วันเวลาปัจจุบัน 22 ม.ค. 2018, 05:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 51 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ย. 2008, 23:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ธ.ค. 2004, 19:48
โพสต์: 1725

ชื่อเล่น: admin
อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


เรียนสมาชิกทุกท่าน
เรื่อง ร่างกฎกติกาบอร์ด "ลานธรรมจักร"


จากการเปลี่ยนมาใช้เว็บบอร์ดตัวใหม่ ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนถึงบัดนี้ ก็ใกล้ครบ 1 เดือนแล้ว ทุกๆ ก็ค่อยๆ ลงตัวแล้ว ไม่ว่าด้านโปรแกรม และการใช้งานของสมาชิก แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่และต้องมีเป็นสิ่งที่คู่กับสังคมที่ต้องอยู่ร่วมกัน แม้ว่าสังคมนี้จะไม่ได้เห็นหน้าไม่ได้ยินเสียง แต่การแสดงออกมาทางความคิดเห็นเป็นตัวหนังสือนั้น เป็นสิ่งแสดงออกมาเพื่อการสื่อสาร และมีอิทธิพลต่อผู้รับรู้ ถ้าสิ่งที่แสดงออกมานั้นดี ผู้รับก็จะรับสิ่งที่ดีไปด้วย แต่กลับกันถ้าสิ่งที่สื่อออกมานั้นไม่ดี ผู้รับก็จะได้รับสิ่งที่ไม่ดีไปด้วย ด้วยเหตุผลนี้เองจึงต้องมีข้อตกลงกันในกลุ่ม หรือสังคมที่อยู่ร่วมกัน เพื่อให้สังคมนั้นมีเป็นอยู่อย่างสงบ และส่งเสริมความดีซึ่งกันและกันตลอดไป


..........
ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ จึงต้องการให้สมาชิกทุกท่านออกความคิดเห็น ก่อนที่จะนำความคิดเห็นนั้นไปเรียบเรียงเป็นกฎกติกาของบอร์ดในโอกาสต่อไป เพื่อเป็นข้อตกลงของสมาชิกทั้งเก่า และใหม่ ที่จะสมัครเข้ามารับทราบ อีกอย่างข้อตกลงนี้ก็จะเป็นบรรทัดฐานของทีมงานหรือผู้ดูแลบอร์ดใช้ในการจัดการดูแลรักษาบอร์ด

จึงเรียนให้สมาชิกทุกท่านได้ทราบ และร่วมกันแสดงความคิดเห็นร่วมกัน คนละนิดละหน่อย เพื่อเป็นการจรรโลงรักษาแหล่งเผยแผ่คำสอนทางพระพุทธศาสนาให้ยาวนานสืบต่อไป

ขอเจริญในธรรมปฏิบัติทุกๆท่าน
admin/ทีมงาน

.....................................................
-- วิธีใช้บอร์ด --
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=11&t=22930
- สมาชิกใหม่แนะนำตัวที่นี่
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=29
- กฎกติกาบอร์ด
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=19110
- เครื่องมือผู้ดูแลบอร์ด -
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=11&t=23048
facebook ลานธรรมจักร
http://www.facebook.com/larndhammajak


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 10:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


กฏกติกามารยาทของผู้เดินทางพึงอาศัยหลักดังนี้


:b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45: :b45:
หลักการสนทนาธรรม
(เป็นมงคลข้อที่ 30 มีข้อควรต้องพิจารณาและคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้คือ )

๑.ต้องรู้เรื่องที่จะพูดดี

๒.ต้องพูดเรื่องจริง มีประโยชน์

๓.ต้องเป็นคำพูดที่ไพเราะ

๔.ต้องพูดด้วยความเมตตา

๕.ต้องไม่พูดจาโอ้อวด หรือยกตนข่มท่าน

๖.ไม่กล่าวค้านพระพุทธพจน์ คือการไม่นำเอาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นข้อสงสัย หรือกล่าวค้าน เพราะสิ่งที่กล่าวไว้ในพระพุทธพจน์ย่อมเป็นความจริงตลอดกาล

๗.ไม่ออกนอกประเด็นที่ตั้งไว้ คือการพูดให้อยู่ในหัวข้อที่ตั้งไว้ ไม่พูดแบบน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง

๘.ไม่พูดนานจนน่าเบื่อ คือการเลือกเวลาที่เหมาะสมตามสถานการณ์ เนื่องจากเรื่องบางเรื่องอาจไม่จำเป็นต้องขยายความมากเกินไป

๙.ใช้วาจาสุภาพ คือการใช้ถ้อยคำที่สุภาพในการสนทนา ไม่ใช้คำหยาบคาย หรือก้าวร้าว


ผมขอเพิ่มเติมจาก ๙ ข้อข้างบน :b41: :b41: :b41: :b41: :b41: :b41:

๑๐.ไม่กล่าวพาดพิงบุคคลที่สามที่ไม่ได้เข้ามาสนทนาธรรมด้วยในทางเสื่อมเสีย

๑๑.ไม่กล่าวลบหลู่สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ รวมทั้งครูบาอาจารย์ทั้งหลาย

๑๒.เขตปลอดการเมือง โฆษณา และเรี่ยรายเงิน


(ถ้าผิดกฏให้เวปมาสเตอร์ว่ากล่าวตักเตือน ลบกระทู้หรือ งดการใช้ตามความเหมาะสม)

:b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48:
ข้อเสนอกฎการแสดงธรรมะ


1.ถ้านำข้อความมาจากแหล่งไหนให้อ้างที่มาของแหล่งข้อมูลด้วยเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบของผู้อ่าน
ถ้าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวก็บอกไว้ด้วย


2.ถ้าพบข้อความที่เป็นสัทธรรมปฏิรูป บิดเบือนให้ใช้หลักมหาปเทสสี่คือ ไม่พึงชื่นชม ไม่พึงคัดค้าน
ให้ตรวจสอบเทียบเคียงในพระไตรปิฏกก่อนพึงถึงความตกลงใจในข้อนี้ว่า

นี้ไม่ใช่คำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า และผู้กล่าวนี้จำมาผิดแล้ว
แน่นอน ดังนั้น พึงทิ้งคำกล่าวนั้นเสีย.



(การทิ้งคำกล่าวนั้นอาจไม่สนใจอ่านหรือให้เวปมาสเตอร์ลบกระทู้ได้เลย)


3.การแสดงธรรม การทักท้วง และการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิ์กระทำได้แต่ต้องอยู่ในข่ายกฏทั่วไปข้างต้น ถ้าผิดกฏผู้ดูแลเวป หรือผู้พบเห็นแจ้งเวปมาสเตอร์ กล่าวตักเตือน และลบกระทู้ ถ้าไม่เข็ดหลาบก็งดการใช้ชั่วคราวจนถึงถาวรแล้วแต่ความเหมาะสมเป็นรายๆ

4.กระทู้ที่พึงระวังในการอ่าน(เช่นสัทธรรมปฏิรูป) ผู้ดูแลควรทำสัญญลักษณ์แสดงให้ผู้อ่านเห็นได้ชัดที่หัวกระทู้

:b4: :b4: :b4:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 10:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2008, 22:48
โพสต์: 1173


 ข้อมูลส่วนตัว


กฏกติกามารยาทของทีมงานผู้ดูแลเว็บ


ทีมงานผู้ดูแลเว็บ


๑.ต้องไม่ลบกระทู้ ที่มีเนื้อหาธรรมะสูงกว่าความรู้ของทีมงานฯ เพราะพุทธศาสนาจะเข้าถึงความรู้จริงได้ ก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติสมถและวิปัสสนา ผู้ปฏิบัติสมถและวิปัสสนาได้ถึงระดับอริยะบุคคล
ย่อมรู้เรื่องมากกว่าผู้ปฏิบัติที่ยังเป็นปถุชนอยู่ จึงไม่ควรไปลบกระทู้ของเขาทิ้ง

๒. ต้องไม่ลบกระทู้ที่ผู้อ้างอิงอ้างพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้า และเขาตีความไม่เหมือนทีมงาน
เพราะพุทธพจน์อันเดียวกัน ถ้าเป็นปถุชนจะตีความผิดๆถูกๆเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเป็นอริยะบุคคลย่อม
ตีความได้ถูกต้อง ดังนั้น จึงไม่ควรไปลบกระทู้ของเขาทิ้ง ถ้าเขาตีความพุทธพจน์แตกต่างไปจาก
ทีมงานฯ

3 เรื่องจริง มีประโยชน์ ยากที่จะตัดสินได้ เพราะทีมงานอาจมีมิจฉาทิฏฐิ ส่วนเจ้าของกระทู้มี
สัมมาทิฏฐิ ทีมงานจะไปตัดสินได้อย่างใดว่า เจ้าของกระทู้พูดเรื่องเท็จ และไม่มีประโยชน์ ประโยชน์
ของแต่ละบุคคลก็ไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ ทีมงานผู้ดูแลเว็บ จึงไม่ควรไปลบกระทู้ของเขาทิ้ง
อย่างพลการโดยอ้างว่าเป็นเรื่องไม่จริง ไม่มีประโยชน์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 13:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ต.ค. 2008, 09:55
โพสต์: 405


 ข้อมูลส่วนตัว


ผมขอแสดงความคิดในการตั้งกฏดังนี้ครับ (Copy) ความเห็นมาให้อ่านครับ

สืบเนื่องจากกระทู้นี้ครับ :-

viewtopic.php?f=1&t=18983&p=85940#p85940


ผมอ่านแล้วเข้าใจท่าน คามิกธรรม และท่าน admin ครับ :b8:

สำหรับผมเห็นด้วยกับความคิดของท่าน admin ที่ว่าสนับสนุนส่งเสริมให้เผยแพร่คำสอนของศาสนาพุทธเถรวาท แต่ก็มีส่วนที่เห็นผิดแผกไปจากท่าน admin อยู่อีกประการหนึ่ง คือ ผมคิดเห็นว่าในแง่ของการลบความเห็นของผู้ที่นำคำสอนแบบสัจธรรมปฏิรูปเข้ามาเผยแผ่อันนี้ไม่เห็นด้วยเท่าไรครับ เพราะเนื่องจากว่า...

หากเราให้ผู้ที่มีคำสอนแบบสัจธรรมปฏิรูปเข้ามาเผยแผ่บ้างย่อมจะทำให้เราได้รู้ว่าตอนนี้คำสอนของพระพุทธเจ้าได้ถูกตีความออกนอกของเดิมไปมากน้อยเพียงไรแล้ว จะได้ช่วยกันแก้ไขหรือปรับสัจธรรมให้มาในทางที่ถูกที่ควรได้ต่อไป หากเราไปลบข้อความเขาออกจะมองว่าเป็นการหลบหนี หรือปิดกั้นไปเลย บัณฑิตไม่ควรทำอย่างนั้นครับ...

เพราะคนที่เผยแผ่เองย่อมจะคิดไปได้ว่าเป็นการรินรอนสิทธิเสรีภาพ และยังคิดไปได้ว่าไม่มีใครรู้จริงเท่าเขา เขารู้จริง แล้วก็ยังหลงต่อไปอีก เป็นการตอกย้ำให้เขาเป็นมิจฉาทิฐิต่อไป เป็นการกระทำที่ไม่เมตตากรุณาเท่าที่ควร เหมือนปล่อยผู้เห็นผิดลอยแพไป ตัดหางปล่อยวัดไปเลย

แต่หากเราใช้การให้เขามาเผยแผ่นั่นแหละ แต่ก็ให้สมาชิกหรือผู้ดูแลลงเครื่องหมายไปว่า "ตกใจ" หรือ "ถูกผิด" หรือ "สัจธรรมปฏิรูป" ย่อมจะเข้าใจได้ง่ายกว่า จะได้ให้บัณฑิตหรือผู้รู้เข้ามาช่วยกันว่าท่านผิดหรือถูกอย่างไร เพื่อเขาจะได้ไม่หลงผิดต่อไปในปัจจุบัน หรือเผื่อที่วันใดวันหนึ่งเขาจะได้กลับมาเป็นสัจธรรมที่ถูกที่ควรต่อไปในอนาคตได้ เพราะพระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเอาไว้ว่าสัจธรรมของพระองค์ย่อมคงทนต่อการพิสูจน์ เราเองควรจะมีเมตตาช่วยกันแก้ไขปรับมิจฉาทิฐิให้ผู้ที่เห็นผิดให้มาเห็นถูก ดั่งในสมัยพุทธกาลที่ช่วยกันปรับความคิดเห็นของผู้นับถือศาสนาอื่น หรือที่ปราชญ์ศาสนาอื่นเข้ามาลองภูมิ หรือที่พระสารีบุตรปรับความเห็นของภิกษุบางรูปที่หลงคิดว่าตนรู้ทั่วในธรรมของพระพุทธเจ้า หรือหลงคิดไปว่าพระอรหันต์ตายแล้วสูญ...

ถึงแม้วิธีนี้จะเป็นอะไรที่ยากสักหน่อย แต่จะคุ้มค่า และเหมาะควรกับบัญฑิตมากกว่าการไปลบ การกระทำมากกว่าการปิดกั้นครับ และผมคิดว่าคนอ่านเองย่อมจะมีวิจารญาณได้ หรือแม้ตอนแรกอาจจะหลงเชื่อไป แต่พอได้อ่านความรู้อันแท้จริงจากผู้รู้จริงมาช่วยแก้ เขาก็จะรู้ว่าแท้จริงไม่ใช่นะเพราะอะไร เวลาเขาไปเจอความคิดแบบเดียวกันนี้ที่ไหนเขาก็แก้ได้ จึงทำให้สัจธรรมปฏิรูปแพ้ไปในทุกที่ครับ

ผู้เผยแผ่สัจธรรมปฏิรูป เขาย่อมแพ้ภัยตนเอง หรือย่อมต้องจนต่อผู้ที่รู้จริงๆ เข้าถึงจริงๆ เป็นบัณฑิตอยู่วันยังค่ำครับ แต่หากเรายังชี้แจ้งให้เขาเห็นว่าผิดอย่างไรไม่ได้ หรือปรับความเห็นของเขาไม่ได้ว่าเขาสัจธรรมปฏิรูปอย่างไร เห็นผิดอย่างไร ถูกอย่างไร ก็มิควรไปกล่าวว่าเขาเป็นสัจธรรมปฏิรูป หรือไปลบความคิดเห็นของเขาเพียงแค่เขาเห็นต่างจากเราครับ

ขอให้นำไปพิจารณาดูนะครับ

:b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 14:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2006, 14:49
โพสต์: 1341


 ข้อมูลส่วนตัว www


คุณลักษณะของผู้เผยแผ่ธรรม ที่ควรจะเป็น ควรจะมี

- มีเมตตา
- มุ่งดี ปรารถนาดีต่อกัน เสมือนหนึ่งพี่น้องกัน
- มีอภัยทานเป็นปกติ
- พูดหรือเขียนเป็นธรรม
- ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่กระด้าง ไม่หยิ่งทะนงตนว่า เป็นผู้รู้มากกว่าใคร
- มีวาจาสุจริต ไม่ลุแก่โทสะ เมื่อคนอื่นไม่เห็นด้วยกับตน
- ไม่อวดอ้างว่าบรรลุธรรม ขั้นนั้น ขั้นนี้ เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อคำพูด หรือข้อเขียนของตน
- ไม่อ้างว่า ธรรมข้อนี้ตนเป็นผู้รู้เอง คิดได้เอง คิดขึ้นมาเอง เปรียบตนเองเป็นศาสดาองค์ใหม่

หากเราทุกท่านทุกคนมีคุณลักษณะดังกล่าวข้อหนึ่ง ข้อใด กติกาหรือข้อกำหนดก็ไม่ต้องมี

Website นี้เปิดขึ้นเพื่อ เผยแผ่พระศาสนา ดำรงไว้ซึ่งคำสอนอันบริสุทธิ์ขององค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้บุคคลทั้งหลายผู้ใฝ่ธรรมเข้ามาศึกษา นำไปเป็นแนวทาง เป็นเข็มทิศ ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน นำตนให้พ้นทุกข์ภัย จนถึงความสิ้นสุดแห่งทุกข์

“ธรรมของพระพุทธองค์ สร้างความรัก ความสามัคคี ความสงบระงับและความร่มเย็น ไม่เคยสร้างความแตกแยก แตกความสามัคคี จะมีก็แต่มิจฉาทิฎฐิเท่านั้น”

:b8: :b12:

.....................................................
.. ทุกข์ใดดับได้ด้วยปัญญา ทุกข์นั้นจะไม่เกิดอีก ..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 17:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3837

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


.




อะไรที่ล่อแหลม ลบไปเลยครับ ไม่ต้องชี้แจงอะไรทั้งนั้น
เพราะฉะนั้น ใครที่พยามทำอะไรล่อแหลมก็จะไม่อยากเสียแรงเปล่าๆ

ทางทีมงานเองต้องมีบรรทัดฐานของตัวเองครับ
การคาดหวังว่าผู้ใช้งานจะต้องมีคุณบัติอย่างนั้น ต้องทำอย่างนี้
มันเหนื่อยมากกว่าการที่ทางเว็บจะลบอะไรที่ล่อแหลมออกไป

การลบ หรือเซ็นเซอร์ ของทางทีมงาน ต้องบอกเขาไปว่า
มันไม่ได้เป็นการแสดงว่าทีมงานเห็นด้วยกับเนื้อหานั้นๆ หรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหานั้นๆ เราไม่ได้ตัดสินเนื้อหา
เราตัดสินที่ผลลัพธ์ของเนื้อหา ว่าพูดไปแล้วมันได้อะไร หรือเสียอะไร
สิ่งที่พูดนั้นมันไม่เหมาะสมกับสถานที่

เช่น ตอนผมพูดตลก ผมยังโดนเตือน ว่าใช้คำพูดไม่เหมาะสม
ประเด็นคือ ไม่ใช่ว่าการพูดตลกไม่ดี หรือดี
แต่มันไม่เหมาะกับสถานที่

การพูดเรื่องประหลาดพิศดารก็คงทำนองเดียวกัน
คือมันไม่เหมาะกับสถานที่ กล่าวคือ ไม่ใช่จุดยืนของเว็บ เลยต้องลบ
ถ้าอยากพูดอย่างนั้น ไปพูดที่อื่นที่เขายอมรับเถิด

ผมเห็น standard ของเว็บธรรมะไทยเขาทำแล้วก็ดี
เขาคุยกันสงบเสงี่ยมแบบกัลยาณมิตรดี
เพราะอะไรที่มันประหลาดๆ เขาลบหมด ไม่ชี้แจง

เพราะฉะนั้น พวกแปลกๆ เลยไม่เกิด ไม่ดัง ไม่ได้หน้า
เลยไม่สัปปายะ ไม่ถูกธาตุ เลยไม่ไปวนเวียนให้เสียเวลา

.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 21:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2006, 06:25
โพสต์: 2058


 ข้อมูลส่วนตัว


ก.

ขอเสนอ ให้ใช้สีแสดงบทความอ้างอิง

1.จากพระไตรปิฎก ใช้ สี น้ำเงิน

2.จากคัมภีร์ระดับรอง รวมทั้ง อาจาริยวาท ใช้ สีเขียว

3.จากความเห็นผู้อื่น ใช้ สีแดง

4.ความเห็นของตนเอง ใช้ สีธรรมดา

และควรแยกให้ชัดเจน ว่า สิ่งที่โพสคือสิ่งใด

เพื่อประโยชน์ในการศึกษา และ แยกให้ชัดเจนว่านำมาจากสิ่งใด



ข.

เห็นด้วย กับ คุณคามินธรรม

ในเรื่อง ความเห็นที่เพี้ยนมากๆ และ อาจอันตรายต่อพระศาสนาส่วนรวม


ค.

ในกรณี ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ควรใช้ หลักการมหาปเทศ ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้เป็นเกณฑ์วินิจฉัย

http://84000.org/tipitaka/read/?10/112-116


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 21:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ธ.ค. 2004, 19:48
โพสต์: 1725

ชื่อเล่น: admin
อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: ขอขอบพระคุณทุกๆ ความคิดเห็นที่กรุณาแสดงออกมา

ตอนนี้ยังไม่ขอสรุป ขอเป็นวันหยุดสัปดาห์นี้
จะเข้ามาสรุปความคิดเห็น แล้วร่างเป็นกฏข้อตกลง
เพื่อให้สมาชิกได้ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้นก็จะนำข้อตกลง หรือกฏกติมาใช้กับบอร์ด

ระยะเวลานี้ขอเปิดโอกาสให้สมาชิกท่านอื่นๆ
ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
อาจจะได้ข้อคิดที่แตกต่าง หลากหลายออกไปอีก

...
ขอเจริญในธรรมปฏิบัติทุกๆท่าน
admin/ทีมงาน
:b44:

.....................................................
-- วิธีใช้บอร์ด --
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=11&t=22930
- สมาชิกใหม่แนะนำตัวที่นี่
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=29
- กฎกติกาบอร์ด
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=19110
- เครื่องมือผู้ดูแลบอร์ด -
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=11&t=23048
facebook ลานธรรมจักร
http://www.facebook.com/larndhammajak


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 22:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3837

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอภัยทีมงานที่ทำให้"งานเข้า" กันถ้วนหน้านะคับ
:b12: :b12: :b12:

.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2008, 09:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ต.ค. 2008, 09:55
โพสต์: 405


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุครับท่านกรัชกาย

ได้อ่านพระสูตรที่ท่านได้ลงเอาไว้ เห็นว่าเป็นประโยชน์มากครับ เอาไว้ใช้ในการปรับความเห็นผิดของผู้ที่เป็นสัจธรรมปฏิรูปได้เลย

ผมขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการตั้งกระทู้ หรือลงกระทู้เพิ่มเติม ดังนี้

- หากเรื่องใดเป็นเกี่ยวกับธรรมะ ไม่ต้องไปลบไว้ครับ หากเป็นสัจธรรมปฏิรูปก็ให้มีเครื่องหมายถูกผิดเอาไว้ แล้วก็ช่วยกันปรับความคิดเห็นของเขานั้นให้ถูกด้วยพระสูตร หรือการอธิบายชี้แจง เพื่อประโยชน์ในภายหน้าแก่ผู้ตั้งกระทู้และตอบกระทู้เองจะได้เห็นว่าสิ่งใดผิดถูกอย่างไร กลับมาเป็นสัมมาทิฐิได้
- หากเป็นเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธรรมะ เช่น ประกาศขายของ เป็นต้น ให้ลบครับ
- หากเป็นการอ้างอิงจากแหล่งธรรมะอื่นก็ให้มีสี หรือการใส่อ้างถึงเอาไว้มาจากไหนอย่างไร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2008, 16:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2006, 06:25
โพสต์: 2058


 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นใจ เว็บมาสเตอร์ครับ



ประการหนึ่ ที่อาจจะช่วยลด ภาระ ของเว็บมาสเตอร์

คือ การให้สมาชิกโหวต(รวมทั้ง เว็บมาสเตอร์ก็โหวตได้น่ะครับ)

ให้แต่ล่ะกระทู้ มีช่องคลิกให้โหวต สมาชิก คนล่ะหนึ่งเสียง ไม่มีการโหวตซ้ำ

ตัวเลือก เช่น


กระทู้นี้ เป็นกระทู้ที่หมิ่นเหม่ต่อหลักธรรม หรือ มีสาระแห่งอกุศล ให้เป็น-1

กระทู้นี้ เป็นการะทู้ที่จรรโลงหลักธรรม หรือ มีสาระแห่งกุศล ให้เป็น+1

พร้อมกับ แสดง ผลต่างของคะแนนให้เห็น


เป็นการเตือนผู้โพส ไปในตัว





และ ให้มีหลักการ เช่น ถ้าโพสกระทู้ แล้ว มีคะแนนติดลบ เกิน-5 รวมทั้งสิ้น 3กระทู้ขึ้นไป ควรระงับการให้โพสกระทู้ สัก 15วัน โดยอัตโนมัติ....เป็นผู้อ่านแต่อย่างเดียวไปก่อน

อาจจะช่วยให้ สมาชิกแต่ล่ะท่าน มีการยับยั้งชั่งใจมากขึ้นเวลาโพสกระทู้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2008, 23:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2008, 22:48
โพสต์: 1173


 ข้อมูลส่วนตัว


ผมคิดว่า แม้แต่พระอรหันต์มาในเว็บนี้ ก็คงแสดงความเห็นไม่ได้หรอกครับ เพราะในเว็บนี้มีแต่เก่งๆ
ทั้งนั้น (อวดเก่ง) ไม่รับคำสอนที่สูงกว่าความเข้าใจตื้นๆของตนเอง

ดอกบัวมีหลายประเภท ที่จมอยู่ในโคลนตม ย่อมไม่ฟังคำสอนของบัวที่พ้นน้ำ ตนเองเข้าไม่ถึงธรรม
ก็ไปหาว่าคนอื่นที่ได้ธรรมเป็นสัทธรรมปฏิรูป พูดง่ายๆ เข้าข่ายเผด็จการทางความคิด ห้ามคนอื่นรู้
มากกว่าตนเอง

ผมพูดตรงๆอย่างนี้ก็อย่าโกรธกัน จะไประดมความคิดร่างกติกาบ้าๆบอๆทำไม ในเมื่อกติกาข้อแรก
ของความเป็นมนุษย์ และความเป็นพุทธศาสนิกชนก็ยังไม่มี คือ สิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ผู้เจริญ

"ถ้ายังมีระบอบเผด็จการอยู่ในหัว ระบอบประชาธิปไตย
และระบอบธรรมาธิปไตยจะเกิดได้ยังไง กติกาตามระบอบ
ประชาธิปไตยย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะใจเป็นเผด็จการนั่นเอง"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2008, 23:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มิ.ย. 2008, 22:48
โพสต์: 1173


 ข้อมูลส่วนตัว


เราต้องร่างกฏกติกามารยาทของทีมงานผู้ดูแลเว็บก่อน
เมื่อได้กติกามารยาทของกรรมการแล้ว จึงค่อยร่างกติกา
มารยาทของผู้เล่นในเว็บธรรมะdhammajak.net


ผมผ่านเว็บธรรมะมามากมาย เช่น เว็บพลังจิต เว็บธรรมะไทย เว็บธรรมะของเมเนเจอร์ เว็บพันทิพย์
ผู้ดูแลเว็บล้วนมีอำนาจล้นฟ้า ทำให้บรรดามารใช้วิธีสิงใจผู้ดูแลเว็บ เพื่อไม่ให้ผู้คนเข้าถึงธรรม ในแต่ละเว็บ มีแต่กระทู้บ้าๆบอๆทั้งนั้น เว็บนี้ดีหน่อย แต่ตอนนี้หลังการปรับปรุง ก็เริ่มเละแล้ว กระทู้ของผม 3-4 กระทู้โดนลบไปเฉยๆ โดยไม่แจ้งสาเหตุ ผมคิดว่า คงไม่มีหัวข้ออยู่ในเรื่องที่ทีมงานต้องการให้เสนอ อย่างนี้มันใช้ไม่ได้ เช่น เรื่องพระโพธิสัตว์มหายานแตกต่างจากพระโพธิสัตว์เถรวาท ทีมงานไปลบได้ยังไง ตนเองมีความรู้แค่ไหนกันจึงกล้าไปลบกระทู้นี้

ผมมีหลักฐานในคัมภีร์ทั้งเถรวาทและมหายานมายืนยันว่า พระโพธิสัตว์มหายานแตกต่างจากพระโพธิสัตว์เถรวาท เห็นๆเลยว่า ทีมงานผู้ดูแลเว็บโดนมารสิงใจ ไม่ให้เผยแพรพุทธศาสนาของแท้

กระทู้เสนอไป 10 นาที กระทู้หายสาบสูญไปเลย

ผมพูดแต่เรื่องธรรมะ ผมกลับโดนไล่ออกจากเว็บพันทิพย์ 6 ครั้ง เว็บพลังจิตผมก็โดนแบนนับ
สิบครั้ง ซ้ำยังโดนแบนตลอดชีพด้วย ฯลฯ แต่ผมก็ยังสามารถเข้าไปเสอนสัทธรรมของพระพุทธเจ้าได้
ไม่สิ้นสุด เพราะมีผู้ให้สำเนาบัตรประชาชนผมมาร่วมสิบใบ เอาไว้ต่อสู้กับมารซึ่งส่วนใหญ่สิงใจทีมงาน
ผู้ดูแลเว็บ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ย. 2008, 06:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3837

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณพลศักดิ์คับ

ถ้าผมเป็นเว็บมาสเตอร์
ผมไม่แค่ลบกระทู้นะครับ ผมจะลบสมาชิกภาพเลย
และประกาศปักหมุดให้ระวังคุณอีกด้วย

คุณไม่ใช่น้ำพร่องแก้ว ที่พยามจะเติมเต็มตัวเอง
หรือน้ำขุ่นๆ ที่พยามจะเติมน้ำดีเพื่อให้ตัวเองใสขึ้น
พวกเขาพร้อมที่จะปรับทัสนคติเมื่อพบความรู้ที่ดีกว่าเดิม

แต่คุณเป็นประเภทน้ำแข้งล้นแก้ว ที่ไม่มีทีท่าว่าจะละลายได้
ซ้ำยังดูท่าว่าจะกลายเป้นหินจนแก้วที่ใส่อยู่นี้มันร้าวและกำลังจะแตก


สำคัญที่สุดคือคุณพยามเสนอสิ่งที่ค้านกับหลักการทางพระพุทธศาสนาในนิกายเถรวาท
เช่นเรื่องนิพพาน ที่คุณสามารถเข้าไปพบพระพุทธเจ้าได้
เรื่องนิพพานในแบบที่ เดี๋ยวเข้านิพพานได้ เดี๋ยวออกมาจากนิพพานได้ เพื่อมาเกิด
(ถ้านิพพานแล้วมาเกิดได้อีก แล้วจะทำนิพพานไปทำไมให้มันเหนื่อย พระพุทธเจ้าจะกลับมาเกิดได้อีกหรือ)
เรื่องนิพพานคือพระเจ้า พรมมัน พระพุทธเจ้า ที่คุณว่าเป็นสิ่งเดียวกัน
หลายต่อหลายครั้งที่คุณเอาพระไตรปิฏกมาตัดต่อ เติมคำ แก้คำ แล้วผสมความเชื่อของคุณลงไป

ไหนจะเรื่องที่คุณบอกว่าพระทั่วไปตีความพระไตรปิฏกผิด ต้องพระอรหันต์เท่านั้นที่จะตีความถูก
แล้วคุณก้บอกว่าตัวเองตีความถูกต้อง ซึ่งเท่ากับการบอกว่าตัวเองเป้นพระอรหันต์?

และยังเรื่องประหลาดพิศดารอีกมากมายที่ขัดแย้งชัดเจนกับพระพุทธศาสนาที่เว็บนี้เขาเผยแพร่อยู่

คุณเพียรบอกแต่ว่า สิ่งที่คุณพูดนี้ มันไม่มีใครมีปัญญาจะเข้าใจ... แล้วจะพุดไปทำไม
มันประหลาดไหมที่คุณทำตัวเหมือนว่า พยามจะสอนกุ้งหอยปูปลาให้มันเรียนแคลคุลัส
สอนไปก็ด่ามันไปว่าพวกมันโง่ ทำไมไม่เข้าใจ
หรือคุณกำลังจะค้นหามนุษย์ในกองกุ้งหอยปูปลา?

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การพิสูจน์ว่าสิง่ที่คุณพูดนั้นเป็นจริงหรือไม่
แต่มันอยู่ที่การไม่รู้จักพูดของคุณ ที่ไม่รู้จักหน้าที่
ว่าที่ต่างๆ เขานับถือนิกายเถรวาท เขารับไม่ได้ที่คุณไปสวนกระแส คัดค้านหลักการของคัมภีร์พระไตรปิฏก

คนเขาเลือกจะเชื่อคัมภีร์ที่มีพระเถระหลายร้อยหลายพันคนช่วยการจัดทำเนื้อหา
มากกว่าจะเชื่อคุณคนเดียว ที่พูดเอาแต่ประโยชน์ตัวเอง

ตรงไหนที่พระไตรปิฏกมันคัดค้านความคิดคุณ คุณก็ดัดแปลง
ดัดแปลงไม่ได้คุณก็อ้างว่าคนอื่นตีความผิด คุณตีความถูกคนเดียว คุณถูกเสมอ

ตรงไหนที่พระไตรปิฏกมันสนับสนุนความคิดคุณ คุณก็เอาพระไตรปิฏกมาิอ้างว่า
นี่ เห้นไหม มีพระไตรปิฏกรองรับคำพูดของคุณ
ตัดออก เติมเข้า เพื่อสนองตันหาตัวเอง


อีกประการหนึ่ง ทำไมคุณเก่งแต่จะมาเผยแพร่ตามเว็บบอร์ด
ทำไมไม่กล้าไปพูดความลับของฟ้ากับพระเถระที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ตอบโต้ได้
ทำไมไม่ไปเสนอต่อกรรมการมหาเถรสมาคม ทำไมไม่ไปเสนอต่อที่ประชุม มจร.
ทำไมไม่ทำอะไรมากกว่าหาช่องทางโพสต์ตามเว็บบอร์ด


ที่คุณพยามพูดว่ามีเว็บต่างๆ กีดกันคุณนั้น ผมไม่สงสัยหรอก
มันเข้าใจได้ง่ายมากๆ ถ้ารู้จักคุณมากพอ

.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ย. 2008, 19:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5711

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


ความจริงแล้ว การที่โพสอะไรก็แล้วแต่ อาจจะโดนลบหรือโดนแบนไป เราควรจะพิจรณาตัวเองมากกว่าที่จะไปติติงผู้อื่น แล้วมันก็ไม่ใช่แค่เว็บนี้เว็บเดียว เว็บอื่นๆโดนหนักยิ่งกว่านี้ ควรจะพิจรณาตัวเองมากกว่าที่จะกล่าวโทษผู้อื่น
เท่าที่ได้เห็นในเว็บอื่นๆมา เว็บนี้เป็นเว็บที่เปิดกว้างให้โอกาสแสดงความคิดเห็นมากกว่าเว็บอื่นๆ จะพูดจาบ้าบอคอแตก แหกโค้งแหกศอก นอกลู่นอกรอยยังไงก็ยังอนุโลมให้โพสได้ คนบางคนเลยเที่ยวมาแจกแจงมาเที่ยวกล่าวหาผู้อื่นแต่ไม่ยอมดูตัวเอง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ดิฉันคงจะออกความคิดเห็นว่า คนประเภทนี้ไม่ควรจะเอาไว้ แบนไปเลย ลบสมาชิกภาพออกไปเลย ถึงจะมีส่วนดีอยู่บ้าง แต่ส่วนไม่ดีมีมากกว่า เป็นโทษต่อศาสนามากกว่าจะเป็นคุณ เที่ยวกล่าวหาว่าผู้อื่นเป็นมาร ตัวเองนั่นแหละเป็นยิ่งกว่ามารจนไม่มีคำเปรียบเทียบ
แต่นี่คือดิฉันในปัจจุบัน ปฏิบัติมาจนค่อนข้างเข้าใจพอสมควร ทุกสรรพสิ่ง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีเหตุปัจจัยที่ทำให้เป็นไปเช่นนั้น ทุกคนล้วนมีวิบากกรรมต่อกัน ใครเชื่อใคร เขาย่อมมีวิบากกรรมต่อกัน ถึงจะพากันเข้ารกเข้าพง พากันสุดโต่ง อันนั้นมันก็เขาเป็นผู้รับผลกันเอง ไม่ใช่เรา ไม่งั้นป่านนี้คนที่บรรลุธรรมคงมีเกลื่อน ยุคนี้ พวกที่ติดอยู่ในอุปกิเลส มีเยอะ คนเหล่านี้ดูง่าย ชอบยกตนข่มท่าน ชอบละเมิดสมณสงฆ์ ชอบละเมิดครูบาอาจารย์ ชอบอวดอ้างในสิ่งผิดๆ เช่น แนะนำให้คนหลงในนิมิต ทั้งๆที่มันเป็นแค่นิมิตก็นำมาพูดเป็นตุเป็นตะให้คนเชื่อถือ มีสัญญาวิปปลาส บางอย่างเป็นเพียงสัญญาเก่าที่ติดตัวมา เห็นภูติผีปีศาจ เห็นนางไม้ เห็นเทวดา พอได้มาปฏิบัติ ย่อมเหมือนคนที่สะกิดง่ายเพราะมีของเก่ามาอยู่แล้ว คนเหล่านี้แรกๆก็จะหลง สุดแต่ว่าใครจะมีสติ สัมปชัญญะมากกว่ากัน แต่เมื่อสติ สัมปชัญญะยังไม่มากพอ จึงชอบอวดอ้างว่าธรรมะตัวเองสูงกว่าผู้อื่น ชอบอวดอ้างว่าตัวเองเป็น " อริยะ " ทั้งๆที่เที่ยวเป็น " อริแยะ " เที่ยวระรานเขาไปทั่ว แม้แต่เว็บมาสเตอร์ยังไม่คิดจะยอมละเว้น เอาอะไรมาวัดว่าใครรู้มากกว่าใคร เอาอะไรมาวัดว่าตัวเองเป็นอริยะ มีแต่ความคิดเข้าข้างตัวเองทั้งนั้นเลย แทนที่จะเจริญสติให้มากๆ จะได้รู้จักหยุดพิจรณา เปล่าเลย กลับไหลไปตามกิเลสไหลไปตามความอยากที่อยากจะเป็นอริยะ อยากจะเป็นอาจารย์ อยากจะสอนแต่คนอื่น ตัวเองยังสอนไม่ได้ ตัวเองยังทำไม่ได้ ยังปล่อยวางไม่เป็น นับประสาอะไรที่จะเที่ยวไปสอนคนอื่นๆ คนที่มีปัญญาเขาย่อมรู้จักมอง รู้จักพิจรณา ส่วนคนที่เชื่อพวกที่ติดอยู่ในอุปกิเลสนี้ก็เนื่องจากวิบากกรรมที่เขาเคยได้สร้างร่วมกันมา แต่สักวันหนึ่ง เมื่อกุศลมากพอ คนเหล่านี้ย่อมหลุดจากวงจรนี้ได้ สุดท้ายทุกคนย่อมถึงจุดหมายปลายทางเหมือนๆกัน
ที่พูดมาทั้งหมดเพียงจะบอกว่า แล้วแต่เว็บมาสเตอร์จะจัดการ
อ้อ ... ใครที่ยังชอบว่าเว็บมาสเตอร์รวมทั้งทีมงาน ควรจะพิจรณาตัวเองมากกว่านะว่าเว็บมาสเตอร์เขาน่ะมีเมตตามากๆที่ยังให้อยู่ในเว็บนี้ เขาเมตตาขนาดนี้แทนที่จะขอบคุณเขา กลับไม่สำนึก มีการมาต่อว่าเขาอีก

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 51 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร