หน้าหลัก

๑๐. พึงสละออกด้วยการให้ PDF พิมพ์ ส่งอีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 0
แย่มากดีมาก 
พระนิพนธ์ เรื่อง ตนอันเป็นที่รักยิ่งของตน

 

๐   การสละบริจาคที่ประกอบด้วยปัญญา
การสละบริจาคที่จะทำให้ไกลจากความโลภ ต้องเป็นการสละบริจาคที่ประกอบด้วยปัญญา มิใช่ประกอบด้วยความประมาทปัญญา
การสละบริจาคที่ประกอบด้วยประมาทปัญญา เป็นไปได้ความมุ่งหมายให้เกิดชื่อเสียงหน้าตา  ส่วนการสละบริจาคที่ประกอบด้วยความไม่ประมาทปัญญา  เป็นไปด้วยมุ่งไกลจากความโลภเปรียบดังการถูกไล่จับ  มุ่งให้การสละออกเป็นกำลังพาให้หนีไกลพ้นจากการถูกความโลภจับ

๐   การสละบริจาคต้องมุ่งเพื่อเอาชนะความโลภ
การสละบริจาคนั้น แม้จำเป็นต้องทำใจให้ประกอบด้วยความไม่ประมาทปัญญา คือต้องทำใจให้มุ่งเป็นการเอาชนะความโลภแต่เป็นความจำเป็นต้องทำใจเช่นนี้ในระยะเริ่มแรกเท่านั้นเพราะระยะเริ่มแรกของการสละบริจาค เป็นระยะที่จิตใจยังมีความเสียดายหวงแหนเป็นธรรมดา เมื่อสละบริจาคจนคุ้นเคยกับจิตใจ ใจอิ่มเอิบยินดีกับการสละบริจาคแล้ว  ความไม่ประมาทปัญญาก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับใจเป็นอัตโนมัติไม่ต้องมีการพยายามทำใจให้ประกอบด้วยความไม่ประมาทปัญญา

๐   ก่อนการสละบริจาคสิ่งใด ต้องพิจารณาให้รอบคอบด้วยปัญญา
ก่อนจะสละบริจาคสิ่งใด เพื่อผู้ใด เมื่อใด เมื่อนั้นผู้มีปัญญาไม่ประมาท จะพิจารณาด้วยเหตุผลและด้วยเมตตา  แม้เมื่อเริ่มปรารภการสละบริจาค  ใจจะปฏิเสธด้วยความรู้สึกหวงแหนเสียดาย  ความรู้สึกนั้นจะคลี่คลายเบาบางถึงหมดสิ้นได้ ถ้าใช้ปัญญาประกอบด้วยเมตตา  ทบทวนใคร่ครวญให้ได้เห็นความกระจ่างแจ้งประจักษ์ใจในความสมควรสละบริจาค  ให้เห็นคุณค่าที่จะได้รับอันยิ่งกว่าสิ่งที่จะสละไป  นั้นคือความไกลจากกิเลสคือความโลภ เป็นความไกลความสกปรกเศร้าหมอง  ที่ไม่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง
ปัญญาคือเหตุผลที่พึงยกขึ้นส่งเสริมจิตใจ  ให้สามารถสละบริจาคได้นั้นมีหลายระดับ  เช่นนึกถึงความมีเพียงพอจะสละได้ของตน  สิ่งที่จะสละได้ของตน  สิ่งที่จะสละบริจาคนั้นไม่จำเป็นแก่ตน  แต่จำเป็นแก่ผู้จะได้รับบริจาค

๐   ผู้สละบริจาคเสวยผลทั้งชาตินี้และเมื่อละชาตินี้แล้ว
การสละบริจาคเป็นบุญ โดยเฉพาะสละสิ่งซึ่งอยากได้  ผลของการสละบริจาคจึงเป็นบุญเช่นกัน  เพราะผลย่อมตรงต่อเหตุ เหตุดี...ผลดี  เหตุชั่ว...ผลชั่ว  ทำอย่างใดย่อมได้อย่างนั้น
ผลของการสละบริจาคนั้น  ผู้รับจะได้เพียงในชาตินี้  แต่ผู้บริจคจะเสวยผลทั้งในชาตินี้และเมื่อละชาตินี้ไปแล้ว

๐   พระพุทธองศ์ทรงสอนให้ปฏิบัติทั้งทาน  ศีล ภาวนา
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ปฏิบัติพร้อม ทั้งทาน ศีล ภาวนา ทานและจาคะการสละบริจาคมีผลที่ยิ่งใหญ่ คือสามารถยังให้หนีไกลจากกิเลสกองโลภได้เป็นลำดับ  ตามกำลังของการสละที่สำคัญที่สุดคือ  การสละความปรารถนาทั้งปวง

๐   สละออกได้เท่าใด  ก็ไกลจากความโลภเพียงนั้น
ความสละความโลภ สามารถยังความเย็นให้เกิดแก่จิตใจได้เป็นอันมาก เพราะความโลภเป็นความร้อน  ใจไกลจากความโลภเพียงไร  ใจก็เย็นได้เพียงนั้น
ความโลภเป็นความร้อน...จริงแน่
ความสละบริจาคเป็นทางพาให้ไกลจากความร้อนของความโลภ..จริงแน่
ไม่เช่นนั้น พระพุทธเจ้าย่อมไม่ทรงสอนให้สละบริจาคเพื่อไกลจากความโลภ

๐   พึงสละออกด้วยการให้
พุทธศาสนสุภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ แปลความว่า...
“พึงนำ (สมบัติ) ออกด้วยการให้  วัตถที่ให้แล้วย่อมเป็นอันนำออกดีแล้ว วัตถุที่ให้แล้วย่อมมีสุขเป็นผล  ส่วนวัตถุที่ยังไม่ได้ให้ ก็ไม่เป็นอย่างนั้น


จำนวนอ่าน: 197

Be first to comment this article
RSS comments

แสดงความคิดเห็น
  • 1. กรุณาใช้ถ้อยคำที่สุภาพ.
  • 2. e-mail ถ้าไม่มี ก็ปล่อยว่างไว้
ชื่อ *:
E-mail
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ข้อความ *:



ใส่รหัสตัวเลข(ก่อนส่ง)*:* Code

Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6
AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com
All right reserved

 
< ก่อนหน้า   บทความถัดไป >
Advertisement

www.dhammajak.net
ธรรมจักร :: เว็บธรรมะออนไลน์