Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 รวมภาษิต อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
นิรนาม
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 18 พ.ย.2005, 7:32 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ที่เกี่ยวกับอ่านหนังสือดีอย่างไรเป็นภาษบาลี ที่เกี่ยวกับอ่านหนังสือดีอย่างไรเป็นภาษบาลี
 
ปุ๋ย
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 02 มิ.ย. 2004
ตอบ: 1278

ตอบตอบเมื่อ: 19 พ.ย.2005, 2:20 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

"สุ จิ ปุ ลิ วินิมุตโต กะถัง ปัณฑิโต ภะเว"



การเรียนดี (สุ จิ ปุ ลิ)



ฟัง คิด ถาม เขียน หรือ สุ จิ ปุ ลิ อธิบายได้สองแบบๆ ดังนี้



แบบเดิมๆ



คือ ฟังเข้าสมอง คิดในสมอง เอาสัญญาในสมอง มาร่วมคิด ถามก็ตามสมองคิดยังไม่ได้ทำเลยก็มีเขียน คือจดในกระดาษกันลืม หรือจดในสมอง คือจำได้



แบบธรรมะปฏิบัติ



"สุ" คือ ฟัง คิด ถาม เขียน แบบกระทรวงศึกษาสอนไว้ ทั้งสี่นั้นแหละ เช่น อ่านธรรมะ อ่านตำรา ฟังบัณฑิตสอน อ่านที่จดไว้ ท่องไว้ ถามโน่น ถามนี่...ทั้งหมดเกิดขึ้นในระดับ "สมอง"



"จิ" คือ เมื่อมี "สุ" เป็นขันธ์ห้ากระทบเข้ามาแล้ว เราก็ใช้โยนิโสมนสิการทำให้จิตใจสงบ (ทำในใจหรือบางท่าน แปลว่า ทำใจให้แยบคายนั่นเอง) น้อมระลึกเข้าไปดูภายในใจ ใช้สติ ใช้ปัญญา...ปฎิบัติธรรมนะทำได้ทุกเสี้ยววินาที ไม่ต้องรอไปนั่งสมาธิ เกินจงกรม..ที่ตรงไหนก็น้อมระลึกดูจิตของเราได้...ที่ไหนก็ปฎิบัติได้...จิ คือ ตามดูรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ให้ทัน คิดตามว่า มันก่อตัวอย่างไร...เราเคยหลงไปตามความคิดไหม...รู้ตัวไหมว่าหลงไปตามความคิด...จิ นั้น จะว่าไปแล้ว คือ คิดได้ ระลึกได้ ก็คือมี "สติ" นั่นเอง... มีสัมปะชัญยะ ตามสติมาอย่างติดๆ ใช้แยกแยะรู้ว่าจิตเป็นกุศล/อกุศล/ไม่กุศลและไม่อกุศล...



"ปุ" คือ เมื่อมีปัญหา มีข้อข้องขึ้นมา หรือเมื่อรับรู่ แยกแยะได้ว่าจิตเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเป็นธรรมแบบไหน (ธรรมมีสามแบบ คือ กุศล อกุศล และอัพยากฤต) ...เรา ก็จะหาทางทำให้จิตสงบ นิ่งโล่งว่าง... หาปัญญามาทำให้ข้อขัดข้องนั้น กระจ่างรู้เท่าทัน รู้ตามความเป็นจริง...ใช้การเรียนรู้ธรรมะ แบบที่เรียกกันว่า "ทุกข์ไม่มาปัญญาไม่เกิด" เอาคนรอบข้างเป็นโจทย์ฝึกจิตของเรา



"ลิ" คือ เมื่อฝึก จิตดูจิตไปเรื่อยๆ กำลังสติ กำลังปัญญา จะมากขึ้นเรื่อยๆ บางท่านจะร้องอ๋อ เข้าใจ แล้วอะไรที่สงสัยก็เบาไปหายไป จิตจะโล่งโปร่งสบาย...นี่แหละ เป็น "ลิ" ละ... แต่เป็นลิขิตในแบบนามธรรมเขียนไว้ที่จิตที่ใจ เขียนแบบถาวรลบไม่ได้... ขโมยไม่ได้... และสะสมเป็นสติปัญญาใช้ข้ามภพข้ามชาติได้...หมั่นฝึกสร้างสติทำความเข้าใจ แยกจิตแยกขันธ์ห้านะ





สุ จิ ปุ ลิ มาจาก สุตะ แปลว่า ฟัง จิ มาจาก จิตตะ แปลว่าคิด ปุ มาจาก ปุจฉา แปลว่า ถาม ลิ มาจาก ลิขิต แปลว่า เขียน
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวMSN Messenger
สีฟ้า
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 06 ธ.ค.2005, 7:58 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ขอขอบคุณที่มีข้อมูลดีๆมาให้อ่านค่ะ
 
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ ไม่สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง