Skip to content

Narrow screen resolution Wide screen resolution Increase font size Decrease font size Default font size default color green color orange color
หน้าหลัก arrow หนังสือธรรมะ arrow book_prayut arrow หัวใจพระพุทธศาสนา

หัวใจพระพุทธศาสนา PDF พิมพ์ ส่งอีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 4
แย่มากดีมาก 
พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
สารบัญบทความ
หัวใจพระพุทธศาสนา
ข้อความ
หน้า 3
หน้า 4
หน้า 5
หน้า 6
หน้า 7
หน้า 8
หน้า 9
หน้า 10
หน้า 11
หน้า 12
หน้า 13
หน้า 14
หน้า 15
หน้า 16

 

          จะพัฒนาศักยภาพของคนให้มีชีวิตแห่งปัญญา
ก็ต้องรู้จักธรรมชาติของชีวิตซึ่งจะทำหน้าที่ศึกษา

          ระบบการทำงานของชีวิตมนุษย์พิเศษต่างออกไปจากระบบการทำงานของรถยนต์ คือ แม้รถยนต์จะเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่มีชีวิต ไม่มีเจตจำนงหรือเจตนาจะเคลื่อนไหวไปทางไหน ต้องมีคนมาขับขี่บังคับ ลำพังตัวมัน องค์ประกอบทั้งหลายทั้งระบบทำงานเคลื่อนไหวอยู่อย่างนั้นๆ เท่าเดิม แต่ระบบการทำงานของมนุษย์ไม่อยู่ในวงจรเท่าเดิม มนุษย์มีเจตนจำนงหรือมีเจตนา มีคุณสมบัติพิเศษเช่นปัญญา เป็นต้น ทำให้การเคลื่อนไหวของชีวิตมนุษย์มีการปรับตัว ปรับปรุงพัฒนาระบบการทำงานของตัวมันเอง และจัดการกับสิ่งอื่นภายนอกได้ด้วย

          การทำงานขององค์ประกอบทั้งหลายของชีวิตมนุษย์ มีลักษณะพิเศษเรียกง่ายๆ ว่า เป็นระบบการเป็นอยู่ หรือ การดำเนินชีวิต ซึ่งเราต้องศึกษาให้เห็นองค์ประกอบเหล่านั้นทำงานสัมพันธ์กันในการที่มันจะเป็นอยู่ เจริญงอกงาม พัฒนาไป และจัดการกับสิ่งอื่นๆ ภายนอกให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

          ชีวิตมนุษย์ ที่เป็นอยู่หรือดำเนินไปทั้งระบบนี้ แยกองค์ประกอบได้ ๓ ส่วนใหญ่ คือ

          ๑. การเคลื่อนไหวติดต่อสัมพันธ์กับโลกภายนอก โดยใช้ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และการแสดงออกทางกายวาจา จะใช้คำภาษาสมัยใหม่ว่า " พฤติกรรม " ก็มีความหมายแคบไป ขอแต่งคำใหม่ว่า พฤติสัมพันธ์

          ๒. เบื้องหลังการติดต่อสัมพันธ์และพฤติกรรมที่แสดงออก มีกระบวนการทำงานของจิตใจ เริ่มตั้งแต่เจตจำนง (ความตั้งใจ) เพราะการติดต่อสัมพันธ์และพฤติกรรมที่แสดงออกของมนุษย์เกิดจากเจตนา คือมีความตั้งใจ จงใจ และแรงจูงใจ เป็นตัวกำหนดอีกชั้นหนึ่งว่าจะตั้งใจอย่างไร แรงจูงใจนี้มีทั้งฝ่ายชั่วและดี เช่น ความรัก ความโกรธ ความอยากรู้ ความลุ่มหลง ความเคารพ ความริษยา ความสุข ความทุกข์ใจ ซึ่งเป็นตัวกำหนด หรือ ชักจูงความตั้งใจนั้น เช่น เพราะอยากได้สุข จึงเคลื่อนไหวทำพฤติกรรมแบบนี้ เพราะอยากหนีทุกข์ จึงเคลื่อนไหวทำพฤติกรรมแบบนี้ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง คือกระบวนการของจิตใจ เป็นด้านที่ ๒ ในกระบวนการทำงานของชีวิต เรียกสั้นๆ ว่า จิตใจ

          ๓. การเคลื่อนไหวติดต่อสัมพันธ์ทำพฤติกรรมนั้น คนต้องมีความรู้ รู้เท่าไรก็ตั้งใจเคลื่อนไหว ทำพฤติกรรมได้เท่านั้น ถ้ารู้มากขึ้นการตั้งใจเคลื่อนไหวทำพฤติกรรมก็จะซับซ้อนและได้ผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น ถ้าไม่รู้เลยความตั้งใจทำพฤติกรรมก็ส่งเดชเรื่อยเปื่อย ฉะนั้นความรู้จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก เป็นแดนใหญ่ด้านหนึ่งของชีวิต ได้แก่ ปัญญา ถ้าเราพัฒนาปัญญา เราก็ขยายมิติและขอบเขตทั้งด้านจิตใจและพฤติกรรมออกไปทั้งหมด

          พฤติกรรมมนุษย์ที่พัฒนาออกเป็นกลุ่มเป็นหมู่รวมๆ กัน เป็นวัฒนธรรมและอารยธรรมนั้น เกิดจากเจตจำนงตามอำนาจแรงจูงใจ เช่นความปรารถนาที่จะเอาชนะธรรมชาติ ทำให้อารยธรรมตะวันตกเจริญมาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ นี่คือเจตจำนงด้านจิตใจ แต่เจตจำนงนั้นเกิดขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขของความรู้ความเข้าใจอะไรอย่างไร มีความเชื่อ ยึดถือ และคิดไปได้อย่างนั้นแค่นั้น แล้วตั้งเจตจำนงต่างๆ ที่จะทำพฤติกรรมภายในขอบเขตเท่านั้น เพราะฉะนั้น แดนปัญญา คือ ความรู้ จึงยิ่งใหญ่มาก

          ลักษณะสำคัญของกระบวนการดำเนินชีวิตของมนุษย์ คือการพัฒนาศักยภาพการดำเนินชีวิต ให้สามารถอยู่รอดได้อย่างดีงาม มีความสุขยิ่งขึ้น หรือ พัฒนาขึ้นไปสู่ความเป็นสัตว์ที่ประเสริฐยิ่งขึ้น จนถึงความเป็นพุทธะในที่สุด

          ตกลงว่า ชีวิตของมนุษย์ที่เป็นกระบวนการเคลื่อนไหวดำเนินไปท่ามกลางสิ่งแวดล้อม แยกเป็น ๓ ด้าน คือ

          ๑. พฤติสัมพันธ์ ๒. จิตใจ ๓. ปัญญา
นี่คือการแยกองค์ประกอบของชีวิตแบบหนึ่งตามหลักพระพุทธศาสนา เรามักติดอยู่แค่การแยก แบบกายกับใจ ซึ่งเป็นการแยกเพื่อความรู้เข้าใจ แต่เอามาใช้ปฏิบัติได้น้อย ถ้าเราจะนำพระพุทธศาสนามาใช้ในระดับปฏิบัติการ ในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนามนุษย์และสังคม ต้องก้าวมาถึงการแยกในระดับกระบวนการดำเนินชีวิต คือแยกเป็น ๓ ด้าน หรือ ๓ แดน อย่างนี้

          ถึงตอนนี้เราได้ครบแล้ว ในตัวอย่างเรื่องรถยนต์ที่แยกแยะ ๒ ระดับคือ แยกตอนจอดอยู่นิ่งๆ ให้เห็นว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้าง และแยกตอนทำงานคือวิ่งแล่นว่า มันทำงานอย่างไร แต่ในเรื่องชีวิตมนุษย์ เราแยกส่วน หรือ องค์ประกอบ ๓ ระดับ คือ

          ๑. แยกองค์ประกอบตามสภาพหรือในภาวะอยู่นิ่งเฉย (เช่นแยกเป็น รูป+นาม, กาย+ใจ, ขันธ์ ๕)

          ๒. แยกให้เห็นการทำงานของส่วนต่างๆ ในระบบวงจรความสัมพันธ์ (เช่น แยกแบบปฏิจจสมุปบาท)

          ๓. แยกให้เห็นระบบและกระบวนการดำเนินชีวิตที่ องค์ประกอบ ๓ ด้านมาร่วมกันขับเคลื่อนชีวิตให้เป็นอยู่ได้ดียิ่งขึ้นๆ ไปสู่จุดหมายที่จะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ (แยกเป็น ๓ ด้าน หรือ ๓ แดน คือ ด้านสัมพันธ์ภายนอก ด้านจิตใจ และด้านปัญญา)

 



แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 04 April 2008 )
 
< ก่อนหน้า   บทความถัดไป >
Advertisement

หนังสือแนะนำ

Advertisement

Top