Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 ทำแท้งบาปมากมั้ยหนอ (พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ) อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2063

ตอบตอบเมื่อ: 30 มี.ค.2006, 10:55 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ เมื่อครั้งเดินทางไปเผยแผ่ธรรม
ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มลรัฐแมรีแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา



ทำแท้งบาปมากมั้ยหนอ
บรรยายโดย พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ

สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี)
ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา



ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นบรมครูของมนุษย์และเทวดา ขอน้อมกราบไหว้พระธรรมพระสัมมา ประเสริฐเลิศในโลกาจะหาสิ่งใดปาน ขอน้อมบูชาสักการะแด่พระสงฆ์ ผู้ดำรงพระธรรมวินัยศีลาสมาจาร ปฏิบัติตัดสงสารสู่นิพพานพ้นวัฏฏะภัย ขอบูชาน้ำใจดีน้ำใจอันประเสริฐ ที่เกิดขึ้นในดวงจิตทุกท่านผู้กำลังคิดดี พูดดี ทำดีในขณะนี้

ขอเจริญพรมายังญาติโยมสมาชิกสายบุญทั่วทุกสารทิศทุกจังหวัด ขอให้เจริญอยู่ในศีล สมาธิ และปัญญา ขอให้เจริญในธรรมอันประเสริฐ มีจิตใจมั่งคงอยู่ในการละบาป บำเพ็ญบุญ รักษาศีลปฏิบัติ ทุกข์หนักให้เบา ทุกข์เบาให้สิ้นไป มีกำลังใจประพฤติธรรมตัดเวรกรรมและมารภัย และขอให้มีความสุขสงบสว่างสะอาดบริสุทธิ์ทุกท่านเทอญ

สำหรับวันนี้มีโอกาสอีกวันหนึ่งมาให้ธรรมทานมอบอมตธรรมให้ อันบาปอกุศลเป็นมลทินความเศร้าหมองอย่างหนึ่ง ที่ใครทำเข้าแล้ว มีมากๆ แล้วเป็นความเสื่อมราศีของชีวิต บาปที่ทำแล้วด้วยความตั้งใจจะเป็นผลเสมอไป ไม่วันใดก็วันหนึ่งต้องตามส่ง บาปที่ทำแล้วจะไม่มีผลนั้นเป็นอันไม่มี

มลา เว ปาปกา ธมฺมา อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ
บาปธรรมเป็นมลทินแท้ ทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกอื่น
ขุ.ธ.๒๕/๔๗


อันบาปกรรมชั่วร้ายทำลายสิ้น
เป็นมลทินเศร้าหมองไม่ผ่องใส
ทั้งโลกนี้โลกอื่นหมื่นโลกัย
ทำบาปไว้บาปชั่วก็พัวพัน
บาปอัปรีย์มีอยู่รู้กับจิต
มันตามติดแทรกซ้อนไม่ผ่อนผัน
ทุกภพชาติเกิดดับทุกกัปกัลป์
จะโศกสันต์สิ้นสุขทุกเวลา


ขึ้นชื่อว่า “บาป” แล้วนั้น มันไม่กลัวใครและทันสมัยอยู่เสมอ บาปนั้นยังมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย มีเวลาที่จะตามติดส่งผลในชาตินี้บ้าง อนาคตบ้าง บาปไม่กลัวว่า เราจะมีอำนาจมีเงินมากเงินน้อย บาปไม่กลัวว่า เราจะเป็นพระธรรมดาหรือจบเปรียญ ๙ ประโยคเป็นมหา บาปไม่กลัวว่า เราจะเป็นพระลูกวัดหรือเจ้าอาวาส บาปไม่กลัวว่า เราจะเป็นพระครูหรือเจ้าคุณ

บาปนี้ยังไม่ตาย คือ ยังไม่เสื่อมจากโลก บาปยังให้ผลร้ายแก่ผู้ทำบาป ทุกคนจงโปรดทราบ จงหยุดทำบาปเสียก่อนตาย หยุดทำบาปเดี๋ยวนี้ โอกาสมีที่จะแก้ตัวให้ไปสวรรค์ได้ หยุดทำบาปให้ทันควัน อย่าดื้อรั้นจนสายเกินไป และอย่าดูถูกบาปกรรมจำนวนน้อย จะไม่ต้อยตามต้องสนองผล แม้นตุ่มน้ำเปิดหงายรับสายชล ย่อมเต็มล้นด้วยอุทกที่ตกลง ผู้ไม่รู้ทำแต่บาปนั้นอยู่บ่อยๆ ทีละน้อยทำไปด้วยใจหลง ย่อมเต็มด้วยบาปนั้นอย่างมั่นคง บาปนำส่งสู่นรกอเวจี บาปนำส่งให้ทนทุกข์ทรมาน

ขอปรารภธรรมเรื่องการทำแท้ง..... มนุษย์นี้เป็นคนใจสูง มนูมนุษย์ มาจากคำว่า คนใจสูง ใจสูงในลักษณะเชิงกล้า คือ กล้าทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว ตอนไหนที่มีกำลังใจกล้าในการทำความดี ก็สามารถทำความดีได้มากมาย เงินทองเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นที่หามาได้โดยกำลังของตนเอง ก็สละออกไปได้ กล้าทำบุญในการให้ทาน เคยทาปากทาแป้งติดสุขติดสบายในบ้านในเรือน ตอนศรัทธากล้าก็อดข้าวตอนเย็นได้ อดทาปากทาแป้งตกแต่งประดับประดา มาถือศีล ๘ ได้เฉย บางครั้งก็ถือศีลอดได้ ๕ วัน ๗ วันไม่ทานข้าว นั่งสมาธิเคยนั่งได้ ๒๐–๓๐ นาที ก็ลุก แต่ตอนใจกล้าก็อดทนนั่งถึง ๑๓ ชั่วโมง จึงลุก กล้าเก็บตัวเงียบไม่ไปไหนมาไหน เหมือนหลวงพ่อเจ้าคุณนรฯ วัดเทพศิรินทร์ อยู่แต่ในวัดหลายสิบปี กล้าฝึกจิตตัวเองไม่ออกไปไหน นี่คือจิตที่กล้าในการสร้างบารมีที่มีกำลังใจเมื่อศรัทธาเกิด

ส่วนในทางบาปก็กล้า
ฆ่าได้ตั้งแต่กุ้งหอยปูปลา หมูหมาเป็ดไก่ ช้างม้าวัวควาย แม้สัตว์จะร้องโอดโอยควาญครางทุรนทุราย ก็ไม่ใส่ใจ ไร้เมตตาปราณี อย่าว่าแต่สัตว์เลย แม้นคนพนมมือนั่งคุกเข่าอ้อนวอนอย่าฆ่าผมนะ ก็ยังยิงเปรี้ยง นี่คือความกล้าทำบาป ลูกตัวเองก็ยังกล้าฆ่า แม้แต่พระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์มีความดีมากก็ยังจะฆ่า ถ้าเหาะไปฆ่าเทวดาได้ก็คงจะไป

เรื่องการฆ่า การเบียดเบียนชีวิต การทำแท้งนั้น ต่อไปคอยดูเถอะโยม !! จะมีอีกเยอะเพราะคนห่างวัด ห่างศีล ห่างธรรมกันมาก เมื่อก่อนนี้ผู้ชายจะไปแต่งงานกับผู้หญิง ก็ต้องดูใจกัน มีความรับผิดชอบ มีการระวังตัวกลัวความชั่ว ฝ่ายผู้หญิงจะไปเที่ยวที่ไหนก็มีพ่อแม่หรือพี่น้องตามไปด้วย ไม่ไปคนเดียว จะจีบกันจะคุยกันก็ระวังตัว กลัวผิดประเพณี กลัวผิดศีลผิดธรรมน่าเกลียดน่าตำหนิ มีความเกรงใจต่อคนอื่นมาก ต่อพ่อแม่มาก ต่อประเพณีมาก กลัวเสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลบ้าง ก็เลยเกิดเป็นผลดี

ตอนนี้ไม่มีความเกรงใจ เพราะเชื่อว่าล้าสมัยแล้วสำหรับความเกรงใจ ต้องทันสมัยไว้ก่อน ไปไหนไปสองคนได้ ไม่ต้องมีใครมาช่วยสอดส่องดูแลรักษาเนื้อรักษาตัวหรอก เขาดูแลตัวเองได้ เมื่อไฟกับน้ำมันอยู่ใกล้กัน ก็อดที่จะลวนลามเสียมิได้ ก็เลยเกิดเสียเนื้อเสียตัวตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ เมื่อตั้งท้องไม่มีพ่อแล้วจะให้ทำอย่างไร ?? เพราะกลัวอับอายขายหน้า ก็เลยต้องทำแท้ง


(มีต่อ ๑)
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2063

ตอบตอบเมื่อ: 30 มี.ค.2006, 1:35 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เมื่อทำแท้งแล้วก็ต้องใช้กรรม ตอนสนุกนี้ไม่ต้องพูดถึงนะ ตอนทำแท้งนี้ไม่ต้องพูดถึงนะ แต่มาพูดถึงตอนที่ทำแท้งไปแล้วนั้น ต้องรับวิบากกรรมนี่สิ มันเจ็บปวดรวดร้าวทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนทำก็อ้างโน่นอ้างนี่ได้ แต่พอทำบาปไปแล้วอ้างไม่ได้ ขึ้นชื่อว่าการฆ่าแล้วมีผลเป็นความทุกข์ทั้งนั้น

โรงพยาบาลเป็นสถานที่สร้างบุญของหมอและพยาบาล ได้ช่วยเหลือคนเจ็บคนป่วยคนไข้ คนเดือดร้อนวุ่นวายมีทุกข์ในสังขาร แต่บางส่วนหมอหรือพยาบาลนี่แหละ โดนจ้างให้ทำแท้งเพื่อสนองเจตนาสาวๆ ที่ต้องการรีดลูกออก ซึ่งบางครั้งก็ทำกันในโรงพยาบาลบ้าง ทำที่อื่นบ้าง คนอยู่ห่างวัดห่างธรรมะเขาไม่กลัวบาปเลย เห็นว่าการฆ่าคนก็เหมือนการฆ่าสัตว์ ไม่เห็นบาปตรงไหน ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหนเลย ทำบ่อยๆ เข้าก็เคยชินติดเป็นนิสัย เรียนจบสูงๆ แต่ไม่กลัวบาปเลย เพราะอยู่ใกล้คนพาลเสียแล้ว คือ คนรอบข้างไม่มีใครกลัวบาป ตัวเองก็เลยไม่รู้จะกลัวบาปไปทำไม ก็เผลอไปสิ แต่พอบาปอกุศลตามมาส่งผล ต้องทนทุกข์ทรมานวินาศวอดวาย อยู่แล้วก็ไม่เจริญรุ่งเรือง เหมือนมีอะไรคอยตามติดทวงหนี้ตลอดเวลา

สายตาที่มองไม่ไกล มองไม่เห็นหรอกว่าบาปมีบุญมี รู้แต่ว่าอะไรสนุกแค่นั้น ฝ่ายโยมผู้หญิงโดยเฉพาะสาวๆ วัยรุ่นก็คิดว่าจะกลัวบาปไปทำไม ขนาดพระนุ่งห่มผ้าเหลืองๆ ยังไม่กลัวบาป แต่ไม่ได้นึกถึงพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบกลัวบาปก็ยังมี ยิ่งเรานึกถึงผู้มีบุญ ใจก็ยิ่งเป็นบุญไปด้วย ยิ่งเรานึกถึงคนชั่วคนบาป เราจะไม่กลัวบาปเลย จิตมันจะซึมซับความไม่ดีมาสู่จิตของเรา เหมือนกระดาษทิชชูซับน้ำ

ในต่างจังหวัด พอสองสามเดือนตั้งท้องแล้วทำแท้ง จะเอาซากศพเด็กที่ทำแท้ง มาใส่เครื่องปั่นบดให้เละแล้วเอาไปทิ้งในชักโครก โอ้โห !!! โยม ใครจะโหดเหี้ยมเท่ามนุษย์มนา เห็นการทำบาปเป็นเรื่องปกติเฉย เหมือนกับการหั่นผักหั่นปลาที่ตายแล้ว มันไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย เพราะถือว่าแม่เขายังเอาเด็กออก เราก็ช่วยเขา เราไม่ได้ตั้งใจฆ่า

การทำแท้งเพราะไม่พร้อมจะมีลูก จึงแคร์สังคม แคร์คนอื่น แคร์คนรอบข้าง แคร์ลมปากคน กลัวการติฉินนินทา เมื่อกระทำแล้วต้องชดใช้กรรม โดยไม่มีใครแม้แต่ผู้เดียวจะช่วยแบ่งเบาภาระ หรือแบ่งเบากรรมของเราได้เลย บางทีพอทำแท้งปุ๊บ เสียใจขึ้นมา บ่นว่าไม่น่าทำเลย

พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่า “ทำสิ่งใดแล้วเดือดร้อนใจภายหลัง สิ่งนั้นไม่ดี” เราไม่ควรทำสิ่งที่ทำให้เดือดร้อนใจในภายหลัง เพราะเมื่อทำไปแล้วเป็นความเสื่อมของชีวิตติดตามมา

กรรมใครก็กรรมท่าน กรรมใดที่ใครก่อ กรรมนั้นหนอตอบสนอง เป็นไปตามครรลอง ตามกฎของคำว่ากรรม ทำชั่วต้องมั่วทุกข์ ทำดีถูกสุขหนาหนำ กรรมใดที่ใครทำ ผลของกรรมจะตามไป

ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย
การสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้
ขุ.ธ.๒๕/๓๐


คนทำบาปหยาบคายจะไร้สุข
มีแต่ทุกข์เที่ยงแท้แน่หนักหนา
สะสมบาปบาปกลับประทับตรา
ลงอาญาตามกฎกำหนดกรรม
ใครจะช่วยใครได้เป็นภัยบาป
ละเอียดหยาบตรองตรึกให้ลึกล้ำ
รู้ว่าบาปชั่วช้าอย่ากระทำ
จงฟังคำพระเถิดประเสริฐเอย


แม้แต่คนที่พาผู้หญิงท้องไปทำแท้งก็มีส่วนบาปด้วยเช่นกัน เพราะมีส่วนยินดีสนับสนุนการทำแท้ง เวลากรรมมาล้างผลาญ อ้อนวอนไปเถอะ เทวดาอินทร์พรหมยมยักษ์ ให้ท่านช่วยคุ้มครอง ไม่มีทางเลยเพราะกรรมนี้ต้องชำระด้วยหนี้ หนี้ชำระด้วยหนี้ นี่คือความกล้าของมนุษย์ ใจโหดเหี้ยมอำมหิต

แม่ฆ่าลูก เมื่อแม่มีดวงจิตที่ฆ่าลูกได้ ต่อไปลูกก็ฆ่าแม่ได้ฆ่าพ่อได้ ศิษย์ฆ่าครูบาอาจารย์ได้ มีข่าวปรากฏให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ บ่อยๆ โยมดูสัตว์ซิ !! “กิ้งก่า” พอมันออกไข่แล้ว มีคนเดินเข้าไปใกล้ มันก็จะวิ่งขึ้นต้นไม้แล้วหันหัวกลับมาข้างล่างเพราะมันเป็นห่วงไข่ ไข่แต่ละฟองกว่าจะออกมาได้ต้องเบ่งแล้วเบ่งอีก พอคนเดินผ่านไปปุ๊บ มันก็วิ่งลงมา เอาดินเอาใบไม้ใบหญ้ากลบไข่ของมัน เห็นอย่างนี้แล้วก็พาให้นึกถึงแม่

ดวงใจแม่สะอาดแท้กว่าทุกสิ่ง
ดวงใจแม่สะอาดยิ่งกว่าสิ่งไหน
ดวงใจแม่สะอาดเกินกว่าสิ่งใด
ดวงใจแม่มีไว้เพื่อลูกเอย


ความทุกข์ของลูก คือ ความเจ็บปวดของแม่ ความสุขของลูก คือ ความชุ่มชื่นของแม่ นี่คือแม่จริงๆ วิญญาณแม่เป็นแบบนี้ แต่แม่ที่ฆ่าลูกแม่ที่ทำลายลูกนั้น ไม่ใช่ “แม่” หรอก แต่เป็นเจ้ากรรม เป็นยักษ์เป็นมาร และเป็นบาปของลูกในอดีตที่ทำไม่ดีไว้กับพ่อกับแม่ ก็เลยได้ไปเกิดในท้องของแม่ใจยักษ์ แม่ใจมาร

พอแม่เบียดเบียนลูกปุ๊บ พอแม่ฆ่าลูกปุ๊บ กรรมของเด็กก็หมดที่ได้ชดใช้ เมื่อกรรมออกจากเด็กแล้ว กรรมก็ไปหาผู้เป็นแม่ต่อไป แม่ต้องชดใช้ต่ออีกเป็นลูกโซ่ ลูกที่ไปเกิดในท้องแม่ที่ไม่ดีก็เพราะเคยทำบาปกรรมไม่ดีไว้กับพ่อแม่ ทรมานน้ำใจพ่อแม่ในอดีต ก็เลยไปเกิดในท้องของแม่ใจยักษ์ใจมาร



(มีต่อ ๒)
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2063

ตอบตอบเมื่อ: 30 มี.ค.2006, 3:08 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

การทำแท้ง เบื้องต้นบาปก็เกิดที่ตัวแม่เพราะแม่ยินยอมให้เขาทำแท้ง บาปที่สองต่อมาก็คือตัวหมอ ฆ่าคนแรกก็หวาดเสียวบ้างแต่ไม่เห็นบาปส่งผล พอคนที่สองก็หวาดเสียวบ้าง แต่ก็ยังไม่เห็นบาปส่งผลอีก ได้แต่เงิน การฆ่าสัตว์ ๑๐๐ ตัว ฆ่าปลา ๑๐๐ ตัว ฆ่าสุนัข ๑๐๐ ตัว ฆ่าควาย ๑๐๐ ตัว ถึงจะบาป แต่บาปไม่เท่ากับการฆ่าคนเพียง ๑ คนหรอกนะโยม

บาปไม่มีตัวตน แต่มันมีฤทธิ์มีเดชมีอานุภาพถ้าทำบ่อยๆ ทำบาปครั้งสองครั้งแล้วบาปยังไม่ส่งผล เพราะบุญกุศลรักษา แต่ถ้าทำบาปบ่อยๆ บาปกรรมที่เคยเบาบางก็หนักหนายิ่งขึ้นๆ เริ่มผลิดอกออกผล

ส่วนผู้เป็นแม่ตอนตั้งท้องก็ไม่อยากมีลูก ยังไม่พร้อมก็เลยทำแท้งเสีย พอตอนมีลูกจริงๆ ลูกก็ผลาญสมบัติเลยทีนี้ พ่อแม่มีปากก็พูดไม่ได้ห้ามไม่ฟัง สมบัติที่ได้มาก็พินาศวอดวายหมดสิ้นไป เดี๋ยวก็เรื่องโน้น เดี๋ยวก็เรื่องนี้ ทำอะไรก็เหมือนกับมีอะไรมีใครมาปิดบังหน้าปิดบังตา ไม่เห็นความดี ทำความดีแล้วเหมือนไม่เห็นผลเลย

ให้รู้เถิดว่า นั่นแหละคือกรรมมาบังหน้าบังตาเราไว้ ทำความดีเท่าไหร่คนอื่นมองไม่เห็นเลย เพราะกรรมมาบังไว้จนกว่าจะได้ชดใช้ ถ้าโยมรีบทำความดี ความดีเพิ่มมากขึ้นๆ บาปกรรมก็ลดลงๆ แต่ในอนาคตอย่างน้อยพอไปเกิดในท้องแม่ ก็จะต้องโดนแม่รีดทำแท้งออกอีก เพื่อไม่ให้ได้เกิดมา ๗ ชาติเป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าไม่ได้สร้าง “ความดี” เพิ่มมากขึ้นๆ ก็อีก ๕๐๐ ชาติเป็นกำหนด เหมือนตอนนี้ขณะนี้ที่มีอีกหลายๆ จิตวิญญาณที่รอจะเกิด แล้วยังไม่ได้เกิดมากมายเหลือเกิน

การเกิดเป็นคนต้องมีบุญมาก ถ้าบุญไม่ส่งแล้วเกิดเป็นคนไม่ได้ แต่พอได้มาเกิดเป็นคนแล้วก็ยังประมาทอีก หลงลืมตัวมัวเมาอีก มนุษย์หนอมนุษย์ช่างสับสนวุ่นวาย ในบางครั้งไม่อยากทำบาปแต่ก็ต้องทำ

อาตมาได้มีโอกาสสนทนากับแม่ชีท่านหนึ่ง ท่านสารภาพหมดเลยว่า ตอนที่ยังไม่ได้บวชชี เคยทำแท้งมา ๓ ครั้ง ชีวิตเคยเล่นไพ่เล่นไฮโล ดื่มเหล้าทำมาหมดเลย ต่อมาบ้านแตกสาแหรกขาด พินาศวอดวายปั่นป่วน สามีมีชู้มีเมียน้อย เงินทองที่ได้มาจากการพนันไม่เคยทำให้ใครร่มเย็นเป็นสุขอยู่นานเลย มีเงินซื้อบ้านกี่หลังก็ตามบ้านนั้นพินาศหมด

พร้อมกันนี้ได้มีญาติโยมสายบุญหลายๆ ท่าน แจ้งมายังอาตมาว่า หลังจากทำแท้งมาแล้ว ได้รับความทุกข์แสนสาหัสมาก วุ่นวายสับสนเดือดร้อนไปหมด

ฤทธิ์แห่งบาปไม่มีตัวตนเหมือนนั่งวัวนั่งควายนั่งช้างมา แต่มีอิทธิพลแก่ดวงจิตเหลือเกิน จริงๆ นะ แต่บุญของแม่ชีท่านนี้คงพอจะยังมีอยู่ ท่านมีเพื่อนบ้านชวนไปวัด ท่านได้ฟังพระเทศน์แล้วขนลุกขนพอง เกิดความศรัทธาเลื่อมใส ได้มาถือศีลวันอาทิตย์บ้าง วันพระบ้าง ไปๆ มาๆ จนได้มาบวชชีถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ท่านเป็นสุขแจ่มใสยิ้มได้แล้ว นี้คืออานิสงส์ของการทำความดีให้เหนือความชั่ว ไม่ว่าความชั่วจะมากน้อยขนาดไหน ถ้าทำความดีมากยิ่งขึ้นๆ ด้วยการประพฤติธรรม ถือศีล ๕ ศีล ๘ ความชั่วจะลดลงคลายลง แต่บาปกรรมชั่วยังไม่หมดสิ้นไป เพียงแต่เบาบางลงน้อยลงเท่านั้น

ผลจากการทำทาน ถวายสังฆทาน ไม่สามารถทำให้กรรมที่เกิดจากการทำลายชีวิต ฆ่าสัตว์ ฆ่าคน หมดไปได้เลย อกุศลกรรมอันเกิดจากการทำลายชีวิต ฆ่าสัตว์ ฆ่าคนนั้น จะน้อยลงเบาบางลงได้ ก็ต่อเมื่อประพฤติธรรมรักษาศีล ๕ ในวันธรรมดา ศีล ๘ ในวันพระ หรือถือศีลปฏิบัติไปตลอดชีวิต จึงจะมีผลกุศลที่แรงมาก เพราะการถือศีล ๕ ยังมีสิทธิไปสวรรค์ไปสุขคติมีความเจริญได้ ถ้าทำความดีให้มากกว่าความชั่ว ส่วนการแก้กรรมนี้แก้ยากมาก

ทำแท้งชั่วโมงเดียวเสร็จ วันเดียวเสร็จ แต่ผลกรรมรับวันเดียวไม่ได้เลย รับวันเดียวไม่เสร็จเลย นี่คือพยานในการสร้างบาปว่า การทำลายชีวิต ฆ่าสัตว์ ฆ่าคน มันมีผลเผ็ดร้อนจริงๆ

“อปุตตกเศรษฐี” ตอนสมัยพุทธกาลฆ่าลูกของพี่ชาย เพราะมีเหตุมาจากทรัพย์สมบัตินั่นเอง เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งเด็กน้อยที่เป็นลูกของพี่ชาย มักจะไปไหนมาไหนกับเศรษฐีผู้เป็นอาอยู่เสมอ และพอเห็นอะไรก็จะพูดว่า ยานนี้เป็นของบิดาของฉัน โคนี้ก็ของบิดาเหมือนกัน ตอนนั้นเศรษฐีคิดว่าขนาดเป็นเด็กยังพูดแบบนี้ ถ้าโตขึ้นทรัพย์สมบัติต่างๆ คงเป็นของมันหมด เมื่อคิดดังนี้จึงพาเด็กน้อยไปที่ป่าแห่งหนึ่ง แล้วบีบคอเด็กจนขาดใจตาย ทิ้งศพไว้ในป่านั่นเอง !!

ตอนหลังคฤหบดีผู้เป็นเศรษฐีก็ทำทานตลอดเพราะกลัวนรก พอสิ้นชีวิตก็ไปลงนรก คือ แค่ทำทานไม่พ้นนรก พอพ้นจากนรกแล้วก็มาเกิดเป็นมหาเศรษฐี แต่ไม่ทำบุญให้ทานเหมือนเดิม ลืมความดีเก่าเพราะไม่ได้ฟังคำสอนพระพุทธองค์ ไม่ได้ฝึกปฏิบัติ ทำความดีแล้วทำไม่ต่อเนื่อง พอรวยแล้วเห็นการทำบุญทำทานไม่มีความหมายเลย ก่อนสิ้นชีวิตไม่มีบุตรสักคนมารับมรดก มรดกจึงถูกขนเข้าสู่พระคลังหลวง ตกเป็นของพระราชาไป พอเกิดมาชาติที่ ๒ ก็เป็นมหาเศรษฐีอีกจนกระทั่งถึงชาติที่ ๖ เป็นมหาเศรษฐีตลอดโดยไม่ต้องทำบุญทำทานเลยใน ๖ ชาตินี้ มีความร่ำรวยตลอดแต่ไม่มีบุตรสักคน ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า อปุตตกเศรษฐี เศรษฐีที่ไม่มีบุตร นี่ก็เพราะอกุศลกรรมที่ได้เคยฆ่าลูกของคนอื่นไว้

การฆ่าลูกของตนเองก็มีบาปมากเช่นเดียวกัน คือ บางคนพอมีลูกอยู่ในท้องก็ฆ่าปุ๊บ ทันทีที่วิญญาณของลูกออกจากร่าง ก็จะมาจับปฏิสนธิมาเกิดใหม่กับแม่คนเดิมนั่นแหละ ซึ่งพอถือกำเนิดเกิดขึ้นมาแล้วก็คอยตามล้างตามผลาญ ผลาญทรัพย์สมบัติของพ่อแม่ให้เดือดร้อนวุ่นวายไปหมดเลย


ที่อาตมาพูดมาทั้งหมดนี้ อย่าพึ่งเชื่อนะโยม บุคคลผู้มีศรัทธาที่เคยเป็น “เทวดา” มาในอดีตชาติ ถ้าพูดเรื่องบาปบุญคุณโทษแล้วจะเชื่อมาก แล้วรีบทำความดีฟังพระธรรมแบบไม่รู้จักเบื่อจักหน่าย คือ เป็นนิสัยเก่าที่เคยทำความดีจนติดนิสัยมา ไปสวรรค์แล้วเศษบุญยังหลงเหลือได้มาเกิดในเมืองมนุษย์ จึงเป็นเหตุให้ทำความดีได้ง่าย

แต่คนที่ไม่เชื่อบาปบุญคุณโทษมีนิสัยที่ดื้อรั้นนั้น ไม่ว่าจะชักจูงโดยยกเหตุผลใดๆ ก็ไม่เชื่อเพราะคิดว่าพระหลอก พระพูดเอานรกมาขู่อย่างนั้นเอง แต่พอได้ประสบผลอกุศลวิบากด้วยตนเองแล้ว จึงจะประจักษ์แจ้งเชื่อเต็มร้อย


(มีต่อ ๓)
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2063

ตอบตอบเมื่อ: 30 มี.ค.2006, 3:52 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขอยกตัวอย่าง พระมหา ๖ ประโยครูปหนึ่ง ท่านอาบัตินั่น อาบัตินี่ อาบัติสังฆาทิเสสเกี้ยวพาราสีผู้หญิง แต่ที่นี้พอท่านสึกออกไป ทำอะไรก็พินาศหมดเลย เหมือนกับมีใครคอยตามติด สิ่งที่ควรจะได้เป็นหมื่นก็ไม่ได้ สิ่งที่ควรจะได้เป็นแสนก็ไม่ได้ มันมีเรื่องผิดปกติไปหมดเลยในชีวิตนี้ อาตมาก็ต้องขอบอกโยมญาติทั้งหลายว่า......... พระจะทำอะไรก็ทำ แต่อย่ามาทำให้ผ้าเหลืองมัวหมองในพระศาสนา ผู้หญิงก็เหมือนกันจะทำอะไรก็ทำ แต่อย่ามาทำให้พระมัวหมองในพระศาสนา มันมีโทษทั้งพระและผู้หญิงนั่นแหละ พินาศวอดวายกันไปหมดเลย

ถ้าไม่มี “ปัญญา” ก็จะมองไม่เห็น แต่จะมองว่าเป็นเรื่อง “บังเอิญ” ไป บางคนคิดว่าชาตินี้เขาไม่เคยทำบาปใดๆ เลยก็ยังได้รับความเดือดร้อน ซึ่งถ้าเขามีปัญญาก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่า เขาเคยทำบาปอกุศลในอดีตชาติมาก่อน

“พระมหาโมคคัลลานะ” ท่านยังไม่เคยทำบาปกับพ่อแม่ในชาตินี้เลย แต่โดนทุบตีก่อนตายทุกชาติ นี้คือการทำบาปของท่านเพียงชาติเดียวเท่านั้นที่เคยทุบตีพ่อแม่ อกุศลกรรมบางอย่างรุนแรงมากส่งผลข้ามภพข้ามชาติเลยทีเดียว นี่แหละคืออกุศล

ทุกคนต้องพลาดพลั้งไปบ้างแน่นอน ถ้ามีอวิชชาปิดบังดวงจิต อันพิษร้ายของสัตว์ทุกชนิด มันมีพิษทำให้ตายเพียงหนึ่งหน แต่พิษร้ายของกรรมชั่วติดตามตน มันส่งผลร้ายกาจทุกชาติไป

อันคนพาลทำบาปแล้ว บาปยังไม่ส่งผล ก็เหมือนบาปนั้นเป็นของเอร็ดอร่อย หอมหวานน่าลิ้มลองเสียเหลือเกิน แต่เวลาบาปส่งผลแล้วก็หนีไม่พ้น ถึงอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านก็คุ้มครองไม่ได้ ก็เพราะกรรมใครก็กรรมท่าน กฎแห่งกรรมตายตัว ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วแน่นอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะคุ้มครองเฉพาะบุคคลที่มีความดีเท่านั้น หรือบุคคลที่มีบาปยังน้อยอยู่แล้วผลยังไม่ส่งให้ แต่ถ้าเป็นบุคคลที่มีบาปหนักสาหัสแล้วจะอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่เกิดผล

หนุ่มๆ สาวๆ ถ้าไม่รู้จักระวังใจระวังตัวแล้วสนุกไปกับกาม จนลืมพ่อลืมแม่ ลืมความดี ลืมศีลธรรม ลืมประเพณี เราจะร้อนใจ วุ่นวายใจในภายหลัง การไปให้ความสำคัญกับประเพณีของชาวตะวันตก ๑๔ กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ คนจะตั้งท้องอีกเยอะเพราะวันแห่งความรัก ไม่ใช่ความรักแบบเมตตากรุณา แต่เป็นความรักแบบเสน่หาอาลัยเสียเนื้อเสียตัว จะมีลูกไร้พ่ออีกมาก คอยดูให้ดีๆ ไม่ใช่ขู่ !! แต่คอยดูให้ดีๆ ความสนุกจะพาให้ทุกข์มหันต์

พอที่ไหนมีการฆ่า ใจของแม่โหดเหี้ยมอำมหิตมากๆ ในยุคๆ หนึ่ง สมัยๆ หนึ่ง ตอนวิบากส่งผลก็จะส่งพร้อมกันเป็นหมู่ใหญ่ๆ คือ จะมีข่าวแม่โดนฆ่าจากลูก พ่อโดนฆ่าจากลูก ทรัพย์สมบัติวอดวายเสื่อมสิ้น มีภัยพิบัติไฟไหม้ที่นั่น น้ำท่วมที่นี่ โดนฆ่าที่โน่น นี่คือผลมาจากการทำลายล้างชีวิตของบุคคลอื่น ตอนรับผลก็รับไปเป็นหมู่ใหญ่ๆ เลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะกระทำกันเป็นหมู่ใหญ่ๆ นี่คือโลกีย์วิสัย นี่คือโทษภัยของวัฏฏะสงสาร


ตราบใดใครยังสยบอยู่ในเนื้อหนังมังสา ตราบนั้นก็ยังต้องเผ็ดร้อนในนรก เหมือนเถรีคาถาพระอรหันต์ภิกษุณีเถรี ท่านบอกว่า “ผู้ใดติดอยู่ในกาม บุคคลนั้นจะไม่พ้นจากนรก” นรกก็ตั้งแต่บนดินนี้จนถึงนรกในอบายภูมิในปรโลก

ฟังคำพระให้ดีเถิด !! ตอนนี้พระโปรดได้ถ้ากรรมยังไม่หนัก แต่ถ้าทำกรรมหนักแล้วพระโปรดไม่ได้เลย กรรมนี้ต้องชำระ หนี้ชำระด้วยหนี้ ทุกข์ชำระด้วยทุกข์ เราทำให้คนอื่นเป็นทุกข์ขนาดไหน เราก็จะต้องเป็นทุกข์เพิ่มอีกหลายเท่า

บุคคลใดไม่มีคู่ครองไม่มีแฟน ไม่ได้ไปเที่ยวกับแฟน ไม่ได้ควงกับแฟน ก็อย่าเสียใจน้อยใจหรือเป็นทุกข์ ถึงบางครั้งแม้จะเศร้าเหงาหว้าเหว่ แต่ไม่ต้องไปชดใช้ในนรกให้ทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส ในที่สุดเมื่อมีศีลมีธรรมมากขึ้น เราก็จะมีความสุขสงบร่มเย็นยิ่งกว่าการบำเรออยู่ในกิเลสตัณหา ซึ่งความสุขแบบสงบร่มเย็นมักจะเกิดขึ้นหลังจากมีความทุกข์ความลำบากมาก่อน เช่น ถือศีลปฏิบัติธรรมรู้สึกยุ่งยากลำบาก แต่พอถือปฏิบัติได้แล้วมันเป็นสุขจริงๆ ในภายหลัง เหมือนกินอ้อยจากปลายไปหาโคน ตอนต้นจืดหน่อย ส่วนความทุกข์ที่มาในรูปแบบของความสุขนั้น ดูสนุกคึกคักตื่นเต้นดีใจเร้าใจ แต่พอกระทำไปแล้ว ผลมันเผ็ดร้อนเหลือเกิน เหมือนกินอ้อยจากโคนไปหาปลาย ตอนต้นหวานฉ่ำแต่ต่อไปก็จืดชืด

อาตมาขออนุโมทนากับแม่ๆ ทุกท่านทุกคน ที่รู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว กำลังมาถือศีลปฏิบัติธรรม ถวายสังฆทาน ฯลฯ ด้วยเพราะกำลังกลัวผวา ความกลัวนี่แหละเป็นเหตุทำให้บาปกรรมลดลงน้อยลง บางคนกำลังหาทางแก้มากๆ เลยตอนนี้ เพราะบาปกรรมกำลังจะมาตามทวงแล้ว ความสว่างนี่แหละชนะความมืดได้ ขอความสุขความเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นในธรรมในความดี จงปรากฏบังเกิดมีแก่ทุกท่านทุกคนเทอญ เจริญพร


------------ จบบริบูรณ์ ------------

สาธุ สาธุ สาธุ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
dek-moa-ton
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 10:09 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขอบพระคุณมากๆ เจ้าค่ะ เป็นประโยชน์ต่อหนูมากๆ เจ้าค่ะ

จาก เด็ก ม.ต้น เด็กไทยในต่างแดน สาธุ สาธุ สาธุ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ตกใจ ตกใจ ตกใจ
 
.....
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 19 มิ.ย.2006, 10:51 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ
 
เทวี
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 29 ก.ค.2006, 12:50 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ สาธุ สาธุ

โห...เข้ามาอ่านเทศนาของพระอาจารย์ โดนใจมาก กลอนธรรมะก็ไพเราะกินใจ ขออนุโมทนาบุญที่คุณบัวพ้นน้ำกรุณาเอามาลงให้ได้อ่าน และน้อมกราบพระอาจารย์สุโขด้วยความเคารพยิ่ง สมัยนี้ผู้คน ทั้งชายหญิงก็เป็นอย่างที่ท่านพระอาจารย์ท่านเทศน์ไว้นั่นแหละ ตอนละเลงบาป ละเลงกรรม ทำชั่ว ไม่นึกกลัวแม้แต่น้อย แต่พอบาปให้ผล ก็เจ็บปวด คร่ำครวญโอดโอยต่างๆ นานา อ้างโน่นอ้างนี่ โทษโน่นโทษนี่ แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลยว่า เป็นเพราะตัวเองมืดบอดเอง คนหนอคน
 
ผู้เยี่ยมชม






ตอบตอบเมื่อ: 03 ส.ค. 2006, 6:12 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

หนูได้อ่านเนื้อหาหน้านี้แล้ว รู้สึกขยาดกับเวรกรรมที่เคยก่อไว้จริงๆ ค่ะ หนูเป็นคนหนึ่งเคยทำมาหนูรู้สึกผิดมากค่ะ ทุกวันนี้ก็ไม่สบายใจมากๆ พระอาจารย์สุโขช่วยแนะนำวิธีแก้กรรมของการทำแท้งได้มั้ยค่ะ ว่าให้ทำอะไรบ้าง มีวิธีปฏิบัติอย่างไรเผื่อกรรมจะได้เบาบางลงได้บ้างค่ะ
 
ไม้อ่อน
บัวพ้นดิน
บัวพ้นดิน


เข้าร่วม: 09 เม.ย. 2007
ตอบ: 62

ตอบตอบเมื่อ: 05 พ.ค.2007, 11:57 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

อนุโมทนา สาธุ สาธุ
 

_________________
Image
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
รุ้งกินน้ำ
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 25 มี.ค. 2007
ตอบ: 6

ตอบตอบเมื่อ: 11 มิ.ย.2007, 11:17 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

เป็นประโยชน์มากๆ เลยค่ะ
สาธุ ........... ซึ้ง
 

_________________
ทำจิตให้บริสุทธิ์ ผ่องใส เป็นนิจ
ความสุขหาได้จากใจเรา
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Email
chill
บัวพ้นดิน
บัวพ้นดิน


เข้าร่วม: 22 ก.พ. 2008
ตอบ: 85

ตอบตอบเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 4:39 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขออนุโมทนาคะ ขอให้เจริญในธรรมนะคะ สาธุ
 

_________________
มีชีวิตอยู่เพื่อทำความดี..
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
นิชาภัทร
บัวใต้ดิน
บัวใต้ดิน


เข้าร่วม: 23 ส.ค. 2008
ตอบ: 31
ที่อยู่ (จังหวัด): ชลบุรี

ตอบตอบเมื่อ: 01 ก.ย. 2008, 6:20 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ สาธุ สาธุ
อยากทราบว่าผู้ชายที่เป็นพ่อ ที่อาจมีส่วนรู้เห็นพาผู้หญิงไปทำแท้ง หรือจำพวกที่ทำให้ท้องแล้วทิ้งไป จนผู้หญิงต้องไปทำแท้ง จะบาปหนักเช่นเดียวกันกับผู้หญิงไหม ท่านที่ทราบ โปรดชี้แนะด้วยค่ะ
 

_________________
จบให้ลง ปลงให้เป็น
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
มอตะเคียน
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 11 ก.ย. 2008
ตอบ: 1
ที่อยู่ (จังหวัด): ปากช่อง

ตอบตอบเมื่อ: 16 ก.ย. 2008, 8:33 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ สาธุ
 

_________________
ทำปัจจุบันให้ดี แล้วอนาคตก็จะดีเอง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
สาวิกาน้อย
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 27 มี.ค. 2006
ตอบ: 2063

ตอบตอบเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 9:10 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ประวัติและปฏิปทาพระอาจารย์สุโข กตปุญโญ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=39001

แผนที่สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=18618

รายการวิทยุธรรมะ (พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=18620

เสียงธรรมบรรยายพระอาจารย์สุโข กตปุญโญ
http://www.dhammajak.net/audio/dhamma/files/sukho.php

เว็บไซต์สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี)
http://www.watkeawmanee.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 

_________________
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง