Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 สัมภารบารมี : ท่านเขมานันทะ (อาจารย์โกวิท เอนกชัย) อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
กุหลาบสีชา
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 เม.ย. 2007
ตอบ: 1466
ที่อยู่ (จังหวัด): กทม.

ตอบตอบเมื่อ: 13 พ.ค.2008, 10:22 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
[จิตรกรรมไทย-ล้านนาแนวพุทธศิลป์ “พุทธศรัทธา พุทธชาดก” :
สร้างสรรค์โดยคุณเนติ พิเคราะห์ ศิลปศาสตรบัณฑิตจากคณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่]



สั ม ภ า ร บ า ร มี
ท่านเขมานันทะ (อาจารย์โกวิท เอนกชัย)

สัมภารบารมี ความเชื่อประการหนึ่งที่เคยแน่นแฟ้น
และหนักแน่นประการหนึ่งในสังคมไทย

แต่ทุกวันนี้กลับเลือนราง
ไปพร้อมกับความผันแปรทางจริยธรรม
ศาสนธรรม การเมือง หรือแม้แต่เศรษฐกิจ

คือความเชื่อเรื่อง “สัมภารบารมี”
หรือการสั่งสมบารมีเพื่อพระโพธิญาณ

สัมภารบารมี

เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับการเวียนว่ายตายเกิด
ซึ่งอาจถือเป็นเรื่องเหลวไหลสำหรับคนสมัยใหม่
ที่มักเน้นหนักเรื่องเหตุผลนิยม

ความจริงความเชื่อเรื่องสัมภารบารมีนี้สำคัญมาก

เนื่องจากเป็นแนวคิดที่สะท้อนความผูกพันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์
มนุษย์กับสัตว์ มนุษย์กับต้นไม้
ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องมองในมิติที่ลุ่มลึก
ในลักษณะข้ามภพข้ามชาติจึงจะหนักแน่นและแน่นแฟ้น
มิใช่เป็นการมองเพียงช่วงชีวิตที่ปรากฏและตาย


สัมภารบารมี หมายถึง การสั่งสมบารมีเพื่อเข้าถึงฝั่ง
จากฝั่งของภพชาติไปสู่ฝั่งของพระนิพพาน


ความเชื่อนี้ได้ถูกถ่ายทอดมาควบคู่กับทุกชีวิต
แม้องค์พระมหากษัตริย์ก็ดี
หรือผู้นำที่บารมีใหญ่ บารมีกว้าง
หรือแม้แต่ยาจกขอทานในอดีต ล้วนได้รับอิทธิพลจากความเชื่อนี้

หลักฐานที่เป็นพยานความเชื่อเรื่องสัมภารบารมี
ในประเทศอินโดนีเซียคือ “โบราณสถาน โบโรบุโด”

“สมภระ” หรือ “ภารา”
คำๆ นี้เปรียบได้กับ คำว่า “โบโร”
โบโรบุโด จึงหมายถึง “ภาระภูธระ” หรือภูเขาแห่งการสั่งสมบารมี
อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการสั่งสมบารมีเพื่อเข้าถึงพระโพธิญาณ


Image
[บุโรบุโด หรือบุโรพุทโธ ในประเทศอินโดนีเซีย
สัญลักษณ์แห่งการสั่งสมบารมีเพื่อเข้าถึงพระโพธิญาณ]



การใช้คำว่า “ภูธร“ ซึ่งหมายถึง “แผ่นดิน”
แฝงนัยอุปมาว่าสัตว์ ต้นไม้ทุกชนิด
ต้องอาศัยแผ่นดินนี้เจริญงอกงาม
ถ้าไม่มีแผ่นดินก็ไม่มีสิ่งใดเหลือรอดได้
สิ่งนี้มีความสำคัญเพราะทำให้เกิดการวางทีท่าต่อสรรพสิ่งอย่างดียิ่ง

รูปพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์
ซึ่งมีพระพุทธรูปประทับที่หน้าผากเป็นสัญลักษณ์ของเมตตาแ ละปัญญา

แต่มีรูปพระโพธิสัตว์อีกพระองค์หนึ่ง
ซึ่งที่หน้าผากไม่ใช่พระพุทธรูป แต่เป็นพระสถูป
พระโพธิสัตว์องค์นี้คือพระเมตไตรย
ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าที่จะมาตรัสรู้ในอนาคต
และสถูปนี้เองที่เป็นสัญลักษณ์ของสัมภารบารมี

ความลางเลือนในความเชื่อเรื่องนี้
ทำให้ความเอื้ออาทรในมิติที่ลุ่มลึกเหือดหายไป
การฆ่าการทำลายจึงเกิดได้ง่ายขึ้น
เพราะมนุษย์คิดว่าดีชั่วไม่มี ชาติหน้าไม่มี

หากโกรธกันก็จัดการ
วิกฤติการณ์ทุกทางจึงเกิดจากการสูญสิ้นรากฐาน
และความเชื่อมั่นในการสั่งสมบารมีเพื่อเข้าถึงฝั่ง

หากลองพิจารณาถึงคุณค่าด้านต่างๆที่สัมพันธ์กับเรื่องนี้
เช่น ผมเชื่อว่าทรัพย์สินมีทั้งที่มีวิญญาณครองและไร้วิญญาณครอง
เช่น เงินทอง ลูกเมีย ช้างม้า ถือเป็นทรัพย์
ทรัพย์แปลว่า สิ่งชื่นชูใจ

โดยความเชื่อเดิมนั้น
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยอำนาจการสั่งสมบารมี
ทำให้ได้เมียดี ได้ลูกดี
ดังนั้นถ้าผมจะหย่าเมีย ผมต้องคิดหนัก เพราะเคยรักกันมา
เคยอธิษฐานบารมีร่วมกันมาหลายแสนชาติ
จะมาทิ้งกันง่ายๆ ได้อย่างไร

ความเชื่อที่แฝงอยู่ในส่วนลึกนี้ เรียกว่า “สัมภารบารมี”
ซึ่งจะเป็นกลไกป้องกันระงับความรุนแรงได้อย่างดีเยี่ยม


หรือถ้าผมไปเด็ดหัวจิ้งหรีด ก็เท่ากับผมทำลายบารมีของเขา
และทั้งบารมีในตัวของผมเองก็จะลดลงไปด้วย
เพราะทำบาปและทำร้ายสัตว์ผู้น่าสงสสาร
ซึ่งกำลังสั่งสมบารมีเพื่อขึ้นมาเป็นมนุษย์ เพื่อเข้าถึงพระโพธิญาณ

เช่นเดียวกันคุณค่าด้านอื่น
ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา
ปะกอบอยู่ในความเชื่อเรื่องนี้ทั้งสิ้น


Image
[วัดบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย-ภาพจาก National Geographic]


(มีต่อ)
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
กุหลาบสีชา
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 เม.ย. 2007
ตอบ: 1466
ที่อยู่ (จังหวัด): กทม.

ตอบตอบเมื่อ: 13 พ.ค.2008, 10:27 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
[ภาพวาดลายเส้น : พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร]


ดังนั้น ทัศนะเรื่อง สัมภารบารมี จะทำให้เรามีเมตตาต่อผู้อื่น

วัวควายนั้นแม้เราพึ่งแรงงานเขา
แต่อีกแง่หนึ่งเขาเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กับเรา
เป็น “เพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมด ทั้งสิ้น”
เพื่อนทุกข์นี้ หมายรวมถึง เพื่อนในสุข เพื่อนในทุกข์

ในการสั่งสมบารมีร่วมกันทั้งหมด
วัวควายเราใช้งาน แต่ความจริงเราต้องดูแลเขาอย่างดี
ไก่เราเลี้ยงดูเขาเพื่อกินก็จริง
แต่ไม่ใช่เพื่อทำอุดจาดอนาจารกับชีวิตเหล่านี้ อันนี้สำคัญ

ปัจจุบันคุณค่าเหล่านี้เปลี่ยนไป
โรงงานเลี้ยงไก้ไว้ฆ่าเป็นพันๆ
ทำกับเขาราวกับเป็นสิ่งไม่มีชีวิต
หรือไม่มีคุณค่าความหมายใดใด
ทั้งๆที่ความหมายแท้จริงนั้น
เพราะเขาเราอยู่ ชีวิตเจือจานกันอยู่อย่างนี้

เช่นเดียวกับชาวอินเดียแดงกับวัวไบสัน
ชาวอินเดียแดงจะฆ่าวัวเท่าที่จำเป็น
หลังจากนั้น จะบวงสรวงส่งวิญญาณ
เขาต้องฆ่าเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด
เขาเลือกที่จะฆ่าเพื่อเอาหนังมาทำผ้าห่ม
เสร็จแล้วจึงเซ่นสรวงส่งวิญญาณ
เพื่อขอบคุณที่ได้ยืดชีวิตชนเผ่าของเขา

ทุกวันนี้ระบบอุตสาหกรรมได้เข้าไปทำลายมนุษยธรรม
และกลายเป็นเนื้อหาสาระของการพัฒนาของทุกชุมชนในโลก
และกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนามนุษยธรรม

เครื่องจักรที่พัฒนาจนมีประสิทธิภาพรวมถึงเทคโนโลยีอันทันสมัย
ได้ลดคุณค่าความหมาย และศักดิ์ศรีของมนุษย์ลง
ทุกวันนี้เราใช้งบประมาณเพื่อคุ้มครองสิ่งเหล่านี้
มากกว่าที่ใช้คุ้มครองชีวิตตนเสียอีก

อุปสรรคอีกประการหนึ่งคือ
คนส่วนใหญ่มักยึดถือสถาบันของตนเอง
จนทำให้มนุษยธรรมไม่เติบโต
เมื่อมนุษยธรรมเติบโต สถาบันจะมีความหมายน้อยลง


คำว่าชาติจะมีความหมายน้อยลง
เดิมเราเป็นมนุษย์มาก่อนที่จะถูกพรากมาเป็นพลเมือง
แม้ขณะนี้เราก็ยังเป็นมนุษย์อยู่
แต่เราถูกตีตราถูกพรากมาเป็นพลเมือง

หากมองให้ลึกไปถึงรากฐาน
มนุษย์กับการสั่งสมบารมีเป็นเรื่องเดียวกัน
เพราะมนุษย์เป็นผู้ที่จะก้าวไปสู่
การสั่งสมสัมภารบารมีตามหลักพุทธศาสนา
สัตว์ทั้งหลายจึงต้องพัฒนาตนเอง
สั่งสมบารมีจนกระทั่งได้บารมีขั้นสุดท้ายคือความเป็นมนุษย์


จากนั้นต้องเสริมมนุษยธรรมให้เต็มเปี่ยม
เพื่อเข้าถึง พระโพธิญาณ
นี่คือหลักการที่ชาวพุทธคลอนแคลนไม่ได้

หลักการนี้ต้องเด่นชัดอยู่ในชีวิตของเรา
ไม่ใช่เด่นชัดเฉพาะในตำรา
ต้องเด่นชัดทั้งในขนบประเพณี ในชีวิตประจำวัน ในมโนสำนึก


แต่ละครั้งของความคิด ทุกครั้งที่เสพเสวยอารมณ์
เช่น เมื่อใครด่าเรา คนโบราณมักสอนว่า “อดทนเข้าไว้