Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 อานิสงส์กฐินทาน อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
เอามาฝาก
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 17 ธ.ค.2004, 2:42 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

อานิสงส์กฐินทาน



ความจริงการทอดกฐินไม่ใช่ประเพณีนิยม เป็นพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ว่า ผ้ากฐินทานจะรับได้ก็ต่อเมื่อถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๑๒ หลังจากนั้นจะทอดขนาดไหนก็ตามจะไม่เป็นกฐิน ฉะนั้นกฐินมีเวลากาลจำกัด ที่นี้ว่าถึงอานิสงส์กฐินอานิสงส์กฐินนี้ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ท่านเคยเทศน์ และเทศน์ตามบาลี



ท่านพูดถึงอานิสงส์ให้ทราบ ฉะนั้นการถวาย วันนี้ทั้งหมด เมื่อวานนี้ก็ดี วันนี้ก็ดี จะเป็นเงินก็ตาม จะเป็นของก็ตาม ถือว่าทุกอย่างเป็นอานิสงส์กฐิน ต่อไปนี้ก็โปรดทราบ จะนำพระสูตรที่ท่านกล่าวไว้ในบาลีให้ทราบ ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ในสมัยที่พระพุทธองค์เกิดเป็น มหาทุคคตะ ในสมัยพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระปทุมมุตระ



เวลานั้นพระพุทธเจ้าของเราเกิดเป็นคนจนอย่างยิ่ง เป็นทาสของคหบดี เวลานั้นถอยหลังจากนี้ไป ๙๑ กัป ก็ปรากฏว่ามีพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ประทุมมุตระวันหนึ่งมหาทุคคตะไปดูงานทอดกฐินเขา เมื่อเขาทอดกฐินเสร็ฐ พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคลใดเคยทอดกฐินแล้วในชีวิตหนึ่ง ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพกฐินก็ดี และเป็นบริวารกฐินก็ดี



แต่ว่ากฐินวันนี้ไม่มีบริวาร มีแต่เจ้าภาพ เพราะเป็นกฐินสามัคคี จะทำบุญญน้อย จะทำบุญมากมีอาสงส์เสมอกัน แต่ทว่าปริมาณอาจจะแตกต่างกัน และอานิสงส์กฐินนี่ เวลานั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่า “โภ ปุริสะ ดูก่อนท่านผู้เจริญ บุคคลใดเคยทอดกฐินไว้ในพระ พุทธศาสนา แม้ครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าตายจากความเป็นคนยังไม่ถึงนิพพานเพียงใดท่านผู้นั้นจะเกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้า ๕๐๐ ชาติ”



นั่นหมายความว่า ถ้าหมดอายุเทวดาหรือนางฟ้าจุติแล้วเกิดทันที่ ๕๐๐ ครั้ง เมี่อบุญหย่อนลงมานิดหน่อย เกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้าไม่ได้ ลงมาเกิดเป็นมนุษย์จะเกิดเป็น พระเจ้าจักรพรรดิปกครองโลก ๕๐๐ ชาติ เมื่อเป็นพระจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติแล้ว บุญก็หย่อนลงมาหน่อย ก็จะเป็นพระมหากษัตริย์ ๕๐๐ ชาติ หลังจากนั้นจะเป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ



คำว่า มหาเศรษฐี นี่ มีเงินตั้งแต่ ๘๐ โกฏิ ขึ้นไป เขาเรียก มหาเศรษฐี ถ้ามีเงินต่ำกว่า ๘๐ โกฏิ แต่ว่าตั้งแต่ ๔๐ โกฏิขึ้นไป เขาเรียก อนุเศรษฐี เมื่อเป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติแล้ว ก็เป็นอนุเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ แล้วก็เป็น คหบดี ๕๐๐ ชาติ



ก็รวมความว่าการทอดกฐินครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้า ท่านบอกว่านอกจากจะเป็นเทวดาเป็นนางฟ้า เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีแล้ว บุคคลที่ทอดกฐินครั้งหนึ่งในชีวิต จะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้ จะปรารถนาเป็นอัครสาวกก็ได้ จะปรารถนาเป็มหาสาวกก็ได้ จะปรารถนาพระนิพพาน เป็นอรหันต์ปกติก็ได้



การทอดกกฐินแต่ละคราว ขอบรรดาพุทธบริษัทโปรดทราบถึงอานิสงส์คนที่เคยทอดกฐินแต่ละครั้ง รวมความว่าถ้ายังไม่ถึงนิพพานเพียงใด คำว่ายากจนเข็ญใจจะไม่มี แก่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกชาติ



ฉะนั้นขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกคน โปรดทราบถึงอานิสงส์ การทอดกฐินแต่ละครั้งเป็นมหากุศลและเป็นมหาสังฆทาน เป็นมหาสังฆทานเฉพาะกาลเวลา คือตั้งแต่แรม๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกลางเดือน ๑๒ ฉะนั้นการทอดกฐินขอบรรดาพุทธบริษัททุกคน ให้ตั้งจิตอธิฐานท่านต้องการอะไรตามที่พระพุทธเจ้าตรัส



ถ้าต้องการปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็เป็นได้ ต้องการเป็นอัครสาวกก็เป็นได้ ต้องการเป็นปกติสาวก คือเข้านิพพานก็เป็นได้ แต่เรื่องการเป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีไม่ต้องอธิษฐาน อานิสงส์กฐินธรรมดา ก็เป็นมหเศรษฐีแน่นอน



.. ธรรมปฏิบัติ เล่ม ๒ โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน..



 
TU
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 23 พ.ค. 2004
ตอบ: 1592

ตอบตอบเมื่อ: 18 ธ.ค.2004, 7:11 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน





ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ

 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัวYahoo Messenger
สายลม
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 พ.ค. 2004
ตอบ: 1245

ตอบตอบเมื่อ: 18 ธ.ค.2004, 6:03 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน





สาธุนะครับ ที่นำมาฝาก
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว
ดนุวัติ
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 20 ธ.ค.2004, 6:09 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สาธุ ครับ คุณเอามาฝาก
 
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง