Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 หลวงพ่อแสนทอง วัดมณีบรรพต วรวิหาร จ.ตาก อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
webmaster
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 04 มิ.ย. 2004
ตอบ: 761

ตอบตอบเมื่อ: 18 ก.ค.2008, 10:43 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

ดอกไม้ ไหว้พระประธาน ๗๗ จังหวัด

หลวงพ่อแสนทอง
พระประธานในพระอุโบสถ วัดมณีบรรพตวรวิหาร
หรือวัดเขาแก้ว ต.หนองหลวง อ.เมือง จ.ตาก


“หลวงพ่อแสนทอง” พระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเมืองตาก
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยเชียงแสน สิงห์สาม
ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดมณีบรรพตวรวิหาร
หรือวัดเขาแก้ว ตำบลหนองหลวง อำเภอเมือง จังหวัดตาก

พระครูเมธีวรคุณ (พระมหาฉลวย กาญจโน)
เจ้าอาวาสวัดมณีบรรพตวรวิหาร เล่าให้ฟังว่า เมื่อ ๗๘ ปีก่อน
สมัยที่พระครูรัตนวาสพิพัฒน์ (หลวงพ่อห้อน อินทสโร) เป็นเจ้าอาวาส
ในขณะที่ท่านกำลังเจริญกรรมฐานภายในวัด ได้มีนิมิตถึงองค์พระพุทธรูป
ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารร้างเมืองโบราณแห่งหนึ่งชื่อว่า “เมืองตื่น”
อยู่ในป่าทางด้านทิศเหนือของเขื่อนภูมิพลในปัจจุบัน
มีพญาเสือ ๒ ตัว คอยปกป้องดูแลองค์พระพุทธรูปดังกล่าวอยู่ไม่ไกลนัก

จากนั้นพระพุทธรูปได้เปล่งแสงลอยข้ามฟ้าจากป่าเมืองร้าง
มาลอยวนเหนือตัวเมืองตาก และมาหยุดสถิตอยู่เหนือเขาแก้ว
ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดมณีบรรพตวรวิหาร (วัดเขาแก้ว)
เป็นเช่นนิมิตหมายว่าจะเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองตากสืบไป


หลวงพ่อห้อน พระเกจิดังเมืองตาก จึงสืบหาเมืองร้างดังกล่าวว่ามีอยู่จริง
รวบรวมสานุศิษย์ประมาณ ๑๕ คน เดินทางด้วยเท้า เข้าป่าเหนือลำแม่น้ำปิง
และต้องถ่อแพไปตามลำห้วยแม่ตื่น ลำน้ำสาขาของแม่น้ำปิง เข้าป่าลึก
หานานกว่า ๒๐ วัน จึงค้นพบ “เมืองตื่น” เมืองโบราณที่ถูกทิ้งร้าง
มาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีวิหารร้างสภาพปรักหักพัง

ภายในมีพระพุทธรูปทองสำริด ลักษณะดังเช่นที่หลวงพ่อนิมิตถึง

จากนั้นคณะจึงได้อัญเชิญ และล่องแพมาตามลำน้ำแม่ตื่น เกิดแพแตก
ทำให้องค์พระพุทธรูปจมน้ำและต้องดำน้ำงมขึ้นมาใหม่ถึง ๓ ครั้ง
ใช้เวลาเดินทางล่องมาตามลำน้ำแม่ปิงถึง ๗ วัน ๗ คืน ผ่านอุปสรรคนานานัปการ

กระทั่งมาถึงท่าโพธิ์ ชุมชนตัวเมืองตาก (ปัจจุบันท่าโพธิ์ได้ถูกถม
สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เพื่อขยายตัวเมือง สภาพเป็นถนนร้านค้า
ช่วงบริเวณหน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาตาก) ซึ่งเป็นเวลารุ่งเช้า
แสงอาทิตย์จับต้องที่องค์พระสะท้อนแสงสีทองงดงาม

คณะอัญเชิญและชาวเมืองตากที่รอรับ ได้พร้อมใจตั้งชื่อ
พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่อัญเชิญมาจากเมืองตื่น เมืองโบราณ
ว่า “หลวงพ่อแสงทอง” ต่อมาเรียกเพี้ยนเป็น “หลวงพ่อแสนทอง”


พระครูเมธีวรคุณ เล่าอีกว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแสนทองนั้น
สมัยก่อนมีขโมยลักลอบเข้ามาจะตัดเศียรพระ ด้วยระบบป้องกันการโจรกรรมยังไม่ดี
และพระอุโบสถยังมิได้มีการล็อกกุญแจประตูแต่อย่างใด

พวกหัวขโมยได้เข้าไปภายในโบสถ์ เตรียมลักพระพุทธรูปหลวงพ่อแสนทอง
แต่ปรากฏว่าเกิดปาฏิหาริย์ มองไม่เห็นหลวงพ่อแสนทอง
ลักได้ไปแต่พระพุทธรูปใหม่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน
เป็นเช่นนี้หลายครั้ง จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการติดตั้งสัญญาณกันขโมยอย่างดี
รวมทั้งมีพระเณรเฝ้าตลอด ๒๔ ชั่วโมง

และเมื่อกว่า ๒๐ ปี เกิดเหตุไฟไหม้บ่อยครั้งในเขตตัวเมืองตาก
คนเฒ่าคนแก่ที่มาปฏิบัติธรรมได้นิมิตถึงหลวงพ่อแสนทอง ว่าจะต้องนำ
องค์ท่านแห่รอบเมืองเพื่อให้ชาวตากสรงน้ำเพื่อสักการะและปัดเป่าเภทภัย
ดังนั้น ทุกวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปี จะมีการอัญเชิญหลวงพ่อแสนทอง
ออกไปแห่รอบเมือง ให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อเป็นสิริมงคลสืบมา

สำหรับ วัดมณีบรรพตวรวิหาร เดิมเรียกว่า วัดเขาแก้ว
ตามลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งวัดที่เป็นภูเขา
และมีหินลักษณะแก้วสีขาว หรือหินเขี้ยวหนุมานเป็นจำนวนมาก

สันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ดังมีความปรากฏตามพระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ว่า
ในปีพุทธศักราช ๒๓๑๗ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ได้เสด็จไปนมัสการพระพุทธรูปที่วัดดอยเขาแก้วและได้ตรัสกับภิกษุที่วัด
ว่า พระองค์ได้เคยกระทำสัตยาธิษฐานเสี่ยงพระบารมีที่วัดแห่งนี้

มีความเข้าใจตรงกันว่าวัดเขาแก้วคงเป็นวัดร้างในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
จนเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๙๕ หลวงพ่อเณร หรือชาวบ้านเรียกว่า
ขรัวเณร หรือขรัวตาเณร เป็นผู้ริเริ่มปฏิสังขรณ์วัดและปกครองเป็นรูปแรก
โดยมีฆราวาสที่สร้างวัดและบูรณะตั้งแต่ต้นคือ ท่านเผือก
เศรษฐีเจ้าของตลาดในจังหวัดสุโขทัย ได้ทำการก่อสร้าง
พระอุโบสถและศาลาการเปรียญขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๕

วัดมณีบรรพตวรวิหาร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๓๖
และได้รับสถาปนาให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕



สาธุ หนังสือไหว้พระประธาน ๗๗ จังหวัด
กองบรรณาธิการข่าวสด สำนักพิมพ์มติชน

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=19271
 

_________________
ธรรมจักรดอทเน็ต
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
ฌาณ
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 23 ก.ค. 2008
ตอบ: 1145
ที่อยู่ (จังหวัด): หิมพานต์

ตอบตอบเมื่อ: 14 ก.ย. 2008, 6:21 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

สาธุ สาธุ สาธุ
 

_________________
ผมจะพยายามให้ได้ดาวครบ 10 ดวงครับ
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง