วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.ย. 2019, 01:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2009, 14:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 17:53
โพสต์: 107


 ข้อมูลส่วนตัว




1.jpg
1.jpg [ 59.9 KiB | เปิดดู 2292 ครั้ง ]
แนะกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อลูกรับวันหยุด!!

ช่วงเวลาเรียนรู้โลก ช่วงเวลาแห่งความสุข
วัฏจักรเดิมของคนเป็นพ่อแม่กลับมาอีกครั้งทุกช่วงปิดเทอม...!!

จะเป็นอะไรไปได้...ถ้าไม่ใช่การส่งลูกไปเรียนกวดวิชากันจ้าละหวั่น
โดยเฉพาะบรรดาพ่อแม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยของการแข่งขันการเรียนทุกระดับ
ที่ปรารถนาจะส่งลูกเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง และต้องวัดกันที่สนามสอบ

วิธีสังเกตที่ชัดที่สุด จะเห็นได้ว่าบรรดาศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้า
ที่มีพื้นที่ให้เช่าสำหรับสถานสอนพิเศษ ก็จะคลาคล่ำไปด้วยพ่อแม่
จูงลูกหลานกันแน่นขนัด เรียกว่าเป็นช่วงรับทรัพย์มากที่สุด
ของสถานศึกษากวดวิชาสารพัดนั่นแหละ

นอกจากกิจกรรมตะบี้ตะบันส่งลูกกวดวิชาการในช่วงปิดเทอม
เลยอยากจะแนะนำเพื่อนพ่อแม่ให้ลองเหลียวมาดูกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย
รอเด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์นอกห้องเรียน และโลกกว้างได้อีกตั้งเยอะ
ก็แหม...โลกใบนี้มีอะไรให้เรียนรู้อีกตั้งเยอะแยะ

ลองมาดูกิจกรรมคร่าวๆ สำหรับเด็กกัน

หนึ่ง – สำหรับพ่อแม่ทำงาน ก็เข้าใจได้ว่าช่วงปิดเทอม
อาจไม่มีใครช่วยดูแลลูก จะปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวก็กระไรอยู่
ลองพูดคุยกับหัวหน้างานดูว่า ขอให้ลูกไปที่ทำงานของพ่อบ้าง
สลับกับที่ทำงานของแม่ อย่าคิดว่าลูกเกะกะเวลาทำงานเลย
เป็นการสอนให้ลูกได้รู้ด้วยว่าพ่อแม่ต้องทำงาน ทุกคนต้องมีหน้าที่

ลูกเองตอนนี้มีหน้าที่ต้องเรียนหนังสือ
วันหนึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาก็ต้องมีหน้าที่การงาน
ก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน จะทำให้ลูกเข้าใจเราด้วยว่า
พ่อแม่ต้องเหนื่อยในการทำงานหาเงิน เพื่อดูแลเขาและครอบครัว
แต่อย่าลืมคิดและเตรียมกิจกรรมให้ลูกทำในช่วงที่อยู่ในที่ทำงานของคุณด้วย
เช่น พกหนังสือเล่มโปรด หรืออุปกรณ์วาดรูปติดตัวไปด้วย

หากสถานที่ทำงานไม่เอื้ออำนวยจริงๆ จึงค่อยค้นหาวิธีอื่นๆ
เช่น ฝากให้ญาติพี่น้องดูบ้าง หรือมองหากิจกรรมสั้นๆ
ที่เหมาะกับเขาหรือเธอตัวน้อยในข้อถัดไป

สอง – กรณีที่ต้องให้ลูกเรียนกวดวิชา
เพราะมีปัญหาเรื่องไม่มีใครช่วยดูแล ก็น่าจะเริ่มจากความต้องการของลูกก่อน
หรือเริ่มจากสิ่งที่ลูกชอบ เช่น ลูกอยากเรียนว่ายน้ำ อยากเล่นดนตรี ฯลฯ
ก็เลือกกิจกรรมที่เหมาะกับลูก เพื่อให้เป็นช่วงปิดเทอมที่ลูกได้ทำกิจกรรม
ที่ตนเองสนใจอย่างแท้จริง และเป็นการผ่อนคลายด้วย
หลังจากที่ต้องเคร่งเครียดกับการเรียนมาตลอดทั้งปี

เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกสถานที่ที่ดี ปลอดภัย และเหมาะสมด้วย
ใครจะไปรู้ คุณอาจจะได้เห็นความสามารถพิเศษในตัวลูกจากกิจกรรมเสริม
ในช่วงปิดเทอมที่ลูกชอบก็ได้

สาม – ต้องเข้าใจว่า นอกจากสถานกวดวิชาแล้ว
ยังมีกิจกรรมค่ายหรือแคมป์อีกมากมายที่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
เพื่อตอบสนองความต้องการของพ่อแม่ยุคปัจจุบัน
ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการก็จะตั้งชื่อเป็นค่ายหรือแคมป์ประมาณ
อัจฉริยะหรือค่ายเด็กเก่งสารพัด เพื่อดึงดูดใจพ่อแม่

ฉะนั้น เราต้องไม่ตัดสินใจเลือกค่าย หรือแคมป์ใดเพราะชื่อเท่านั้น
แต่ควรจะดูรายละเอียดด้วยว่าแต่ละแห่งเขามีกิจกรรมอะไรบ้าง
เหมาะกับลูกของเราหรือไม่ ต้องไม่ลืมว่าการจะส่งลูกไปทำกิจกรรม
ในช่วงปิดเทอมควรจะให้ลูกได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจด้วย
ไม่ใช่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเพราะไม่มีใครดูลูกเท่านั้น

สี่ – มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็ก
เช่น พิพิธภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ
และเหมาะสำหรับเด็กเกิดขึ้นมากมาย
การปลูกฝังให้ลูกได้ไปเยี่ยมชม และเรียนรู้จากสถานที่เหล่านั้น
จะช่วยสร้างฐานการคิดและเรียนรู้โลกกว้างได้ดียิ่ง

ยิ่งในยุคข้อมูลไร้พรมแดนเยี่ยงนี้ พ่อแม่สามารถทำการบ้านผ่าน
ทางอินเตอร์เน็ตไปก่อนก็ได้ และเตรียมสมุดโน็ตเล็กๆ พร้อมดินสอหรือปากกา
เพื่อสอนให้ลูกฝึกการบันทึกถึงสิ่งที่พบเห็นในสถานที่สำคัญ
หรือแหล่งเรียนรู้ โดยมีพ่อแม่คอยกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยการซักถามลูกไปด้วย

ที่ผ่านมาพอเอ่ยถึงเรื่องพิพิธภัณฑ์ เรามักจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียน
พาไปทัศนศึกษา ซึ่งในความเป็นจริงการไปทัศนศึกษาในโรงเรียน
เป็นการทำกิจกรรมหมู่ของเด็กจำนวนมาก
การดูแลหรือกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กๆ ทุกคนอาจจะไม่ทั่วถึง
การพาลูกไปกันเอง จะช่วยทำให้ลูกได้เรียนรู้ถึงความแตกต่าง
และพ่อแม่ยังได้เรียนรู้ไปด้วยว่าลูกของเราสนใจการเรียนรู้เรื่องใด

สิ่งสำคัญที่หาซื้อไม่ได้ คือ ความรักความผูกพันที่ได้ทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกัน
ไม่เชื่อลองถามลูกดูสิว่าลูกชอบไปกับใคร
ระหว่างพ่อแม่หรือโรงเรียน...เว้นแต่คุณเป็นพ่อแม่ขี้บ่น...

ห้า – ช่วงปิดเทอมใหญ่เป็นช่วงที่มีเทศกาลวันหยุดค่อนข้างเยอะ
และมีเทศกาลสงกรานต์ด้วย ถ้าคุณใส่ใจรายละเอียดหน่อย
อาจจะวางแผนล่วงหน้าลาพักร้อนให้ตรงกับช่วงปิดเทอมของลูก
เพื่อจะไปเที่ยวพักผ่อนร่วมกันก็เป็นเรื่องที่ดี

ลองวาดภาพความสนุกสนานร่วมกันในช่วงพักร้อน
เป็นการชาร์ตแบตชีวิตของคุณเองด้วย
หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับหน้าที่การงานมาตลอดปี
แล้วเราก็จะเข้าใจด้วยว่า ลูกเรียนมาตลอดปีเช่นกัน
ช่วงปิดเทอมน่าจะเป็นช่วงผ่อนคลายร่วมกันพร้อมครอบครัว

ทั้งห้าข้อไม่ใช่เรื่องยาก แต่ค่านิยมหรือการเรียนกวดวิชาการมาแรงเหลือเกิน
บอกตามตรงว่าเห็นใจเด็กยุคนี้จริงๆ เพราะทิศทางสูตรการศึกษาในบ้านเรา
มุ่งให้เด็กๆ เป็นตำราเดินได้ แต่นับวันจะขาดทักษะชีวิตด้านอื่นๆ
กิจกรรมในช่วงปิดเทอมมีอีกมากมายที่นอกจากการกวดวิชาเพียงอย่างเดียว

ทุกวันนี้ค่านิยมที่ต้องเรียนล่วงหน้ากำลังระบาดไปทั่วประเทศ
เราอยากให้ลูกของเราเรียนๆๆๆ และก็เรียนไปตลอดปีแล้วปีเล่า
อาจจะมีเกรดเฉลี่ยดี สามารถสอบได้ทุกสนามการแข่งขัน
แต่จะมีประโยชน์อะไร ถ้าชีวิตเขาไม่มีความสุข

บางท่านอาจเห็นแย้งแล้วบอกว่าการเรียนกวดวิชานี่แหละคือความสุขของลูก
ทั้งที่เด็กเหล่านั้นอาจแทบจะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตด้านอื่นๆ
เมื่อเขาเติบโตขึ้นมากับกองตำรา เรียนๆๆๆ แล้วก็เรียนมาตลอด
เวลาสอบได้ดี พ่อแม่ก็ชื่นชม
ได้รับของรางวัลที่อยากจะได้แทบทุกครั้ง ก็ย่อมพอใจ

เด็กบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชอบอะไร หรือเรียนไปมากมายก่ายกอง
แล้วจะเอาไปทำอะไร เพราะโหมดการรับรู้ คือ เรียนเข้าไว้
พ่อแม่ให้เรียนอะไรก็เรียน ขอให้เรียนได้คะแนนดีๆ เข้าไว้ละกัน
ไม่แปลกใจที่ทำไมถึงมีเด็กจำนวนมากที่เมื่อจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี และเมื่อเรียนเสร็จแล้วจะทำอะไรก็ไม่รู้

สิ่งที่เด็กไทยในระบบการศึกษาแบบปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่
คือ เรื่องการขาดทักษะการคิด ทักษะการใช้ชีวิต เพราะชีวิตที่เดินในทุกวันนี้
มีพ่อแม่คอยขีดเส้นให้ลูก โดยบอกว่า “ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูก”
แต่เอาเข้าจริงแล้ว อาจต้องสะกิดคิดว่าแท้จริงแล้ว
ทุกสิ่งอย่างที่ทำนั้น เพื่อตัวเองหรือเพื่อลูก

กิจกรรมช่วงปิดเทอมดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ในความเป็นจริง
กิจกรรมช่วงปิดเทอม เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข
และเวลาแห่งการเรียนรู้โลกใบนี้ของลูกได้เป็นอย่างดี

เราคงไม่อยากให้ลูกของเราเข้าข่าย
“ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” หรอกใช่มั๊ย



ที่มา : หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ
คัดลอกจาก :

http://www.thaihealth.or.th/node/8250

:b8: :b8: :b8:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มี.ค. 2011, 11:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ขอบคุณค่ะ :b8:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 เม.ย. 2015, 18:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 621


 ข้อมูลส่วนตัว


tongue :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ต.ค. 2016, 11:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 545

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ต.ค. 2017, 09:37 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1770

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ต.ค. 2018, 19:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1015


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มิ.ย. 2019, 09:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2114


 ข้อมูลส่วนตัว


tongue smiley


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร