไม่ยอมเบียดเบียนชีวิตสัตว์ในวันเกิดของท่าน ข้าพเจ้าพิจารณาดูแล้วก็เห็นชอบด้วย วันเกิดของเราควรจะทำสิ่งที่เป็นมงคลกุศลไม่ควรสร้างบาป ไม่สมควรจะให้วันเกิดของเราเบียดเบียนชีวิตสัตว์ที่จะนำมาปรุงอาหาร

ถ้าเป็นคนมีชื่อเสียงมีแขกมากมายเท่าใด พวกสัตว์ก็ต้องถูกทำลายชีวิตลงมากเท่านั้น วันเกิดของเราสนุกสนาน แต่เป็นวันตายของสัตว์เพิ่มขึ้น เพื่อปรุงเป็นอาหารเลี้ยงแขก คิดแล้วเศร้าใจ นับแต่นั้นมาวันเกิดของข้าพเจ้าๆ ก็งดกินเนื้อสัตว์ ไม่ว่าสัตว์น้ำสัตว์บก ก่อนวันเกิด ๓ วัน และหลังวันเกิด ๓ วัน และได้ปฏิบัติมาแล้วทำให้จิตใจสบาย จึงทำให้ข้าพเจ้านึกถึงบุญคุณเพื่อนรุ่นพี่ผู้นี้ คิดอยากจะเขียนเรื่องของท่านไว้สักเรื่องหนึ่ง ให้สมกับที่ท่านได้ปฏิบัติกรรมดีตลอดมา ในระยะนั้นบังเอิญข้าพเจ้ามีสุขภาพไม่ค่อยปกตินัก แม้จะได้รับเชิญไปในงานต่างๆ แต่ก็ต้องงดรู้สึกว่าสังขารที่ใช้งานมากขาดการพักผ่อน แต่เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม สุขภาพความวิงเวียนก็ยังไม่ปกติ

ข้าพเจ้าก็ได้รับเชิญให้ไปในงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ที่ตำบลลาดพร้าว ในวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๓ อีกหลายวันกว่าจะถึงวันงาน ข้าพเจ้าไม่สามารถรับและปฏิเสธได้ทั้งสองทาง นอกจากจะบอกว่าดูสุขภาพก่อน ถ้าไปไหวก็ไม่รังเกียจ ถ้าไปไม่ไหวก็จนใจไม่อยากฝืนสังขาร ในวันเสาร์ที่ ๖ ซึ่งสังขารก็ยังไม่ปกติ แต่บังเอิญในวันนั้นข้าพเจ้าได้รับการรักษาจากท่านผู้หนึ่ง และวันนั้นอาการป่วยวิงเวียนหนักหัวก็หายเป็นปกติอย่างอภินิหาร เห็นจะเป็นกรรมดี

ข้าพเจ้าจึงได้มีโอกาสไปได้ในวันอาทิตย์ตอนเช้าที่ ๗ มิถุนายน ไปถึงก่อนพระเจริญพระพุทธมนต์ก่อนฉันเพล ข้าพเจ้าพบกับข้าราชการผู้ใหญ่หลายท่าน ทั้งท่านที่ยังอยู่ในราชการและที่ครบเกษียณอายุ ซึ่งไม่คุ้นเคยมาก่อน แต่ต้องขอบคุณเพราะทุกท่านได้ให้เกียรติที่ให้ข้าพเจ้ารู้จัก เราได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างเพลิดเพลิน

วันนั้นข้าพเจ้าได้เรื่องที่คิดว่าเหมาะสมที่จะเขียนขึ้นเป็นอนุสรณ์ให้แก่เพื่อนผู้หลุดพ้นจากชาตินี้ไปแล้ว ข้าพเจ้าได้จดจำจากท่านข้าราชการผู้หนึ่งเล่าเรื่องที่น่าสนใจและเป็นคติธรรมให้ฟังว่า

ครั้งหนึ่งหลายปีมาแล้ว มีข้าราชการผู้ใหญ่กรมรถไฟผู้หนึ่ง ได้เดินทางไปดูกิจการรถไฟนอกประเทศ เพื่อนำสิ่งที่ดีได้พบเห็นมาปรับปรุงรถไฟของเราให้ทันสมัยและดียิ่งขึ้น ไม่น้อยหน้าประเทศที่เจริญแล้วในเอเชียด้วยกัน
การเดินทางไปครั้งนี้คนส่วนมากเมาเรือ แต่ท่านข้าราชการผู้นั้นไม่เมา บังเอิญเพื่อนร่วมทางผู้หนึ่งนั่งใกล้กันและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็เป็นผู้ไม่เมาเช่นเดียวกัน ในฐานะเป็นผู้ร่วมเดินทาง ไม่มีอะไรดีกว่ามาร่วมสนทนากัน พูดถึงเรื่องต่างๆ และที่สุดก็วกเวียนมาพูดถึงประเพณีของไทย ต่างซักถาม แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ตอนหนึ่งเพื่อนผู้ร่วมทางได้เล่าการปฏิบัติในวันเกิดอย่างน่าฟังและน่าคิดมากว่า

“เมื่อถึงวันเกิดผม ไม่มีการเลี้ยงดูหรือเชิญแขกหรือเพื่อนฝูงมาร่วมกินอาหาร เมื่อผมนึกถึงวันเกิด เวลาตกฟากผมก็ต้องหวนไปนึกถึงแม่ผมทันที และจะนึกว่าเป็นเวลาที่แม่ได้รับความเจ็บปวดรวดร้าวแสนทรมาน ก่อนที่จะคลอดผมออกมาเป็นตัวเป็นตนเห็นแสงเดือนแสงตะวัน ผมนึกถึงความทุกข์ทรมานของแม่ ความเจ็บปวดแสนสาหัส แม่คงดิ้นทุรนทุราย หมอตำแยจะต้องข่มท้อง แม่คงจะร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดท้องจะคลอด สมัยก่อนเขาถือว่าการคลอดบุตรนั้น ว่าเท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่ในบ้านและเท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่ในป่าช้า หมายถึงความเป็นความตายเท่ากันเพราะอันตรายในการคลอดบุตรนั้นมีมาก การแพทย์นั้นยังไม่เจริญเท่าปัจจุบัน

ฉะนั้น เมื่อนึกถึงวันเกิดของผมแล้ว ผมก็ต้องระลึกถึงพระคุณแม่ตลอดมา คิดถึงเริ่มตั้งแต่คลอดออกมา ตั้งแต่เล็กๆ แม่ใช้เวลาเลี้ยงดูทะนุถนอมเอาใจใส่ การเจ็บไข้ได้ป่วย แม่ก็รับความลำบาก อดหลับอดนอนคอยดูแลเป็นห่วงกลัวลูกจะเป็นอันตราย ลูกร้องไห้ด้วยความเจ็บไข้ได้ป่วย แม่ก็ร้องไห้ด้วยความรักและสงสาร แม่ไม่เคยทิ้งห่างจากลูกไป ความรักและความเป็นห่วงที่แม่มีต่อลูกยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ ฉะนั้น เมื่อถึงวันเกิดผมก็ต้องระลึกถึงแม่ก่อนอื่น เพราะท่านเหมือนพระองค์หนึ่งที่ควรแก่การเคารพบูชา นึกถึงพระคุณแม่ที่ได้คลอดออกมา นึกถึงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสของแม่เมื่อเวลาจวนคลอดลูก เมื่อผมเป็นเด็กแม่ต้องลำบาก แต่แม่ก็ไม่เคยทอดทิ้งห่างไกล เมื่อบัดนี้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีฐานะดีแล้ว ผมก็ไม่ยอมทอดทิ้งแม่ให้รับความลำบาก

ผมถือโอกาสทำบุญกับแม่เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านต้องการสิ่งใด ท่านชอบสิ่งใด ก็มอบสิ่งนั้นให้ท่านหาให้ท่าน ไม่ให้ท่านลำบาก ปฏิบัติท่านให้มีความสบายใจ แล้วตัวผมก็ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ในวันเกิด แล้วก็ถือศีล ๕ ศีล ๘ แล้วแต่โอกาสเป็นเวลา ๓ วัน ทำสมาธิให้จิตใจผ่องใสบริสุทธิ์ยกบุญกุศลให้แก่แม่ เพราะผมถือว่าผมเกิดมาเป็นตัวเป็นตน มีชีวิตอยู่อย่างทุกวันนี้ก็เพราะแม่

ที่ผมพูดนี้มิใช่ว่าผมไม่รู้บุญคุณของพ่อ เพราะพระคุณของพ่อก็มากมายเหลือหลาย ที่ผมรู้ว่าแม่ลำบากเมื่อเวลาคลอดผม ก็เพราะพ่อเป็นผู้เล่าให้ผมฟัง แต่เมื่อเราพูดถึงวันเกิดแล้ว ผมไม่เคยลืมวันเวลาที่แม่ต้องทรมาน ในเวลานั้นนึกเห็นภาพของแม่ได้รับความลำบากเจ็บปวดแสนสาหัส จนกว่าจะคลอดผมออกมาเป็นตัวเป็นตนได้ ฉะนั้นวันเกิดของผม ก็คือวันระลึกถึงพระคุณของแม่ ใครจะคิดว่าผมผิดหรือถูกผมไม่สนใจ เพราะคนสมัยนี้ส่วนมากจิตใจต่ำลง คนชั่วมากกว่าคนดี มักจะคิดแต่สิ่งตรงกันข้าม

ฉะนั้น วันเกิดของผมจะไม่มีการเลี้ยงฉลองสนุกสนาน เลี้ยงเหล้าเลี้ยงอาหาร เชิญเพื่อนฝูงมาเฮฮาเหมือนคนทั้งหลาย ทุกครั้งถึงวันเกิด ผมจะต้องนึกถึงย้อนหลังไปคิดถึงแม่ ผิดกับวันเกิดของคนทั่วๆ ไปคงไม่ค่อยมีใครคิดถึงแม่ แต่ผมคิดแล้วผมจะปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลในธรรม และทั้งไม่เบียดเบียนเนื้อสัตว์เป็นอาหาร ผมถือว่าการปฏิบัติเช่นนี้ย่อมจะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง มีแต่กุศลกรรมดีทำให้จิตใจผ่องใสบริสุทธิ์”


เมื่อท่านข้าราชการรถไฟได้ฟังแล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งในการปฏิบัติกรรมดีของชายผู้ร่วมทาง และร่วมสนทนากันตลอดเวลา เมื่อกลับมาสู่ประเทศไทย สิ่งแรกที่กลับไปถึงบ้านก็คือ ไปกราบมารดาระลึกพระคุณของท่าน

นี่เป็นเรื่องย่อๆ ที่ได้จากวันขึ้นบ้านใหม่ของข้าราชการผู้หนึ่งและเป็นสิ่งที่น่าคิดพิจารณา ข้าพเจ้าจึงได้ย่อความเขียนขึ้น หากมีสิ่งใดผิดบกพร่องแล้ว หรือเก็บข้อความไม่หมดเพราะความจดจำเสื่อมลงตามสังขาร เพราะมิได้บันทึกเมื่อเวลาสนทนา ข้าพเจ้าก็ขออภัยและรับผิดแต่ผู้เดียว และ ข้าพเจ้าเห็นว่าการปฏิบัติของท่านผู้นี้ใกล้เคียงกับเพื่อนรุ่นพี่ผู้ได้ล่วงลับไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอออกความเห็นให้เป็นอนุสรณ์แก่ผู้สร้างกรรมดี สิ่งที่เราควรจะปฏิบัติแก่แม่ผู้บังเกิดเกล้า คือ

เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเป็นบุญกุศลสดๆ เมื่อท่านเห็นลูกหลานมีความกตัญญู ท่านก็ปลื้มปิติยินดีและทั้งท่านก็จะให้ศีลให้พรจากปากพ่อปากแม่นั้นย่อมศักดิ์สิทธิ์ เพราะออกจากใจจริงของท่าน เราก็ดีใจเมื่อเห็นท่านมีความสุขความสบายใจ ชื่นชมยินดีและเป็นสิริมงคลแก่ตัวเรา และทำให้ท่านอายุยืนเพราะจิตใจสบาย อย่ารอให้ท่านจากโลกนี้ไปก่อน แล้วจึงทำบุญอุทิศไปให้ เราจึงเสียใจภายหลังว่า ยังไม่ได้ทดแทนบุญคุณเต็มที่ เพราะเมื่อท่านมีชีวิตอยู่เราก็ไม่ได้ปฏิบัติดูแลเอาใจใส่ให้ความสุขแก่ท่าน เมื่อคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว เราควรจะทำให้ท่านทั้งเวลาที่มีชีวิตอยู่ และเมื่อท่านจากไปแล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน มนุษย์ที่ดีมีศีลธรรมก็จะยกย่องสรรเสริญ เทวดาฟ้าดินก็จะโมทนาสาธุ ในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจะเป็นสิริมงคลแก่ตัวผู้ปฏิบัติตลอดไป แต่ขออย่าให้วันเกิดของเราเป็นวันตายของสัตว์เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นอาหารในวันเกิดของเรา




.................. เอวัง ..................
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --

แก้ไขล่าสุดโดย admin เมื่อ 26 ก.ค.2006, 4:58 pm, ทั้งหมด 5 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 03 มิ.ย.2006, 9:46 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

หนังสือ...กล่าวถึงพระคุณแม่
บรรยายโดย พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=4464

ฉบับเว็บไซต์ หรือฉบับ e-book
http://www.dhammajak.net/book/mother/mother.php
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --

แก้ไขล่าสุดโดย admin เมื่อ 26 ก.ค.2006, 4:49 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
^^
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 03 มิ.ย.2006, 9:49 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ
 
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2060

ตอบตอบเมื่อ: 26 ก.ค.2006, 6:30 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง