ผู้ตั้ง |
ข้อความ |
อลงกรณ์
บัวผลิหน่อ

เข้าร่วม: 13 ก.ค. 2005
ตอบ: 6
|
ตอบเมื่อ:
15 ก.ค.2005, 10:06 am |
  |
จากที่ผมได้เคยตั้งกระทู้ถามไปแล้วเรื่องเกี่ยวกับ ผู้หญิงที่รักสนุก
มาคราวนี้ผมใคร่อยากจะขอความเห็นในแง่ที่ว่า ผมเริ่มรักผู้หญิงคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเพราะเหตุที่ว่าเธอเอาใจเก่ง รับฟังปัญหา (บางครั้งก็รู้ตัวว่าเป็นมารยา แต่บางความรู้สึกก็ไม่ใช่)ซึ่งทำให้ผมรู้สึกสุขมาก ๆ เวลาอยู่ด้วยกัน แต่ในทางกลับกันเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันรู้สึกทุกข์เหลือเกิน ด้วยกลัวว่าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่น ไปดีกับคนอื่น เหมือนกับที่ดีกับเรา
เธอไม่มีอะไรเลวร้ายที่เราจะสามารถตัดใจได้ในทันที แต่ในใจก็คิดไปว่าหากเธอจะแอบไปมีอะไรกับใคร เธอก็สามารถทำได้สบาย ๆ แต่อยู่ด้วยกันมาเหมือนกับว่าเธอจะดีกว่าผมมากกว่าคนอื่น ๆ ที่ผ่าน ๆ มาทำให้ผมคิดว่าเธออาจจะหยุดที่ผมก็ได้......
เวลาผมมองปัญหาแนว ๆ นี้ของเพื่อน ๆ ที่ใกล้ชิดจะรู้สึกว่ามองได้แจ้ง แต่พอเกิดกับตัวเองทำไมมันมืดมนแบบนี้
เวลาที่มีสุขมาก ๆ นี่มันช่างทุกข์เหลือเกิน......กัลยาณมิตร โปรดช่วยชี้ทาง |
|
|
|
   |
 |
เจียง
บัวใต้น้ำ

เข้าร่วม: 04 ต.ค. 2004
ตอบ: 118
|
ตอบเมื่อ:
15 ก.ค.2005, 4:31 pm |
  |
ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์ ผมว่าความรักของคุณ น่าจะเป็นความหลงมากกว่า เพราะผมเองก็เคยมีประสบการณ์อย่างนั้นเหมือนกัน เรารัก(หลง) มักจะอยากได้ อยากเป็นเจ้าของ อยากมีสิทธิ์ในตัวเขาเพียงคนเดียว พยายามทำใจเผื่อความผิดหวังไว้ด้วย เพราะชีวิตเรามันเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง วันใด วันหนึ่ง หรือเวลาใดเวลาหนึ่งเขาอาจเปลี่ยนแปลงไปก็ได้
 |
|
|
|
  |
 |
เกียรติ
ผู้เยี่ยมชม
|
ตอบเมื่อ:
15 ก.ค.2005, 6:13 pm |
  |
เราต้องคิดให้ไกลครับว่า ถ้าเราจะเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิตก็ตาม คนคนนั้น นับแต่นี้ไป จะต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ดังนั้น ต้องชั่งน้ำหนัก ข้อดี ข้อเสียต่างๆ ให้ดี เช่น
เธอเอาใจเก่งไม่ว่ากับใครก็ตาม คุณสมบัตินี้ดีแล้วหรือ สู้เอาใจเก่งเฉพาะกับคนที่รักไม่ดีกว่าหรือ
ไม่ได้อยู่กับเธอทุกข์หรือเกิน ต้องคิดต่อว่า ถ้าอยู่กับเธออีก 10 ปี 20 ปี ยังจะคิดแบบนี้อยู่หรือไม่ ถ้ายังคิดอยู่ก็ OK แต่ไม่เข้าข้างตัวเองนะครับ
ถ้ามีลูก ต่อไปจะเป็นอย่างไร ฯลฯ
|
|
|
|
|
 |
อสรี
ผู้เยี่ยมชม
|
ตอบเมื่อ:
16 ก.ค.2005, 10:36 am |
  |
ผู้คนหากเริ่มต้นถูกใจกันเรื่องอะไร เมื่อยามปลาย ก็จะจากกันเรื่องนั้นๆ ...เพราะสิ่งที่ถูกใจได้เสื่อมไปแล้ว
"เวลาที่มีสุขมาก ๆ นี่มันช่างทุกข์เหลือเกิน"
ประโยคนี้อ่านแล้วถูกใจจริง ๆ ต้องขออนุญาตนำไปพิจารณาด้วยหน่อยนะ...
แล้วตัวคุณเองล่ะ ถูกใจและได้ใช้ข้อความของตัวเองมาพิจารณาบ้างหรือเปล่า และได้เข้าถึงและหาทาง แก้ไขมันได้เองหรือเปล่า...หากเป็นนักปฏิบัติ ลองใช้ประโยคนี้เป็นกรรมฐานดูหน่อยซิ...ว่าผลมันจะเป็นอย่างไรบ้าง...
นิยามความรักของชาวโลก ๆ ว่ากันว่า
1. เห็นแล้วถูกใจก็อยากได้มา (กามตัณหา)
2. เมื่อได้แล้วอยากให้อยู่กับเรานานๆ หวงไว้ ไม่อยากให้ไปเป็นของใคร (ภวตัณหา)
3. อยู่นานเข้าก็เริ่มเบื่อแล้ว เพราะเริ่มเห็นชัดว่า ไม่เป็นอย่างที่เราต้องการจริง ๆ หรือ อยากได้ของใหม่ ๆแล้วล่ะ เลยอยากให้จากไปเร็ว ๆ (วิภาวตัณหา)
โลกีย์รมณ์ก็วนอยู่แค่นี้แหละ ไม่มีอะไรเกินเลยกว่านี้เลยนะ...
และเคยได้ยินเขาพูดกันไหมว่า เมียน่ะหาง่าย มี เกลื่อนกลาดตามท้องถนน แต่แม่ของลูกเรานี่ซิ หายากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร (นิยามของหนุ่มยุคไฮเทค)...ไม่รู้จริงหรือเปล่า ต้องพิจารณาเอาเองอีกแหละ...
|
|
|
|
|
 |
ขาแจมในตำนาน
ผู้เยี่ยมชม
|
ตอบเมื่อ:
18 ก.ค.2005, 12:20 am |
  |
1. เริ่มจากที่ จิต ไม่ สงบ คือ ไม่ว่าง (สังขาร) [วางไม่เป็นเย็นไม่ได้]
2. ทิฐิวิปลาส มาจาก สัญญาวิปลาส ซืงมา จากจิตวิปลาส
เช่น คิดไป หรือ ไปทำ หรือ ไปพูด ที่เป็นกรรมเก่า
สะสมมา เช่น ไปบอกว่า ชอบกิน ช๊อกโกแลต พอไป ทิ้งไว้
วันรุ่งขึ้น เขาซื้อมาให้ ก็จะ เป็น ทุกข์ เพราะ ไม่สามารถคุม จิตที่ส่งออกได้
หรือ ไป นึกไว้ ล่วงหน้าว่า ถ้าไปมีคนใหม่จะ ไม่ยอม จะต้องทำร้าย (พอเหตุการนี้เกิดขึ้น
ก็จะทำไปตามนั้น - เว้นแต่สติที่ เหมาะสมพอดี) ถ้ามีเวลา ก็ สำลอกออกซะ ล้างมันไป
3. ความรัก นั้นเป็นของโลก แฝงไปด้วยความ เคียดแค้น จึงเต็มได้ด้วยความไม่พอใจ
ความขุ่นใจ ที่เหมือนฝุ่น เข้าตาระวัง ปฏิฆะ(ความไม่พอใจนิดๆ) แหละอันตราย
(ไม่ใช้ความเมตตาที่ เต็ม ร้อยที่ ขาดจาก กาม ที่จะ ไม่เป็น ทุกข์)
ฯลฯ
ปล. มีเขียนอีกเยอะ แต่กลัวจะ ไม่เหมาะสม เอวัง !!!
|
|
|
|
|
 |
|