Home  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  •  สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทาน  • หนังสือ  •  บทความ  • กวีธรรม  • ข่าวกิจกรรม  • แจ้งปัญหา
คู่มือการใช้คู่มือการใช้  ค้นหาค้นหา   สมัครสมาชิกสมัครสมาชิก   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว  เช็คข้อความส่วนตัวเช็คข้อความส่วนตัว  เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)
 
ได้ทำการย้ายไปเว็บบอร์ดแห่งใหม่แล้ว คลิกที่นี่
www.dhammajak.net/forums
15 ตุลาคม 2551
 หลวงปู่สังวาลย์ ธมฺมสาโร อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
ผู้ตั้ง ข้อความ
วีรยุทธ
บัวทอง
บัวทอง


เข้าร่วม: 24 มิ.ย. 2005
ตอบ: 1792
ที่อยู่ (จังหวัด): สกลนคร

ตอบตอบเมื่อ: 27 มิ.ย.2007, 6:58 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image

ประวัติย่อ
หลวงปู่สังวาลย์ ธมฺมสาโร

หลวงปู่สังวาลย์ ธมฺมสาโร ตอนนี้ หลวงปู่จำวัดอยู่ที่ วัดป่าเขามโนราห์ ชายป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นวัดร้าง ลักษณะเหมือนบ้านของชาวบ้านธรรมดา เป็นเรือนไม้สองชั้น ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า ช่วงนี้ท่านก็สลับออกธุดงค์เข้าไปในป่าลึก เข้าธุดงค์ประมาณ1-2 เดือน เพื่อฝึกพระใหม่ที่ตามมาธุดงค์ เป็นการฝึก ซึ่งมีผู้กล่าวว่า ปู่สามารถฝึกพระบางองค์ได้ถึงขั้นอริสงฆ์ก็มีหลายรูปแล้ว ตอนนี้มีพระทั้งหมด 11 รูป

หลวงปู่สังวาลย์ ท่านอายุ 73 ปี เกิดปี พ.ศ.2477 ท่านเป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่ขาว อนาลโย เคยธุดงค์กับพระเกจิสุปฏิปันโนมากมาย อาทิ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่ขาว หลวงปู่ชา หลวงปู่เกษม(สุสานไตรลักษณ์) หลวงปู่บุดดา หลวงปู่ดุลย์ หลวงปู่เทศ หลวงปู่มหาบัว ฯลฯ เป็นต้น โดยธุดงค์ในป่าลึก ทั้งเหนือ อีสาน ฯ บางครั้งท่านก็เดินธุดงค์องค์เดียวเป็นเวลาหลายปี ยกเว้นตอนเข้าพรรษาเท่านั้น ที่จำเป็นต้องอยู่จำพรรษาที่วัด ก็จะเป็นวัดล้างในป่า เสียส่วนมาก ท่านกรุณาเล่าประวัติให้ฟังพอสังเขป จำได้ไม่หมด ทั้งนี้เพราะทราบมาว่าปกติท่านไม่เคยเล่าให้ใครฟัง พระที่ตามธุดงค์กับท่านก็จะไม่ทราบเรื่องราวของท่านมากนัก ท่านไม่เคยให้สัมภาษณ์หนังสือใดๆ เพราะ ท่านไม่ติดยึดกับชื่อเสียงทางโลก หรือแม้กระทั่งการถ่ายรูป ตอนที่ท่านเข้าธุดงค์ในป่าลึกห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แอบถ่ายสถานที่ในวัดหลายรูป หัวหน้าเขตป่าไม้ชื่อคุณ.ทวี.เล่าให้คณะเราฟังในภายหลังว่าเคยแ อบถ่ายรูปโดยไม่ขออนุญาต ปรากฎว่ากล้องระเบิดเสียหายไป 3 ตัวเลย

ดังนั้น ขอสรุปเรื่องราวของหลวงปู่สังวาลย์ โดยสังเขปดังนี้

ท่านเป็นลูกศิษย์ ที่ร่วมคณะเดินธุดงค์กับท่านหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

และพระสุปฎิปันโนที่เอ่ยนามแล้วทุกคนรู้จักเป็นที่เคารพของคนไท ยและท่านเป็นสหายธรรมกับหลวงตามหาบัว สมัยอยู่กับหลวงปู่เทส เทสรังสี หลวงปู่สังวาลย์ เล่าว่า ปู่เคยไปธุดงค์ที่ทุ้งแสลงหลวง(ตอนนั้นอายุ53ปี) และมีเณร(อายุ 15ปี) ตามไปด้วยหนึ่งองค์ ระหว่างทางปู่ได้ไปเยียบกับระเบิดเข้า เณรได้เข้ามากอดขาหลวงปู่ แต่ปู่บอกให้เณรออกไป เดี๋ยวตายทั้งคู่ ถ้าปู่เป็นอะไร เณรจะได้ไปบอกคนมาช่วย ขณะจะถอนเท้าออกจากกับระเบิดท่านบอกให้เณรหนีไปไกลๆก่อน

เมื่อท่านยกเท้าขึ้นก็เกิดระเบิดตูมสนั่น ตัวท่านลอยไปตกในหลุมหลาวที่ทำจากไม้ไผ่หลาวปลายแหลม(ไม้เสียบแ หลมๆของพวกผู้ก่อการร้าย) แต่หลาวไม่สามารถแถงทะลุเข้าท่านได้ ท่านก็นอนค้างอยู่นั้น แต่ท่านก็ขาหักแขนหัก และมีบาดแผลใหญ่ถูกกระเบิดเป็นรูใหญ่ ตรงช่วงต้นขาซ้าย หลังจากนั้นเณรก็เขามาช่วยปู่เอาจีวรพันขาปู่ เพราะเลือดไหลไม่หยุด จึงเอายาฉุนยัดไว้ที่รูแผล รูขนาดลูกปิงปองเลย ปู่เปิดให้ดูรอยบาดแผลใหญ่มาก ท่านบอกให้เณรเดินไปตามลำธารน้ำแล้วจะไม่หลงป่า เมื่อพบชาวบ้านให้แจ้งคนมาช่วย ส่วนตัวท่านก็นอนอยู่ที่นั้นขยับกายไปไหนไม่ได้ นอนอยู่ 3วัน แมลงวันมาเกาะขณะที่ท่านสลบไป รู้สำตัวขึ้นมาก็เห็นหนอนไชแผลเต็มไปหมด เลือดไหลจนซีดหมดทั้งตัว ปู่บอกจะตายก็ตาย ชีวิตนี้ไม่เอา ไม่ยึดติดอะไรแล้ว กว่าเณรจะเดินตามลำธาร ไปพบชาวบ้านใช้เวลา ถึง 3วัน 2คืน แล้วทหารเสนารักษ์ก็มาช่วยรักษาพาท่านไปโรงพยาบาลในที่สุด


-2-

ต่อมา จากแรงระเบิดจึงทำให้ร่างกายของปู่บอบช้ำมาก โดยเฉพาะการทำงานของหัวใจไม่ดี ปู่พูดตามภาษาปู่ว่า “ หัวใจมันร้าว ” คือ หลังจากนั้นประมาณ 2-3 เดือน หลวงปู่เป็นลมและหัวใจของปู่ก็หยุดเต้นไป อาการดังกล่าวเป็นด้วยกัน 3 ครั้ง ครั้งแรก 3 วัน 5วัน ห่างกัน

3 เดือน ครั้งสุดท้าย 6 วัน จนคณะแพทย์ศิริราชลงความเห็นว่าท่านไม่ฟื้นแล้วทางวัดได้จัดทำพิธีศพ ซึ่งได้พระราชทานเพลิงศพ วันที่ 7 จะทำชาปณกิจ ม.ร.ว. คึกฤทธ์ ปราโมทย์ เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้มาเป็นองค์ประทาน มีคนมาร่วมงานหลายพันคน มีรถมาจอดมากกว่า 400 คันในสมัยนั้น แต่ปรากฏว่า ท่านกลับฟื้นขึ้นมา อาจารย์ไมตรี ถามท่านว่าทำไมเขาไม่ฉีดฟอร์มารีน ปู่บอกหลวงปู่เทส เทสรังสี สั่งไม่ให้ฉีดศพของหลวงปู่สังวาลย์ ท่านว่า เพราะร่างเขาไม่เน่าหรอก

อนึ่ง ท่านใดที่สนใจรายละเอียดถ้าได้มีโอกาสไปกราบท่านก็ให้เรียนถามห ลวงปู่ด้วยตนเองว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่ท่านหยุดหายใจ ไปสามครั้ง 3-6 วันนั้น

ปฏิปทาท่านชอบธุดงค์ และอยู่ในป่าเสมอตั้งแต่ออกบวช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนภาคอีสานและเข้านมัสการหลวงปู่สังวาล ย์ ธมฺมสาโร และกล่าวชื่นชมหลวงปู่ ได้ให้สมญานามปู่สังวาลย์ว่า “ ช้างเผือก ” เพราะท่านชอบอยู่ในป่า หลวงตามหาบัวท่านชื่นชมหลวงปู่สังวาลย์ ก็ชอบเรียกหลวงปู่ว่า “เสือป่า” เพราะมีอัธยาศัยชอบธุดงค์อยู่ในป่าลึก ปู่บอกว่า บางครั้งช่วงอยู่ป่าเป็นเวลาหลายปี ปู่ฉันท์ผัก ใบไม้ สมุนไพรต้ม ไม่ได้ฉันท์ข้าวเลย (ยกเว้นตอนเข้าพรรษาเท่านั้น) หมายถึงปู่จะอยู่ในป่าลึกตลอด ไม่ได้ออกมาพบชาวบ้าน จึงไม่ได้บิณฑบาตกับใคร ท่านไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ไม่ยึดติดวัตถุ ไม่หลงติดความสุข ความสะดวกสบาย อาจารย์ ไมตรีทองประวัติ และ พระอาจารย์ สงคราม ลูกศิษย์หลวงพ่อกล้วยที่

วัดป่าธรรมอุทธยาน จ.ขอนแก่น ท่านทั้งสองกรุณาแนะนำให้ได้ไปกราบหลวงปู่ในป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี

เมื่อปี 2549 ท่านอาจารย์ ดร.วรภัทธ์ เคยนำคณะ 50 คนนั่งรถบัสเข้าป่าห้วยขาแข้งไปกราบหลวงปู่ สังวาลย์ แต่รถใหญ่เกินไปไม่สามารถผ่านเข้าไปถึงในป่าวัดมโนราห์ แต่ก็น่าแปลกใจ หลวงปู่และพระจำนวนหนึ่งได้ติดรถชาวบ้านออกมาพร้อมเสื่อ มาพบคณะระหว่างทางกลางป่าโดยมิได้นัดหมาย ทางคณะจึงขออนุญาตนำเสื่อที่ท่านนำติดรถมาปู เพื่อกราบนมัสการและฟังธรรม

(ในห้วยขาแข้ง โทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณอยู่แล้ว ยกเว้นบางที่แต่ต้องเป็นบนยอดเขาที่เหมาะสมเท่านั้น)

ครั้งแรก แฟร์ได้เดินทางไปกราบหลวงปู่ในป่าคิดว่าต้องลำบากมากแน่ๆ แต่ใจสู้เพราะจะได้พบพระป่าที่มีภูมิธรรมสูงจริยาวัติ น่าเลื่อมใส ได้พบท่านครั้งแรกไม่คิดว่าท่านอายุ 73 ปี คิดว่า 55 ปีเพราะดูหนุ่มและแข็งแรงมาก ทรายภายหลังว่า เวลาเดินธุดงค์ขึ้นเขาปู่เดินนำและเร็วมาก อีกทั้งในป่านอกจากจะมีเสือที่ปู่บอกว่ามันดัดเสียงเลียนแบบเสี ยงเยื่อที่มันตามล่าได้ถึง 7 เสียงแล้ว ยัง มี ช้าง กระทิง หมูป่า งู และสัตว์อื่นที่น่ากลัวอีกมากมายและที่ดูจะไม่น่ากลัวแต่กลับน่ ากลัวที่สุดคือ “เห็บ” ของสัตว์ที่มีมากมายและมันจะเกาะติดอยู่ตามใบไม้ใบหญ้า เมื่อคนเดินผ่านมันก็จะกระโดดเข้ามา เกาะติดและดูดเลือดและฝังตัวอยู่ในเนื้อ ทั้งเจ็บ ทั้งคันและเป็นแผลดำเลย กว่าจะบีบตัวมันออกและเอายาทากว่าจะหายก็เป็นแผลเป็นเลย นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องไข้ป่าที่ชุกชุมอีกต่างหาก


-3-

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนได้เกิดขึ้นเมื่อไปถึงและกราบนมัสการ ท่านแล้วยังไม่ทันที่จะถวายสังฆทานอาหารแห้งที่เตรียมมา หลวงปู่ท่านก็เมตตาสอนธรรมที่ติดข้องอยู่ในใจและชี้ให้เห็นคุณแ ละโทษของความไม่รู้ที่เราเคยปฏิบัติผิดๆมาตลอด ชี้ให้เห็นกิเลสในจิตที่มีอยู่และจะแก้ไข อย่างไรจนหมดสิ้นคำถาม โดยที่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามเลยแม้แต่น้อย รู้สึกอัศจรรย์ใจมาก เกิดความรู้สึกสงบอิ่มในธรรมที่เราดิ้นรนแสวงหามาตลอด เราเคยเพียรพยายามแก้ความสงสัย โดยหาหนังสือธรรมอ่าน แต่ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามที่ค้างคาใจทุกข้อที่เคยสงสัยหลายๆเร ื่องได้ ท่านบอกว่า “ ท่านไม่ใส่ใจใครจะมาหาหรือไม่มาท่านไม่มีอะไรติดใจ ใครมาอยู่ป่าแล้วบอกว่าลำบากอยู่ไม่ได้ เพราะยังติดสุขอยู่ ท่านก็ว่าดีแล้วไม่ต้องมาหาท่าน ”

ท่านเมตตาสอนให้รู้จักปัญหาของโลกโดยเฉพาะผู้หญิง ที่เข้าวัด มักจะเจอปัญหาคำครหา 3 ข้อ เรื่องเข้าวัดเพราะ หนึ่ง มาชอบพระในวัด สอง เข้าวัดเพราะผิดหวังอกหัก สาม เข้าวัดเพราะมีปัญหาเรื่องไม่มีปัญญาทำมาหากินเลยมาอาศัยวัดอยู ่ ปู่ท่านบอกว่าไม่ต้องไปสนใจ

ถ้าเรามีจิตใจมั่นคงหนักแน่น และผ่านเรื่องคำครหาต่างๆนี้ไปได้ เราก็ปฏิบัติธรรมได้สะดวก

ได้กราบเรียนท่านว่าที่เดินทางเข้าวัดมานี้เพราะไม่อยากเกิดอีก แล้ว ท่านก็บอกว่าหลวงปู่ก็ไม่อยากเกิดอีกเช่นกัน แต่ตราบใดที่จิตใจยังมี ความอยาก มีความรัก ความโกรธ ความชอบไม่ชอบ ก็ต้องเพียรพยายามฝึกฝนต่อไป เปรียบเสมือนควั่นอ้อย เมื่อฟันไปได้เปราะหนึ่งแล้ว ก็ต้องถากถางมันต่อไป เพียรพยายามให้มันหมดจรดจากความยินดียินร้ายในจิตใจ ตราบใดที่จิตใจยังมีความยินดียินร้ายอยู่ไม่ควรไปสอนใครเขาเพรา ะจะเป็นกรรม ต่อเมื่อถึงที่สุดแล้วหมดจรดแล้ว ใครถามก็ให้ตอบว่า เราเคยปฏิบัติมาแบบนี้ เคยทำมาแบบนี้ เท่านั้น.

หลวงปู่ไม่ให้ติดในนิมิต ไม่ให้ยึดติดอดีต และ ไม่ให้คิดถึงอนาคต เห็นอะไรให้ทิ้งไปอย่าไปสนใจเอามาเป็นอารมณ์เสียเวลา ท่านเล่าว่าหลวงปู่บุดดา ก็มีหูทิพย์ ตาทิพย์ รู้เห็นอะไรมากมาย หลวงปู่บุดดา ท่านก็บอกไม่เอาเนอ หลวงปู่สังวาลย์ก็เหมือนกัน แต่ปู่บอก พยายามตัด ไม่อยากดัง ยิ่งตอนหลวงปู่ฟื้นมาใหม่ๆคนก็เข้าพบมากมาย ก็เป็นการพิสูจน์ว่า ปู่ไม่ติดยึดจริงๆ

เพราะถ้ารู้แล้วเห็นแล้ว ก็จะมีเรื่องอีกมากมายตามมาเสียเวลา อิริยาบถ 4 หลวงปู่สอนว่ามี เดิน ยืน นั่ง และ อิริยาบถขณะทำการงานต่างๆเท่านั้น ไม่มีอิริยาบถนอนสมาธิ ขณะทำกิจการงานต่างๆ เพียรระลึกอยู่เสมอได้ รู้ลมหายใจ กำหนดพุทธโธ ใช้สติเป็นตัวรู้ รู้อิริยาบถเคลื่อนไหวต่างๆได้ตลอด(มหาสติปัฏฐาน4) เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยคือ การนั่งสมาธิที่ถูกต้องของผู้หญิง คือท่านั้งกราบพระ ท่าที่นั่งทับเท้าทั้งสองข้าง และท่านั่งพับเพียบ เท่านั้น ไม่ใช่นั่งขัดสมาธิเหมือนผู้ชาย

และแม่อึ่งที่อุปัฏฐากทำอาหารถวายพระเล่าว่า มีพระ 3 รูปยืนฉี่และสรงน้ำแล้วไม่นุ่งผ้าอาบน้ำฝนท่านก็รู้และว่ากล่าวตักเตือน แม้กระทั้งญาติโยมเวลาอาบน้ำในห้องน้ำก็ต้องนุ่งผ้าถุงอาบ จะเปลือยไม่ได้ เพราะมีเทวดาภพภูมิมากมายในวัดกลางคืนก็ให้ปักกรด เพียรเดินจงกรม นั่งสมาธิ เพราะวิเวกไม่มีสิ่งต่างๆมารบกวน ถึงจะมี ก็จงปฏิบัติจนไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็นอะไร ที่ในป่าห้วยขาแข้งอากาศกลางคืนเย็นตลอดปี เดือนเมษายนกลางคืนก็ยังหนาวต้องห่มผ้านวม หลวงปู่บอก นอนหลับไม่ต้องเปิดแอร์ เหมือนกรุงเทพ

ฝึกปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่สังวาลย์ ทำให้เข้าใจธรรมชาติ และวิถีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง อยู่แบบไม่ติดสุข ละความสะดวกสบาย แบบสมถะ สถานที่วัดป่าเขามโนรรห์ อยู่ติดกับลำธาร เราสามารถเดินขึ้นตามโขดหิน ลำธารไปได้ ภูเขาป่าไม้สวยงาม แต่หลวงปู่บอก

ในโลกนี้ไม่มีอะไรสวยไม่มีอะไรดี มีแต่ความเสื่อมไป ตัวเราก็ต้องแตกสลายเสื่อมไป กลับสู่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทับถมไม่มีที่สิ้นสุด อย่ามัวแต่ยึดติดสิ่งจอมปลอม ในสิ่งที่มันหลอกลวงเราอยู่เลย


- 4 -

ตัวเรา มิตรของเรา ศัตรูของเรา สัตว์ร่วมเกิดกับเรา ก็ต้องแตกสลายเสื่อมไปทุกผู้ทุกนาม แล้วเราจะไปยึดเอาอะไร หลวงปู่สอนอื่นๆ อีกมาก บางเรื่องแก้ไขเฉพาะบุคคล

เพื่อนๆท่านใดที่สนใจจะไปปฏิบัติธรรม กับหลวงปู่สังวาลย์ ก็ขออนุโมทนาสาธุด้วยนะค่ะ ติดต่อกับอาจารย์ ไมตรี หรือ แฟร์ ได้ค่ะ เดินทางไปห้วยขาแข้ง ใกล้อ่างเก็บน้ำอ่างแก้ว และ น้ำตกอีซะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ

อนึ่ง นับเป็นมหากุศลของชาวพุทธที่จะได้รับคำสั่งสอนของพระอริยะสงฆ์เ จ้า ที่ยากจะพบหลวงปู่ได้บ่อยนัก เพราะท่านอยู่ในป่ามาตลอด
 

_________________
ท่านสามารถฟังวิทยุเสียงธรรมหลวงตามหาบัวได้ทั่วประเทศ
และโทรทัศน์ดาวเทียมเสียงธรรมทั้งภาพและเสียงได้แล้วที่
http://www.luangta.com
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
am646
บัวผลิหน่อ
บัวผลิหน่อ


เข้าร่วม: 20 เม.ย. 2008
ตอบ: 3

ตอบตอบเมื่อ: 20 เม.ย.2008, 12:05 pm ตอบโดยอ้างข้อความขึ้นไปข้างบน

Image
Image
Image
Image
Image

หลวงปู่สังวาลย์ ธมฺมสาโร ไปโปรดชาวอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
 
ดูข้อมูลส่วนตัวส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:      
สร้างหัวข้อใหม่ตอบ
 


 ไปที่:   


อ่านหัวข้อถัดไป
อ่านหัวข้อก่อนหน้า
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


 
 
เลือกบอร์ด  • กระดานสนทนา  • สมาธิ  • สติปัฏฐาน  • กฎแห่งกรรม  • นิทานธรรมะ  • หนังสือธรรมะ  • บทความ  • กวีธรรม  • สถานที่ปฏิบัติธรรม  • ข่าวกิจกรรม
นานาสาระ  • วิทยุธรรมะ  • เสียงธรรม  • เสียงสวดมนต์  • ประวัติพระพุทธเจ้า  • ประวัติมหาสาวก  • ประวัติเอตทัคคะ  • ประวัติพระสงฆ์  • ธรรมทาน  • แจ้งปัญหา

จัดทำโดย  กลุ่มเผยแผ่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ธรรมจักรดอทเน็ต
เพื่อส่งเสริมคุณธรรม และจริยธรรมในสังคม
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2546
ติดต่อ webmaster@dhammajak.net
Powered by phpBB © 2001, 2002 phpBB Group :: ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง