|
๐ การสละบริจาคที่ประกอบด้วยปัญญา การสละบริจาคที่จะทำให้ไกลจากความโลภ ต้องเป็นการสละบริจาคที่ประกอบด้วยปัญญา มิใช่ประกอบด้วยความประมาทปัญญา การสละบริจาคที่ประกอบด้วยประมาทปัญญา เป็นไปได้ความมุ่งหมายให้เกิดชื่อเสียงหน้าตา ส่วนการสละบริจาคที่ประกอบด้วยความไม่ประมาทปัญญา เป็นไปด้วยมุ่งไกลจากความโลภเปรียบดังการถูกไล่จับ มุ่งให้การสละออกเป็นกำลังพาให้หนีไกลพ้นจากการถูกความโลภจับ ๐ การสละบริจาคต้องมุ่งเพื่อเอาชนะความโลภ การสละบริจาคนั้น แม้จำเป็นต้องทำใจให้ประกอบด้วยความไม่ประมาทปัญญา คือต้องทำใจให้มุ่งเป็นการเอาชนะความโลภแต่เป็นความจำเป็นต้องทำใจเช่นนี้ในระยะเริ่มแรกเท่านั้นเพราะระยะเริ่มแรกของการสละบริจาค เป็นระยะที่จิตใจยังมีความเสียดายหวงแหนเป็นธรรมดา เมื่อสละบริจาคจนคุ้นเคยกับจิตใจ ใจอิ่มเอิบยินดีกับการสละบริจาคแล้ว ความไม่ประมาทปัญญาก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับใจเป็นอัตโนมัติไม่ต้องมีการพยายามทำใจให้ประกอบด้วยความไม่ประมาทปัญญา ๐ ก่อนการสละบริจาคสิ่งใด ต้องพิจารณาให้รอบคอบด้วยปัญญา ก่อนจะสละบริจาคสิ่งใด เพื่อผู้ใด เมื่อใด เมื่อนั้นผู้มีปัญญาไม่ประมาท จะพิจารณาด้วยเหตุผลและด้วยเมตตา แม้เมื่อเริ่มปรารภการสละบริจาค ใจจะปฏิเสธด้วยความรู้สึกหวงแหนเสียดาย ความรู้สึกนั้นจะคลี่คลายเบาบางถึงหมดสิ้นได้ ถ้าใช้ปัญญาประกอบด้วยเมตตา ทบทวนใคร่ครวญให้ได้เห็นความกระจ่างแจ้งประจักษ์ใจในความสมควรสละบริจาค ให้เห็นคุณค่าที่จะได้รับอันยิ่งกว่าสิ่งที่จะสละไป นั้นคือความไกลจากกิเลสคือความโลภ เป็นความไกลความสกปรกเศร้าหมอง ที่ไม่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง ปัญญาคือเหตุผลที่พึงยกขึ้นส่งเสริมจิตใจ ให้สามารถสละบริจาคได้นั้นมีหลายระดับ เช่นนึกถึงความมีเพียงพอจะสละได้ของตน สิ่งที่จะสละได้ของตน สิ่งที่จะสละบริจาคนั้นไม่จำเป็นแก่ตน แต่จำเป็นแก่ผู้จะได้รับบริจาค ๐ ผู้สละบริจาคเสวยผลทั้งชาตินี้และเมื่อละชาตินี้แล้ว การสละบริจาคเป็นบุญ โดยเฉพาะสละสิ่งซึ่งอยากได้ ผลของการสละบริจาคจึงเป็นบุญเช่นกัน เพราะผลย่อมตรงต่อเหตุ เหตุดี...ผลดี เหตุชั่ว...ผลชั่ว ทำอย่างใดย่อมได้อย่างนั้น ผลของการสละบริจาคนั้น ผู้รับจะได้เพียงในชาตินี้ แต่ผู้บริจคจะเสวยผลทั้งในชาตินี้และเมื่อละชาตินี้ไปแล้ว ๐ พระพุทธองศ์ทรงสอนให้ปฏิบัติทั้งทาน ศีล ภาวนา พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ปฏิบัติพร้อม ทั้งทาน ศีล ภาวนา ทานและจาคะการสละบริจาคมีผลที่ยิ่งใหญ่ คือสามารถยังให้หนีไกลจากกิเลสกองโลภได้เป็นลำดับ ตามกำลังของการสละที่สำคัญที่สุดคือ การสละความปรารถนาทั้งปวง ๐ สละออกได้เท่าใด ก็ไกลจากความโลภเพียงนั้น ความสละความโลภ สามารถยังความเย็นให้เกิดแก่จิตใจได้เป็นอันมาก เพราะความโลภเป็นความร้อน ใจไกลจากความโลภเพียงไร ใจก็เย็นได้เพียงนั้น ความโลภเป็นความร้อน...จริงแน่ ความสละบริจาคเป็นทางพาให้ไกลจากความร้อนของความโลภ..จริงแน่ ไม่เช่นนั้น พระพุทธเจ้าย่อมไม่ทรงสอนให้สละบริจาคเพื่อไกลจากความโลภ ๐ พึงสละออกด้วยการให้ พุทธศาสนสุภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ แปลความว่า... “พึงนำ (สมบัติ) ออกด้วยการให้ วัตถที่ให้แล้วย่อมเป็นอันนำออกดีแล้ว วัตถุที่ให้แล้วย่อมมีสุขเป็นผล ส่วนวัตถุที่ยังไม่ได้ให้ ก็ไม่เป็นอย่างนั้น จำนวนอ่าน: 197
Powered by AkoComment Tweaked Special Edition v.1.4.6 AkoComment © Copyright 2004 by Arthur Konze - www.mamboportal.com All right reserved |