Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 ทำอย่างไร ให้เป็นมะเร็ง อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
ลูกโป่ง
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 01 ส.ค. 2005
ตอบ: 4089

ตอบตอบเมื่อ: 01 ต.ค.2005, 4:43 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

การประชุมกองทุนวิจัยมะเร็งโลก (WCRF)

สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (AICR) ในปี 1997

ที่ประชุมได้สรุปว่า

มีปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง

ซึ่งหากใครอยากเป็นมะเร็ง

ก็จงเร่งความเสี่ยงในการรับสิ่งต่อไปนี้



1.แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ปริมาณมากทำให้เม็ดเลือดขาวไม่ทำงาน

ในการทำลายสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย

ซึ่งรวมถึงไวรัส แบคทีเรีย และเซลล์มะเร็ง

ที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะนั้น ทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง

และเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อมะเร็ง



2.เกลือที่มากเกินไป รวมทั้งอาหารหมักดอง

จากข้อมูลในจีนตอนเหนือและญี่ปุ่นพบว่า

การบริโภคเกลือโซเดียมปริมาณมาก

จะทำให้มีอัตราเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะอาหาร

และหลอดอาหารเพิ่มมากขึ้น

ในที่นี้นับรวมปริมาณโซเดียมในผงชูรสอีกด้วย

โซเดียมที่มากเกินไปจะทำให้ร่างกายมีปริมาณเกลือ

โพแทสเซียมลดลง

ซึ่งจะทำให้ภูมิต้านทานลดลงตามไปด้วย

ในทางกลับกันหากกินเค็มน้อยๆ งดผงชูรส

หรือได้เกลือโซเดียมเข้าไปน้อย

ประกอบการกินผักและผลไม้ปริมาณมาก

กินสาหร่ายซึ่งเป็นแหล่งของเกลือโพแทสเซียม เป็นต้น

ปริมาณของโพแทสเซียมในร่างกายก็จะเพิ่มมากขึ้น

และมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นด้วย

สามารถลดอัตราเสี่ยงของมะเร็งลง



3.อาหารปิ้ง ย่าง เผา และทอด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกรียมจัด

ซึ่งความร้อนสูงๆ จะเร่งการทำปฏิกิริยาของกรดไขมัน

ให้จับกับออกซิเจนในอากาศ

เกิดเป็นอนุมูลอิสระที่เข้ายิงทำลายโครงสร้างของกรดไขมัน

ให้แตกตัวเป็นโมโนเมอร์ ไดเมอร์ ไทรเมอร์ และโพลีเมอร์

ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

ใครที่อยากเป็นมะเร็งไวๆ ก็จงรีบกินอาหารปิ้ง ย่าง ทอด

ให้เยอะๆ เข้าไปเถิด



4.อาหารประเภทเนื้อแดง นมวัว และไข่

รวมทั้งอาหารที่มีไขมันสูง

อาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีเส้นใย

จากข้อมูลในอเมริกาซึ่งบริโภคเนื้อ นม ไข่มากที่สุดในโลก

ปรากฏว่าคนอเมริกันก็ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

และมะเร็งเต้านมมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน

อาหารประเภทเนื้อ นม ไข่เป็นกลุ่มอาหารที่ไม่มีเส้นใย

เมื่ออาหารดังกล่าวเข้าสู่ระบบย่อยและสัมผัสกับกรด

ในกระเพาะอาหารแล้ว

น้ำย่อยจะทำให้มันมีลักษณะเหนียวหนึบคล้ายยางมะตอย

และถูกขับออกจากร่างกายยาก

เมื่อแบคทีเรียอีโคไล หรือครอสตริเดียม เป็นต้น

กินซากอาหารนี้เข้าไปก็จะเกิดสารเสียอินดอลกับสกาทอล

ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

การบริโภคเนื้อสัตว์ นม และไข่ที่มากเกินไป

ประกอบกับการไม่มีเส้นใยในอาหาร

ซึ่งเป็นลักษณะของอาหารตะวันตก

จึงเสี่ยงต่อมะเร็งมากขึ้น

ใครอยากเป็นมะเร็งเร็วๆ ก็จงเสพกินเนื้อ นม ไข่เยอะๆ

แบบอเมริกันเหล่านี้เข้าไปเถิด



5.สารเจือปนในอาหาร

สารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร

ที่เชื่อกันว่าอาจจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง

เช่น ทาร์ทาซีน ซึ่งเป็นสีเหลืองในอาหารสำเร็จรูป

และสีแดงเบอร์ 2 เป็นต้น

และที่ฮือฮากันล่าสุดเห็นจะเป็นสาร 3MCPD

ซึ่งเกิดจากการเติมกรดเกลือลงไปในกระบวนการหมักซีอิ๊ว

แทนที่จะหมักแบบธรรมชาติ เป็นต้น



6.ความอ้วน

ความอ้วนเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งได้

เนื่องจากมีงานวิจัยทั่วโลกสนับสนุนในเรื่องนี้

เช่น ในไต้หวันมีข้อมูลว่า ผู้หญิงวัยกลางคนที่หนัก 55 ก.ก.

จะมีอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงวัยเดียวกัน

ที่หนัก 45 ก.ก. ถึง 2 เท่า

โรคอ้วนเป็นโรคที่ระบาดหนักในบ้านเรา

ทุกวันนี้คนไทยอ้วนมากกว่า 20%

ซึ่งแสดงว่าคนไทยทุกๆ 5 คนจะมีคนที่น้ำหนักเกินเกณฑ์

1 คน โรคนี้เกิดจากการกินล้นเกิน

และไม่รู้จักเลือกในการบริโภคอาหาร ป

ระกอบกับการขาดการออกกำลังกาย

ใครอยากเป็นมะเร็งเร็วๆ

ก็จงเร่งสร้างเส้นรอบเอวเข้าไปเถิด











ตรงกันข้าม ได้มีการศึกษาปัจจัยที่ลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง ดังนี้คือ



1.กินผักสด และผลไม้สด ปริมาณมากและหลากหลาย

เรารู้ว่าในผักสดและผลไม้สดมีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี

ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวสำคัญที่จะปกป้องเซลล์ร่างกาย

จากการทำลายของอนุมูลอิสระ

มีแร่ธาตุรวมทั้งสารผักชนิดต่างๆ

ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน

และบางชนิดเป็นสารต้านมะเร็งโดยตรง

เช่น limonoid ในสะเดา เป็นต้น



สำหรับปริมาณผักสดและผลไม้ที่ควรต้องกิน

คือ ในแต่ละวันควรได้ผักสดวันละ 2 จาน

ควรได้ผลไม้สด 2 จาน (จานขนาดฝ่ามือ)

และน้ำผลไม้คั้นสด 1 แก้ว (200 ซีซี)

จึงจะพอเพียงสำหรับต้านมะเร็ง



2.กินธัญพืช และอาหารแป้งเชิงซ้อนเป็นประจำ

อาหารกลุ่มนี้ควรเป็นอาหารประเภทแป้งไม่ขัดขาว

เช่น กินข้าวกล้องแทนข้าวขาว

กินก๋วยเตี๋ยวทำจากข้าวกล้องแทนเส้นสีขาว

กินขนมจีนข้าวกล้อง กินขนมปังโฮลวีตแทนขนมปังขาว

เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้น

อาหารแป้งที่ไม่ขัดขาวจะมีสารต้านอนุมูลอิสระตัวสำคัญ

อีกตัวหนึ่งคือ วิตามินอี และอุดมด้วยสารเส้นใย

เส้นใยจะทำหน้าที่ทั้งซับไขมัน และสารเคมีที่อาจจะเป็น

อันตรายต่อร่างกายทิ้งออกไปเป็นกากอุจจาระ

ทั้งยังช่วยเร่งการขับถ่ายกากอาหารออกจากร่างกาย

ไม่ให้หมักหมมในลำไส้ อาหารที่มีเส้นใยสูงจึงสามารถ

ลดอัตราเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างน้อย



3.การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายแบบแอโรบิกและสม่ำเสมอ

จะเพิ่มภูมิต้านทานมากกว่าคนที่ไม่นิยมการเคลื่อนไหว



4.คลายเครียดและสมาธิ

เป็นที่ยอมรับกันว่าเมื่อใดที่คนเราเกิดอาการเครียด

ภูมิต้านทานจะลดลง อาจจะป่วยด้วยโรคหวัดได้ง่ายกว่าคนอื่น

เช่นเดียวกัน ใครที่เครียดจะมีอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งมากกว่า



มีงานวิจัยพบว่าสามีหรือภรรยาที่คู่ของตนป่วย

ด้วยโรคเรื้อรัง เช่นมะเร็ง

มักจะเป็นมะเร็งตามภายในระยะเวลา 2 ปีหลังจากนั้น

ดังนั้นการมีใจสงบ

การที่สามารถสยบความเครียดให้ได้

จึงเป็นวิธีลดอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งได้อีกทางหนึ่ง

การทำสมาธิหรือการผ่อนคลายจิตใจด้วยวิธีใดก็ตาม

จึงมีประโยชน์



รู้อย่างนี้แล้ว ใครอยากเป็นมะเร็งเร็วๆ

ก็จงอย่ากินผักสด ผลไม้ อย่ากินข้าวกล้อง

อย่าออกกำลังกาย และอย่าคลายเครียด ฝึกสมาธิ







ที่มา : นสพ.ไทยโพสต์ 11 ม.ค.47



 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
โอ่
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 02 ต.ค.2005, 12:42 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

การเบียดเบียน ทำลายล้างชีวิตสัตว์ทั้งหลายเป็นสาเหตแห่งการเป็นมะเร็งในภายหน้า ส่วนการเป็นมะเร็งในปัจจุบันเกิดจาการได้กระทำเหตุไว้แล้วแต่ในดีต จะให้เป็นหรือแก้ไขไม่ให้เป็นมะเร็งไม่สามารถทำได้ เพราะกรรมเป็นไปตามเหตุและผล แต่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดในอนาคตได้

ชาวพุทธควรเชื่อหลักกรรมหรือเชื่อในความรู้ที่ปราศจากหลักกรรม
 
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง