Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 สิงห์บุรี อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
webmaster
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 04 มิ.ย. 2004
ตอบ: 761

ตอบตอบเมื่อ: 24 มี.ค.2005, 6:54 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เชิญประชาสัมพันธ์สถานที่ปฏิบัติ โดยการลงชื่อ-ที่อยู่ กำหนดการ-ระเบียบการ และเว็บไซต์ (ถ้ามี)
ของสถานที่ปฏิบัติธรรม จังหวัดสิงห์บุรี ได้เลยครับ


เว็บไซต์จังหวัดสิงห์บุรี
http://singburi.ect.go.th

.......

สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่กระดานสนทนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=1


สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 17 มี.ค.2006, 2:20 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)
............................................................................



วัดอัมพวัน
เลขที่ 53 หมู่ที่ 4 ถ.เอเชีย กม.130
บ้านอัมพวัน ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี 16160
โทรศัพท์ 036-599-381, 036-599-175


พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาส

พระครูปัญญาประสิทธิคุณ รองเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน
เจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน


วัดอัมพวัน มีการจัดฝึกอบรมปฏิบัติธรรมกรรมฐานตลอดปีอย่างต่อเนื่อง

วัดอัมพวัน เป็นวัดที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ
ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ


การเตรียมตัวไปปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน
ผู้ปฏิบัติควรจะเตรียมตัวดังต่อไปนี้


1. ชุดปฏิบัติธรรมสีขาว
ชาย กางเกงขายาวสีขาว เสื้อแขนสั้นสีขาว
หญิง เสื้อแขนยาว ผ้าถุงสีขาว สไบสีขาว
ในกรณีที่ท่านไม่สามารถหาชุดขาวได้
ทางวัดมีให้ยืมครบทุกอย่าง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่แสดงเฉพาะบุคคล

3 . ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น (ควรงดเว้นการสวมใส่เครื่องประดับ) แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ เป็นต้น

4 . ตั้งใจไปปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะหลวงพ่อพระธรรมสิงหบุราจารย์
ได้เป็นผู้อนุเคราะห์ในเรื่องของที่พัก พร้อมโดยท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
ขอเพียงตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเดียว

Image

ผู้ที่สมัครเข้ามาปฏิบัติธรรม ณ สำนักปฏิบัติธรรมฝ่ายคฤหัสถ์
ควรทำความเข้าใจ ในระเบียบปฏิบัติดังนี้


1. ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องแจ้งความจำนงต่ออาจารย์ผู้ปกครอง ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลอำนวยความสะดวก และรับลงทะเบียนโดยจะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสับเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่จัดที่พัก แนะนำขั้นตอนแก่ผู้มาใหม่

2. ต้องแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรในใบสมัคร ซึ่งทางสำนักจัดเตรียมไว้ให้ ต้องมีบัตรประชาชน หรือใบสำคัญแสดงสัญชาติ อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี เพื่อแสดงแก่อาจารย์ ผู้ปกครองของสำนักจนเป็นที่พอใจ

3. จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าจะอยู่ปฏิบัติกี่วัน ถ้าหากท่านเป็นผู้มาใหม่ ยังไม่เคยรับการฝึกปฏิบัติที่วัดอัมพวัน ควรอยู่ปฏิบัติอย่างน้อย ๓ วัน ส่วนท่านที่เคยรับการฝึกปฏิบัติแล้วควรอยู่ปฏิบัติให้ครบ ๗ วัน และปฏิบัติอยู่ในระเบียบที่กำหนดของสำนัก ส่วนผู้ที่มีความประสงค์อยู่ต่อ หลังจากปฏิบัติครบ ๗ วันแล้ว ให้ขออยู่ต่อเป็นกรณีๆ ไป

4. ผู้สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ซึ่งไม่มีผู้ปกครองมาด้วย (ยกเว้นได้รับอนุญาต) ผู้ป่วยโรคจิต โรคติดต่อ โรคที่สังคมรังเกียจ หรือมีอวัยวะไม่สมบูรณ์ และผู้ที่บวชเพื่อแก้บน ทางสำนักไม่สามารถรับไว้ปฏิบัติธรรมได้

Image
ศาสนวัตถุภายในวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ประวัติและปฏิปทา “หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=7239

รวมคำสอน “หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=44758

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน ละสังขารแล้ว
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=51816

เว็บไซต์วัดอัมพวัน
http://www.jarun.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --

แก้ไขล่าสุดโดย admin เมื่อ 14 ก.ค.2006, 11:09 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 08 เม.ย.2006, 7:50 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
หลวงปู่บุดดา ถาวโร
...........................................................................................



วัดบุดดา
สำนักปฏิบัติธรรมหลวงปู่บุดดา ถาวโร
เลขที่ 134 หมู่ 4
ต.บางกระบือ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี 16000
โทรศัพท์ 036-512-909,
08-9200-9912, 08-1823-3990


พระอธิการศุภรัตน์ ฐิตธมฺมปาโล (หลวงเตี่ย)
เจ้าอาวาสวัดบุดดารูปปัจจุบัน


หลวงปู่บุดดา ถาวโร อดีตเจ้าอาวาส

ประวัติวัดบุดดา

วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ นายปัฐวาท สุขศรีวงค์, นางบงกชกร สุขศรีวงค์, นายปัฐวงค์ สุขศรีวงค์, นางสาวจิราพรรณ สุขศรีวงค์, เด็กหญิงจุติพร สุขศรีวงค์, นายศิริธัช โรจนพฤกษ์, นางสุทิน โรจนพฤกษ์ เด็กหญิงฐิติพร โรจนพฤกษ์ เด็กชายธิติธรรม โรจนพฤกษ์ และเด็กหญิงขวัญศิรินทร์ โรจนพฤกษ์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บุดดา ถาวโร เป็นผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้ซื้อที่ดินถวายพระศุภรัตน์ ฐิตธมฺมปาโล เพื่อสร้างสำนักปฎิบัติธรรมหลวงปู่บุดดา ถาวโร จำนวน ๙ไร่เศษ ณ ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี รวมมูลค่าประมาณ ๑๓,๘๐๐,๐๐๐บาท (สิบสามล้านแปดแสนบาทถ้วน) ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดบุดดาในปัจจุบัน

เมื่อพระศุภรัตน์ ฐิตธมฺมปาโล ได้รับการถวายที่ให้สร้างสำนักปฏิบัติธรรมหลวงปู่บุดดา ถาวโรแล้ว จึงได้สร้างศาลาใต้ถุนสูง ๑ หลังในหน้าฝน ฝนตกลงมาเกิดความลำบากในการขึ้นลง และเกรงว่าน้ำจะท่วม จึงมีการถมดินสูง ๓ เมตร ๗ ไร่ เทคอนกรีตพื้นศาลาเพื่อสะดวกในการประกอบกิจกรรมพิธีศาสนา และได้สร้างศาลาใหญ่ชั้นเดียวขึ้นอีก ๒ หลังรวมมูลค่าประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน) ต่อมาเมื่อมีพระมาจำพรรษามากขึ้นได้สร้างกุฏิพระ และแม่ชีขึ้นหลายหลัง และขยายโรงครัว

การดำเนินการขอตั้งเป็นวัด

วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗ เริ่มดำเนินการขอสร้างวัด

วันที ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๗ ได้รับอนุมัติสร้างวัด

วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๗ ดำเนินการขอตั้งวัด

วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๗ ได้รับการอนุมัติในการตั้งเป็นวัดบุดดา ตามชื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่บุดดา ถาวโร

วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ พระศุภรัตน์ ฐิตธัมฺมปาโล รักษาการเจ้าอาวาส ตามคำสั่งเจ้าคณะตำบลจักรสีห์ที่ ๑/๒๕๔๘

วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบุดดา

วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ที่ตั้งปัจจุบันของวัดบุดดา ตั้งอยู่เลขที่ ๑๓๔ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายมีเนื้อที่ รวม ๑๒๖ไร่ รวมมูลค่าประมาณ ๑๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สิบแปดล้านบาทถ้วน) มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือยาว ๕๘๐ เมตร ทิศใต้ยาว ๒๘๐ เมตร ทิศตะวันออกยาว ๗๓๐ เมตร ทิศตะวันตกยาว ๔๗๐ เมตร


Image
พระอธิการศุภรัตน์ ฐิตธมฺมปาโล
...........................................................................................



ประวัติและผลงาน
พระอธิการศุภรัตน์ ฐิตธมฺมปาโล
เจ้าอาวาสวัดบุดดา ต.บางกระบือ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี


ชื่อ พระอธิการศุภรัตน์ ฉายา ฐิตธมฺมปาโล นามสกุล วิไลศักดิ์ทิพากรณ์ อายุ ๖๖ ปี พรรษา ๑๘ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุดดา

สถานะเดิม

ชื่อเดิม ศุภรัตน์ นามสกุล วิไลศักดิ์ทิพากรณ์ เกิดวันพุธที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๔ ตรงกับขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะเส็ง ณ กรุงเทพมหานคร หลังเยาวราช ๗ ชั้น เขตสัมพันธวงศ์ โยมบิดาชื่อ นายง้วง แซ่เอี้ย โยมมารดาชื่อ นางอิม แซ่ตั้ง หลังจากมารดาคลอดมาไม่นาน บิดามารดาได้พาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่ ตำบลโพธิชัย อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ในขณะที่เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง อายุได้ ๓ ขวบก็ย้ายมาอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ถึงปัจจุบัน

การศึกษา

ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ โรงเรียนกงลิบหยกฮั้ว อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

ประถมศึกษาปีที่ ๓-๔ โรงเรียนวัดโพธิ์แก้วนพคุณ เทศบาล๑ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

มัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ โรงเรียนชลเอม อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

มัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนโพธิรัตน์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

พี่น้อง

มีพี่น้องรวม ๖ คน ตามลำดับดังนี้

๑. นางเคี้ยม วิไลศักดิ์ทิพากรณ์ (แซ่โค้ว) ถึงแก่กรรม
๒. นายสุวัฒน์ วิไลศักดิ์ทิพากรณ์
๓. พระอธิการศุภรัตน์ ฐิตธมฺมปาโล (นายศุภรัตน์ วิไลศักดิ์ทิพากรณ์)
๔. นางวราภรณ์ วิไลศักดิ์ทิพากรณ์ (เตียรณบรรจง)
๕. นายฐิติวัฒน์ วิไลศักดิ์ทิพากรณ์ ถึงแก่กรรม
๖. นายเทียนชัย วิไลศักดิ์ทิพากรณ์ ถึงแก่กรรม

ก่อนอุปสมบท

ในปี พ.ศ.๒๕๐๘ สมรสกับนางสาวนันทวัน ชัยพิพากร ประกอบอาชีพค้าขายที่ห้างศุภรัตน์ และรับเหมาก่อสร้างในตลาดสิงห์บุรี และจังหวัดภูเก็ต มีบุตร ๒ คน ดังต่อไปนี้

๑. นายอนันต์ วิไลศักดิ์ทิพากรณ์ สมรสกับนางสาวพิชญดา เกษมประศาสน์พร มีบุตร ๓ คน
๒. นายโชติวุฒิ วิไลศักดิ์ทิพากรณ์

ท่านได้ปฎิบัติตนเป็นพุทธมามะกะที่ดีมาตลอดเวลา ทั้งการปฏิบัติ รักษาศีล ภาวนา และการให้ท่าน ช่วยเหลืองานของพุทธศาสนา มีความกตัญญูต่อบุพการี อุปัฎฐากดูแลครูบาอาจารย์ต่างๆ การปฏิบัติได้ฝึกมโนมยิทธิ ที่วัดจันทาราม (ท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานี โดยมีพระราชพรหมยาน เป็นผู้ให้การอบรม ได้ปฎิบัติธรรมกับหลวงปู่แอ๋ว อังกุโร เจ้าอาวาสวัดสี่เหลี่ยม จังหวัดสิงห์บุรี

ต่อมาท่านได้ใช้บ้านของท่านเป็นสถานที่ให้เพื่อนๆ สหมิตร และผู้ที่สนใจปฎิบัติ สวดมนต์ และ ฝึกปฏิบัติสมาธิภาวนา โดยมีอาจารย์ปัญญาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดเขาบวช อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง มาเป็นผู้ฝึกสอน และหลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุข ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี หลวงพ่อแสวง ฐิตสาสโน วัดถ้ำเขาตะพาบ ตำบลวังหิน อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ได้เมตตามาอบรมสอนเป็นระยะ หลวงปู่บุดดา ถาวโร ได้เมตตา ท่านอบรมแนะนำสั่งสอนในการปฏิบัติ เวลาที่มีข้อติดขัดในการปฏิบัติ หลวงปู่จะคอยแก้ไขให้โดยในนิมิตบ้างไปกราบเรียนถามท่านที่วัดกลางชูศรีเจริญสุขบ้าง

บางครั้งหลวงปู่ถึงกับมาหาที่บ้านของท่าน ท่านเล่าว่า ท่านตกใจมากเมื่อหลวงปู่บุดดามาหา แล้วแก้ข้อติดขัดให้ เมื่อท่านอายุได้ ๔๙ ปี หลวงปู่บุดดา ถาวโรได้ขอบิณฑบาตรกับโยมสีกาให้ท่านออกบรรพชา ซึ่งก็ได้รับการอนุญาตจากโยสีกาตามที่หลวงปู่ขอ เมื่อท่านบวชได้ ๑ พรรษาท่านก็ไปขอลาสิกขากับหลวงปู่บุดดา ถาวโร หลวงปู่บอกท่านว่า ให้ท่านไปสึกกับพระแก้วมรกต

ท่านก็เข้าใจว่าหลวงปู่ไม่ยอมให้สึก และเมื่อหลวงปู่ใกล้จะมรณะภาพ หลวงปู่บุดดา ถาวโรก็
สั่งท่านไม่ให้ไปอยู่จำพรรษาที่อื่น ให้ท่านอยู่ที่สิงห์บุรีเท่านั้น ท่านเองเคยเข้าไปกราบขออนุญาตจากหลวงปู่ ให้ท่านฉันอาหารมื้อเดียว แต่หลวงปู่ท่านกลับตอบมาว่า ไม่อนุญาตเดี๋ยวพระเณรอดหมด ตอนนั้นท่านเองก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมพระเณรจะต้องมาอดตามท่าน ท่านเองก็ไม่ได้ถามหลวงปู่ต่อ ซึ่งมาตอนนี้ ท่านเองก็ยิ่งเข้าใจว่า หลวงปู่ท่านมีเมตตามหาศาลและยิ่งซาบซึ้งใจยิ่งนักที่หลวงปู่ท่านเองรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าว่า ท่านจะต้องมาสร้างวัดบุดดา เป็นเจ้าอาวาสวัดบุดดา จะต้องดูแลปกครองพระภิกษุสามเณร แม่ชี และศรัทธาญาติโยม อุบาสก อุบาสิกา ต่อไป

อุปสมบท

เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๓ อายุ ๔๙ ปี ณ วัดพิกุลทอง ตำบลถอนสมอ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีพระราชสิงหคณาจารย์ (หลวงพ่อแพ เขมงฺกโร) เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี และเจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระธรรมธรปาน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูปลัดบรรเจิด เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พรรษาที่ ๑-๓ พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๓๕

จำพรรษาที่วัดกลางชูศรีเจริญสุข ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี และได้ออกธุดงค์แสวงหาความวิเวกไปยังที่ต่างๆ เช่น จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสกลนคร อำเภอหัวหินและอำเภอหาดใหญ่ เป็นต้น

พรรษาที่ ๔ พ.ศ.๒๕๓๖

จำพรรษาอยู่ที่วัดแจ้งพรหมนคร ตำบลต้นโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

พรรษาที่ ๕ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๗ ถึงปัจจุบัน

จำพรรษาที่สำนักปฏิบัติธรรมหลวงปู่บุดดา ถาวโร ปัจจุบันเป็นวัดบุดดา ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

วิทยฐานะ

พ.ศ.๒๕๔๖ สอบได้นักธรรมตรี สำนักเรียนคณะจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี


คัดลอกมาจาก
http://www.koopaendin.com/
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 14 ส.ค. 2007, 6:55 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
หลวงปู่บุดดา ถาวโร
...........................................................................................



วัดกลางชูศรีเจริญสุข
หมู่ 7 บ้านทุ่งกลับ ต.พักทัน
อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี 16130
โทรศัพท์ 036-570-350, 08-4776-1536


พระครูโสภณจารุวัฒน์ (พระมหาทอง กาญจโน)
เจ้าอาวาสวัดกลางชูศรีเจริญสุข รูปปัจจุบัน

หลวงปู่บุดดา ถาวโร อดีตเจ้าอาวาส


วัดกลางชูศรีเจริญสุข แต่เดิมเป็นวัดที่ หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระภิกษุที่มีอายุยืน 101 ปี (ละสังขารเมื่อปี พ.ศ.2537) และเป็นที่นับถือเล่าขานโดยทั่วไปว่าท่านมีเมตตาบารมีสูงมาก หลังจากท่านมรณภาพแล้ว สังขารของท่านไม่เน่าไม่เปื่อย ทางวัดได้บรรจุใส่โลงแก้วไว้แล้ว อัญเชิญออกมาเปลี่ยนชุดจีวรในวันที่ 5 มกราคมของทุกปี และพบว่าสังขารของท่านมีกลิ่นหอมมาก ซึ่งเป็นเพราะท่านเป็นพระอริยะเจ้าชั้นสูงที่มีวัตรปฏิบัติงดงาม

สมัยที่หลวงปู่บุดดาท่านยังมีชีวิตอยู่ วัตถุมงคลของท่านเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์ลูกหาและพุทธศาสนิกชนทั่วไป เพราะดีเด่นทางเมตตามหานิยม และแคล้วคลาดปลอดภัยดีเป็นอย่างยิ่ง หลังจากท่านมรณภาพวัตถุมงคลต่างๆ ก็เก็บในโกดังของวัด พระครูโสภณจารุวัฒน์ (พระมหาทอง กาญจโน) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ที่เคยดูแลหลวงปู่อย่างใกล้ชิดก็ดูแลวัดต่อมาจนถึงปัจจุบัน ตามปฏิปทาของหลวงปู่
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง