วันเวลาปัจจุบัน 22 พ.ย. 2019, 06:48  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ธ.ค. 2015, 15:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



อันการเกิดมาอยู่ในโลกอันนี้น่ะมันหอบเอากิเลสเหล่านี้ติดตัวมาด้วย
เมื่อไม่เพียรละมันน่ะ มันก็ก่อความยุ่งขึ้นในใจ เมื่อใจยุ่งแล้วบัดนี้
ก็แสดงออกทางกาย ทางวาจา
ไปกระทบกระทั่งกับคนอื่นให้ยุ่งไปหมดเลย
นี่แหละนามว่า “คน” น่ะมันจึงว่า มันปนเปกันอยู่ในใจนี่หมด
มีทั้งดีมีทั้งชั่ว มีทั้งสุขมีทั้งทุกข์
ปนเปกันไปหมด

บัดนี้บุคคลใดเป็นผู้มีศรัทธา มาสดับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
รู้แนวทางปฏิบัติสำหรับแยกแยะ ในระหว่างดีกับชั่วออกจากกันได้แล้วอย่างนี้
ก็ต้องพยายาม พยายามปฏิบัติไป แยกแยะความชั่วออกไปจากความดี

ความชั่วนั้นทุกคนคงไม่ปรารถนาสำหรับคนผู้ดีทั้งหลายน่ะ
เมื่อไม่ปรารถนาแล้วก็จะไปเก็บมันไว้ทำไม ก็ภาวนาเข้าไป
น้อมสติเข้าไปควบคุมจิต ให้สงบอยู่ภายในแล้วมันก็มองเห็นได้ว่า
อันนี้เป็นกิเลสความชั่ว อันนี้เป็นคุณธรรม


คือ “ความดี” มันก็สามารถแยกแยะออกจากกันได้
เมื่อมันรู้ว่านี้คือ “ความชั่ว” อย่างนี้มันก็กำหนดละไป
นี้คือ กิเลสที่ทำใจให้เศร้าหมองขุ่นมัวอย่างนี้นะ มันก็เพียรละกิเลสอันนั้นไป
นี่คือ ความดี ได้แก่ ความสงบใจ ความไม่มีกังวลอะไร
ความเป็นผู้กำหนดรู้เท่าอยู่ในปัจจุบัน
นี่คือ ธรรมที่เป็นกุศล ก็กำหนดรักษาไว้ ไม่ให้มันเสื่อม


การที่คนเราจะทำใจให้สงบลงเป็นปัจจุบัน
รักษาความสงบอันเป็นปัจจุบันนี้อยู่ได้ ก็ต้องเป็น “ผู้มีบุญ”
จึงทำได้ ผู้ใดทำได้ล่ะก็ชื่อว่า เป็นผู้มีบุญ เป็นผู้มีกุศลอยู่ในใจ
เป็นผู้คัดเลือกบาปออกไปแล้ว เอาแต่บุญแต่กุศลล้วนๆ ไว้ในใจนี้

นี่ “การภาวนา” นะ ให้พึงพากันเข้าใจ

มันเป็นการคัดเลือกสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากดวงจิตนี้
เอาแต่สิ่งที่ดีๆไว้ในดวงจิตนี้ คนไม่ได้ภาวนา ไม่ฝึกใจให้สงบนี่
ย่อมแยกแยะในระหว่างดีกับชั่วออกจากกันไม่ได้

แยกแยะในระหว่างสุขกับทุกข์ออกจากกันไม่ได้
ดังนั้นแหละคนเรามันจึงได้เสวยทั้งสุขเสวยทั้งทุกข์คลุกเคล้ากันไป
คราวใดจิตใจสงบก็เป็นสุขสบายไป
คราวใดจิตใจฟุ้งซ่านเลื่อนลอยก็เป็นทุกข์ทนทรมานไป



:b45: :b45:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“ปุถุชนกับชนอริยะ”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร