วันเวลาปัจจุบัน 26 พ.ค. 2019, 02:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 00:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2009, 02:28
โพสต์: 30

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




GetAttachment1.jpg
GetAttachment1.jpg [ 25.05 KiB | เปิดดู 1740 ครั้ง ]
tongue คุณชาติสยามที่คุณกล่าวว่า
อ้างคำพูด:
มหาราชันย์ เขียน:
ทวนกระแสวัฏฏะต้องไม่ตามดู แต่ให้เลือกดู เลือกเจริญความคิดหรือจิตที่เป็นโลกุตตระ
เจริญโลกุตตระธรรมหรือโลกุตตระฌาน เรียกว่า การทวนกระแสวัฏฏะ

ชาติสยามเขียน
ผิดแล้วล่ะ

เจริญความคิดนี่แหละ คือไหลตามน้ำไปเรียบร้อยแล้ว

รู้..อยู่....ว่ากำลังเจริญความคิด
ถึงจะเรียกว่ายังตั้งมั่นนั่งดูกระแสน้ำไหลผ่านหน้าไป




แล้วถ้าอกุศลจิตเจริญความคิดว่า จะต้องฆ่าผู้ใด ผู้หนึ่ง คุณก็เจริญความคิดนั้นหรือ? :b5:
การต่อสู้กับกิเลสคือการทวนกระแสกิเลสนะคะ ความคิดนี้ช่างน่ากลัวที่สุด
ลองใช้สัมมาสติตรึกตรองดูใหม่ด้วยเหตุผลค่ะ อย่าได้ใช้อารมณ์ตัดสินนะคะ
เจริญในธรรมค่ะ :b8: :b8:
ด้วยจิตที่เป็นกัลยาณมิตรค่ะ :b27:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 00:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ข้อสงสัยกัน เรืองเวลา

อ้างคำพูด:
บทความต้นฉบับของกระทู้ ใช้คำว่าเช้าตรู่
คุณมหาราชันย์มาบอกทำนองว่า ไม่ใช่เช้าตรู่


อ้างคำพูด:
มหาราชันย์ เขียน:
พระผู้มีพระภาคเจ้าเพราะทรงเห็นอริยะสัจ 4 ในเวลาปัจฉิมยาม จิตพระองค์จึงทรงหลุดพ้นด้วยทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา
ทรงบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณในเวลาปัจฉิมยามแห่งราตรี ของวันเพ็ญเดือนวิสาขะ
การเจริญโลกุตตระธรรมเรียกว่าการปฏิบัติทวนกระแสวัฏฏะครับ


Quote Tipitaka:
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑
มหาวิภังค์ ภาค ๑
พระวินัยปิฎก
เล่ม ๑
มหาวิภังค์ ปฐมภาค
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น.
เวรัญชกัณฑ์
เรื่องเวรัญชพราหมณ์

.....
อาสวักขยญาณ

เรานั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลสอ่อน ควร
แก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้แล้ว ได้น้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ เรานั้นได้รู้ชัด
ตามเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ได้รู้ชัดตามเป็นจริงว่า นี้เหตุให้เกิดทุกข์ ได้รู้ชัดตามเป็นจริงว่า นี้ความ
ดับทุกข์ ได้รู้ชัดตามเป็นจริงว่า นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
ได้รู้ชัดตามเป็นจริงว่า เหล่านี้
อาสวะ ได้รู้ชัดตามเป็นจริงว่า นี้เหตุให้เกิดอาสวะ ได้รู้ชัดตามเป็นจริงว่า นี้ความดับอาสวะ ได้รู้
ชัดตามเป็นจริงว่า นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับอาสวะ เมื่อเรานั้นรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตได้
หลุดพ้นแล้วแม้จากกามาสวะ ได้หลุดพ้นแล้วแม้จากภวาสวะ ได้หลุดพ้นแล้วแม้จากอวิชชาสวะ
เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ได้มีญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว ได้รู้ด้วยปัญญาอันยิ่งว่า ชาติสิ้นแล้ว
พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี พราหมณ์
วิชชาที่สามนี้แล เราได้บรรลุแล้วในปัจฉิมยามแห่งราตรี อวิชชา เรากำจัดได้แล้ว วิชชาเกิด
แก่เราแล้ว ความมืดเรากำจัดได้แล้ว แสงสว่างเกิดแก่เราแล้ว เหมือนที่เกิดแก่บุคคลผู้ไม่ประมาท
มีความเพียรเผากิเลสส่งจิตไปแล้วอยู่ ฉะนั้น ความชำแรกออกครั้งที่สามของเรานี้แล ได้เป็น
เหมือนการทำลายออกจากกระเปาะฟองแห่งลูกไก่ ฉะนั้น.

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


แก้ไขล่าสุดโดย เช่นนั้น เมื่อ 28 ก.ย. 2009, 00:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 00:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 23:02
โพสต์: 530

แนวปฏิบัติ: เจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ ด้วยอานาปานสติ
งานอดิเรก: อ่านพระไตรปิฎก
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




R2267-7.gif
R2267-7.gif [ 49.45 KiB | เปิดดู 1716 ครั้ง ]
tongue
walaiporn เขียน:
อ่านแล้วถูกใจเพราะข้อคิดเห็นตรงกัน ก็บอกว่าเป็นกัลยาณมิตร
อ่านแล้วไม่ถูกใจเพราะข้อคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็บอกว่าแบบนี้ไม่ใช่กัลยาณมิตร
ตามสบายค่ะท่านผู้รู้ ปรุงให้อร่อยนะคะ ลิ้นใครลิ้นมัน ชิมกันเองค่ะ
รสชาติใคร รสชาติมัน ต่างคนต่างรู้
ถ้ารสชาติยังไม่ถูกใจ ก็ปรุงกันต่อไป จนกว่าจะถูกใจ


เห็นด้วยค่ะคุณ walaiporn แต่ขอเพิ่มอีกวลีหนึ่งได้ไหมคะ ว่า
แต่ต้องอยู่บนความถูกต้องด้วยนะคะ

โดยเฉพาะความถูกต้องของพระสัทธรรม

คุณ walaiporn คะ ผู้ที่เข้ามาในบอร์ดธรรมะต้องการพระสัทธรรมที่ถูกต้อง ที่เชื่อถือได้นะคะ
ถ้าหยิบยื่นพระธรรมที่ไม่ใช่พระธรรมเทศนา เป็นธรรมะที่ผิดไป เท่ากับมอบยาพิษให้เขาไป น่ากลัวนะคะ
กลัวในผลกรรมที่จะต้องพบในกาลข้างหน้าโดยไม่ตั้งใจ

คุณ walaiporn คะ อ่านใน "อนาคตสูตร" ที่ดิฉันยกมาให้นี่สิคะ จากพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ ค่ะ



ในอนาคต ภิกษุทั้งหลายจักไม่อบรมกาย ไม่อบรมศีล ไม่อบรมจิต ไม่อบรมปัญญา
เมื่อไม่อบรมกาย ไม่อบรมศีล ไม่อบรมจิต ไม่อบรมปัญญา
พระสูตรต่างๆ ที่ตถาคตได้ภาษิตไว้
เป็นสูตรลึกซึ้ง มีอรรถลึกซึ้ง เป็นโลกุตระ ประกอบด้วยสุญญตาธรรม
เมื่อพระสูตรเหล่านั้นอันบุคคลแสดงอยู่ ก็จักไม่ฟังด้วยดี จักไม่เงี่ยโสตลงสดับ จักไม่ตั้งจิตเพื่อรู้
จักไม่ใฝ่ใจในธรรมเหล่านั้นว่าควรศึกษาเล่าเรียน

แต่ว่าสูตรต่างๆ ที่นักกวีแต่งไว้
ประพันธ์เป็นบทกวี มีอักษรสละสลวย มีพยัญชนะสละสลวย เป็นพาหิรกถา เป็นสาวกภาษิต
เมื่อพระสูตรเหล่านั้น อันบุคคลแสดงอยู่
ก็จักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักตั้งจิตเพื่อรู้ จักฝักใฝ่ใจในธรรมเหล่านั้นว่าควรศึกษาเล่าเรียน

เพราะเหตุดังนี้แล
การลบล้างวินัยย่อมมีเพราะการลบล้างธรรม การลบล้างธรรมย่อมมีเพราะการลบล้างวินัย

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัยในอนาคตข้อที่ ๔ นี้
ซึ่งยังไม่บังเกิดในบัดนี้แต่จักบังเกิดในกาลต่อไป ภัยข้อนี้อันเธอทั้งหลายพึงรู้ไว้เฉพาะ
ครั้นแล้ว พึงพยายามเพื่อละภัยนั้น


tongue เจริญในธรรมค่ะ

.....................................................


ผลกล้วยแลย่อมฆ่าต้นกล้วย
ขุยไผ่ย่อมฆ่าต้นไผ่
ขุยอ้อย่อมฆ่าต้นอ้อ
สักการะย่อมฆ่าบุรุษชั่ว
เหมือนลูกในท้องฆ่าแม่ม้าอัสดร ฉะนั้น ฯ



:b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41:


แก้ไขล่าสุดโดย กระบี่ไร้เงา เมื่อ 28 ก.ย. 2009, 00:43, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 00:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2009, 20:26
โพสต์: 1589

แนวปฏิบัติ: อรหัตตมัคค
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การเลือกความคิดหรือเลือกจิต คือการเลือกความคิดหรือเลือกจิตที่มีลักษณะเป็นโลกุตตระอย่างนี้ครับ


โลกุตตรกุศลจิต
มรรคจิตดวงที่ ๑
[๑๙๖] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?

โยคาวจรบุคคล เจริญฌานเป็นโลกุตตระ อันเป็นเครื่องออกไปจากโลกนำไปสู่นิพพาน เพื่อละทิฏฐิ เพื่อบรรลุภูมิเบื้องต้น สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา ประกอบด้วยวิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ในสมัยใด

ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สัทธาพละ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ หิริพละ โอตตัปปพละ อโลภะ อโทสะ อโมหะ อนภิชฌา อัพยาปาทะ สัมมาทิฏฐิ หิริ โอตตัปปะ กายปัสสัทธิ จิตตปัสสัทธิ กายลหุตา จิตตลหุตา กายมุทุตา จิตตมุทุตา กายกัมมัญญตา จิตตกัมมัญญตา กายปาคุญญตา จิตตปาคุญญตา กายุชุกตา จิตตุชุกตา สติ สัมปชัญญะ สมถะ วิปัสสนา ปัคคาหะ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีอยู่ในสมัยนั้น
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล

[๑๙๗] ผัสสะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
การกระทบ กิริยาที่กระทบ กิริยาที่ถูกต้อง ความถูกต้อง มีในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า ผัสสะ มีในสมัยนั้น.
[๑๙๘] เวทนา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
ความสบายทางใจ ความสุขทางใจ อันเกิดแต่สัมผัสแห่งมโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ความเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า เวทนา มีในสมัยนั้น.
[๑๙๙] สัญญา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
การจำ กิริยาที่จำ ความจำ อันเกิดแต่สัมผัสแห่งมโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้นอันใด นี้ชื่อว่า สัญญา มีในสมัยนั้น.

[๒๐๐] เจตนา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
การคิด กิริยาที่คิด ความคิด อันเกิดแต่สัมผัสแห่งมโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้นอันใด นี้ชื่อว่า เจตนา มีในสมัยนั้น.

[๒๐๑] จิต มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า จิต มีในสมัยนั้น.

[๒๐๒] วิตก มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ความดำริ ความที่จิตแนบอยู่ในอารมณ์ ความที่จิตแนบสนิทอยู่ในอารมณ์ ความยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ สัมมาสังกัปปะ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า วิตก มีในสมัยนั้น.
[๒๐๓] วิจาร มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
ความตรอง ความพิจารณา ความตามพิจารณา ความเข้าไปพิจารณา ความที่จิตสืบต่ออารมณ์ ความที่จิตเพ่งอารมณ์ ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า วิจาร มีในสมัยนั้น.

[๒๐๔] ปีติ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
ความอิ่มใจ ความปราโมทย์ ความยินดียิ่ง ความบันเทิง ความร่าเริง ความรื่นเริง ความปลื้มใจ ความตื่นเต้น ความที่จิตชื่นชมยินดี ปีติสัมโพชฌงค์ ในสมัยนั้น อันใดนี้ชื่อว่า ปีติ มีในสมัยนั้น.
[๒๐๕] สุข มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
ความสบายทางใจ ความสุขทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์สบายที่เป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่าสุข มีในสมัยนั้น.
[๒๐๖] เอกัคคตา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
ความตั้งอยู่แห่งจิต ความดำรงอยู่แห่งจิต ความมั่นอยู่แห่งจิต ความไม่ส่ายไปแห่งจิต ความไม่ฟุ้งซ่านแห่งจิต ภาวะที่จิตไม่ส่ายไป ความสงบ สมาธินทรีย์ สมาธิพละ สัมมาสมาธิ สมาธิสัมโพชฌงค์ เป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า เอกัคคตา มีในสมัยนั้น.




เจริญในธรรมครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 01:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2009, 23:02
โพสต์: 530

แนวปฏิบัติ: เจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ ด้วยอานาปานสติ
งานอดิเรก: อ่านพระไตรปิฎก
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฎก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue
มหาราชันย์ เขียน:

อุททกดาบส และอาฬารดาบส เป็นสุขด้วยอาเนญชาภิสังขารปรุงแต่ง มีธุลีกิเลสในจักษุน้อย
เมื่อใดที่มีโอกาสได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในกาลข้างหน้าย่อมบรรลุธรรมโดยเร็ว

ถึงจะอยู่ในอรูปภพก็มีความสุข และสุขอันยาวนานด้วยครับ


สาธุ... เข้าใจแล้วค่ะ

ไม่อย่างนั้นคงไม่ตัดสินใจเลือก อาฬารดาบส และอุทกดาบส ก่อนเป็นแน่ หลังจากที่รับอาราธนา
ท้าวสหัมบดีพรหม ด้วยพระดำริว่า
ท่านอาฬารดาบส และอุทกดาบส เป็นผู้ฉลาด เฉียบแหลม
มีปัญญา มีธุลี คือกิเลสในจักษุน้อยเป็นปกติมานาน


[๑๐] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงดำริว่า เราจะพึงแสดงธรรมแก่ใครก่อนหนอใครจักรู้ทั่วถึงธรรมนี้ได้ฉับพลัน
ครั้นแล้วทรงพระดำริต่อไปว่า อาฬารดาบส กาลามโคตรนี้แลเป็นผู้ฉลาด เฉียบแหลม มีปัญญา
มีธุลี คือ กิเลส ในจักษุน้อยเป็นปกติมานาน
ถ้ากระไรเราพึงแสดงธรรมแก่อาฬารดาบส กาลามโคตรก่อน
เธอจักรู้ทั่วถึงธรรมนี้ได้ฉับพลัน


แม้พระผู้มีพระภาคก็ทรงทราบว่า อาฬารดาบสกาลามโคตรสิ้นชีพได้ ๗ วันแล้ว จึงทรงพระดำริว่า
อาฬารดาบส กาลามโคตร เป็นผู้มีความเสื่อมใหญ่ เพราะถ้าเธอได้ฟังธรรมนี้จะพึงรู้ทั่วถึงได้ฉับพลัน

จากพระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑




tongue เจริญในธรรมค่ะ

.....................................................


ผลกล้วยแลย่อมฆ่าต้นกล้วย
ขุยไผ่ย่อมฆ่าต้นไผ่
ขุยอ้อย่อมฆ่าต้นอ้อ
สักการะย่อมฆ่าบุรุษชั่ว
เหมือนลูกในท้องฆ่าแม่ม้าอัสดร ฉะนั้น ฯ



:b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41: :b48: :b41:


แก้ไขล่าสุดโดย กระบี่ไร้เงา เมื่อ 28 ก.ย. 2009, 01:38, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 12:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
เราได้บรรลุแล้วในปัจฉิมยามแห่งราตรี



พระองค์ก็พูดชัดเจนว่า ปัจฉิมยาม ของราตรี

คือช่วงเวลาท้ายของกลางคืน


ตื่นตี 3 ตี 4 ตี 5 เขาก็เรียกว่าเช้า
เขาไม่เรียกว่ากลางคืนแล้ว


ไม่ทราบว่าบทความนี้บกพร่องตรงไหน
ก็ไม่รู้ว่าจะค้านบทความเพื่ออะไร
ที่แย้งประเด็นมามากมายนี้ ตกลงจะพูดอะไรครับ
วก-วน-วุ่น-วาย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 12:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


chefin เขียน:
tongue คุณชาติสยามที่คุณกล่าวว่า
อ้างคำพูด:
มหาราชันย์ เขียน:
ทวนกระแสวัฏฏะต้องไม่ตามดู แต่ให้เลือกดู เลือกเจริญความคิดหรือจิตที่เป็นโลกุตตระ
เจริญโลกุตตระธรรมหรือโลกุตตระฌาน เรียกว่า การทวนกระแสวัฏฏะ

ชาติสยามเขียน
ผิดแล้วล่ะ

เจริญความคิดนี่แหละ คือไหลตามน้ำไปเรียบร้อยแล้ว

รู้..อยู่....ว่ากำลังเจริญความคิด
ถึงจะเรียกว่ายังตั้งมั่นนั่งดูกระแสน้ำไหลผ่านหน้าไป




แล้วถ้าอกุศลจิตเจริญความคิดว่า จะต้องฆ่าผู้ใด ผู้หนึ่ง คุณก็เจริญความคิดนั้นหรือ? :b5:
การต่อสู้กับกิเลสคือการทวนกระแสกิเลสนะคะ ความคิดนี้ช่างน่ากลัวที่สุด
ลองใช้สัมมาสติตรึกตรองดูใหม่ด้วยเหตุผลค่ะ อย่าได้ใช้อารมณ์ตัดสินนะคะ
เจริญในธรรมค่ะ :b8: :b8:
ด้วยจิตที่เป็นกัลยาณมิตรค่ะ :b27:



คุณครับ

คุณอาจจะยังไม่คุ้นกับระบบเว้บบอร์ด
ก็เลยเข้าใจผิดว่าผมพูดคำนั้น

ความจริง ลองค่อยๆแกะดูดีๆ
ว่าใครพูดอะไร ก็จะได้เข้าใจ

ที่คุณแย้งมานั้น คุณพูดไปในทิศทางเดียวกับผมด้วยซ้ำไปครับ
เพราะผมพูดว่า "เจริญความคิดคือการไหลไปตามน้ำ"
แต่ถ้า "รู้ว่ากำลังเจริญความคิด" คือการนั่งมองกระแสน้ำไหล (ไม่ได้ไหลไปกับน้ำ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 13:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


chefin เขียน:

แล้วถ้าอกุศลจิตเจริญความคิดว่า จะต้องฆ่าผู้ใด ผู้หนึ่ง คุณก็เจริญความคิดนั้นหรือ? :b5:
การต่อสู้กับกิเลสคือการทวนกระแสกิเลสนะคะ ความคิดนี้ช่างน่ากลัวที่สุด
ลองใช้สัมมาสติตรึกตรองดูใหม่ด้วยเหตุผลค่ะ อย่าได้ใช้อารมณ์ตัดสินนะคะ
เจริญในธรรมค่ะ :b8: :b8:
ด้วยจิตที่เป็นกัลยาณมิตรค่ะ :b27:




เปรียบเทียบสายน้ำ เป็นกระแสของจิต
การไหลของกระแสของนี่แหละ เราพูดได้หลายมุม

พิจารณาในแง่"คุณค่าของเรื่องที่ไหล"
ก็ไหลไปได้แค่สามสถานะ คือไหลไปทางกุศล อกุศล และอัพยากฤต


พิจารณาในแง่ของวิธีไหล ก็ไหลไปทางประตูทั้ง 6
การ"ทวนกระแส" ที่ ลพ เทียนพูด คือกระแสแบบนี้

ไม่ได้บอกว่า คิดดีปล่อยให้ไหล คิดไม่ดีให้ทวน
ท่านให้ทวนมันทั้งหมดนั่นแหละ
ยังไม่ต้องเลือกรักเลือกเกลียดกระแสไหนทั้งนั้น
เพราะเราต้องการรู้เห็นตามจริง

ส่วนเรื่องการทวนกระแสที่คูณกำลังพูดถึง
มันเป็นการทวนเพราะเราอยู่ในภาวะสุดโต่ง
ถ้าไม่ไหลไปตามยถากรรม ก้จะก็กดข่มดัดแปลงจนผิดปกติ
ไหลไปตามยถากรรมคือคนส่วนมากในโลกและสัตว์ทั้งหมด
กดข่มคือพวกที่พยามจะไม่ให้ใจมันเลว ไม่ให้ใจมันไหว
สองสภาวะนี้ไม่สามารถจะมี "ความจริง"อะไรออกมาให้รู้"เห้นตามจริง"ได้
ล้วนแต่เป็นของปลอม

ลงท้ายขอถามนิดนึงนะครับ
ถามว่า"การทวนกระแสกิเลส ต้องทวนถึงเมื่อไหร่จุดหมายปลายทางอยู่ตรงไหน?"


แก้ไขล่าสุดโดย ชาติสยาม เมื่อ 28 ก.ย. 2009, 13:32, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2009, 15:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


tongue ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในธรรมบรรยายของท่านเขมานันทะ
หากประสงค์จะศึกษาเพิ่มเติม ติดตามอ่านได้ที่นะคะ :b12: :

• อุปมาแห่งชีวิต
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=16038

• ดุจเข็มสละด้าย
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13461

• ตรากตรำในกิจภาวนาจนกว่าธาตุทรหดปรากฏขึ้นรองรับ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14095

• “ทางทรายใกล้ทะเลสาบ” บทบันทึกแห่งจิตวิญญาณ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14682

• ทำบ่อยๆ ทำมากๆ จนกลายเป็นวิถีทาง
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14069

• ย อ ด ย า ใ จ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14148

• ลุถึงความเป็นเลิศอันอยู่ในคน
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13948

• สัญชาตญาณแห่งการุณธรรม
บนรากฐานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันของชีวิต

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14112

• สั ม ภ า ร บ า ร มี
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15857

• สิ้นวิพากษ์วิจารณ์และการเปิดเผย
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13700

• สุขที่ไร้โทษ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13940

• อกรรมกิริยา-สยัมภู-อู่หวุย
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15645

• ดวงตาแห่งชีวิต
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.ph

:b8: :b8: :b8:

สำหรับประเด็นของ "สัมมาสติ"
สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก มหาสติปัฏฐานสูตร
หรือจากบทความนี้เป็นเบื้องต้น
และนำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องนะคะ

:b8: :b8: :b8:

สั ม ม า ส ติ (อาจารย์วศิน อินทสระ) :b8:
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=25874


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ส.ค. 2010, 10:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มิ.ย. 2008, 11:45
โพสต์: 9


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุสำหรับคำตอบของคุณชาติสยามค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ส.ค. 2010, 09:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2009, 22:00
โพสต์: 406

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ต้องทวนเข้าสู่ต้นน้ำ หรือสมมุฏิฐานของความคิด
ความคิดออกมาจากที่ไหน ก็รู้ไปที่นั่น


อย่าเข้าไปในกระแสหรือห่วงโซ่ความคิด
อย่าหยุดความคิด แต่ให้ดูความคิด
เมื่อรู้สึกตัวแล้ว ก็จะไปที่จุดนั้นโดยไม่มีใครห้ามได้


พระพุทธองค์ตรัสรู้ด้วยวิธีนี้หรือนี่ เอามาจากไหนใครช่วยอธิบายทีครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2019, 18:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1929


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b20:
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร