Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 กาฬสินธุ์ อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
webmaster
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 04 มิ.ย. 2004
ตอบ: 704

ตอบตอบเมื่อ: 31 มี.ค.2005, 9:54 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เชิญประชาสัมพันธ์สถานที่ปฏิบัติ โดยการลงชื่อ-ที่อยู่ กำหนดการ-ระเบียบการ และเว็บไซต์ (ถ้ามี)
ของสถานที่ปฏิบัติธรรม จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เลยครับ


เว็บไซต์จังหวัดกาฬสินธุ์
http://kalasin.ect.go.th

.......

สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่กระดานสนทนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=1


สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1893

ตอบตอบเมื่อ: 14 มี.ค.2006, 5:59 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
พระโพธิญาณมุนี (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ)
............................................................................



วัดป่ามัชฌิมาวาส
หมู่ 10-13 บ้านดงเมือง
ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000


พระโพธิญาณมุนี (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ) เจ้าอาวาส

วัดป่ามัชฌิมาวาส เป็นวัดป่าปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2551 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระครูปลัดสุวัฒนเมตตาคุณ (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ)
ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ
ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ในราชทินนามที่ พระโพธิญาณมุนี วิ.

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

“พิพิธภัณฑ์ศพ” วัดป่ามัชฌิมาวาส จ.กาฬสินธุ์

“พิพิธภัณฑ์ศพ” ศาลาอัศวินวิจิตร วัดป่ามัชฌิมาวาส ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านดงเมือง หมู่ 10-13 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เป็นพุทธสถานอีกแห่งหนึ่งอันเลื่องชื่อในด้านเป็นสถานปลีกวิเวก เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐานอย่างดีเยี่ยม นอกจากจะมีพื้นที่กว้างขวาง อุดมด้วยแมกไม้ที่ร่มครึ้มทั่วบริเวณวัดแล้ว ยังมี “อาจารย์ใหญ่” หรือซากศพมนุษย์ ภายในศาลาอัศวินวิจิตร หรือพิพิธภัณฑ์ศพ ไว้ให้ศึกษาสัจธรรมชีวิตอีกด้วย

ประวัติวัดป่ามัชฌิมาวาสแห่งนี้ สร้างขึ้นราวปี 2474 มีพระเณรจำพรรษอยู่ร่วม 30 รูป ปัจจุบัน มีหลวงพ่อเมือง พลวัฑโฒ พระเกจิสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นเจ้าอาวาส เสนาสนะที่สำคัญอันเป็นเครื่องหมายของวัด นอกจากพิพิธภัณฑ์ศพดังกล่าวแล้ว ยังมีพระพุทธรูปหลวงปู่ขาว และหลวงปู่ผ้าขาว เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานภายในวัด ให้สาธุชนสักการบูชาอีกด้วย

Image
พระโพธิญาณมุนี (หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ)
............................................................................



หลวงปู่ขาว เป็นพระพุทธรูปหินอ่อนสีขาว ประดิษฐานบนแท่นดอกบัว มีศาลาครอบองค์พระไว้อย่างเป็นสัดส่วน ส่วนหลวงปู่ผ้าขาว กล่าวกันว่าน่าจะเป็นสัญลักษณ์แทนหมอชีวกโกมารภัจจ์ (หมอประจำองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมัยพุทธกาล) ประทับบนก้อนหิน โดยมีพระพุทธรูปปางต่างๆ เรียงรายอยู่ด้านหลัง รวมทั้งศิวลึงค์ ก็มีให้เห็นเป็นหลักฐานของการกราบไหว้บูชามาตั้งแต่คราบรรพกาล !

ดังที่ทราบกันดีแล้วว่า ก่อนที่พุทธศาสนาจะแผ่มามีอิทธิพลยังภูมิภาคนี้ นอกจากผู้คนจะนับถือภูตผีที่เชื่อว่าสถิตอยู่ตามที่ต่างๆ แล้ว ยังมีการนับถือพระเจ้าตามลัทธิความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูอีกด้วย พระเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่รู้จักกันดีก็คือ พระอิศวรหรือพระศิวะ และเครื่องหมายที่ใช้แทนพระศิวะที่พบเห็นโดยทั่วไป โดยเฉพาะตามแหล่งศาสนสถาน คือ ศิวลึงค์ ที่ทำจากแท่งหิน ดังที่ปรากฏ ณ ด้านหลังหลวงปู่ผ้าขาว เพราะความที่สถานที่แห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่บรรพกาล เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คนในชุมชนมาหลายยุคหลายสมัย เมื่อได้มีการสร้างวัดป่ามัชฌิมวาสเป็นศูนย์รวมจิตใจของสาธุชน จึงได้มีการสร้างพระพุทธรูปหรือหลวงปู่ขาว เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า และจัดให้มีการสร้างรูปหมอชีวกโกมารภัจจ์ “หมอประจำพระองค์” ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสถานที่เดียวกัน

Image

วัดป่ามัชฌิมาวาส นอกจากจะมาทำบุญตักบาตร ปล่อยนก ปล่อยปลา หรือไถ่ชีวิตสัตว์แล้ว ยังนุ่งขาวห่มขาว ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน เจริญจิตภาวนา หรือเก็บกวาดบริเวณวัด จะเป็น 5 วัน 7 วัน หรือ 30 วัน ก็ได้

“แนวทางของวัดป่า ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ เป็นพุทธสถานที่ต้องการความสันโดษ พระเณรอยู่กันอย่างสงบ สันติ สมถะ ไม่ต้องการความพลุกพล่าน ไม่ต้องการคำยกยอปอปั้นหรือชื่อเสียงใดๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตในวัด อาทิ พระพุทธรูปหลวงปู่ขาว และหลวงปู่ผ้าขาวนี้มิใช่ตัวล่อ ที่จะโน้มน้าวจิตใจหรือเรียกศรัทธาให้ผู้คนหันหน้าเข้าวัด ขอให้เข้าใจ...ในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะเชิดชูชีวิตจิตใจให้สูงส่ง และดีเด่นเทียบเท่าพระธรรม สำหรับพระพุทธรูปหลวงปู่ขาวและหลวงปู่ผ้าขาว เป็นสิ่งที่ชาวบ้านดงเมืองและละแวกนี้ ให้การยอมรับนับถือและศรัทธามาช้านาน”

“ส่วนด้านของความศักดิ์สิทธิ์ ใครคิดจะมาบนบานกราบไหว้ ขอให้คิดดี ทำดี และที่สำคัญอย่าลืมหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากละเลยเสีย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็ช่วยไม่ได้ สิ่งที่ฝากไว้ให้ระลึกอยู่เสมอคือ จงช่วยตัวเองก่อน ก่อนที่จะให้คนอื่นช่วย หรือแสวงหาสิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย” หลวงพ่อเมือง พลวฑฺโฒ เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส กล่าวให้ข้อคิด

Image

สำหรับ “อาจารย์ใหญ่” ที่วัดนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศพหรือศาลาอัศวินวิจิตร เพื่อให้เป็นข้อคิดในวัฏสงสาร การไม่เที่ยงแท้แน่นอน ชี้ให้เห็นสัจธรรมอันแท้จริงของชีวิต เห็นแล้วจะได้ไม่หลงรูป หลงเงา หลงเขา หลงเรา จนหลงลืมคำตอบสุดท้าย เมื่อวาระสุดท้ายและความตายมาเยือน !

ข้อมูลที่สืบค้นมาเกี่ยวกับสาเหตุความเป็นมา ที่ทางวัดป่ามัชฌิมาวาสนำซากศพคนตายมาบรรจุไว้ในโลงแก้ว ภายในศาลาอัศวินวิจิตรนี่ก็คือ...มีการนำศพมาไว้ในลักษณะนี้ประมาณ 15 ปีได้ โดยศพเหล่านี้ได้รับความอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ที่ผู้ตายหรือญาติผู้ตาย ได้บริจาคให้เป็น “อาจารย์ใหญ่” แก่นิสิตแพทย์ เพื่อการศึกษาค้นคว้า ซึ่งทางวัดได้ทำเรื่องขอยืมมาเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้ผู้มาศึกษาธรรมหรือผู้สนใจได้มองเห็นสัจธรรม อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...

อาจารย์ใหญ่ดังกล่าว จะถูกนำมาเที่ยวละ 10-15 ศพ และทุกๆ 6 เดือน จะนำกลับไปรับพระราชทานเพลิงศพที่ จ.ขอนแก่น แล้วจะนำศพชุดใหม่มาไว้แทนที่ชุดเก่า สับเปลี่ยนเช่นนี้ร่ำเรื่อยมา

Image

หลวงพ่อเมือง กล่าวว่า ชีวิตหรือสังขารคนเราเป็นของไม่เที่ยง ไม่คงทนถาวร ตอนยังอยู่ก็ดูดีมีคุณค่า ถึงคราตายก็เหมือนหมดความหมาย ในสายตาของทางโลกอาจคิดกันอย่างนี้ แต่หากมองดีๆ คิดให้ลึกซึ้ง คิดโดยนัยธรรมะ จะเห็นคุณค่าเหลือคณานับ พินิจดูศพแล้วกลับมามองสรีระของตัวเองแล้วเป็นยังไง ในบั้นปลายก็ไม่ต่างกันเลย “ตอนที่ยังมีชีวิต ถูกกรรมลิขิตให้โลดแล่นบนกองกิเลสตัณหาสารพัดสารพัน ครั้นตายไปแล้วได้อะไรติดตัวไปบ้างไม่มีเลย แม้แต่เงินปากผี ยังถูกสัปเหร่อหยิบเอา เหลือแต่ตัวเปล่าๆ กลับไปไม่ต่างกับตอนแรกเกิดเลย”

ใครที่ลุ่มหลงในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันเป็นตัวพอกพูนกิเลสตัณหาในใจ หากได้มาศึกษาจากซากศพเหล่านี้ อาจจะได้สิ่งดีๆ กลับไป หรือใครที่มัวแต่หลงเงาตัวเอง เอาแต่ชื่นชม “เปลือกนอก” ของตัวเองจนเกินงาม เมื่อใดก็ตามที่ได้มาเห็นเงาแห่งอนาคตอย่างซากศพคนตาย ก็จะเข้าใจอะไรได้ดีกว่าเดิม...

Image

ผลของการมาดู “อาจารย์ใหญ่” หรือซากศพมนุษย์ ที่เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนชีวิตของผองผู้คน ไม่มีใครหนีพ้นจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงน่าจะทำให้ผู้มาดูเก็บไปเป็นข้อคิดเตือนใจ และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า เรารู้ว่าอนาคตจะต้องตาย มีสภาพไม่ต่างจากซากศพที่นอนอยู่เบื้องหน้า ที่รอวันเปื่อยเน่า เราจึงควรจะหมั่นสรรค์สร้างคุณงามความดีไว้เป็นหลักฐานให้ลูกหลานได้เห็นคุณค่าในตัวเรา เมื่อเราเห็นปลายทางของเราอย่างนี้ เราก็จะไม่อยู่ในความประมาท ไม่ขาดสติในการกระทำใดๆ ทั้งปวง แล้วกิจการงานที่ทำก็จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มีแก่นสาร มีประโยชน์ต่อสาธารณชนและตนเอง เมื่อคิดได้ดังนี้ ทำได้ดังนี้ ถือว่าประเสริฐแล้วสำหรับปุถุชนทั่วไป เพียงขอให้ยึดหลักมัชฌิมาปฏิปทา ไม่วาดหวังในสิ่งที่สูงเกินไป ไม่หน้ามืดตามัวทำตัวตกต่ำ ก็จะทำให้ครองชีวิตอย่างราบรื่นตลอดไป

หลวงพ่อเมือง กล่าวในตอนท้ายว่า หากยามใดที่อยากจะพักผ่อนทางใจ แบบไม่ต้องสิ้นเปลืองใดๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายบริการสถานที่ เหมือนอย่างที่ทางโลกเขาโปรโมตโฆษณาเชิญชวนกัน ก็ลองหันมาพักผ่อนทางธรรม ที่พิพิธภัณฑ์ศพ ศาลาอัศวินวิจิตร วัดป่ามัชฌิมาวาส โดยให้ซากศพเป็นครูดูบ้างเป็นไร อาจจะรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมของชีวิตได้เป็นอย่างดี

ที่มาของข้อมูล :: หนังสือพิมพ์ข่าวสด รายวัน
คอลัมน์ สดจากหน้าพระ โดย ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม
วันที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 17 ฉบับที่ 6309

Image

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ประมวลภาพวัดป่ามัชฌิมาวาส
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=3342

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1893

ตอบตอบเมื่อ: 14 มี.ค.2006, 6:09 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

วัดป่ากกไม้แดง
บ้านต้อน ต.เหนือ
อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000


วัดป่ากกไม้แดง เป็นวัดที่เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมดีมาก
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1893

ตอบตอบเมื่อ: 09 เม.ย.2006, 6:23 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

วัดป่าดอนยาง
หมู่ 8 ต.หลักเมือง
อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ 46130


พระอาจารย์สมนึก อภิปัญโญ เจ้าอาวาส

วัดป่าดอนยาง เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1893

ตอบตอบเมื่อ: 23 เม.ย.2006, 6:23 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
อุโบสถไม้ วัดพุทธนิมิตร (วัดภูค่าว)
......................................................................................



วัดพุทธนิมิตร (วัดภูค่าว)
บ้านนาสีนวล ต.สหัสขันธ์
อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ 46140


พระอาจารย์ณรงค์ ชยมงฺคโล เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

วัดพุทธนิมิตร (วัดภูค่าว) เป็นวัดที่เหมาะสำหรับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมยิ่ง บรรยากาศของวัดมีความร่มรื่น เงียบสงบ สงบเย็น เป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว” ซึ่งเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่แปลกแตกต่างกับพุทธไสยาสน์ทั่วไปคือ ท่าตะแคงซ้าย ไม่มีพระเกตุมาลา ยื่นอยู่ใต้เพิงหินผนังถ้ำ ลักษณะเป็นภาพแกะสลักนูนต่ำสูงขึ้นมาจากแผ่นหิน

Image
พระประธานในอุโบสถ และภาพแกะสลักพุทธประวัติบนฝ้าเพดาน
......................................................................................



สันนิษฐานว่าช่างผู้สร้าง “พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว” คงไม่ได้คำนึงว่าการสร้างรูปพระนอนโดยตะแคงขวาหรือซ้ายเป็นเรื่องสำคัญ แต่คำนึงถึงทิศทางหันพระเศียรให้อยู่ค่อนไปทางทิศเหนือซึ่งเป็นทิศที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระนอนองค์นี้มีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2235 เป็นพระโมคคัลลานะ พุทธสถานแห่งนี้เป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชน และชาวบ้านทั่วไป มีการเดินทางมาปฏิบัติธรรม สักการบูชาอยู่เนืองๆ

วัดนี้ตั้งอยู่ห่างจากตลาดสหัสขันธ์ประมาณ 6 กิโลเมตร เดินทางตามทางหลวง หมายเลข 227 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 37-38 มีป้ายบอกทางเข้า “พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว” ผ่านบ้านโนนสมบูรณ์ ถึงทางแยกเล็กเข้าวัดพุทธนิมิต ไต่ขึ้นทางบนหลังภูค่าวจนถึงลานวัดซึ่งอยู่บนยอดภู มีป้ายบอกเดินลงมาเลียบผาประมาณ 100 เมตร

Image
พระพุทธไสยาสน์เป็นพระนอนตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา
......................................................................................
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
วีรยุทธ
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 24 มิ.ย. 2005
ตอบ: 1792
ที่อยู่ (จังหวัด): สกลนคร

ตอบตอบเมื่อ: 16 ก.พ.2007, 4:26 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
พระบรมธาตุเจดีย์ฐิตสีลมหาเถรานุสรณ์
......................................................................................



วัดรังสีปาลิวัน
บ้านโพน ต.โพน
อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ 46180


พระครูสันติธรรมประภาส (สงบ สุปภาโส) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

พระอริยเวที (หลวงปู่เขียน ฐิตสีโล) อดีตเจ้าอาวาส


วัดรังสีปาลิวัน เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Image
พระอริยเวที (หลวงปู่เขียน ฐิตสีโล)


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ประวัติและปฏิปทาหลวงปู่เขียน ฐิตสีโล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=19528

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 

_________________
ท่านสามารถฟังวิทยุเสียงธรรมหลวงตามหาบัวได้ทั่วประเทศ
และโทรทัศน์ดาวเทียมเสียงธรรมทั้งภาพและเสียงได้แล้วที่
http://www.luangta.com
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1893

ตอบตอบเมื่อ: 24 เม.ย.2007, 8:06 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

วัดประชานิยม
(ศูนย์เผยแผ่พุทธธรรม วัดประชานิยม)
เลขที่ 84 ถ.ถีนานนท์ ต.กาฬสินธุ์
อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000
โทรศัพท์ 043-822-274


พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร)
เจ้าอาวาสวัดประชานิยม, เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ)
ประธานอำนวยการก่อตั้งและอุปถัมภ์ศูนย์เผยแผ่พุทธธรรม


วัดประชานิยม เป็นวัดที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

วัดประชานิยม เดิมเป็นป่าช้าโคกกลายังไม่มีผู้ใดถือครองเป็นกรรมสิทธิ์ อยู่ห่างจากชุมชน (เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์) ประมาณ ๕ กิโลเมตร ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่แดง ธมฺมรกฺขิโต) ซึ่งเป็นพระกัมมัฏฐาน ศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ได้เดินธุดงค์มาจากจังหวัดสกลนคร ถึงป่าช้าโคกกลาง เห็นว่าเป็นสถานที่อันสัปปายะ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงหยุดพักปักกลดบำเพ็ญกัมมัฏฐาน ณ ป่าช้าโคกกลาง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ในสมัยนั้น อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะบริเวณรอบชานเมืองกาฬสินธุ์ ยังไม่มีวัดสายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต อยู่เลยแม้แต่วัดเดียว การเข้ามาหยุดพักปักกลดปฏิบัติกัมมัฏฐาน ณ ป่าช้าโคกกลาง ของหลวงปู่แดง จึงเป็นเรื่องแปลกหูแปลกตาของชาวพุทธบริเวณใกล้เคียง ข่าวการมาของหลวงปู่แดงจึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนพากันหลั่งไหลไปฟังธรรมและปฏิบัติธรรมกับท่านเป็นจำนวนมาก ในลักษณะ “ตื่น” พระกัมมัฏฐาน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงทำให้ป่าช้าโคกกลางอันปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ต้องกลายสภาพเป็นสถานที่อันโล่งเตียนภายใต้ร่มไม้ที่ร่มรื่น เป็นที่สัปปายะเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมอย่างที่หลวงปู่แดงคิดในครั้งแรกที่เดินธุดงค์มาถึงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน

การพัฒนาป่าช้าโคกกลางให้เป็นวัดเริ่มต้นขึ้นเมื่อประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในหลวงปู่แดง ประกอบด้วย ๑. นายเปรื่อง ยลถวิล ๒. นายภา ยลพันธ์ ๓. นายภู ฆารกุล ๔. นายอื๊ด ฆารกุล ๕. นางทองดำ ทองทวี ได้ร่วมกันจับจองที่ดินแห่งนี้ (ป่าช้าโคกกลาง) แล้วถวายเป็นศาสนสมบัติเพื่อสร้างเป็นวัด โดยเจ้าคุณพระธรรมปิฎก (พิมพ์ ธมฺมธโร) ได้เลื่อนสมณศักดิ์ครั้งสุดท้ายเป็น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร ให้นามว่า “วัดประชานิยม” และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๘

มีเจ้าอาวาสปกครองตามลำดับดังนี้
พระสุธรรมคณาจารย์ (แดง ธมฺมรกฺขิโต) พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๕๐๕
พระราชธรรมานุวัตร (อ่อน จกฺกธมฺโม) พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๒๙
พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) พ.ศ. ๒๕๓๐-ปัจจุบัน

Image

วัดประชานิยม ได้พัฒนาเป็นลำดับต่อเนื่องมา ในเบื้องต้นได้มีการก่อสร้างศาลาบำเพ็ญบุญ สร้างด้วยไม้หนึ่งหลังและกุฏิที่พักสงฆ์หลังเล็กๆ เท่าจำนวนพระภิกษุที่มีอยู่ขณะนั้น ต่อมาได้สร้างศาลาการเปรียญขึ้นหนึ่งหลังสร้างด้วยไม้ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ ชื่อศาลาวิหารเทสรังสี แทนศาลาหลังเก่าที่เป็นศาลาไม้ เพื่อรองรับพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธามาประกอบพิธีสำคัญในวันธรรมมัสวนะ วันสำคัญทางศาสนาและสำคัญของทางราชการ ได้ปรับปรุงถนนภายในวัดซึ่งเดิมเป็นถนนลูกรังให้เป็นคอนกรีต ปลูกต้นไม้ภายในวัดทำให้มีความร่มรื่น เย็นสบาย แบ่งเขตบริเวณเป็นเขต พุทธาวาส สังฆาวาส เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. ๒๕๓๔

Image
พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร)


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

รายนามพระวิทยากรประจำ
ศูนย์เผยแผ่พุทธธรรม วัดประชานิยม

http://www.luangpee.net/contact/

เว็บไซต์ศูนย์เผยแผ่พุทธธรรม วัดประชานิยม
http://www.luangpee.net/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง