พอเห็นหัวเรื่อง ท่านผู้อ่านคงจะคิดว่า เอาอีกแล้วตั้งหัวเรื่องให้ฉงนอีกแล้ว
มีอย่างที่ไหน ธรรมะจะก่อให้ความทุกข์เกิดขึ้นได้ ?
ก็ถูกละ
ธรรมะ หมายถึง ความถูกหรือความดี ในที่นี้จึงมุ่งไปที่
การศึกษา อ่าน ฟัง หรือการปฏิบัติกิจ อันเกี่ยวเนื่องด้วยธรรมะทุกระดับ
ไล่ตั้งแต่ทาน ศีล ภาวนา ขึ้นมาเลย
ถูกแล้ว ตัวธรรมะแท้ ๆ นั้น ไม่ก่อให้เกิดความทุกข์
หรือความสุขแก่ใคร ๆ ทั้งสิ้น ผู้ที่ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามธรรมะต่างหากเล่าที่จะต้องได้รับความสุข
หรือความทุกข์ !
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ที่ปฏิบัตินั้น ทำอย่างถูกต้อง
หรือไม่ถูกต้อง ? ถ้าทำไม่ถูกต้อง สิ่งที่เป็นคุณ ก็อาจจะก่อให้เกิดโทษได้
ตัวอย่างเช่น
- ไม่กินเนื้อสัตว์ แล้วก็เที่ยวโจมตี เสียดสี เปรียบเปรย
คนที่เขากินเนื้อสัตว์
-
รู้ธรรมะนิดหน่อย ก็คุยทับถม โอ้อวด ข่มคนอื่นจนเขาเกลียดขี้หน้ากันไปทั่ว
เข้าที่ไหนก็บ่อนแตก
-
ทำเป็นอวดเก่ง ให้คนเขานับถือ แต่แท้ที่จริงก็ เน่าใน
และ เปียกแฉะ มะกอกสามตะกร้า
-
ติดพิธีรีตองเล็กๆ น้อย ๆ ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
-
อยากศึกษา อยากปฏิบัติธรรมะ แต่ก็ไม่มีเวลา ครั้งพอมีเวลาบ้าง
ก็อ่านหรือฟังธรรมะไม่ค่อยเข้าใจ เป็นเหตุให้จำเอาไปผิด
ๆ และทำผิด ๆ นี่ก็เพราะธรรมะเป็นเหตุ
ผู้เขียน ออกจะรู้สึกสงสาร และเห็นใจผู่ที่ห่างวัดและไม่คุ้นกับภาษาพระ
คนประเภทนี้มักจะสนใจ และปฏิบัติจริงเสียด้วย แต่มักจะทำผิด
ๆ เพราะรู้มาไม่ถูกต้อง
ตรงกันข้ามกับคนที่รู้ค่อนข้างจริง และรู้มาก เช่น บวชมานาน
หรือเป็นสมภารเจ้าวัดมาก่อน คนพวกนี้ส่วนมากมักไม่สนใจการปฏิบัติ
แต่มักสนใจแต่จะสอนคนอื่น
จะขอยกตัวอย่าง คำบางคำที่เราคุ้น ๆ กันดี แต่มักจะเข้าใจไม่ถูกต้อง
เช่น สังขาร, กรรม หรือแม้แต่คำว่า ธรรม หรือธรรมะ นี่แหละ
แม้จะได้ฟังกันอยู่เป็นประจำ ก็ยังเข้าใจผิด ๆ กันเป็นส่วนมาก
ในที่นี้ อยากจะขอนำเอาคำ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติโดยตรงมาฝากสัก
๓-๔ คำ คือ คำว่า สติ สมาธิ และวิปัสสนา เป็นต้น ที่มักเข้าใจคำแปล
และความหมายผิด ๆ
สติ สมาธิ วิปัสสนา คือ อะไร ?
ปัจจุบัน
เป็นที่น่ายินดีมาก ที่เด็ก หนุ่มสาว นักเรียน นักศึกษา
ครู อาจารย์ และข้าราชการ ต่างพากันสนใจธรรมะภาคปฏิบัติมากขึ้นกว่าแต่ก่อน
คำว่า สติ สมาธิ และวิปัสสนา จึงเป็นคำที่สนใจกันอย่างกว้างขวาง
ไปไหนจึงถูกถามความหมาย ของคำเหล่านี้อยู่เสมอ สมัยก่อนมักจะถูกถามถึง
นรกมีจริงไหม ? สวรรค์อยู่ที่ไหน ? ผีมีจริงไหม ? เป็นต้น
ทุกวันนี้หาคนถามยาก
เพื่อให้ผู้ที่สนใจ ในการปฏิบัติ ได้รู้ความหมาย และวิธีปฏิบัติอย่างถูกต้อง
และถือเป็นหลักที่ยุติ จึงขอนำเอาคำอธิบาย ในหนังสือ
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่านอาจารย์พระราชวรมุนี
(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) มาลงไว้ดังนี้
สติ ความระลึกได้, นึกได้, ความไม่เพลอ,
การคุมใจไว้กับกิจหรือกุมกิจไว้กับสิ่งที่เกี่ยวข้อง,
จำการที่ทำและคำที่พูดแล้ว แม้นานได้.
สมาธิ ความมีใจตั้งมั่น, ความตั้งมั่นแห่งจิต,
การทำให้ใจสงบแน่วแน่ ไม่ฟุ้งซ่าน, การมีจิตกำหนดแน่วแน่
อยู่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ.
วิปัสสนา ความเห็นแจ้ง คือเห็นตรงต่อความเป็นจริง
ของสภาวธรรม, ปัญญษที่เห็นไตรลักษณ์ อันให้ถอนความหลงผิดรู้ผิดในสังขารเสียได้,
การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความเห็นแจ้ง รู้ชัดภาวะของสิ่งทั้งหลาย
ตามที่มันเป็นของมันเอง.
มีคำที่ควรรู้ ในวงนักปฏิบัติธรรมะ เพิ่มอีก ๒ คำ คือ
สมถะ และ กรรมฐาน
สมถะ ธรรมเป็นเครื่องสงบระงับจิต,
ธรรมยังจิตให้สงบระงับจากนิวรณูปกิเลส, การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ,
กรรมฐาน หรือ กัมมัฏฐาน ที่ตั้งแห่งการงาน,
อารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งการงานของใจ, อุบายทางใจ
ถ้ามารวมกันเป็น สมถกัมมัฏฐาน ก็แปลว่า งานฝึกจิตให้สงบ.
เมื่อรู้คำแปลแล้ว ก็จะไปยากที่การปฏิบัติจริง ว่าสติสมาธิ
และวิปัสสนา มีความเกี่ยวข้อง หรือทำงานร่วมกันอย่างไร
?
สติ กับ สมาธิ แม้ว่าจะเป็นธรรมสายเดียวกัน และต่างอิงอาศัยกันก็จริง
แต่ถ้าจะดูให้ตลอดสายแล้ว จะเห็นว่ามีความแตกต่างกันได้
คือ
ถ้าจิตดิ่ง แน่นิ่ง อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยไม่มีอารมณ์สิ่งใดแทรกเข้ามาได้เลย
ขณะนั้นก็มีแต่สมาธิล้วน ๆ
แต่ถ้าในขณะนั้น ระลึกได้ด้วยว่าจิตกำลังดิ่ง และแน่นิ่งอยู่ในสิ่งใด
ขณะนั้นก็มีสติเข้าร่วมกับสมาธิด้วย
ส่วนวิปัสสนา เป็นตัวปัญญาที่เห็นไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง
ทุกขัง และอนัตตา ปัญญามี ๒ อย่าง คือ ปัญญาทางโลก และปัญญาทางธรรม
ปัญญาทางโลก มีความรู้แตกฉาก เรียนเก่ง
คิดเก่ง ทำเก่ง แต่ไม่อาจละกิเลส และตัณหาหรือดับทุกข์ได้
ปัญญาทางธรรม ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ต่าง
ๆ อย่างแตกฉานก็ได้ มีก็ได้ แต่สามารถละกิเลสตัณหาได้
ดับทุกข์ได้ตามชั้นภูมิ
สติและสมาธิ ทำงานร่วมกันได้ คือสติจะระลึกได้นาน ถ้ามีสมาธิเป็น
พี่เลี้ยง อยู่ด้วย ส่วนสมาธิถ้ามีสติร่วมด้วย
ก็จะไม่ทำให้จิตดิ่งแน่นิ่งเกินไป และจะเป็นฐานของปัญญาด้วย
การทำงานร่วมของสติ สมาธิ และปัญญา เช่น กำลังอ่านหนังสืออยู่
ตาดูหนังสือ จิตก็เพ่งอยู่ที่ตัวหนังสือ ในขณะนั้นสมาธิเกิด
พร้อมทั้งระลึกได้ว่า กำลังอ่านหนังสืออยู่ ในขณะนั้นสติก็เกิดและรู้เนื้อความในหนังสือนั้นตลอด
ในขณะนั้นปัญญาก็เกิด นี่เป็นปัญญาแบบโลก ถ้ารู้เนื้อความนั้นแล้วเห็นแจ้งในไตรลักษณ์
ขณะนั้นปัญญาในวิปัสสนาก็เกิด
ตัวอย่าง การฝึกสติ สมาธิ และวิปัสสนา โดยย่อ
การฝึกสติ ขณะที่เราอยู่ในอิริยาบถใด
คิดอะไรอยู่ ? พูดอะไรอยู่ ? และทำอะไรอยู่ ? ก็ระลึกได้ว่า
ขณะนั้นเรากำลังคิดอะไรอยู่ ? กำลังพูดอะไรอยู่ ? กำลังทำอะไรอยู่
? ขณะนั้นเราก็มีสติแล้ว
การฝึกสมาธิ ขณะที่เราอยู่ในอิริยาบถใด
คิดอะไร ? พูดอะไร ? และทำอะไรอยู่ ? จิตก็จดจ่อแน่นิ่ง
อยู่กับความคิด คำพูดและการกระทำนั้น ๆ ไม่ซัดส่ายไปมา
ในขณะนั้นสมาธิก็เกิดขึ้นแล้ว
การฝึกวิปัสสนา ขณะที่เราอยู่ในอิริยาบถใด
กำลังคิดอะไร ? กำลังพูดอะไร ? และกำลังทำอะไรอยู่ ?
จิตก็เห็นอย่างแจ่มแจ้ง ในความเป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา
อยู่ทุกขณะของความคิด คำพูดและการกระทำนั้น ๆ วิปัสสนาก็เกิดแล้ว
วิปัสสนึก กับ วิปัสสนา ถ้าเราเพียงแต่นึกหรือคิดเอาโดยที่จิตใจยังไม่เห็นอย่างแจ่มแจ้ง
ก็เป็น วิปัสสนึก แต่วิปัสสนึกอาจกลายเป็น
สื่อ ของวิปัสสนาได้ ถ้า ทำใจ
หรือ ปรับความนึกคิดให้ถูกต้อง
ดังนั้น ในการปฏิบัติธรรม ควรทำหลาย ๆ แบบ และหลาย ๆ
วิธี วิธีไหนทำแล้วจิตสลด เบื่อหน่ายเกิดอาทีนวทัสสาวี
เห็นโทษและข้อบกพร่องของวัตถุจนคลายกำหนัด ก็ควรจะ ย้ำ
วิธีนั้นให้มาก ๆ จนจิตวิมุติหลุดพ้นไปเลย.
ทางแก้
๑.
ควรอ่านและฟังให้มาก อย่าติดอยู่แต่หนังสือ เล่มใดเล่มหนึ่ง
อาจารย์ใดอาจารย์หนึ่ง
๒. ควรหาเวลาอ่านพระไตรปิฎกตัวจริงให้ได้ แม้ว่าสำนวนจะเข้าใจยาก
แต่การอ่านบ่อย ๆ จะคุ้นไปเอง
๓. การศึกษาธรรมะจะออกรส ถ้ามีการปฏิบัติควบคู่กันไปด้วย
ตามสมควรแก่อัตภาพ
๔. ธรรมะเป็นของลึกซึ้ง และละเอียดอ่อน นอกจากจะต้องใช้ปัญญาที่สุขุมแล้ว
ยังจะต้องทำใจให้กว้างอีกด้วย
๕. คู่มือการศึกษาและปฏิบัติธรรมะ ที่วิเศษสุด คือ หนังสือ
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของพระราชวรมุนี
(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) มีขายที่ มหาจุฬาบรรณาคาร วัดมหาธาตุ
ท่าพระจันทร์ กทม.