ถ้าหากไปถือว่าสมาธิคือการนั่งหลับตาอย่างเดียว
มันก็ถูกกับความเห็นของคนทั้งหลายที่เขาแสดงออก
แต่ถ้าเราจะคิดว่าอารมณ์ของสมาธิคือ การยืน เดิน นั่ง นอน
รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ไม่ว่าเราจะทำอะไร
มีสติสัมปชัญญะรู้อยู่กับเรื่องปัจจุบัน คือเรื่องชีวิตประจำวันนี้เอง
เราจะเข้าใจหลักการทำสมาธิอย่างกว้างขวาง
และสมาธิที่เราทำอยู่นี่ จะรู้สึกว่า
นอกจากจะไปนั่งหลับตาภาวนา หรือเพ่งดวงจิตแล้ว
ออกจากที่นั่งมา เรามีสติตามรู้
การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด
แม้ว่าเราจะไม่นั่งสมาธิอย่างที่พระท่านสอนก็ได้
เพราะว่าเราฝึกสติอยู่ตลอดเวลา เวลาเรานอนลงไป
คนมีความรู้ คนทำงาน ย่อมมีความคิด
ในช่วงที่เรานอนนั่นแหละ เราปล่อยให้จิตเราคิดไป
แต่เรามีสติตามรู้ความคิดจนกระทั่งนอนหลับ
ถ้าฝึกต่อเนื่องกันทุกวันๆ เราจะได้สมาธิอย่างประหลาด
นี่ถ้าเราเข้าใจกันอย่างนี้ สมาธิจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน
ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์โลกให้เจริญ
แต่ถ้าหากจะเอาสมาธิมุ่งแต่ความสงบอย่างเดียว
มันจะเกิดอุปสรรคขึ้นมาทันที
แม้การงานอะไรต่างๆ มองดูผู้คนนี่ขวางหูขวางตาไปหมด
อันนั้นคือสมาธิแบบฤาษีทั้งหลาย