Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 อานิสงส์การสวดพุทธคุณและชินบัญชรคาถา อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
ลูกโป่ง
บัวแก้ว
บัวแก้ว


เข้าร่วม: 01 ส.ค. 2005
ตอบ: 4089

ตอบตอบเมื่อ: 07 ก.ย. 2005, 10:43 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ดิฉันสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เมื่อกลางปี ๒๕๒๗ ซึ่งเป็นปีเกษียณอายุราชการของคุณพ่อพอดี ดิฉันไปสมัครงานหลายแห่งที่สอบข้อเขียนและสัมภาษณ์หลายครั้ง บางหน่วยงานมีเพื่อนของคุณน้าและพรรคพวกของคุณพ่อรับปากยินดีช่วยเหลือเต็มที่ ผลสุดท้ายต้องผิดหวัง เพราะว่าขัดข้องด้วยไม่มีงบประมาณสนับสนุน ทางหน่วยงานไม่มีนโยบายบรรจุพนักงานใหม่ หรือคุณวุฒิไม่ตรงกับความต้องการของหน่วยงาน ต้องรอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย บางครั้งมีความรู้สึกเบื่อหน่ายท้อถอย หมดกำลังใจ อยากจะปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม เราไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำบุญสร้างกุศลตามโอกาสให้ คิดว่าคงจะเป็นกรรมเก่าในอดีตติดตามมาขัดขวางทางเดินชีวิต จึงต้องระทมทุกข์ผิดหวังไม่เหมือนคนอื่นเขา กรรมในอดีตมันยากนักที่จะหยั่งรู้ได้ในระดับจิตอย่างเราๆ

อยู่มาวันที่ ๑๓ ก.ย. ๒๘ ดิฉันได้มีโอกาสติดตามคุณพ่อ คุณแม่ และพี่ๆ เดินทางไปนมัสการและปรึกษา หลวงพ่อจรัญ หลวงพ่อได้พูดว่าให้ดิฉันทำใจเย็นๆ จะมีตำแหน่งงานรองรับ ได้ทำแน่ๆ ไม่ต้องเป็นห่วง จะช้าหรือเร็วเท่านั้น จึงทำให้ดิฉันเกิดกำลังใจที่จะรอคอยอย่างมีความหวัง เชื่อและมั่นใจว่าคำพูดของหลวงพ่อที่ผ่านมาไม่เคยทำให้ครอบครัวเราผิดหวังเลย

กาลเวลาได้ผ่านไปย่างเข้าปี ๒๕๒๙ ซึ่งนานเหลือเกินเหมือนต้นข้าวคอยฝน ยังไม่ได้รับข่าวดีจากแห่งใดเลย ได้สอบถามไปยังหน่วยงานที่รับสมัคร ก็ได้รับคำตอบด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ด้วยความร้อนใจใคร่จะรู้ว่าจะมีหนทางเข้ารับราชการหน่วยใด เมื่อไรจะได้แน่นอน ต่อมาเมื่อ ๑๒ เมษายน ๒๙ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ๆ และดิฉันได้ออกเดินทางไปเยี่ยมและปรึกษาหลวงพ่อจรัญ เช่นเคย ท่านได้ย้ำว่า “มีผู้ใหญ่จะช่วยเหลือจะสำเร็จเร็วๆ นี้ หน่วยใดขอตัวก่อนให้เอาหน่วยนั้น” เมื่อดิฉันเดินทางกลับมา รู้สึกว่าชีวิตมีความหวังขึ้น กอร์ปกับมีความศรัทธาเชื่อมั่น เคารพนับถือในหลวงพ่อมานานแล้ว จึงคลายความวิตกกังวลลงไปได้บ้าง

วันหนึ่งในปี ๒๕๓๐ ดิฉันได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ กรป.กลาง ให้นำหลักฐานเพิ่มเติมมาประกอบใบสมัครงาน เพื่อจะได้นำเรียนขออนุมัติบรรจุเป็นลูกจ้างของกองบัญชาการทหารสูงสุดต่อไป ดิฉันได้ไปรายงานตัวที่หน่วยงานนี้เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๓๐ เพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่ต่อไป ดิฉันรู้สึกดีใจมากจนน้ำตาไหลลงอาบหน้า นำความปลื้มปีติยินดีมาสู่บิดามารดาเป็นที่ยิ่ง ตลอดจนเทิดทูนบูชาขอบพระคุณหลวงพ่อจรัญ ที่โปรดกรุณาแผ่เมตตาสนับสนุนให้ดิฉันประสบความสำเร็จในครั้งนี้

ดิฉันได้มีโอกาสทำงานในหน่วยงานนี้ เปรียบเสมือนผลไม้หล่นไปไกลต้น เพราะคุณพ่อรับราชการทหาร ดิฉันเป็นลูกทหารเลยต้องเป็นทหารรับใช้ชาติตามไปด้วย ดิฉันมีความภาคภูมิใจ เอาใจใส่ สนใจงาน รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย มีความพยายามมุมานะทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำความพอใจให้ผู้บังคับบัญชา ได้รับการพิจารณาบำเหน็จความดีความชอบในรอบปีจนทำให้ดิฉันได้รับการสนับสนุนบรรจุตำแหน่งหลัก และเลื่อนชั้น ยศตามลำดับครั้งสุดท้ายได้รับยศร้อยเอก

ผู้ที่จะครองตำแหน่งชั้นยศระดับนายร้อย นายพันขึ้นไป นายทหารผู้นั้นจะต้องเข้ารับการศึกษาตามหลักสูตรในสถาบันทหารที่กำหนดไว้ในแต่ละเหล่า ตามโอกาสที่จะอำนวยให้ บางคนไม่ได้เรียนตามขั้นตอน อาจจะเนื่องด้วยจำนวนที่นั่งเรียนมีจำกัด หรือไม่มีงบประมาณสนับสนุนในแต่ละปีได้เพียงพอ ก็จำเป็นจะต้องเลื่อนการเรียนออกไป สำหรับดิฉันยังไม่เข้ากฎเกณฑ์ที่จะเข้าศึกษาหลักสูตรผู้บังคับกองร้อยเหล่าสารบรรณ (ขณะพิจารณายศร้อยโทคำสั่งแต่งตั้งยศร้อยเอกได้ออกมาภายหลัง) แต่ก็เป็นร้อยโทเต็มขั้นแล้ว จึงขอร้องผู้บังคับบัญชาช่วยเสนอชื่อเข้าพิจารณาคัดเลือกเข้าเรียนในครั้งนี้ด้วย เพราะบรรดาเพื่อนๆ ที่ได้รับการศึกษารุ่นเดียวกันได้เข้าเรียนในรุ่นนี้ทั้งหมด ท่านผู้ใหญ่ท่านเมตตาตามที่ขอร้อง

นอกจากนั้น ยังหาคะแนนเสียงเชียร์จากผู้ใหญ่ในหน่วยอื่นช่วยฝากฝัง รวมทั้งขอความเมตตาจากหลวงพ่อช่วยแผ่เมตตาให้ด้วย ดิฉันได้ประเมินผลเข้าข้างตัวเอง ป้อนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ตีออกมาว่ามีความหวัง ๘๐% ได้เรียนแน่ๆ แต่ผลการพิจารณาเป็นทางการออกมาผู้มีสิทธิ์เข้าเรียนในรุ่นนี้เพียง ๖๐ คน ชื่อของดิฉันเป็นตัวอะไหล่คนที่ ๒-๓ ดิฉันไม่เสียใจเพราะรู้ตัว แพ้อาวุโสดังที่คิดไว้ เพราะคำสั่งแต่งตั้งยศออกมาไม่ทันระหว่างพิจารณา จึงทำใจได้สบาย สงบอารมณ์ คิดว่าโอกาสหน้ายังมี จำต้องทำงานสู้ต่อไปไม่มีสิ่งใดตามใจเรา โดยยึดภาษิตของญี่ปุ่นที่ว่า “อยากจะชมดอกไม้ ก็มีแต่กลีบใบร่วงหล่น อยากจะแหงนชมดวงจันทร์ ก็มีเมฆมาบังเสีย ในโลกนี้ไม่มีอะไรตามใจเรา”

ดิฉันจึงได้บอกคุณพ่อว่า ไม่มีโอกาสเข้าศึกษาในรุ่นนี้เสียแล้ว คุณพ่อพูดปลอบใจขอให้ฝืนใจสู้ เราแพ้ก่อนตอนนี้เพื่อเอาชนะทีหลัง ควรยึดหลักธรรมพระไตรลักษณ์อันมี อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นที่พึ่ง แต่อย่าไปยึดหลักหลวงตายีเข้านะ ท่านบอกว่า “ร่างกายนี่ ยาววา หนาคืบ กว้างศอก ให้พิจารณาแต่ละส่วน แต่ละจุด ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อ้ายนั่นก็ไม่ใช่ของเรา อ้ายนี่ก็ไม่ใช่ของเรา ยกให้เขาไปเสีย !” ญาติโยมบางคนเห็นว่าหลวงตายีพูดจาลามกไม่เข้าท่าเลยแจ้งตำรวจให้มาจับ เลยหลวงตาอยู่ไม่เป็นสุข ลูกศิษย์ที่ภักดีเอาหลวงตาพาซ่อนไว้ไปบ้านนอกบ้าง กลับเข้ามาซ่อนในกรุงเทพฯบ้าง แบบเล่นโปลิสจับขโมยกันหลายยกหลายครา ผลสุดท้ายหลวงตาท่านเบื่อหน่ายสละสังขารหมดเวรหมดกรรมกันที ศึกสายเลือดนี้จึงได้ยุติลง เห็นไหมล่ะพูดผิดหน่อยเดียวถึงตายได้นะ

ในที่สุดคุณพ่อได้แนะนำให้ดิฉัน สวดพุทธคุณ ซึ่งท่านเจ้าคุณพระราชสุทธิญาณมงคลได้บรรยายวิธีสวดตามขั้นตอน และมีหลายรายประสบผลสำเร็จในหลายเรื่องต่างๆ กัน มีรายละเอียดปรากฏในหนังสือกฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ ขอให้ไปอ่านดู และได้หยิบบทสวดมนต์เล่มเล็กยื่นให้นำไปสวด โดยปกติดิฉันไม่ค่อยสนใจในการสวดมนต์เท่าใดนัก เพราะกลับจากทำงานมาถึงบ้านเป็นเวลาค่ำคืน วันไหนจราจรติดขัดก็มาถึงบ้านดึกหน่อย เมื่อดิฉันได้หยิบหนังสือมาอ่านดูก็เกิดศรัทธาเลื่อมใส จึงเริ่มเข้าห้องพระสวดมนต์ในตอนหัวค่ำเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๓๗ มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ เมื่อสวดมนต์เวลาค่ำทุกวันได้ประมาณ ๒ เดือนเศษ ก็มีผลปรากฏอย่างน่าอัศจรรย์ นั่นก็คือ

๑. เมื่อ ๖ มิ.ย. ๓๗ ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาความดีความชอบในรอบปีที่ผ่านมา ขอบำเหน็จให้ดิฉัน ๒ ขั้น (ผู้มีสิทธิรับการศึกษาจะไม่ได้รับการพิจารณา)

๒. เมื่อ ๗ มิ.ย. ๓๗ เจ้าหน้าที่กองการศึกษา กรมยุทธศึกษาทหาร ติดต่อมายังหน่วย กรป.กลาง ให้ดิฉันรีบไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับการศึกษาในหลักสูตร ผบ.ร้อย เหล่า สบ.ด่วน (เข้าเรียนแทนนายทหารนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนอาการสาหัส) หลักสูตรนี้เปิดการศึกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๒ มิ.ย. ๓๗ ปิดการศึกษา เมื่อวันที่ ๒๑ ก.ย. ๓๗

๓. เมื่อ ๔ ต.ค. - ๗ ต.ค. ๓๗ ดิฉันได้เดินทางร่วมคณะสื่อสารมวลชน ตามโครงการกรมส่งออก ทำข่าวศึกษา ดูงาน ภาคใต้และต่างประเทศ (มาเลเซีย)

๔. เมื่อ ๑ ธ.ค. ๓๗ สัตว์ร้ายไม่ทำอันตราย เช่น งูเดินห่าง ๒ นิ้ว ไม่ฉกกัด

๕. เมื่อ ๓ ธ.ค. - ๖ ธ.ค. ๓๗ ดิฉันได้เดินทางร่วมคณะสื่อมวลชน ตามโครงการกรมสรรพากร ทำข่าว ศึกษาดุงานเมืองเซียงไฮ้ กวางเจา ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน และประเทศฮ่องกง

จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นนั้น ดิฉันประสบด้วยตนเอง นับว่าเป็นโชคดีอย่างเหลือเชื่อจริงๆ อย่างในกรณีข้อ ๑ ผู้เข้ารับการศึกษาจะไม่ได้รับการพิจารณา ๒ ขั้น บังเอิญในระหว่างพิจารณานั้นดิฉันมิได้อยู่ในกฎเกณฑ์กำหนดนี้ จึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ข้อ ๒ ดิฉันได้เข้าศึกษาแบบปาฏิหาริย์แท้ๆ องค์เทพท่านช่วยกระมัง ? แล้วก็ไม่มีผลกระทบในข้อ ๑ ด้วย ผลการศึกษา ๙๐.๘๐% ส่วนข้อ ๓, ๔, ๕ นั้น ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ได้เคร่งเครียดต่อการศึกษามานาน ทุกคนมีโอกาสอย่างนี้ได้เหมือนกันนะ และงูมันเมตตาเลยไม่กัด

ดิฉันจึงมีความศรัทธาและมั่นใจว่า การสวดพุทธคุณและชินบัญชรคาถา ย่อมได้อานิสงส์นานาประการ เปิดทางเดินไปมีอุปสรรคทั้งในด้านส่วนตัวและส่วนรวม ทั้งนี้ ก็ด้วยอาศัยบารมีของหลวงพ่อจรัญท่านได้นำของดีมาเผยแพร่ต่อญาติโยม โดยท่านเสี่ยงอันตรายไต่ลงไปในโพรงเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล จนพบนิมิตดังที่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ได้บอกไว้จริง เป็นจารึกบทสวดที่เรียกว่า “พาหุง มหาการุณิโก” มาจัดพิมพ์เผยแพร่ให้ญาติโยมนำไปสวดแล้วจะประสบผลสำเร็จตามที่ปรารถนาไม่มากก็น้อย ขอให้ลองปฏิบัติดูจะรู้จริงเป็นบทสวดที่มีค่าที่สุด มีผลดีที่สุด ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้รับชัยชนะในการกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราช สวดแล้วจะมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นมงคลชีวิต

สุดท้ายนี้ ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย คุ้มครองให้หลวงพ่อจรัญ (ท่านเจ้าคุณพระราชสุทธิญาณมงคล) จงมีความสุข พลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง มีชนมายุยั่งยืนนาน อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นที่พึ่งอาศัยของสานุศิษย์ ลูกหลานชั่วกาลนาน

ด้วยความเคารพอย่างสูง
ร.อ.(หญิง) พิณทิพย์ พานิช


คัดลอกจาก:
หนังสือกฎแห่งกรรม เล่ม 9
http://www.jarun.org/

ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวชมเว็บส่วนตัว
สายลม
บัวเงิน
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 พ.ค. 2004
ตอบ: 1245

ตอบตอบเมื่อ: 17 ก.ย. 2005, 4:18 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน





สาธุด้วยครับ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัวส่ง Emailชมเว็บส่วนตัว

ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 28 ก.ย. 2005, 1:03 am ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ผมก็สวดทุกวัน
 
ภัทรภร
ผู้เยี่ยมชม





ตอบตอบเมื่อ: 04 พ.ย.2005, 8:37 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

สวดมนต์เป็นประจำมา10 กว่าปี มักจะสวดในเวลาขับรถไปทำงานตอนเช้า
 
จิตรกร
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 06 ม.ค. 2008
ตอบ: 1
ที่อยู่ (จังหวัด): นครสวรรค์

ตอบตอบเมื่อ: 06 ม.ค. 2008, 4:38 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ผมก็สวดเกือบทุกวันครับ อนุโมทนาบุญนี้ด้วยครับ
 

_________________
สติดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
thanya sukjaem
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 03 พ.ย. 2007
ตอบ: 4
ที่อยู่ (จังหวัด): chachoengsao

ตอบตอบเมื่อ: 14 ม.ค. 2008, 1:52 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

ผมก็สวดเป็นบางครั้งเหมือนกันครับ ขออนุโมทนาสาธุ ครับ
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง