Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 โครงการบวชศีลจาริณี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
เว็บมาสเตอร์
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 19 มี.ค. 2005
ตอบ: 993

ตอบตอบเมื่อ: 04 พ.ย.2007, 8:31 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

บวชเณรแล้วบวชชี
โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก


ท่านคงทราบมาบ้างว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับรัฐบาลและมหาเถรสมาคม ตลอดถึงประชาชนทั้งหลาย จัดโครงการบรรพชาสามเณร 84,000 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 2550 นี้

โครงการนี้สำเร็จลุล่วงลง “ด้วยดีพอสมควร” เรียกว่าอย่างนั้น โดยมีแม่งานที่สำคัญคือ กระทรวงศึกษาธิการ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นตัวจักรสำคัญในการสั่งการ ประสานกับ สพฐ. จัดหานักเรียนเข้ามาสมัครแม้ว่าจะสับสนบ้างในระยะแรกๆ เพราะข้อมูลไม่ชัดเจน

ตัวจักรสำคัญอีกหนึ่งคือ กระทรวงมหาดไทย ที่สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ให้ประสานความร่วมมือ ในระยะแรกๆ ยังสับสน เพราะมีจดหมายสั่งการไปโดยรัฐมนตรี ให้ร่วมมือ ต่อมามี “จดหมายน้อย” ไม่ลงชื่อ แต่ตีตรากระทรวงว่าให้ระงับชั่วคราว แต่ในที่สุดก็บอกว่า ให้ดำเนินการได้เลย

ในช่วงสับสนนี้ ท่านอธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น นายสมพร ใช้บางยาง ก็เสมือนขี่ม้าขาวเข้ามาช่วย ท่านได้มีหนังสือถึง อบจ. อบต. ในปกครองของท่านให้ความร่วมมือกับทางคณะสงฆ์ โดยเจ้าคณะจังหวัดแต่ละจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาประจำจังหวัด

ตัวจักรที่สำคัญมากอีกหนึ่งคือ มหาเถรสมาคม เพราะการบวชเป็นเรื่องของพระ ถ้าพระท่านไม่บวชให้แล้วสามเณรจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ได้กราบเรียนพระมหาเถระบางรูปโดยส่วนตัวโดยเฉพาะเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และผ่านสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ จนท่านได้มีมติของมหาเถรสมาคมให้ความสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ แต่ต่อมา “อย่างเต็มที่” ได้เปลี่ยนเป็น “ตามศักยภาพ” เนื่องมาจากการสื่อสารผิดพลาดเรื่องงบประมาณ 300 ล้านนั้นแหละ

สื่อสารกันว่า งบประมาณไม่ต้องห่วง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เขามีงบประมาณ 300 ล้าน มีอยู่แล้ว ครั้นภายหลังทราบว่า ตัวเลขนี้มิใช่งบประมาณ หากเป็นประมาณการคิดค่าหัวนาคแต่ละคนที่จะบวชจะต้องใช้เงินเท่าไร ซึ่งเงินจำนวนนี้ จะได้จากการบริจาคของประชาชนชาวพุทธผู้ร่วมบริจาคเป็นเจ้าภาพนาคแต่ละคนซึ่งตกประมาณ 3,500 บาท/คน รวมแล้ว 84,000 คน ก็ได้ 300 ล้าน ด้วยประการฉะนี้

ไม่ใช่งบประมาณจัดสรรจากรัฐบาลแต่ประการใด

เราได้ยกตัวอย่าง โครงการปล่อยชีวิตโคกระบือ ที่สนช. จัดทำก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีงบประมาณแต่อย่างใด เราจัดขึ้นด้วยความเชื่อว่า การปล่อยสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า เป็นบุญกุศลมหาศาล เป็นอภัยทาน ตามหลักพระพุทธศาสนา เมื่อประกาศออกไป ผู้คนก็หลั่งไหลมาบริจาคเป็นจำนวนล้านบาทขึ้นไป

ที่เขาออกมาบริจาคมากมายนี้ มิใช่ด้วยความเชื่อว่าได้ทำบุญเพื่อช่วยชีวิตเพียงอย่างเดียว หากเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่เคารพรักของประชาชนชาวไทยทั้งปวง เพราะโครงการนี้ บอกแต่ต้นแล้ว “เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล”

นี่ต่างหากคือเหตุผลที่ทำไมคนถึงบริจาคจำนวนมาก และเงินจำนวนนี้ สิ้นสุดโครงการแล้วจะน้อมเกล้าฯ ถวายพระองค์ท่าน

โครงการบวชสามเณร ก็อยู่บนแนวคิดเช่นเดียวกัน หรือยิ่งกว่าด้วยซ้ำ เพราะเป็นการให้การศึกษา อบรมพระพุทธศาสนา ศีลธรรมจริยธรรมแก่เยาวชนของชาติ

ให้เขาได้มีแนวทางที่ถูกต้องในการดำรงชีวิตต่อไปในกาลข้างหน้า เป็นการสร้างศาสนทายาทสืบทอดพระศาสนา พ่อแม่เด็กที่บวชก็เชื่อว่า ลูกตนเองได้บวชเรียน ช่วยชักจูงพ่อแม่เข้าวัดฟังธรรม อันเรียกเป็นภาษาเปรียบเทียบว่า “พ่อแม่ได้จับชายจีวรลูกขึ้นสวรรค์”

ก็ไม่จำต้องตั้งงบประมาณไว้เพื่อการนี้ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองพุทธ การชักชวนทำบุญทำกุศลเช่นนี้ ด้วยค่าใช้จ่ายเท่านี้ ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่

และก็มิใช่เรื่องใหญ่จริงๆ ประชาชนจำนวนมากเมื่อทราบข่าวก็ร่วมมือทำบุญบวชเณรโดยทั่วถึง เพียงแต่การประชาสัมพันธ์ไม่ค่อยทั่วถึง และการทำงานมี “เหตุขัดข้องทางเทคนิค” บางประการ (หลายประการ) ดังกล่าวมา เท่านั้นเอง

ไม่อย่างนั้นอย่าว่าแต่แปดหมื่นสี่พันเลย ต่อให้แปดแสนก็ยังไหว

มีเรื่องจะเล่าให้ทราบว่า หลังทุกอย่างลงตัวแล้ว ใกล้วันลาสิกขาของสามเณรทั้งหลาย คณะกรรมการจัดงาน ได้แบ่งสายกันไปติดตามผล นำเงินที่ชาวบ้านบริจาคในส่วนกลาง ถัวเฉลี่ยรายหัวในจังหวัดต่างๆ ไปถวายเจ้าคณะจังหวัดทั้งหลาย โดย พศจ. ประจำแต่ละจังหวัด เป็นผู้รับมอบ บางจังหวัดก็มีผู้ว่าฯ ซึ่งท่านไม่ติดงานอื่น มารับมอบด้วย

แต่เนื่องจากกะทันหัน ไม่ได้ส่งตัวแทนไปครบทุกจังหวัด บางแห่งก็โอนเงินไปให้เอง

แต่ละแห่งที่ผู้แทนคณะกรรมการไป ก็ได้รับความชื่นชมและอนุโมทนาในกิจกรรมอันเป็นมหากุศลนี้ทั้งนั้น พระคุณเจ้าเจ้าคณะจังหวัดแทบทั้งนั้น ท่านบอกว่า เราจัดการบวชสามเณรเพื่อในหลวง เพื่อพระศาสนา ไม่ได้เอา “เงิน” มาเป็นตัวตั้ง เราเอา “ศรัทธาและความจงรักภักดี” ต่อพระพุทธเจ้าและพระมหากษัตริย์เป็นตัวตั้ง ถึงจะมีงบประมาณให้หรือไม่มี เราก็จัดการได้อยู่แล้ว และก็จัดการกันได้เรียบร้อยด้วย

“เราอยู่เย็นเป็นสุขทุกวันนี้เพราะพ่อหลวง เราทำเพื่อพ่อหลวงของเรา”

ได้ยินคำพูดของท่านแล้ว ขนลุกด้วยความปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง

เฉพาะเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น ที่ผมไปกราบท่าน ท่านสวดมนต์ “คาถาชินบัญชร” อวยชัยให้ผม พร้อมเป่ากระหม่อมพรวดจนเย็นไปทั้งตัว ได้ปีติปราโมทย์ จากนั้นแม้ตะลอนไปอีกหลายจังหวัด ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย

Image

บางท่านถามว่า ได้จำนวนสามเณรตามเป้าไหม ตอบว่า ขาดอยู่นิดเดียวไม่ถึงสองหมื่น เนื่องจากเรา “ปิดบัญชี” เพื่อให้ตัวเลขนิ่ง เมื่อปิดบัญชีแล้ว ก็แสดงความจำนงมาขอเพิ่มยอดจำนวนมาก เนื่องจากได้มีคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (คนใหม่) บ้าง การเคลื่อนไหวอย่างมากไปด้วยศรัทธาของคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา บ้าง เจ้าหน้าที่ สพฐ. ต่างก็คึกคักจริงจัง ซึ่งเป็นสัจธรรมของระบบราชการไทย

งานใหญ่ที่ประสานกับหน่วยงานต่างๆ เช่นการบวชสามเณรนี้ จะสำเร็จไม่ได้ถ้าเราไม่ได้ตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ นำขับเคลื่อนโดย นายมนตรี สุบรรณพงษ์ เป็นตัวจักรสำคัญ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา เช่น ดร.อำนาจ บัวศิริ นางภณิดา หมอนสุวรรณ นายวิชัย ธรรมเจริญ น.ส.สิริกร คำมูล กรรมาธิการที่ขยันขันแข็งนำลูกสาวมาช่วยรับโทรศัพท์ด้วยคือ อาจารย์บุญเรือน เฑียรทอง

ที่สำคัญมีท่านรองเลขาธิการวุฒิสภา นายวุฒิชัย วัชรีรัตน์ คอยวิ่งไปมาจนหัวยุ่งเพื่อให้การติดต่อประสานงานสำเร็จผล และที่สำคัญกว่านั้น ยังมีเลขาเจ้าคณะ กทม. พระครูปลัดธีรวรวัฒน์ และพระมหาศรีทนต์ มานั่งให้คำปรึกษาด้วย

ท่านประธานใหญ่ หม่อมราชวงศ์กำลูนเทพ เทวกุล กล่าวด้วยความยินดีว่า โครงการนี้สำเร็จในระดับน่าพอใจ อยากให้ผลักดันเป็นโครงการต่อเนื่อง บวชกันทุกปี เพื่อปลูกฝังเด็กให้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และซาบซึ้งในพระพุทธศาสนา อ้อ เรายังไม่มีสตรีบวชถวายเป็นพระราชกุศลเลย ท่านทิ้งท้าย

ผมกราบเรียนท่านว่า คิดอยู่ก่อนแล้วครับ เคยปรึกษากับท่านเจ้าคุณพระพรหมวชิรญาณแล้ว น่าเสียดายถ้าไม่มีสตรีบวชถวายเป็นพระราชกุศล แต่ตอนนั้นกระชั้นมาก คราวนี้พอมี “เวลาหายใจ” แล้ว จึงจะจัด โครงการบวชศีลจาริณี ต่อไป

คราวนี้กำหนดเอาจำนวน 999 คน (จำนวนแบบมักน้อย) จะจัดบวชที่พุทธมณฑล ในวันที่ 14 ธันวาคม 2550 และทำพิธีรวมพลังถวายเป็นพระราชกุศลที่หอประชุมพุทธมณฑล เช่นกัน

สตรีที่จะบวชกำหนดอายุเด็กนักเรียน มัธยม 1-2 เช่นเดียวกับสามเณร เพราะปัญหาศีลธรรมของเด็กวัยรุ่นวิกฤตมาก ถ้าไม่รีบเยียวยาเกรงว่าสังคมไทยจะเลอะเทอะมากกว่านี้ ถ้าศีลจาริณีเป็นโครงการต่อเนื่องเช่นเดียวกับโครงการสามเณร ต่อไปอีกสองสามปีจะเพิ่มจำนวนมากเท่าไร

Image

โอกาสแรกเริ่มนี้ขอเริ่มจากจำนวน 999 คนก่อน (เลขสวย ว่างั้นเถอะ) โอกาสหน้าค่อยเพิ่มจำนวน บางท่านว่า ทำไมไม่เอื้อต่อวัยผู้ใหญ่ เช่นข้าราชการบ้าง เห็นว่าวัยผู้ใหญ่ก็มีการบวชปฏิบัติธรรมในโอกาสต่างๆ มากอยู่แล้ว คราวนี้ขอบวชเด็กนักเรียนก่อน

ได้สอบถามไปยัง ผอ.ปัญญา แก้วกียูร แล้วว่า ถ้าบวชไม่นานเพียงสามสี่วันนี้ ถึงจะอยู่ในช่วงเปิดเทอม ก็ถือเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนได้ ไม่ถือว่าเป็นการลาหรือขาดเรียน ถ้าเช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา คงไม่ต้องฟาดฟันปัญหามากมายเหมือนบวชสามเณร

รายละเอียดต่อไปอย่างไร จะแจ้งให้ทราบในหน้าหนังสือนี้อีกทีครับ ณ วันนี้ ขอยกมืออนุโมทนาก่อนก็แล้วกัน เพราะนี่คือวิธีสร้างบุญสร้างกุศลแก่ตนเอง ตามหลักการของพระพุทธศาสนา


หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน หน้า 6
คอลัมน์ รื่นร่มรมเยศ โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
วันที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10830



* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

โครงการบวชสามเณร 84,000 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13591

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง