Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 การสวดมนต์ จำเป็นต้องจุดธูปเทียนไหมครับ อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
ไก่งวง
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 18 พ.ค. 2007
ตอบ: 2

ตอบตอบเมื่อ: 18 พ.ค.2007, 12:27 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ผมเพิ่งจะเริ่มสวดมนต์ทุกคืนเป็นเวลาไม่นานครับ ปกติทุกคืนก่อนนอน ผมจะสวดมนต์เป็นเวลาประมาณ 40 นาที และจุดธูปเทียนทุกครั้ง แต่มีความรู้สึกว่าห้องพระจะมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้มีควันหนาพอสมควร อยากทราบว่าจำเป็นไหมครับที่เราต้องจุดธูปเทียน และอยากทราบว่าความหมายที่เราถึงต้องจุดธูปเทียนเวลาไหว้พระและสวดมนต์ครับ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
happiness center
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 17 พ.ค. 2007
ตอบ: 6

ตอบตอบเมื่อ: 18 พ.ค.2007, 11:22 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

อยากจะบอกว่ากระบี่อยู่ที่ใจ
หมายความว่า เราเอาใจ เจตนาของเราเป็นสำคัญ การจุด ธูป เทียนนั้น ล้วนเป็นเปลือกนอกออกมา ถ้าความสะดวกไม่มี เราก็ไม่จำเป็นหรอกครับผม เราตั้งใจสวดมนต์ บำเพ็ญภาวนา เราได้บุญเเล้วครับ อย่าไปวิตกกังวล เรื่องธูป เทียน จะจุดไม่จุดเลย ซ้ำร้ายจุดไปมากๆ เเทนที่จิตจะเป็นสมาธิ กลับวิตกกังวลเรื่องเหล่านี้อีก หรือ เป็นโรคภัยไข้เจ็บไปเสียก่อน ฉะนั้น กระบี่อยู่ที่ใจ ใจสำคัญมากที่สุดครับ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
ผู้เยี่ยมชม






ตอบตอบเมื่อ: 18 พ.ค.2007, 11:58 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เทียนหมายถึง 1 คู่ บูชาพระธรรม คือ โลกียธรรมและโลกุตรธรรม

ธูป 3 ดอก บูชาคุณ 3 ประการของพระพุทธเจ้า คือ 1 บริสุทธิคุณ 2 พระปัญญาคุณ และ 3 พระมหากรุณาคุณ

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว จะจุดก็ได้ไม่จุดก็ได้แล้วแต่สะดวก เพราะในขณะที่เราสวดมนต์ก็บูชาสิ่งดังกล่าวแล้ว

เพียงแต่ว่า วัตถุเป็นเครื่องจูงใจ เป็นเครื่องนำให้เกิดศรัทธา เกิดสมาธิมุ่งมั่นได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้น
 
happiness center
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 17 พ.ค. 2007
ตอบ: 6

ตอบตอบเมื่อ: 18 พ.ค.2007, 12:18 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขออภัยนะครับผม
เทียน ๑ คู่ หมายถึง พระธรรม เเละ พระวินัย ไม่ใช่หรอครับ (ผู้รู้บอกด้วย)
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
ผู้เยี่ยมชม






ตอบตอบเมื่อ: 18 พ.ค.2007, 1:27 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ธูป 3 ดอก
บูชาคุณ 3 ประการของพระพุทธเจ้า
คือ
1 บริสุทธิคุณ
2 พระปัญญาคุณ
และ
3 พระมหากรุณาคุณ

เทียน 1 คู่ บูชาพระธรรม
คือ โลกียธรรม
และ
โลกุตรธรรม

ดอกไม้ (ในแจกัน) บูชาพระสงฆ์

จึงเป็นอันบูชาพระรัตนตรัยครบ

หรือใครมีความเห็นอย่างไรตอบมาครับ
 
ไก่งวง
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 18 พ.ค. 2007
ตอบ: 2

ตอบตอบเมื่อ: 19 พ.ค.2007, 1:30 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขอบคุณมากเลยครับในความเห็นต่าง ๆ ของทุก ๆ คนครับ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
jj555
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 19 พ.ค. 2007
ตอบ: 3

ตอบตอบเมื่อ: 20 พ.ค.2007, 1:12 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เครื่องบูชาสักการะพระรัตนตรัย

เครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัยนั้น ชาวพุทธไทยเราทั้งหลาย นิยมนำมาบูชาเป็นประจำเสมอ ในการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้งงานมงคลและงานอวมงคลมี ๓ อย่าง คือ

๑. ธูป
๒. เทียน
๓. ดอกไม้


ธูปสำหรับบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ธูปนั้น สำหรับบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นิยมจุดบูชาครั้งละ ๓ ดอก เป็นอย่างน้อย โดยมีความมุ่งหมายว่า พระองค์ทรงมีพระคุณเป็นอันมาก ยากที่จะพรรณนาให้สิ้นสุดได้ แต่เมื่อประมวลกล่าวเฉพาะพระคุณที่เป็นใหญ่เป็นประธานแห่งพระคุณทั้งปวง สรุปได้ ๓ ประการ คือ

๑. พระปัญญาธิคุณ
๒. พระบริสุทธิคุณ
๓. พระมหากรุณาธิคุณ

ธูปทั้ง ๓ ดอกนั้น สำหรับจุดเพื่อบูชาพระพุทธคุณทั้ง ๓ ประการนี้ แต่บางท่านก็อธิบายความมุ่งหมายแตกต่างออกไปว่าธูป ๓ ดอกนั้น เพื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๓ ประเภท คือ

๑. อดีตสัมพุทธะ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต
๒. ปัจจุบันสัมพุทธะ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในปัจจุบัน
๓. อนาคตสัมพุทธะ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายในอนาคต

ธูป สำหรับจุดบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น นิยมใช้ธูปมีกลิ่นหอม โดยมีความมุ่งหมายว่า ธรรมดากลิ่นธูปนี้เป็นกลิ่นหอมที่อัศจรรย์กว่ากลิ่นหอมต่างๆ ที่ชาวโลกนิยมใช้กัน

กลิ่นหอมที่ชาวโลกนิยมใช้กันอยู่ทุกชนิด เมื่อบุคคลได้สูดดมกลิ่นแล้วเป็นเหตุทำให้ กิเลสฟูตัวขึ้น จิตใจฟุ้งซ่าน ไม่สงบ ส่วนกลิ่นหอมของธูปนั้น เมื่อบุคคลได้สูดกลิ่นแล้วเป็นเหตุทำให้กิเลสยุบตัวลง

ธูปนั้นแม้จะถูกไฟไหม้หมดไปแล้ว แต่กลิ่นหอมของธูปก็ยังหอมหวลอบอวลอยู่ในบริเวณนั้นได้เป็นเวลานาน ฉันใด พระคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมสัมพุทธเจ้า ก็เป็นที่ซาบซึ้งเข้าถึงจิตใจของบุคคลทั้งหลาย โดยที่สุด แม้แต่มหาโจร เช่น องคุลิมาล เป็นต้น ย่อมทำให้ผู้นั้นมีจิตใจสงบระงับจากการทำความชั่ว หันหน้าเข้าสู่ความดี และแม้พระพุทธเจ้าจะได้เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้วก็ตาม แต่พระพุทธคุณก็ยังปรากฏซาบซึ้งตรึงอยู่กับจิตใจของชาวพุทธทั้งหลายตลอดมาจนกระทั้งทุกวันนี้ ฉันนั้น

เทียนสำหรับบูชาพระธรรม

เทียนนั้นสำหรับบูชาพระธรรมนิยมจุดบูชาครั้งละ ๒ เล่ม โดยมีความมุ่งหมายว่าพระศาสนธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นแยกออกได้เป็น ๒ ประเภท ในคำว่า " ธมฺโม พุพพิโธ " แปลว่าพระธรรม มี ๒ อย่าง คือ

๑. พระวินัย สำหรับฝึกหัดกาย และวาจา ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
๒. พระธรรม สำหรับอบรมจิตใจ ให้สงบระงับจากความชั่วทุกประการ

เทียนที่นิยมจุดบูชาครั้งละ ๒ เล่ม ก็เพื่อบูชาพระวินัยเล่ม ๑ และบูชาพระธรรม อีกเล่ม ๑

- เทียน สำหรับบูชาพระธรรมนั้น นิยมใข้เทียนขนาดใหญ่พอสมควรแก่เชิงเทียน ความนิยมใช้เทียนจุดบูชาพระธรรมนั้น มีความมุ่งหมายว่า ธรรมดาเทียนนี้บุคคลจุดขึ้น ณ สถานที่ใด ย่อมกำจัดความมืดในสถานที่นั้น ให้หายหมดไป ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ฉันใด

- พระศาสนธรรมคำสั่งสอน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น บุคคลใดมาศึกษาอบรมเกิดความรู้ความเข้าใจขึ้นแล้ว ย่อมกำจัดความมืด คือ โมหะ ความโง่เขลาเบาปัญญาในจิตใจของบุคคลนั้น ให้หายหมดไป ทำให้เกิดแสงสว่าง คือ ปัญญาเกิดขึ้นในจิตใจของตน ฉันนั้น

ดอกไม้สำหรับบูชาพระสงฆ์

ดอกไม้สำหรับบูชาพระสงฆ์นั้น มีความมุ่งหมายว่า ธรรมดาดอกไม้นานาพันธุ์ เมื่อยังอยู่ ณ สถานที่เกิดของมัน ก็ย่อมมีความสวยงามตามสมควรแก่สภาพของพันธุ์ไม้นั้น ๆ ครั้นบุคคลเราเก็บดอกไม้นานาพันธุ์ เหล่านั้นมากองรวมกันไว้โดยมิได้จัดสรร ย่อมหาความเป็นระเบียบมิได้ ย่อมไม่สวยงาม ไม่น่าดู ไม่น่าชม ต่อเมื่อนายมาลาการ คือ ช่างดอกไม้ผู้ฉลาด มาจัดสรรดอกไม้เหล่านั้น โดยจัดแจกันหรือจัดใส่พานประดับให้เข้าระเบียบแล้ว ย่อมเป็นระเบียบเรียบร้อยเกิดความสวยงามน่าดู น่าชม ฉันใด

บรรดาพระสงฆ์สาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายสมัยเมื่อยังเป็นคฤหัสถ์อยู่บ้านเรือนของตนๆ ย่อมมีกิริยามารยาททางกาย ทางวาจา และจิตใจ เรียบร้อยตามสมควรแก่ภูมิชั้นแห่งตระกูลของตน ๆ หยาบบ้าง ปานกลางบ้าง ละเอียดบ้าง ครั้นคฤหัสถ์เหล่านั้น ซึ่งต่างชาติกัน ต่างตระกูลกันมีนิสัยอัธยาศัยต่าง ๆ กัน มีศรัทธาเลื่อมใสเข้ามาบวชอยู่ร่วมกัน ถ้าไม่มีระเบียบปฏิบัติเป็นแบบแผนเดียวกัน พระสงฆ์สาวกเหล่านั้นก็จะหาความเป็นระเบียบมิได้ ย่อมไม่เป็นที่ตั้ง แห่งความศรัทธาเลื่อมใสของผู้ได้ประสบพบเห็น ครั้นเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เปรียบเสมือนนายมาลาการผู้ฉลาด ได้ทรงวางพระธรรมวินัยไว้เป็นแบบแผนประพฤติปฏิบัติ จัดพระสงฆ์สาวกเหล่านั้น ให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในระเบียบเดียวกัน จึงเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยน่าเคารพน่าสักการะบูชา ฉันนั้น

อนึ่ง ดอกไม้สำหรับใช้บูชาพระสงฆ์ นิยมใช้ดอกไม้ที่เพรียบพร้อมด้วยลักษณะ ๓ ประการ คือ

๑. มีสีสวย
๒. มีกลิ่นหอม
๓. กำลังสดชื่น

ดอกไม้ที่บูชาพระนั้น นิยมจัดเปลี่ยนให้สดอยู่เสมอ อันเป็นนิมิตหมายแห่งความสดชื่น ความรุ่งเรือง ไม่นิยมปล่อยให้เหี่ยวแห้งเป็นนิมิต หมายแห่งความหดหู่ใจ ความเสื่อมโทรม เป็นต้น

-บุคคลผู้บูชาพระด้วยดอกไม้ทีมีสีสวย แต่ไม่มีกลิ่นหอม เช่น บูชาพระด้วยดอกไม้พลาสติก หรือ ดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น ต่อไปในภายหน้า บุคคลผู้นั้นจะได้อะไร ๆ ก็ล้วนแต่มีรูปร่างลักษณะดี มีรูปสวย แต่คุณภาพไม่ดีดังคำพังเพยว่า " สวยแต่รูป แต่จูบไม่หอม "

-บุคคลผู้บูชาพระด้วยดอกไม้มีกลิ่นหอม แต่มีสีไม่สวย ต่อไปในภายหน้า บุคคลผู้นั้นจะได้อะไร ๆ ก็ล้วนแต่มีคุณภาพดี แต่มีรูปร่างลักษณะไม่สวย ไม่งดงาม ดังคำพังเพย " ถึงรูปชั่วตัวดำ แต่น้ำใจดี "

-บุคคลผู้บูชาพระด้วยดอกไม้กำลังสดชื่น ต่อไปในภายหน้า บุคคลผู้นั้นจะได้อะไร ๆ ก็ล้วนแต่เป็นของใหม่ ๆ ไม่ต้องใช้ของที่เขาใช้แล้ว เป็นมือหนึ่ง ไม่ต้องเป็นมือสองรองใคร ดังตัวอย่างเช่น ชูชกมีอายุแก่คราวปู่ได้นางอมิตตดา ซึ่งเป็นสาวแรกรุ่นคราวลูกหลานเป็นภรรยา เพราะอานิสงส์ที่ชูชกได้เคยบูชาพระด้วยดอกบัวตูมที่กำลังสดชื่น ฉะนั้น

สถานที่ตั้งบูชาพระรัตนตรัย

การจัดสถานที่บูชาพระรัตนตรัยนั้น นิยมตั้งหันหน้าพระพุทธรูปไปทางทิศตะวันออก เพราะเป็นทิศที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นทิศแห่งความสำเร็จความประสงค์ ถ้าสถานที่ไม่อำนวย ก็นิยมตั้งหันหน้าไปทางทิศเหนือ ถ้าสถานที่ไม่อำนวยก็นิยม ตั้งหันหน้าไปทางทิศใต้ ทิศใดทิศหนึ่ง ในบรรดาทิศทั้ง ๓ นี้ แต่ไม่นิยมจัดตั้งที่บูชาพระ ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะถือกันว่า เป็นทิศตรงกันข้ามกับทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทิศแห่งความสำเร็จความประสงค์ ทิศตะวันตกจึงเป็นทิศแห่งความไม่สำเร็จความประสงค์ เป็นทิศอัสดงคตแห่งพระอาทิตย์ เป็นทิศแห่งความดับ เป็นทิศแห่งความเสื่อม ซึ่งเป็นนิมิตหมายแห่งความไม่เจริญ ไม่รุ่งเรือง

สถานที่บูชาพระนั้น นิยมจัดตั้งไว้ทางด้านหัวนอนและจัดให้อยู่ ณ ที่สูงพอสมควร หรือนิยมจัดตั้งไว้ ณ ห้องใดห้องหนึ่งเป็นพิเศษ นิยมเรียกว่า " ห้องพระ " ซึ่งเป็นสถานที่อันเป็นที่เคารพ โดยเฉพาะทุกคนที่เข้าไป ณ สถานที่นั้น สมควรแสดงความเคารพทุกครั้งที่เข้าไป

สถานที่บูชาพระนั้น นิยมจัดตั้งไว้ ณ ที่มั่นคง เมื่อคนเดินผ่านไปมา ไม่เกิดความสั่นสะเทือน ไม่โยกโคลง ไม่สั่นคลอน นิยมถือกันสืบมาว่า ถ้าบ้านใด ที่บูชาพระไม่มั่นคง สั่นคลอน โยกโคลง พระพุทธรูปต้องสั่นสะเทือนอยู่เป็นนิตย์ คนในบ้านนั้นจะหาความสงบสุขได้ยาก มักจะเกิดความระส่ำระสายเดือดร้อนอยู่ร่ำไป

ข้อมูลอ้างอิง : ระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธ
พระธรรมวโรดม (บุญมา คุณสมฺปนฺโน ป.ธ.๘)
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร
พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
ผู้เยี่ยมชม






ตอบตอบเมื่อ: 21 พ.ค.2007, 2:02 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สวดมนต์เป็นยาทา
วิปัสนาเป็นยากิน
 
สายลม
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 พ.ค. 2004
ตอบ: 1245

ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2008, 11:31 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ สาธุ สาธุ
 

_________________
"อย่าลืมตัว อย่าลืมปัจจุบัน อย่าลืมปฏิบัติ"
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
suvitjak
บัวบาน
บัวบาน


เข้าร่วม: 26 พ.ค. 2008
ตอบ: 457
ที่อยู่ (จังหวัด): khonkaen

ตอบตอบเมื่อ: 26 มิ.ย.2008, 4:19 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

พุทโธ ขอบคุณที่ให้ความรู้ครับ
 

_________________
ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
ปริญญา ไชยา
บัวใต้น้ำ
บัวใต้น้ำ


เข้าร่วม: 18 ก.ค. 2008
ตอบ: 127
ที่อยู่ (จังหวัด): ราชบุรี

ตอบตอบเมื่อ: 01 ส.ค. 2008, 10:11 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ผมว่าถ้าไม่อยากจุดธูป,เทียน ก็ใช้ ธูปเทียนไฟฟ้าก็ได้ครับ
ยิ่งถ้าคนเป็นโรคปอด...ก็อันตรายครับ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวMSN Messenger
ครูหนุ่ม
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 03 ส.ค. 2008
ตอบ: 6

ตอบตอบเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 10:36 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

การสวดมนต์ที่ได้ผล
1.สวดแล้วรู้เรื่อง
2.สวดแล้วนำไปปฏิบัติ

จะสวดบทไหนก็ได้นะครับแต่ที่พระพุทธองค์บอกไว้ก็ พระปริตรหรือบทสวดอิติปิโส ภะคะวา......(สวดในกรณีที่เรากลัวครับ)
เรื่องจุดเทียน-ธูป นั้น ไม่สำคัญหรอกครับ
1.ที่จุดเทียนเพราะสมัยก่อนไม่มีไฟฟ้า มันมืด ต้องจุดเทียนให้แสงสว่าง
สมัยนี้ไฟฟ้ามีก็เปิดไฟเลย
2.ที่จุดธูปเพราะควันธูปสามารถไล่ยุงและแมลงที่มากวนเราเวลาเราจุดเทียนหนะครับ(แต่ก่อนเขาจุดไม่จันทน์หอมเพราะกลิ่นมันหอมเย็นทำให้จิตใจสบาย ผ่อนคลายไม่ใช่ธูปนะครับแต่ทุกวันนี้ไม่จันทน์หอมเป็นไม่สงวนครับหายาก)
ส่วนเทียนและธูปจะให้ความหมายแทนอะไรนั้นไม่สำคัญหรอกครับ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ในจิตใตเรา แค่เราระลึกถึงก็สำเร็จประโยชน์แล้วครับ อย่าไปหาวัตถุภายนอกมาประกอบให้มันสิ้นเปลืองเลยครับ ถ้าเกิดว่าเราไปอยู่ในที่ที่ไม่มีเทียน ธูปแล้วเราจะบูชาพระพุทธเจ้าพระธรรมและพระสงฆ์ไม่ได้ คิดผิดครับ พระพุทธองค์บอกว่า การบูชาพระพุทธองค์ที่ถูกต้อง คือ การปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์เท่านั้น ไม่ต้องคิดมาครับ ไปศึกษาในพระไตรปิฎกให้มาก มีอยู่ในนั้นทั้งหมดแล้วเราจะหายสงสัยในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนเรา
 

_________________
คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปในที่ที่ดี
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
กตัญญุตา
บัวพ้นดิน
บัวพ้นดิน


เข้าร่วม: 29 มิ.ย. 2008
ตอบ: 73

ตอบตอบเมื่อ: 16 ส.ค. 2008, 7:46 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เราไม่ได้จุดเหมือนกันค่ะ เพราะว่าอยู่ต่างประเทศ สามีก็แพ้ธูปอีกอย่างไม่มีหิ้งหรือที่จะปักที่ไหนเลย คิดว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจค่ะ นับแต่พนมมือไหว้ เรามีจิตศรัทธาและตั้งใจ เราว่าก็ไม่น่าจะเป็นอะไรนะคะ..แต่ถ้าอยู่เมืองไทยเราจุดค่ะ

เมื่อไม่นานมานี้อ่านข่าวจากเว็บไทยรัฐเห็นบอกว่าธูปนี่มีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งค่ะ ถ้าหากสูดดมมากๆ จะทำให้ไม่ดีต่อสุขภาพ เห็นว่าต่อไปเค้าจะคิดค้นให้มีธูปแบบจุดแล้วดับภายใน 10 วินาทีหรือไงเนี่ยอ่ะค่ะ พอดีว่าไม่ได้ก้อปข้อมูลไว้ด้วย แต่อ่านเจอเลยนำมาฝากค่ะ.....ก็ยังคิดๆ อยู่เลยว่าถ้าต่อไปไม่ใช้ธูปแล้วจะใช้อะไรแทนล่ะเนี่ยเพราะว่าคนเราก็ใช้ธูปในการสักการะบูชาทางศาสนามานานแล้วด้วย
 

_________________
สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดจะเกิดปัญหา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 24 ก.ค.2013, 5:11 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

พระอาทิตย์ ความหมายของ ธูป เทียน ดอกไม้ ดอกไม้
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=45951
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง