Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 ระยอง อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
webmaster
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 04 มิ.ย. 2004
ตอบ: 761

ตอบตอบเมื่อ: 25 มี.ค.2005, 11:33 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เชิญประชาสัมพันธ์สถานที่ปฏิบัติ โดยการลงชื่อ-ที่อยู่ กำหนดการและเบียบการ (ถ้ามี)
ของสถานที่ปฏิบัติธรรม จังหวัดระยอง ได้เลยครับ


เว็บไซต์จังหวัดระยอง
http://rayong.ect.go.th

.......

สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่กระดานสนทนา
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=1



สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 20 มี.ค.2006, 7:44 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

วัดมาบจันทร์ (วัดสุภัททะบรรพต)
[สาขาที่ 73 ของวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี]
บ้านมาบจันทร์ ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง 21160
โทรศัพท์ 038-617-546, โทรสาร 038-996-293


พระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน เจ้าอาวาส

ระเบียบการปฏิบัติโดยคร่าวๆ

๑. การแต่งกาย นุ่งขาว ห่มขาว
๒. ที่พัก ชาย ที่พักรวมชั้นล่างศาลาหอฉัน
หญิง ที่พักในเขตอุบาสิกา ด้านโรงครัว
๓. ถือศีลแปด รับประทานอาหารมื้อเดียว
ถ้าต้องการรับประทานมื้อเพล
สามารถเก็บอาหารที่เหลือจากมื้อเช้าไว้ในโรงครัว
๔. ไม่เก็บอาหาร น้ำปานะ ไว้ในที่พัก

Image
พระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนที่วัดมาบจันทร์ (วัดสุภัททะบรรพต)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=2081

ประวัติและปฏิปทาพระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13098

มาบจันทร์ในรอยจำ โดย วิลาศินี
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=31229

น้องชายในผ้าเหลือง...My Brother, Buddhist Monk
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=51906

เว็บไซต์วัดมาบจันทร์
http://www.watmarpjan.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Image

ประวัติความเป็นมาของวัดมาบจันทร์

สถานที่ตั้งวัดมาบจันทร์ :
ตั้งอยู่บริเวณเขายายดา ซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดเขตป่าสงวน ที่มีป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ ในพื้นที่กว่าหนึ่งพันไร่ อยู่ในเขต หมู่บ้านมาบจันทร์ ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง นามเดิม : วัดมาบจันทร์ เมื่อครั้งเป็นสำนักสงฆ์มีชื่อเดิมว่า สำนักสงฆ์สุภัททะบรรพต มีความหมายว่า ภูเขาแห่งความเจริญรุ่งเรือง โดยการ ตั้งชื่อของสำนักสงฆ์ฯ ตั้งขึ้นตามนามฉายาของ ท่านพระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท ) หรือหลวงปู่ชา ซึ่งท่านเคยเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

เริ่มบุกเบิก : ท่านพระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน ได้เข้ามาบุกเบิกก่อสร้างวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยได้เดินจาริก ธุดงค์ผ่านมา และนายสมพล-นางสังเวียน สุวรรณโชติ ซึ่งเป็นเจ้าของที่วัด ได้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ยกที่ดิน จำนวนหนึ่งถวาย เพื่อสร้างเป็นวัดใน พุทธศาสนา นิมิตก่อนถวายที่ดิน ก่อนหน้าที่จะถวายที่ดินสร้างวัด นายสมพลได้เกิดนิมิตฝันไปว่า ได้รับเหรียญบูชา เหรียญหนึ่งจาก พระชรารูปหนึ่ง หยิบขึ้นมาดู มีชื่อเขียนปรากฏในหรียญว่า “หลวงปู่มั่น” ตนเองไม่เคยรู้จักหลวงปู่มั่นมาก่อน จึงสอบถามภรรยา ทราบว่าเป็นพระเถระ ผู้ซึ่งเป็นปรมาจารย์ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐานที่สำคัญในเมืองไทย ประกอบกับได้เห็นภาพหลวงปู่มั่นเหมือนกับในนิมิตที่ได้เห็น ทำให้เกิดความอัศจรรย์ใจและเกิดปีติเป็นอย่างมาก จึงได้ถวายที่ดินในเวลาต่อมา

สภาพวัดสมัยแรก : สมัยแรกเมื่อมาอยู่ภาวนา สภาพป่ายังเป็นป่ารกชัฏ เป็นที่อยู่อาศัยของ สัตว์ป่านานาชนิด เช่น มีหมี เสือปลา เก้ง อีเห็น ชะมด ฯลฯ พระเณรที่มาอยู่ ก็อาศัยปักกลดภาวนาตามป่า อยู่แบบธรรมชาติ โดยที่ยังไม่ได้ สร้างเสนาสนะ หรือถาวรวัตถุอะไรมาก

ศาลาหลังแรกที่สร้าง : เป็นศาลาชั้นเดียว เป็นศาลาแบบเปิดโล่ง ใช้เสาไม้ หลังคามุงหญ้าคา ขนาด ๘x๑๒ เมตร สูง ๔ เมตร เพื่อใช้เป็นสถานที่ ในการทำข้อวัตรปฏิบัติในพรรษาแรก ซึ่ง ปัจจุบันถูกลมพายุพัด ล้มพังไปแล้วเมื่อปี ๒๕๓๕

Image

กุฏิหลังแรก : กุฏิที่สร้างขึ้นหลังแรก เป็นกุฏิไม้ชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้อง ขนาด ๒x๓ เมตร ซึ่งท่านอาจารย์อนันต์ อกิญจโนได้อาศัยอยู่จำพรรษาในพรรษาแรก ปัจจุบันยังคงอยู่เป็นอนุสรณ์

ศาลาหอฉัน : คณะศรัทธาญาติโยม ได้ร่วมกันสร้างศาลาหอฉันขึ้น เป็นศาลาคอนกรีตผสมกับไม้ สร้างเป็นสองชั้น ขนาด ๑๒ x๑๖ เมตร ซึ่งแล้วเสร็จประมาณปลายปี ๒๕๒๘ ชั้นบน ใช้เป็นที่สำหรับพระภิกษุ สามเณรฉันภัตตาหาร ที่รวมประชุมสวดมนต์ทำวัตร ทำสังฆกรรม มีห้องพักสำหรับภิกษุอาพาธ ชั้นล่างใช้เป็นที่พักญาติโยม และโรงครัว

โอภาสนิมิต : ในปี ๒๕๒๙ เป็นวันพระขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓ ก่อนวันมาฆบูชา ๗ วัน เวลาประมาณเที่ยงคืน ขณะที่พระ-เณรกำลังเร่งความเพียรภาวนาอยู่ ได้เกิดแสงสว่างเป็นแสงสีเขียว สว่างทั่วบริเวณวัด ยังความอัศจรรย์ใจให้กับพระ-เณรที่ได้เห็นเป็นอย่างมาก ช่วงเวลานั้นมีชาวบ้านเพคนหนึ่ง ขณะอยู่ที่บ้านเพ บังเอิญมองขึ้นมาบนเขาที่วัด และได้เห็นแสงสว่างที่เกิดขึ้นนั้นด้วยความอัศจรรย์ใจ เช่นกัน ๓ ศาลาหลังแรก (ปัจจุบันโดนพายุพัดพัง)

สภาพสมัยปัจจุบัน ครูบาอาจารย์มาเยี่ยมเยียนเมื่อประมาณปี ๒๕๓๐ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ ลูกศิษย์องค์สำคัญของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ให้ความเมตตาเดินทางมาโปรดพระเณรและญาติโยมที่วัด ได้สร้างความปีติยินดีให้แก่พระเณรและญาติโยมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีพระเถระซึ่งเป็นครูบาอาจารย์องค์สำคัญๆ อีกหลายรูป ที่ท่านได้มีเมตตาเดินทางมาที่วัด เช่น หลวงพ่อแบน ธนกาโร วัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร, หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี และอีกหลายท่าน โดยส่วนมากมักจะกล่าวถึงสถานที่ตั้งวัดว่า “เป็นสถานที่อันสัปปายะ สงบวิเวก เหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติธรรม และจะเป็นสถานที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองในการปฏิบัติธรรมต่อไปในอนาคต”

Image

ศาลาสังฆกรรม : เมื่อพระภิกษุ-สามเณร มาจำพรรษามากขึ้น ศาลาหอฉันที่ใช้เป็นที่ฉัน เป็นที่ประชุม สวดมนต์ และสำหรับการลงอุโบสถทำสังฆกรรมไม่เหมาะสมที่จะทำ ในสถานที่เดียวกับ ที่พักโยมอยู่ชั้นล่าง จึงดำริที่จะสร้างศาลาทำสังฆกรรมขึ้นใหม่ อยู่ห่างจากศาลาหอฉันขึ้นไปบน เนินเขาประมาณ ๖๐๐ เมตรเป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ขนาด ๑๖x๒๐ เมตร เป็นระเบียงด้านละ ๔ เมตร โดยรอบ ชั้นล่างสร้างเป็นที่เก็บน้ำฝนขนาด ๔x๘ เมตร เป็นแหล่งน้ำที่ใช้ในวัด กั้นห้องเพื่อใช้เป็นห้องหนังสือและห้องยา ชั้นบนเป็นห้องโถง ใช้เป็นที่ทำสังฆกรรม และรวมประชุมทำวัตรสวดมนต์ โดยสร้าง แล้วเสร็จในปี ๒๕๓๒ ไข้มาเลเรียหมด : ตั้งแต่เริ่มสร้างวัด มีพระ-เณรที่มาพำนักอยู่ ได้เป็นไข้มาเลเรียกันเกือบทุกคน โดยเป็นคน ละหลายครั้ง ท่านอาจารย์อนันต์เอง ก็เป็นไข้มาเลเรียถึง ๕ ครั้งแต่ด้วยความศรัทธาไม่ท้อถอย และไม่กลัวความตาย ของพระเณรที่มาบุกเบิก จึงอยู่ปฏิบัติภาวนา จนกระทั่งเชื้อ มาเลเรียหมด และเป็นเขตปลอดเชื้อมาเลเรียเมื่อปี ๒๕๓๔

ศาลาอเนกประสงค์ : เมื่อมีผู้สนใจในการปฏิบัติธรรมมากขึ้น ศาลาสังฆกรรมที่ใช้รวมประชุม ในงานพิธี ต่างๆก็คับแคบลง ประกอบกับขนาดศาลา หอฉันที่ใช้ ไม่เพียงพอกับจำนวนพระ-เณรที่เพิ่มมากขึ้น ทุกปี จึงได้สร้างศาลาอเนกประสงค์ ขึ้นเป็นศาลาคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้นขนาด ๑๖x๒๐ เมตร สร้างเสร็จในปี ๒๕๓๖ โดยชั้นบนใช้เป็นที่รวมประชุมในงานพิธีต่างๆ และเป็นที่ฉันภัตตาหาร แทนหอฉันเดิม ซึ่งเปลี่ยนมา เป็นที่พักโยม ชั้นล่างทำเป็นถังเก็บน้ำฝนขนาด ๔x๑๒ เมตร ใช้สำหรับจ่ายน้ำในส่วนบริเวณวัดที่อยู่ด้านล่างทั้งหมด มีห้องโถง ห้องพยาบาล และห้องพักโยม และได้สร้างที่พักสำหรับโยมผู้หญิงขึ้นอีก ๑ หลัง ขนาด ๔x๘ เมตร และสร้างกุฏิพระ-เณรขึ้นอีกหลายหลัง

สร้างอุโบสถ : การที่จะเป็นวัดที่สมบูรณ์ได้ จำเป็นจะต้องมีอุโบสถ เพื่อใช้เป็นที่ทำสังฆกรรม สำหรับพระภิกษุสงฆ์ เช่น การสวดปาฏิโมกข์ คือการสวดพระวินัยสงฆ์ทุกกึ่งเดือน ใช้ประกอบพิธีการอุปสมบท ซึ่งถือว่าเป็นที่กำเนิดของพระสมมติสงฆ์และพระอริยสงฆ์ เพื่อทำหน้า ที่ในการสืบอายุพระศาสนา และยังใช้เป็นที่รวมประชุมของญาติโยมในการฟังธรรม ปฏิบัติธรรม รวมทั้งการประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญต่างๆ

สถาปนิกได้ออกแบบพระอุโบสถ ตามแนวความคิดของท่านพระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน ทำให้ได้แบบพระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยประยุกต์สองชั้น โดยลดระดับตามแนวของชั้นเขา มีขนาดความกว้าง ๒๔ เมตร ยาว ๓๒ เมตร สูง ๑๘ เมตร หลังคาสามชั้นมีรูปลักษณะคล้ายเรือ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดระยอง และเป็นปริศนาธรรมอันแสดงถึงยานพาหนะที่จะใช้ขนสัตว์โลกให้ข้ามพ้นบ่วงแห่งวัฏฏสงสาร ไปสู่แดนแห่งนิพพานอันเป็นดินแดนแห่งความสงบเย็น

Image

Image
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 20 มี.ค.2006, 8:00 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
“พระเจดีย์ศรีธรรมสถิต” วัดธรรมสถิต
............................................................................



วัดธรรมสถิต
บ้านแพ ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง 21000
โทรศัพท์ 081-454-8658


พระครูสมุห์สุชิน ปริปุณโณ (พระอาจารย์สุชิน ปริปุณโณ) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

พระครูญาณวิศิษฏ์ (ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก) อดีตเจ้าอาวาส


วัดธรรมสถิต เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ภายในวัดมีสิ่งที่สำคัญๆ เช่น
พระเจดีย์ศรีธรรมสถิต บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปปางนาคปรกที่ใหญ่มาก ฯลฯ

พระอาจารย์สุชิน ปริปุณโณ ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเฟื่อง โชติโก
และหลวงพ่อลี ธัมมธโร แห่งวัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ให้ขับรถบนเส้นทางถนนสุขุมวิท คอยดูหลักกิโลเมตรที่ 240 ให้ดี ถ้าวิ่งมาจากระยองไปทางจันทบุรี ให้มองทางซ้ายมือ จะพบทางแยกเป็นถนนวิ่งเข้าวัด (ถ้าวิ่งมาจากจันทบุรีไปทางระยอง ให้มองทางขวามือ จะมีช่องกึ่งกลางถนน เพื่อเลี้ยวขวาเข้าถนนวิ่งเข้าวัด) ถนนวิ่งเข้าวัดนี้เป็นเส้นเดียวกับทางเข้าวัดมาบจันทร์ (สุภัททะบรรพต) โดยเราจะถึงทางแยกเข้าวัดมาบจันทร์ (สุภัททะบรรพต) ก่อน ให้วิ่งเลยไปอีกหน่อยจะพบวัดธรรมสถิต วัดอยู่บนภูเขาทางซ้ายมือ จะมองเห็นเจดีย์ (พระเจดีย์ศรีธรรมสถิต) บนยอดเขาแต่ไกล วัดธรรมสถิตตั้งอยู่ใกล้ๆ วัดมาบจันทร์ (สุภัททะบรรพต) จ.ระยอง สามารถเดินทางจากตัวเมืองระยองระยะทาง 19 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนต้นลำดวนระยะทาง 6 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดธรรมสถิต

Image
ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก

Image
พระอาจารย์สุชิน ปริปุณโณ


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนที่วัดธรรมสถิต
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=2442

ประวัติและปฏิปทาท่านพ่อเฟื่อง โชติโก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=27449

ประมวลภาพ “ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก” วัดธรรมสถิต
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=21515

ประมวลภาพ “พระอาจารย์สุชิน ปริปุณโณ” วัดธรรมสถิต
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=22980

งานบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคลครบ ๖๐ ปี พระอาจารย์สุชิน
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=42579

เว็บไซต์วัดธรรมสถิต
http://www.yajai.com/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 28 มี.ค.2006, 5:35 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สำนักสงฆ์เขาโอภาส
[สาขาของวัดบุญญาวาส จ.ชลบุรี]
ต.หนองม่วง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210


พระอาจารย์เตชปญฺโญ เจ้าอาวาส

สำนักสงฆ์เขาโอภาส เป็นวัดปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงพ่อชา สุภัทโท
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 09 เม.ย.2006, 2:46 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส
ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210


หลวงพ่อธรรมรส (พระมหาคล้าย ฐิตธัมโม) ประธานสงฆ์


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เว็บไซต์สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส
http://www.tammaros.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 05 พ.ค.2007, 4:55 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

วัดหนองสนม
เลขที่ 8 หมู่ 3 ถนนสุขุมวิท บ้านหนองสนม
ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง 21000
โทรศัพท์ 038-612-513, 081-650-2564
โทรสาร 038-807-242


พระครูสาทรธรรมนิเทศก์ (พระอาจารย์วีระชาติ กันตจาโร) เจ้าอาวาส

วัดหนองสนมแห่งนี้ เป็นศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดระยอง และเป็นวัดที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

วัดหนองสนม ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ ๓ ห่างจากตัวเมือง ระยองไปทางอำเภอบ้านฉาง ฝั่งตรงข้ามหน้าวัดมีสถานที่ราชการให้สังเกตได้หลายแห่ง เช่น สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองระยอง ห้องสมุดประชาชนและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดระยอง (ซึ่งตั้งอยู่ในที่ธรณีสงฆ์ของวัด) ถัดไปเป็นสนามกีฬากลางจังหวัดและโรงเรียนเซนต์โยเซฟ-โรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง เป็นต้น

เดิมวัดนี้มีชื่อว่า “วัดจันทนาวารี” ตั้งหันหน้าไปทางทิศเหนือซึ่งเป็นหนองน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า “หนองสีจันทร์” เพราะเมื่อสมัยเริ่มสร้างวัดพื้นที่แถบนี้ยังเป็นป่าดงเปลี่ยวมีต้นจันทน์ขึ้นอยู่บ้าง และมีทางสาธารณผ่านระหว่างหนองน้ำกับที่ตั้งวัด ตามคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อน เล่าต่อกันมาว่าเมื่อสมัยที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกทัพมาตีเมืองจันทบุรี เมื่อยกทับกลับไปเพื่อตั้งกรุงธนบุรี ได้หยุดพักทัพและไพร่พลที่ใกล้ๆ บริเวณนี้ ชาวบ้านในระแวกนี้ยังได้พากันสนับสนุนด้านเสบียงอาหารตามฐานะ และหนองน้ำแห่งนี้ก็เป็นที่สรงสนาน (อาบน้ำ) ของเหล่าไพร่พลและนางสนมกำนัลที่ตามเสด็จ ต่อมาจึงมีชื่อเรียกใหม่ว่า “หนองสนม” รวมทั้งชื่อหมู่บ้านก็เปลี่ยนมาเรียกขานกันว่าบ้านหนองสนมพร้อมกับเรียกชื่อวัดว่า “วัดหนองสนมจันทนาวารี” และได้ปรับปรุงย้ายหันหน้าวัดไปทางทิศใต้ ภายหลังจากที่ทางการตัดถนนสุขุมวิทผ่านแล้ว ต่อมาเมื่อกรมการศาสนาได้ปรับเปลี่ยนชื่อวัดให้พ้องกับชื่อหมู่บ้าน จึงเหลือเพียง วัดหนองสนม เพื่อให้พ้องกับหมู่บ้านหนองสนม จนถึงปัจจุบัน

การเริ่มตั้งวัด

เนื่องจากหมู่บ้านนี้อยู่ห่างไกลจากวัดอื่นพอสมควร ไม่สะดวกต่อการบำเพ็ญบุญของประชาชน ชาวบ้านนำโดย นายด้าย (ไม่ทราบนามสกุล) จึงได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้น ซึ่งนายด้ายกับนายอิ่มเป็นผู้อุทิศที่ดินถวายให้เป็นที่สร้างวัด เมื่อเริมสร้างครั้งแรกได้สร้างกุฎีขึ้นเพียง ๕ หลัง เป็นทรงโบราณแบบง่ายๆ หลังคามุงด้วยใบจาก นายด้ายพร้อมด้วยทายกทายิกาพากันไปอาราธนา พระอาจารย์เชิง จากวัดทับมา ให้มาดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดและช่วยกันพัฒนามาจนถึง ปี พ.ศ.๒๔๕๔ ท่านอาจารย์เชิงก็ได้ลาสิกขาไป พระอาจารย์แก้วจึงรักษาการดูแลมาระยะหนึ่งแล้วจึงลาสิกขาออกไป ในปี พ.ศ.๒๔๕๔ พระอาจารย์หิน (พระครูวิจารณ์ธรรมกิติ) จากวัดทับมาจึงมารับหน้าที่บริหารและดำรงค์ตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส รูปที่ ๓ ของวัด

ในสมัยของท่านอาจารย์หินนี้เองที่วัดได้พัฒนาไปมากจนเรียกได้ว่าเกือบบริบูรณ์ในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุก่อสร้างหรือชื่อเสียงของวัด เพราะท่านเป็นผู้มีจิตใจสุขุมเยือกเย็นเป็นพระภิกษุที่มีคุณธรรมทางความเมตตาสูง และเป็นผู้มีความอดทนต่อความลำบากต่อสู้กับอุปสรรคทุกอย่าง เพราะเคยจาริกไปธุดงค์ตามป่าดงดิบย่านชายแดนและเข้าประเทศสหภาพเมียนม่าร์ (พม่า) มาแล้วประกอบกับท่านเป็นพระที่มีอาคมขลัง ทั้งด้านอยู่ยงคงกระพัน สักยันต์ลงอักขระ เมตตามหานิยม ประกอบยาสมุนไพรรักษาโรค ทำให้มีชื่อเสียงแพร่กระจายไปทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด (โดยเฉพาะในหมู่ของนายทหาร พ่อค้านักธุระกิจ และชาวประมง)

จนถึงปัจจุบันนี้ชาวบ้านหนองสนม เนินพระ ทับมา โขดหิน และอำเภอสัตตหีบ จังหวัดชลบุรี หมู่บ้านใกล้เคียงในจังหวัดระยองและต่างจังหวัดยังประจักษ์ในกิตติคุณและให้ความเคารพเลื่อมใสอย่างแน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลาย ผลงานทางด้านพัฒนา เมตตาอนุเคราะห์ของท่านนั้นว่าสร้างไว้มากมายจนไม่อาจบรรยายได้ครบถ้วน ในสมัยของท่านทำให้วัดและหมู่บ้านนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นที่รู้จักของผู้คนอย่างแพร่หลาย แม้แต่คนเดินทางไกล คนเร่ร่อนสัญจร ยาจกวนิพก ผ่านมาขอพักท่านก็ให้พึ่งพิงโดยไม่เดียจฉัน วัดนี้จึงไม่เคยขาดผู้ผ่านมาขอพักอาศัยตั้งแต่สมัยนั้นจวบจนปัจจุบัน บ้างคนเรียกวัดนี้อีกชื่อหนึ่งว่า“วัดหลวงพ่อหิน” (โดยเฉพาะชาวต่างจังหวัดที่มาขอพัก)

นอกจากนั้นท่านยังมีตำแหน่งหน้าที่ในทางสังคมและทางคณะสงฆ์อีกมากมาย เช่น เป็นกรรมการศึกษาระดับ อำเภอ ระดับจังหวัด เป็นต้น จนมาถึง วันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๕ เวลา ๐๕.๐๐ น. หลวงพ่อได้มรณะภาพลงอย่างสงบที่กุฏิของท่าน นับว่าหลวงพ่อหินได้สร้างผลงานให้แก่วัดอย่างมากมายทำให้วัดเจริญขึ้นในสมัยของท่านนี้เอง นอกจากนั้น ด้วยอาศัยที่หลวงพ่อมีเมตตาสูงมาก วัดจึงเป็นที่พักของคนเดินทางทุกชั้นวรรณะ ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ชน ทั่วไป จนถึงทุกวันนี้

ทำเนียบเจ้าอาวาสวัดหนองสนม

รูปที่ ๑ พระอธิการเชิง พ.ศ.๒๔๔๑-๒๔๕๔
รูปที่ ๒ พระพระอาจารย์แก้ว พ.ศ.๒๔๕๔-๒๔๕๕
รูปที่ ๓ พระพระครูวิจารณ์ธรรมกิติ (หิน ถาวโร) พ.ศ.๒๔๕๕-๒๕๐๕
รูปที่ ๔ พระครูอาทรธรรมกิจ (สวัสดิ์ วรจิตฺโต) พ.ศ.๒๕๐๕-๒๕๓๑
รูปที่ ๕ พระครูสาทรธรรมนิเทศก์ (วีระชาติ กนฺตจาโร) พ.ศ.๒๕๓๑-ปัจจุบัน

สถานภาพของวัดหนองสนม (ในปัจจุบัน)

๑. ประกาศตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนา พ.ศ.๒๔๔๑
๒. ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ.๒๔๗๓
๓. ตั้งเป็นศูนย์สงเคราะห์พุทธมามกะ อำเภอเมือง พ.ศ.๒๕๓๒
๔. ตั้งเป็นศูนย์การศึกษาตลอดชีวิต อำเภอเมือง พ.ศ.๒๕๓๓
๕. ตั้งเป็นศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา จังหวัดระยอง พ.ศ.๒๕๓๔
๖. เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง พ.ศ.๒๕๓๗
๗. เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น พ.ศ.๒๕๔๐
๘. ตั้งเป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๒

โครงการของวัดที่กำลังดำเนินการ

๑. สร้างสถานปฏิบัติธรรม ในเนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๔๗ ตารางวา (หลังวัด)
๒. สร้างศาลาการเปรียญ ๒ ชั้น ชั้นล่างบำเพ็ญกุศลทั่วไปและจัดประชุม-อบรม
ชั้นบนห้องพักอาคันตุกะ-หอสวดมนต์-ห้องฝึกสมาธิ-พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาของเก่าของวัด
๓. สร้างกุฎีสงฆ์ฯ ที่พักผู้สูงอายุ และหอพักผู้ปฏิบัติธรรม ในเนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๔๗ ตารางวา (หลังวัด)
๔. สร้างกุฎีสงฆ์และกุฎีเจ้าอาวาส ต่อจากศาลาการเปรียญ ไปทางทิศตะวันตกของวัด

กิจกรรมงานด้านเผยแผ่และงานอบรมประจำของวัด

๑. บรรยายธรรมออกอากาศทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย จังหวัดระยอง สวท.ระยอง
ประจำทุกวันจันทร์ เวลา ๑๕.๔๐ น.
๒. เปิดอบรมค่ายพุทธรรมแก่นักเรียน ตามโอกาสที่มีสถานศึกษาติดต่อมา
ทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา และหน่วยการอื่นๆ
๓. แจกทุนการศึกษานักเรียนฯ และสมาชิกกลุ่มพุทธมามกะ ทุนละ ๕๐๐ บาท
ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็นประจำทุกปี ปีละประมาณ ๓๐-๕๐ ทุน
๔. จัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน สำหรับเยาวชนชาย ตั้งแต่วันที่ ๑-๒๐ เมษายน เป็นประจำทุกปี พร้อมด้วยโครงการบรรพชาจากโครงการต่างๆ
๕. จัดงานประเพณีสงกรานต์-งานวันผู้สูงอายุ ตั้งแต่วันที่ ๑๒-๑๖ เมษายน ของทุกปี โดยมีกิจกรรม เช่น ประเพณีนมัสการปิดทองหลวงปู่หิน สรงน้ำพระ รดน้ำขอขมามอบเลื้อผ้าผู้สูงอายุ (รดน้ำดำหัว) ประกวดผู้สูงอายุ ทั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ ประเพณีและวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ไว้ให้เป็นมรดกของอนุชน และเพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่บ้าน ให้กำลังใจแก่ผู้สูงอายุ พร้อมทั้งสรรสร้างความอบอุ่นในสถาบันครอบครัว ปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีแก่เยาวชนสืบไป ฯลฯ
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
admin
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 15 ธ.ค. 2004
ตอบ: 1888

ตอบตอบเมื่อ: 20 พ.ค.2007, 6:26 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

วัดป่าประดู่
ถ.สุขุมวิท ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง 21000
โทรศัพท์ 038-655-420-1, 038-664-585
โทรสาร 038-655-422


วัดป่าประดู่ เป็นวัดที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ
ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามแนวนโยบายของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
 

_________________
-- การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง --
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง