Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ วัดสังกัสรัตนคีรี จ.อุทัยธานี อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
webmaster
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 04 มิ.ย. 2004
ตอบ: 761

ตอบตอบเมื่อ: 18 ก.ค.2008, 10:50 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

ดอกไม้ ดอกไม้ ไหว้พระประธาน ๗๗ จังหวัด

พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
พระประธานในวิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
วัดสังกัสรัตนคีรี บ้านวังยาง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี


“วัดสังกัสรัตนคีรี” เป็นวัดที่เก่าแก่ของจังหวัดอุทัยธานี
ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๕ บ้านวังยาง หมู่ที่ ๓ ต.น้ำซึม เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี
อ.เมือง จ.อุทัยธานี เชิงเขาแก้วหรือเขาสะแกกรัง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย
สร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๓๓ เดิมเรียกชื่อว่า “วัดเขาสะแกกรัง”
ซึ่งพระสุนทรมุนี (ใจ คงฺคสโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
เป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น ณ บริเวณเชิงเขาแก้วหรือเขาสะแกกรัง


วัดสังกัสรัตนคีรี เป็นที่ตั้งของ “วิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”
โดยวิหารแห่งนี้ได้สร้างขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐
ด้านหน้าและด้านข้างของตัววิหาร เป็นทางขึ้นตกแต่งด้วยลายกระหนก
ส่วนบานประตูจำหลักเป็นภาพพุทธประวัติอย่างสวยงาม
ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอุทัยธานี


ระหว่างปี พ.ศ.๒๓๓๕-๒๓๔๒ ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๑
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ
ให้นำพระพุทธรูปที่ชำรุดไปซ่อม แล้วนำไปประดิษฐานไว้ยังหัวเมืองต่างๆ
จ.อุทัยธานีได้รับมา ๓ องค์ และหนึ่งในจำนวนนั้นคือ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์

“พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” หรือ “หลวงพ่อมงคล” วัดสังกัสรัตนคีรี
สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าลิไท เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย วัสดุสำริด
มีขนาดหน้าตักกว้าง ๓ ศอก หรือ ๑๕๐ เซนติเมตร ศิลปะสมัยสุโขทัย


ยุคเดียวกับ “พระพุทธชินราช” วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
แห่งกรุงสุโขทัย ในระหว่างปี พ.ศ.๑๘๒๑-๑๘๖๐
ฝีมือช่างสุโขทัยยุค ๒ มีส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์
เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันก่อนนำมาประดิษฐานไว้ที่เมืองอุทัยธานี


เดิมประดิษฐานอยู่เบื้องหน้าพระประธานในวิหาร วัดขวิด
บ้านสะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ปัจจุบันมีอายุกว่า ๖๐๐-๗๐๐ ปี
ได้อัญเชิญมาจากสุโขทัยมาทางแม่น้ำสะแกกรัง มาประดิษฐาน ณ วัดขวิด
โดยอัญเชิญขึ้นแพมาพร้อมกับพระพุทธรูปองค์อื่นๆ
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑
โปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมและชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ
เมื่อระหว่างปี พ.ศ.๒๓๓๕-๒๓๔๒ สำหรับเมืองอุทัยธานีได้รับถึง ๓ องค์คือ
พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ พระโพธิ์มงคล และพระที่วัดหนองแกมาจากสุโขทัย
แล้วได้นำไปขึ้นที่ท่าแพ ใกล้ศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี


พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดขวิด
ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรังฝั่งตะวันตก ราวปี พ.ศ.๒๓๔๒-๒๓๔๕

Image

Image

Image
วิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ภายในประดิษฐาน “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”


ครั้นถึงปี พ.ศ.๒๔๗๑ เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี)
เจ้าคณะมณฑลนครสวรรค์ ในขณะนั้น ท่านเป็นชาวจังหวัดอุทัยธานี
ได้เดินทางมาตรวจคณะสงฆ์และวัดวาอารามที่จังหวัดอุทัยธานี
ได้พบเห็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยที่มีพุทธลักษณะอันงดงามมาก
จึงมีความเลื่อมใสและศรัทธาเป็นอย่างมาก เมื่อได้กราบนมัสการสักการะแล้ว
จึงดำริให้ พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
(ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ดูแลรักษาพระพุทธรูปองค์นี้ไว้ให้ดี

ครั้นถึงวันพุธ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๔ ปีชวด พ.ศ.๒๔๗๑
หลวงพ่อป๊อก หรือพระครูอุเทศธรรมวิจัย เจ้าอาวาสวัดอุโปสถาราม
พระอาจารย์ผู้เรืองเวทย์ พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนในจังหวัด
ได้เป็นหัวหน้าคณะร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญ
หลวงพ่อพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์จาก วัดขวิด มาประดิษฐาน ณ วัดสังกัสรัตนคีรี

ทั้งนี้ ได้มีพิธีเฉลิมฉลองสมโภชอย่างยิ่งใหญ่
พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
พร้อมด้วยคณะสงฆ์ และประชาชนชาวอุทัยธานี
ได้พร้อมใจกันบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้เบื้องพระเศียรขององค์พระด้วย
เพื่อสักการบูชาพร้อมถวายพระนามว่า “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”


สำหรับงานประจำปีของวัด ในวันขึ้น ๓-๘ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี
ประชาชนชาวอุทัยธานีจะร่วมกันจัดงานไหว้พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งได้จัดมาเป็นประจำทุกปีจนกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

บริเวณตรงข้ามกับ วิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
เป็น บันไดขึ้นสู่ยอดเขาแก้ว (เขาสะแกกรัง) จำนวน ๔๔๙ ขั้น
เมื่อเดินถึงยอดเขาแก้ว (เขาสะแกกรัง) จะพบ ระฆังสำริดขนาดใหญ่
มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๒ เมตร สูง ๑.๔๑ เมตร น้ำหนัก ๒ ตัน
ซึ่งพระปลัดใจและชาวอุทัยธานี ได้ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๓
โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นองค์อุปถัมภ์
แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานบนยอดเขาสะแกกรัง
ผู้ที่เดินทางมาที่วัดก่อนขึ้นไปบนยอดเขาจะต้องตีระฆังก่อนเป็นอันดับแรก

ถัดมาเป็นที่ตั้งของ มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๓ เดิมสร้างขึ้นด้วยไม้ ต่อมาถูกไฟป่าไหม้
ชาวอุทัยธานีจึงได้ร่วมกันบริจาคปัจจัยสร้างขึ้นใหม่ทดแทนของเดิม
นับแต่การเริ่มก่อสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ.๒๔๙๗ ถึง พ.ศ.๒๕๑๑
ใช้เวลาประมาณ ๑๔ ปีจึงแล้วเสร็จ องค์มณฑปมีส่วนกว้าง ๑๐ เมตร
และส่วนสูงนับแต่พื้นดินถึงยอดสุด ๓๕ เมตร สี่เหลี่ยมจัตุรัส


ทั้งนี้ โดยมี พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เป็นประธานอำนวยการ
นายพล วงศาโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีในสมัยนั้น เป็นรองประธาน
นายประยุทธ พัวพัฒนกุล เป็นฝ่ายวิชาการ
พระครูอุดมธรรมภาณ (สม) เป็นประธานคุมการก่อสร้าง
จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ให้ความอุปถัมภ์
ภายในมณฑปเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทจำลอง
ซึ่งได้อัญเชิญมาจากวัดใหม่จันทราราม ต.ใหม่จันทราราม อ.เมือง จ.อุทัยธานี
โดยเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนในท้องถิ่นเป็นอันมาก


ใกล้กันกับมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง
ยังมี วิหารพระพุทธรัตนมุนี สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๖ โดยขุนกอบกัยกิจ
เป็นอาคารตึกมีขนาดกว้าง ๓ วา ๑ ศอก ยาว ๖ วา สูง ๙ ศอก

ช่วงระหว่างมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลองกับวิหารพระพุทธรัตนมุนี
ได้ประดิษฐาน พระพุทธโชติปาลชนะมาร และพระสังกัจจายนะโชติปาละ
ต่อจากนั้นเป็น อาคารศาลารัชมังคลาภิเษก และศาลเจ้าแม่กวนอิม

ปัจจุบันนี้ ประชาชนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านไปมา
จะเข้าไปกราบไหว้สักการะขอพร “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”
เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้ชีวิตการงานรุ่งเรือง ไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้แล้ว วัดสังกัสรัตนคีรียังเป็นสถานที่จัดงาน
ประเพณีตักบาตรเทโวฯ ที่เลื่องชื่อที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือหลังจากวันออกพรรษาแล้ว ๑ วัน
โดยจะมีชาวพุทธ ประชาชนทั่วไปหรือนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
เดินทางมาร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง
ด้วยเพราะมีบรรยากาศคล้ายพุทธตำนาน โดยมีพระสงฆ์ ๕๐๐ รูป
เดินอุ้มบาตรลงมาจากยอดเขาสะแกกรัง (เขาแก้ว) ตามบันได ๔๔๙ ขั้น


สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปที่วัดสังกัสรัตนคีรี ขอให้สังเกตว่า
วัดตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้างในเขตเทศบาลเมือง
อยู่ตรงข้ามศาลาประชาคมจังหวัดอุทัยธานี ต้องจอดรถยนต์แถวตลาด
แล้วเดินเท้าข้ามสะพานไปอีกฝั่งของแม่น้ำสะแกกรัง

Image
เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี)

Image
พระราชอุทัยกวี (พระมหาพุฒ สุทตฺโต) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
ประธานในการก่อสร้าง “มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง” หลังใหม่
ปัจจุบันท่านเจ้าคุณพระราชอุทัยกวีได้ถึงแก่มรณภาพแล้ว


Image
มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง บนยอดเขาสะแกกรัง (เขาแก้ว) วัดสังกัสรัตนคีรี

Image
บันไดขึ้นสู่ยอดเขาสะแกกรัง (เขาแก้ว) จำนวน ๔๔๙ ขั้น ณ วัดสังกัสรัตนคีรี
สถานที่จัดงานประเพณีตักบาตรเทโวฯ ที่เลื่องชื่อที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือหลังจากวันออกพรรษาแล้ว ๑ วัน


Image
“พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวอุทัยธานี

Image
วิหารพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ภายในประดิษฐาน “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์”


สาธุ หนังสือไหว้พระประธาน ๗๗ จังหวัด
กองบรรณาธิการข่าวสด สำนักพิมพ์มติชน


สาธุ ขอขอบพระคุณที่มาของรูปภาพ ::
ผลงานการสร้างสรรค์ของคุณ Sinchai Tesana


= พระราชอุทัยกวี (หลวงพ่อพุฒ สุทัตโต)
อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ประธานในการก่อสร้าง
“มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง” หลังใหม่
วัดสังกัสรัตนคีรี บ้านวังยาง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=19278

= ประมวลภาพ “พระราชอุทัยกวี (หลวงพ่อพุฒ สุทัตโต)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=45668

= วันออกพรรษา และประเพณีที่เกี่ยวข้องกับวันออกพรรษา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=39799

= พิธีตักบาตรเทโว (วันพระเจ้าเปิดโลก)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=35189
 

_________________
ธรรมจักรดอทเน็ต
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
ฌาณ
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 23 ก.ค. 2008
ตอบ: 1145
ที่อยู่ (จังหวัด): หิมพานต์

ตอบตอบเมื่อ: 14 ก.ย. 2008, 6:19 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

Image

สาธุ สาธุ สาธุ สวยครับ สาธุ
 

_________________
ผมจะพยายามให้ได้ดาวครบ 10 ดวงครับ
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง