Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 วิธีนั่งสมาธิและเดินจงกรม (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 01 เม.ย.2006, 10:32 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

วิธีนั่งสมาธิและเดินจงกรม
โดย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

วัดป่าบ้านตาด
ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี



๏ การนั่งสมาธิ

๑. นั่งขัดสมาธิตามแบบพระพุทธรูป เอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย วางมือทั้งสองไว้บนตัก

๒. ตั้งกายตรง อย่าก้มนักเงยนัก อย่าให้เอียงซ้ายเอียงขวาจนผิดธรรมดา ไม่กดหรือเกร็งอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง อันเป็นการบังคับกายให้ลำบาก ปล่อยวางอวัยวะทุกส่วนไว้ตามปกติ

๓. ระลึก พุทโธ ธัมโม สังโฆ ๓ ครั้ง อันเป็นองค์พระรัตนตรัยก่อน

๔. นึกคำบริกรรม โดยกำหนดเอาเพียงบทเดียวติดต่อกันไปด้วยความมีสติ เช่น พุทโธ พุทโธ พุทโธ...เป็นต้น ให้นึก พุทโธ พุทโธ พุทโธ...สืบเนื่องกันไปด้วยความมีสติ และพยายามทำความรู้สึกตัวอยู่กับ พุทโธ พุทโธ พุทโธ...

อย่าให้จิตเผลอตัวไปสู่อารมณ์อื่นระหว่างจิต สติกับคำบริกรรมมีความกลมกลืนกันได้เพียงไร ยิ่งเป็นความมุ่งหมายของการภาวนาเพียงนั้น ผลคือความสงบเย็นใจจะพึงเกิดขึ้น


๏ การเดินจงกรม

๑. พึงกำหนดทางจงกรมที่ตนจะพึงเดินสั้นหรือยาวเพียงไร ความยาว ๒๕-๓๐ ก้าวเป็นความเหมาะสมทั่วไป พึงดูว่าเราจะเดินจากที่นี่ไปถึงที่นั่นหรือถึงที่โน้น สำหรับทิศทางที่ท่านนิยมปฏิบัติมา มี ๓ ทิศ คือ

ตรงตามแนวตะวันออก ตะวันตก ๑
ตามแนวตะวันออกเฉียงใต้ ๑
ตามแนวตะวันออกเฉียงเหนือ ๑

จากนั้นตบแต่งทางจงกรมให้เรียบร้อยก่อนเดิน

๒. ผู้จะเดินกรุณาไปยืนที่ต้นทางจงกรม และพึงยกมือทั้งสองขึ้นประนมไว้เหนือระหว่างคิ้ว ระลึกคุณพระรัตนตรัย และระลึกถึงคุณบิดามารดา อุปัชฌาย์อาจารย์ ตลอดท่านผู้เคยมีพระคุณแก่ตน จบแล้วรำพึงถึงความมุ่งหมายแห่งความเพียรที่กำลังจะทำด้วยความตั้งใจเพื่อผลนั้นๆ เสร็จแล้วปล่อยมือลง

เอามือขวาทับมือซ้ายทาบกันไว้ใต้สะดือตามแบบพุทธรำพึง เจริญพรหมวิหาร ๔ จบแล้วทอดตาลงเบื้องต่ำ ท่าสำรวม

๓. ตั้งสติกำหนดจิตและธรรมที่เคยนำมาบริกรรมกำกับใจ พุทโธ พุทโธ พุทโธ...เป็นต้น แล้วออกเดินจงกรมจากต้นทางถึงปลายทางจงกรมที่กำหนดไว้ เดินกลับไปกลับมาในท่าสำรวม มีสติอยู่กับบทธรรมหรือสิ่งที่พิจารณาโดยสม่ำเสมอ ไม่ส่งจิตไปอื่นจากงานที่กำลังทำอยู่ในเวลานั้น

๔. ขณะเดินจงกรม พึงกำหนดสติกับคำบริกรรม พุทโธ พุทโธ พุทโธ...ให้กลมกลืนเป็นอันเดียวกัน ประคองความเพียรด้วยสติสัมปชัญญะ มีใจแน่วแน่ต่อธรรมที่บริกรรม ให้จิตรู้อยู่กับ พุทโธ พุทโธ พุทโธ...ทุกระยะที่ก้าวเดินไปและถอยกลับมา


๏ ข้อพึงสำรวม

= การเดินไม่พึงเดินไกวแขน
= ไม่เอามือขัดหลังหรือกอดอก
= ไม่เดินมองโน้นมองนี่ อันเป็นท่าไม่สำรวม



.............................................................

คัดลอกมาจาก
หนังสือ “ปฏิปทาของพระธุดงคกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถร”
โดย ท่านพระอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --

แก้ไขล่าสุดโดย admin เมื่อ 15 ก.พ.2008, 7:51 am, ทั้งหมด 6 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
Moon Mirror
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 01 เม.ย.2006, 10:35 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เจริญสมาธิกันมากๆ สุขใดจะเท่ากับความสงบในใจ...ไม่มี
 
กังขา
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 01 เม.ย.2006, 10:35 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

.....ปล่อยมือลง เอามือขวาทับมือซ้ายทาบกันไว้ใต้สะดือตามแบบพุทธรำพึง ฯลฯ

....เอามือทำอย่างนี้ ได้ผลดีกว่า ที่ห้ามอย่างไรหรือ ?

นิมนต์หลวงตาอธิบายด้วย
 
ทิพ
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 22 พ.ค.2006, 10:36 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ

เราฟังเทศน์หลวงตาทุกวัน ในรถ ก่อนนอนนั่งสมาธิ ฟังไปด้วย
ทุกเดือนโอนเงินทำบุญตลอด เดือนนี้น่าจะเป็นวันนี้ 2000 บาท อุทิศแด่นายเวร
เทวดาประจำตัวข้า แด่ชาวเวปที่อ่านเจอทุกคนคะ
สาธุ สาธุ สาธุ สาธุ
 
ผู้เยี่ยมชม






ตอบตอบเมื่อ: 11 ม.ค. 2007, 9:36 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

การทำกรรมฐานเป็นการชำระจิตให้หมดจดผ่องแผ้วจากอุปกิเลสทั้งมวล

ถ้ากรรมฐานใด ยังทำเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ ทำโดยอิงอาศัยให้สิ่งนั้นสิ่งนี้ดลบันดาลให้

ก็คงคลาดจากคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ว่า "ตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอก ส่วนการเดิน

(ทางอริยมรรค) เธอทั้งหลายต้องทำกันเอาเอง"
 
ผู้เยี่ยมชม






ตอบตอบเมื่อ: 08 เม.ย.2007, 9:06 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

กรรมฐานที่สอนกันส่วนมากในปัจจุบันนี้ สอนอิงลาภบ้าง อิงสิ่งศักดิ์บ้าง เป็นกรรมฐานพูกพูนกิเลส ไม่เป็นกรรมฐานเพื่อชำระกิเลส ไม่เป็นกรรมฐานแท้ๆ แบบพุทธะ ยิ่งสอนยิ่งไกลจากพุทธศาสนา
 
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง