Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 ภาวนา-ปัญญา-ศีลและธรรม (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
ปุ๋ย
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 02 มิ.ย. 2004
ตอบ: 1278

ตอบตอบเมื่อ: 07 ธ.ค.2006, 9:28 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

ภาวนา-ปัญญา-ศีลและธรรม
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๓ เวลา ๑๘.๐๐ น.
ณ สวนแสงธรรม



วันนี้ไปเทศน์ที่วัดสังฆทาน ก็เทศน์เรื่องจิตใจ ชาวพุทธเรา ใจไม่มีหลัก ไม่มีที่เกาะ

การภาวนานั้น คนไม่เคยเห็นไม่เคยทำก็รู้สึกว่าแปลกใจด้วยซ้ำ คนไม่ทำ ไม่เคยรู้เห็น เอาความไม่เห็นมาลบล้าง ว่า "ไม่มี"

ภาวนาแล้วก็จะรู้ จะเห็นธรรมอันวิเศษ จะได้รู้ว่ากิเลส เผาอยู่ตรงไหนบ้าง ตัวพาเกิดตาย พาขึ้นสวรรค์ลงนรก ก็คือกิเลสทั้งนั้น รู้อย่างเดียวกัน เห็นอย่างเดียวกัน สันทิฏฐิโก รู้เองเห็นเอง รู้ธรรมอันเดียวกัน จากตรงนี้ ไม่ไปไหนอีกแล้วก็รู้ ใครเชื่อไม่เชื่อไม่ต้อง สนใจ เพราะเรารู้จริงกับตัวเรา ไม่ต้องหาใคร มาเป็นสักขีพยาน

ธรรมนี้เอง คือหัวใจที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวก ทั้งหลายพยายามนำมาบอกเอามาสอน อันยังประโยชน์ มากมายมหาศาล มาสอนเพราะว่ารู้จริงเห็นจริง ธรรม ออกแล้ว ผาดโผนเหมือนน้ำดับไฟ กิเลสออกมาก็คือ ไฟเผา เผาบ้านเผาเมือง

ชาวพุทธ ชาวไทย ให้มีศีลมีธรรมนะ ไม่ใช่ว่า (ไม่มีศีล มีธรรมตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ - deedi) พอตายแล้ว ก็เชิญพระมา "กุสลาธรรมา..." นั้น ไม่ได้ประโยชน์อะไร

ความดี ต่างหาก ที่พาไปสวรรค์นิพพานได้ ไม่ใช่ กุสลาธรรมา (ที่นิมนต์พระมาสวดให้ทีหลัง- deedi) เวลาหลวงตาตาย ไม่ต้องนิมนต์พระมากุสลาธรรมนะ เพราะว่าหลวงตาจะไปนิพพานเอง ไม่ต้องให้ใครหรือ กุสลาธรรมา พาไป จะไปของเราเอง

ธรรมของพระพุทธเจ้า ต้องปฏิบัติใจแล้วก็จะ รู้ไปโดยลำดับลำดา จะค่อยๆ รู้ธรรมต่างๆ เป็นลำดับ ลำดา

ตอนท้าย หลวงตาถามญาติโยมที่มาฟังว่า "ไม่เหนื่อยเหรอ มานั่งกันนานๆ" (ทำเอาญาติโยมขำในธรรมกันใหญ่) ส่วนหลวงตานั้นบอกว่า หลวงตาก็เหนื่อยบ้าง แต่สงสารโลก ก็เลยอยู่ช่วยโลกด้วยความเมตตา ลำพังตัวหลวงตาเอง ครองธาตุขันธ์ไป แต่หากถ้าเหนื่อยก็ต้องหยุด เมื่อไหร่เหนื่อยก็แสดงว่าร่างกายต้องพัก ส่วนธรรมะนั้นแล้วแต่ ผู้มาฟังธรรมจะแล่นออกมาเอง ตามความเหมาะสม



................................................................

คัดลอกจาก
http://www.dharma-gateway.com/
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวMSN Messenger
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง