ผู้ตั้ง |
ข้อความ |
huafu
บัวผลิหน่อ

เข้าร่วม: 30 ก.ค. 2008
ตอบ: 3
|
ตอบเมื่อ:
09 ส.ค. 2008, 6:55 pm |
  |
ทำไมต้องเป็นเราที่เสียสละ หนูเป็นลูกคนโตอายุ 24 ปี เพิ่งเริ่มเรียนป.ตรี มีพี่น้องสามคน ตอนนี้และที่ผ่านมาต้องดูแลย่า ไม่ว่าจะพาไปหาหมอ จัดยาให้กิน เรื่องอาหารการกิน ความเป็นอยู่ต่างๆ ย่ามีลูกชาย 4 คน ไม่มีใครสนใจย่าเลย ไม่เคยถามสารทุกข์สุขดิบย่าเลย ไม่เคยมาเยี่ยมย่าเลย ตอนนี้ย่าอยู่กับลูกคนที่ 4 ซึ่งก็เป็นพ่อของหนูเอง พ่อหนูก็ไม่ค่อยจะใส่ใจย่าซักเท่าไร...
หนูบอกให้เขาพาย่าไปหาหมอหน่อย เขาบอกว่าไม่ไปขี้เกียจไปนั่งรอ...มันเมื่อย ย่าอายุ ประมาณ 82 มีโรคประจำตัวด้วย หลายโรค หนูเบื่อที่ต้องดูแลย่า ก่อนหน้านี้ตอนที่ปู่ยังอยู่ก็เป็นหนูดูแลจนกระทั่งปู่เสียชีวิต หนูมีความรู้สึกว่าทำดีเท่าไรก็ไม่เพียงพอ ย่าไม่เคยดีกับหนูอย่างจริงใจ เวลาหนูทำความผิดอะไรมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือ เรื่องใหญ่ ย่าจะซ้ำเติมทันทีแถมยังพูดให้ร้ายไปในทางเสียๆ หายๆ อีกด้วย และย่าก็เป็นคนชอบอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวของหนู และก็คนในบ้านด้วย ชอบเปิดดูห้องนอน ก็ไม่รู้จะเปิดดูทำไม... ย่าเคยพูดว่าหนูดีกับเขา.. เหตุที่พูดแบบนั้นก็เพราะตอนนี้ย่าไม่เหลือใครที่สนใจย่าแล้ว... คนที่ย่ารักมากที่สุดหวังจะฝากผีฝากไข้ในยามแก่ชราก็กับไม่สนใจใยดีย่าเลย แต่บางครั้งหนูก็สงสารเขาก็อดไม่ได้ก็ต้องดูแลเขา... เพราะไม่มีใครสนใจ สรุปก็คือหนูดูแลเขามากที่สุด ดูแลมากกว่าลูกแท้ๆ ของเขาเสียอีก จะมีวิธีที่ทำให้หนูไม่คิดแบบนี้อีกมั้ยคะ หนูทราบนะคะว่าการที่คนเราทำดีกับใครโดยไม่ออกมาจากใจเนี่ยมันไม่ดี...
ปัญหานี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว..จนปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ พอหนูรู้ตัวคิดได้ก็เลิกคิดแบบนั้น แต่พอไม่นานก็กลับมาคิดแบบเดิมอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอด ไม่รู้เป็นเวรกรรมอะไรของหนูที่จะต้องมาเจอสภาพแบบนี้
(เหตุที่หนูเพิ่งเริ่มเรียนป.ตรี เพราะหนูต้องออกมาช่วยพ่อแม่ดูแลสวน ที่บ้านมีอาชีพเกษตรกรรม ต้องเสียสละให้น้องเรียนป.ตรีก่อน และก็ต้องมาดูแลปู่กับย่าด้วย) |
|
|
|
  |
 |
ขันธ์
บัวบานเต็มที่

เข้าร่วม: 19 ก.ค. 2008
ตอบ: 520
|
ตอบเมื่อ:
09 ส.ค. 2008, 7:57 pm |
  |
มันเป็นกรรมแหละครับ คุณ เพราะว่า กรรมนั้นทำให้คนอื่นมองไม่เห็นความดีของเรา อย่าไปท้อใจเลยครับ เพราะเป็นธรรมแบบนี้ทุกที่
กรรมทำให้คนประมาท มองข้ามอะไรไปหลายๆ เรื่อง คุณอาจจะเคยปราถนาจะช่วยเหลือคนอื่น คุณก็ต้องเจอความระทมใจ เพราะเอาใจไปผูก
ทางที่ถูกคือ ไม่ต้องไปสนใจว่า เขาจะรักเรา เขาจะดีกับเราอย่างที่เราอยากให้เป็น ทำหน้าที่ของเราพอครับ
หมดกรรมเมื่อไร กรรมดีที่คุณทำมา มันไม่ไปไหนหรอก มันก็อยู่ที่ตัวคุณนะ
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ |
|
_________________ เพราะเอาใจเข้าไปวิพากษ์ จึงมีบาปและบุญ
สรรพสิ่งมันอยู่อย่างนั้นเอง เราเองคือผู้หลงเข้าไปเอาทุกข์ |
|
  |
 |
คามินธรรม
บัวบานเต็มที่


เข้าร่วม: 29 พ.ค. 2008
ตอบ: 860
ที่อยู่ (จังหวัด): กทม.
|
ตอบเมื่อ:
09 ส.ค. 2008, 8:20 pm |
  |
เห็นใจจังเลยนะครับ คงกดดันมากๆ แรงดันเยอะมากๆ รู้สึกได้เลยล่ะ
เรื่องคุณย่า
1. ธรรมดา ธรรมชาติของคนแก่ตัวลง เขาจะเหมือนเด็ก เด็กลงๆ
เอาแต่ใจ งอแง ขี้เหงา ขี้บ่น อยากมีเพื่อน
ซึ่งเป็นธรรมชาติของคนแก่ เป็นกันทั้งนั้น
ทีนี้คุณย่าเขาก็มีนิสัยส่วนตัวด้วย
มันเลยผสมกัน
2. ผมไม่แนะนำให้คิดเรื่องเวรกรรม
มันเหมือนเราตั้งคำถามว่าจักรวาลมีที่สิ้นสุดไหม ...
คำถามพวกนี้ .... มันไม่มีคำตอบ
ไม่มีใครรู้จริงๆ เพราะการรู้ได้จริงๆ ต้องเป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้น
ดังจะเห้นได้ว่า พระชั้นผู้ใหญ่ พระจริงๆ พระดีๆ
ไม่เคยมีใครช่วยคนในการสอดส่องชาติก่อน
ท่านทั้งหลายหลีกเลี่ยงจะพูดถึงเรื่องพวกนี้
คนที่มาสนใจเรื่องระลึกชาติ ก้มีแต่พวก 18 มงกุฏ
หรือไม่ก็่เป้นการคาดเดา การคะเน ไปตามความเชื่อ ที่ได้ยินได้ฟังต่อๆกันมา
คุณจะเอา ชีวิต และจิตใจ
ไปจมปลักกับการคาดคะเนแบบนี้ไม่ได้
เว้นแต่คนที่พูด จะเป้นพระพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์
ชาติหน้าชาติหลัง อย่าไปคิด
ต่อให้จริงก็เถอะ รู้ได้แล้วจะเปลี่ยนอดีตได้ไหม
3. ลักษณะสำคัญของธรรมะแบบพุทธ
ท่านจะสอนให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ
ธรรมชาติในที่นี้หมายถึง ควาวมเป็นจริงที่เป้นอยู่ปัจจุบันของครอบครัวคุณ
คนนั้นก้เป็นอย่างนี้ คนนี้ก้เป็นอย่างนั้น
เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ ก้คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับครอบครัว อย่างที่เป้นอยู่
เขาก็เป็นของเขาอย่างนั้น
เราเปลี่ยนตัวพวกเขา ยากยิ่งกว่าเราเปลี่ยนตัวเอง
ทางออกคือเราต้องหาวิธีที่เราเองทำได้
เรื่องงานการ คงแนะกันไม่ได้
แต่เรื่องทางใจ แนะกันได้
ผมมีบทความเขียนเอาไว้เล็กๆ ดัดแปลงจากประเด้นหนึ่งที่ไดฟังธรรมมาจากหลวงพ่อที่นับถือ
แล้วเอามาเขียนให้มันอ่านง่าย
ถ้าไงลองอ่านดู
........................................................
เรื่อง ชายผู้ถูกเฆี่ยน
มีคนคนหนึ่งถูกเฆี่ยนทุกวัน (นักโทษ)
ทุกวันเขาจะถูกเฆี่ยน 10 ครั้ง...... เขาโดนมานานจนเขารู้สึกเป็นปกติธรรมดา
- วันต่อมาเขาถูกเฆี่ยนเพิ่ม เป็น 11 ครั้ง .......... เขาทุกข์ขึ้นมานิดหน่อย
- วันต่อมาเขาถูกเฆี่ยนเพิ่มอีก เป็น 15 ครั้ง .......... เขาทุกข์ขึ้นอีกมากมาย
- วันต่อมาเขาถูกเฆี่ยนเท่าเดิมคือ 10 ครั้ง .......... เขาพอใจ เป็นปกติ ไม่สุข ไม่ทุกข์
- วันต่อมาถูกเฆี่ยนลดลง เหลือ 9 ครั้ง ....................... เขามีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย
- จนวันหนึ่งเขาถูกเฆี่ยนลดลงเหลือเพียง 5 ครั้ง ........... เขามีความสุขขึ้นมามากที่สุดในชีวิต
เราต้องเผชิญกับความสุขความทุกข์ ทุกวัน วันละ 10 ครั้ง
มันนานจนทำให้เรา ไม่รู้สึกว่า มีความทุกข์ หรือมีความสุข
เมื่อเราถูกเฆี่ยนมากขึ้น ... เราก็ทุกข์มากขึ้น
เมื่อเราถูกเฆี่ยนน้อยลง ... เราก็จะเกิดความสุข มากขึ้น
ความสุข ความทุกข์ แท้จริงไม่มีอยู่
มันเป็นการเปรียบเทียบ ของ ... ปัจจุบัน อดีต และอนาคต
มันเป็นการเปรียบเทียบ ของ ... สิ่งที่ไม่มี กับ สิ่งที่อยากได้
มันเป็นการเปรียบเทียบ ของ ... สิ่งที่มี กับ สิ่งที่ไม่อยากได้
ผู้เฆี่ยน ไม่ใช่ใคร แต่มันคือเราเอง
การเฆี่ยนมาก เฆี่ยนน้อย คือ ความคิดปรุงแต่งของเราเอง ที่มาก ที่น้อย
วันไหนเราเปรียบเทียบมาก .... ผลของสุขทุกข์ก็จะมาก ตามจำนวนการเฆี่ยน
เราทุกข์ หรือสุข เพราะความคิดแท้ๆ
ความสามารถในการคิด มีแต่ในมนุษย์เท่านั้น
สัตว์อื่นก็มีความทุกข์ แต่เขาไม่ทุกข์เพราะความคิด
เขาทุกข์ไปตามธรรมชาติ เหมือนกับที่เราเจ็บป่วย หรือร้อนหนาว
..............จบ ..................................
ดีที่สุดคือไม่ถูกเฆี่ยนเลย แต่นั่นคือพระพุทธเจ้า
คุณอย่าเฆี่ยนตัวเองให้มากนะคับ
ลองสังเกตุตัวเองดูว่า เรามีการเฆี่ยนตัวเองโดยไม่จำเป้นหรือเปล่า
ก่อนจะเฆี่ยนแต่ละไม้ คิดให้ดีๆ
ส่วนเรื่องของกาย
ใครก้แก้ไขให้เราไม่ได้
พระพุทธเจ้าเอง ก็ร้อน หนาว หิว ต้องทำหน้าที่
ต้องป่วย ต้องเจ้บ ต้องเหนื่อย
ไม่แตกต่างจากเรา
แต่ท่านมีความสุขที่สุด ไม่มีทุกข์ใจ เพราะท่านรู้ทัน ท่านไม่เฆี่ยนตัวเอง
- ท่านจะไม่คิดมาก ไม่สงสัยในเรื่องไม่เป้นประโยชน์
- ท่านจะไม่ยินดี หรือยินร้ายในความเปลี่ยนแปลง
เพราะความเปลี่ยนแปลง ผกผัน แปรปรวนนี้ มันคือธรรมชาติ และท่านรู้ว่าท่านบงการมันไม่ได้
- ท่านยอมรับความทุกข์ตามธรรมชาติ เช่นการหิว การเหนื่อย การทำงานเผยแผ่
แต่ท่านไม่ยินดี ยินร้ายในทุกข์เหล่านั้น
ท่านรับมืออย่างสง่างาม
ความทุกข์เหล่านั้น มันแค่บั่นทอนกายของท่านเท่านั้น
..................................................
เอาใจช่วยนะครับ
มีอะไรมาบอกกันได้ จะช่วยคิด
คนแถวนี้ใจดีเยอะ |
|
_________________ ฐิโต อหํ องฺคุลิมาล ตฺว ฺจ ติฏฺฐ
|
|
  |
 |
บัวหิมะ
บัวเงิน


เข้าร่วม: 26 มิ.ย. 2008
ตอบ: 1273
|
ตอบเมื่อ:
09 ส.ค. 2008, 11:25 pm |
  |
อ่านแล้วเห็นใจคุณจริงๆ แต่ก็อนุโมทนาบุญที่คุณทำ ถือว่าคุณมีความกตัญญูดีแล้ว ทำต่อไปเถิด ผลบุญจะตอบสนองคุณไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า อย่าท้อแท้กับชีวิต พยายามคิดในทางบวกไว้ แล้วชีวิตจะดีขึ้น สาธุ สาธุ  |
|
_________________ ชีวิตที่เหลือเพื่อธรรมะ |
|
  |
 |
natdanai
บัวบาน

เข้าร่วม: 18 เม.ย. 2008
ตอบ: 387
ที่อยู่ (จังหวัด): bangkok
|
ตอบเมื่อ:
10 ส.ค. 2008, 11:10 am |
  |
เห็นด้วยกับท่านคามินธรรมนะครับ
ฝากให้พิจารณานิดนึงนะครับ จำมาจากใครสักคนครับ นึกไม่ออก
" จงทำความดีเพื่อความดี จงเว้นจากการทำความดีเพราะอยากเป็นคนดี " |
|
_________________ ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง |
|
    |
 |
สายลม
บัวเงิน


เข้าร่วม: 30 พ.ค. 2004
ตอบ: 1245
|
ตอบเมื่อ:
10 ส.ค. 2008, 3:53 pm |
  |
ถ้าเราคิดว่าเป็นเรื่องเวรกรรม ก็เป็นการซ้ำเติมให้เราท้อแท้ เบื่อหน่าย ที่จะทำความดี
การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการตอบแทนผู้มีบุญคุณต่อเรา แม้ว่าจะไม่ตรง แต่ต้องคิดว่าถ้าไม่ย่า ก็ไม่มีพ่อ และก็ไม่มีตัวเรา ฉะนั้นต้องถือว่าผู้ที่มีบุญคุณต่อพ่อแม่ ผู้ซึ่งเป็นผู้ให้ดำเนินเรา ต้องถือว่าผู้นั้นก็คือผู้มีบุญต่อเราด้วยเช่นกัน
การทำความดีบางครั้ง ก็ต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเราท้อแท้เบื่อหน่าย ก็จะทำให้เราทุกข์ร้อนใจ
ถ้าเราคิดว่าความดีสามารถชนะความไม่ดีได้ เราก็ต้องอดทน ทนรับกับความไม่ดีทั้งหลาย เพื่อจะให้ชนะความดีเราเหล่านั้น แม้ว่าคนที่เราทำดีด้วย ไม่เห็นความดีในตัวเรา แต่ก็ใช่ว่าความดีที่เราทำนั้นจะสูญเปล่า สักวันหนึ่งผลแห่งความดีนั้นก็จะกลับมาตอบสนองตัวเราเอง
อย่าคิดมากน่ะ "อดทน" ท่องให้ขึ้นใจ  |
|
_________________ "อย่าลืมตัว อย่าลืมปัจจุบัน อย่าลืมปฏิบัติ" |
|
    |
 |
kokorado
บัวใต้น้ำ

เข้าร่วม: 12 ก.ค. 2008
ตอบ: 104
ที่อยู่ (จังหวัด): กทม.
|
ตอบเมื่อ:
10 ส.ค. 2008, 6:18 pm |
  |
ในโลกนี้คนที่รักเราจริง มีอยู่ 3 คน คือ พ่อ แม่ และตัวเราเอง ที่ไม่นับลูกเพราะว่าน้อยคนนักจะโชคดีได้ลูกที่เป็นนอภิชาตบุตร ช่วยพ่อแม่อย่างเต็มที่ ส่วนมากที่พบจะอกตัญญู รักพ่อแม่เหมือนกัน แต่รักแบบจำกัด เคยถามเพื่อนว่า ถ้าพ่อแม่เขาป่วยเป็นโรคร้ายต้องใช้เงินมาก จะยอมขายที่ขายสวนขายบ้าน เพื่อช่วยเขาไหม เขาบอกว่าไม่ ปล่อยให้ตาย |
|
_________________ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม |
|
  |
 |
natdanai
บัวบาน

เข้าร่วม: 18 เม.ย. 2008
ตอบ: 387
ที่อยู่ (จังหวัด): bangkok
|
ตอบเมื่อ:
11 ส.ค. 2008, 9:47 am |
  |
kokorado พิมพ์ว่า: |
ในโลกนี้คนที่รักเราจริง มีอยู่ 3 คน คือ พ่อ แม่ และตัวเราเอง ที่ไม่นับลูกเพราะว่าน้อยคนนักจะโชคดีได้ลูกที่เป็นนอภิชาตบุตร ช่วยพ่อแม่อย่างเต็มที่ ส่วนมากที่พบจะอกตัญญู รักพ่อแม่เหมือนกัน แต่รักแบบจำกัด เคยถามเพื่อนว่า ถ้าพ่อแม่เขาป่วยเป็นโรคร้ายต้องใช้เงินมาก จะยอมขายที่ขายสวนขายบ้าน เพื่อช่วยเขาไหม เขาบอกว่าไม่ ปล่อยให้ตาย |
แล้วเคยถามคนเป็นพ่อ เป็นแม่มั้ยครับว่า หากรู้ว่าตัวป่วยหนักแล้วต้องใช้เงินรักษาขนาดจะทำให้ลูกต้องสิ้นเนื้อประดาตัว จะต้องรับการรักษาอยู่อีกหรือเปล่า?..... [/b[b]]คำตอบของผมคือ ไม่ |
|
_________________ ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง |
|
    |
 |
เมธี
บัวตูม

เข้าร่วม: 02 มี.ค. 2008
ตอบ: 222
|
ตอบเมื่อ:
12 ส.ค. 2008, 8:13 am |
  |
คุณทำดีแล้วครับ นี่คือสิ่งที่ทำให้คุณ ต่าง จากคนอื่นๆ
รักษาความดีตรงนี้ไว้ครับ สู้ๆ |
|
|
|
    |
 |
|