Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 มรรคนอก-มรรคใน : นายแพทย์สุรวุฒิ ปรีชานนท์ อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
กุหลาบสีชา
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 เม.ย. 2007
ตอบ: 1466
ที่อยู่ (จังหวัด): กทม.

ตอบตอบเมื่อ: 02 เม.ย.2008, 9:44 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
[ภาพจิตรกรรมพุทธศิลป์ "ศีล สมาธิ ปัญญา" :
สร้างสรรค์โดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์]



ม ร ร ค น อ ก-ม ร ร ค ใ น

วิธีการปฏิบัติธรรม
พระศาสดาให้เดินทั้ง มรรคนอก และ มรรคใน


มรรคนอก คือ มรรคมีองค์แปด นั้น
ใช้เป็นกรอบนอกในการดำเนินวิถิชีวิต
ถ้าเปรียบถึงการเดินทางคือเดินไม่ให้ตกถนน
ไม่ให้หลงทิศหลงทาง ไม่ให้หลงป่าหลงดง เป็นต้น

แต่การปฏิบัติจริงแล้วต้องเดินด้วย มรรคใน
มรรคแปดภายใน คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ วาจา และสัญญา


อันนี้คือทางที่จะดับกิเลส จะสลัดคืนกิเลส
เพราะกิเลสเข้าทางนี้ ไปใช้กิเลสทางนี้ และไปสะสมไว้ในนี้


เพราะเราไปติดในรูปรส กลิ่น เสียง สัมผัส ความคิดนึกในใจที่ผิด
การแสดงออกมาของกิเลสทางวาจาและกายให้เห็นได้
และเก็บความเห็นผิด หรือกองกิเลสต่างๆ ไว้
ในหน่วยบันทึกความจำคือสัญญา
สัญญาคือการจดจำอารมณ์ต่างๆ เอาไว้ในจิต

พระพุทธองค์บอกว่ากิเลสเข้าทางไหน
ก็ให้พิจารณา เอาออกไปทางนั้น


เช่นไปติดรูปสวยงามก็พิจารณาทางตาให้เห็นไปตามความเป็นจริง
ว่าสิ่งที่เราเห็นว่าสวยงามนั้น เป็นสิ่งปรุงแต่ง เราหลงไปเองคิดไปเอง
ความจริงแล้วไม่มีอะไรสวย ไม่มีอะไรงาม
ทุกอย่างเป็นธาตุหมดทุกอย่าง

เช่นเดียวกันถ้าหลงเสียงไพเราะ ก็พิจารณาทางหู
ทันทีที่หูได้ยินเสียง ก็พิจารณาให้เข้าใจทันทีว่าไม่มีอะไรไพเราะ
มีแต่เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงโทนโน้น โทนนี้ เท่านั้น
เราไปมีอุปาทานไปเองว่าไพเราะ

ในทำนองเดียวกันก็พิจารณารส กลิ่น สัมผัส แบบเดียวกัน
พิจารณาควบคุมการพูดคือ กายวาจาของเราให้เรียบร้อย
พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์
จะถามอะไรก็ถามแต่สิ่งซึ่งจะเป็นประโยชน์
พูดวาจาที่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เบียดเบียนใคร
ไม่ให้เกิดที่เรียกว่า วจีทุจริต คือไม่พูดปด ไม่พูด ส่อเสียด
ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดคำหยาบ การพิจารณา รูป รส กลิ่น
เสียง สัมผัส ความคิดนึก ระวังวาจาให้ดี

ตรวจสอบความจำเก่าๆ คือ สัญญา
อันไหนไม่ดีก็ให้รีบปรับปรุงให้ดี
ให้เข้าใจไปตามความเป็นจริงตามสภาวะธรรม
พยายามอธิบายให้ตนเองให้เข้าใจเรื่อง
อุปาทาน การติดยึด (ยึดถือผิดๆ)

การพิจารณาต่อเนื่องต่อการกระทบ
ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้แหละจะทำให้เกิดปัญญา
จะทำให้เราสลัดคืนสิ่งที่เรายึดเราติดออกไปให้หมด


ภาษาชั้นสูงของผู้ปฏิบัติธรรมเรียกว่า

ให้ทานตา ให้ทานหู ให้ทานจมูก ให้ทานลิ้น
ให้ทานกาย ให้ทานใจ ให้ทานวาจา และให้ทานสัญญา


ให้ทานออกไป คือสลัดออก ไม่มีตัวตนเหลืออยู่แล้ว
เห็นสักแต่เห็น ได้ยินสักแต่ว่าได้ยิน รู้รสสักแต่ว่ารู้รส เป็นต้น
ไม่เพลิดเพลิน หลงไหลไปกับอารมณ์เหล่านี้แล้ว

ถ้าหากเราเพลิดเพลินหลงไหลไปกับอารมณ์เหล่านี้
แสดงว่าเรายังติดยังยึด มีสิ่งผูกมัดเรากับโลกอยู่
เราจะยังอยู่เหนือโลกไม่ได้


สาธุ สาธุ สาธุ

(คัดลอกบางตอนมาจาก : ทิศทางการปฏิบัติธรรม โดย นายแพทย์สุรวุฒิ ปรีชานนท์
ที่ปรึกษาชมรมพุทธศาสนา, โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

http://www.vichaiyut.co.th/jul/19_02-2544/19_02_2544_p56-62.pdf)
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
ลูกโป่ง
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 01 ส.ค. 2005
ตอบ: 4089

ตอบตอบเมื่อ: 03 เม.ย.2008, 5:20 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ สาธุ สาธุจ้า...คุณกุหลาบสีชา

ธรรมะสวัสดีค่ะ

ยิ้ม ยิ้มแก้มปริ ปรบมือ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
I am
บัวบานเต็มที่
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 25 ต.ค. 2006
ตอบ: 972

ตอบตอบเมื่อ: 04 เม.ย.2008, 8:18 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สู้ สู้ สาธุ ยิ้มเห็นฟัน
 

_________________
ทุกข์ใดดับได้ด้วยปัญญา ทุกข์นั้นจะไม่เกิดอีก
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัวMSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง