วันเวลาปัจจุบัน 23 ส.ค. 2019, 10:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ค. 2011, 19:01 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2011, 17:26
โพสต์: 353


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

สติปัฏฐานสี่มีผล
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต


ถาม-ตอบปัญหาธรรม วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่)
ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี


เขาถามนะ..

ถาม : ปฏิบัติเริ่มต้นมีคนแนะนำสติปัฏฐาน ๔ สติปัฏฐาน ๔ คืออะไร ทำไมเริ่มต้นถึงผิดครับ

หลวงพ่อ : สติปัฏฐาน ๔ นะ สติปัฏฐาน ๔ เห็นไหม เวลาพูดถึงศาสนา พูดเรื่องศาสนาพระพุทธเจ้า

“หัวใจของศาสนาคืออะไร ?”

“ก็คืออริยสัจ ! ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค”


นี่อริยสัจ ๔ มรรค ๘ ใช่ไหม อริยสัจ ๔ สติปัฏฐาน ๔ ถ้าสติปัฏฐาน ๔ คือสติในฐานที่ตั้ง ๔ อย่าง สติปัฏฐาน ๔ ฐานที่ตั้งของสติ ๔ อย่าง คือกาย คือเวทนา คือจิต คือธรรม นี่ฐานที่ตั้งแห่งสติ สติปัฏฐาน ๔

ถ้ามีสตินะ ฐาน เห็นไหม เขาบอกว่าสติปัฏฐาน ๔ สติปัฏฐาน ๔ แต่ของกรรมฐานนะ เวลาครูบาอาจารย์ท่านบอกว่า “สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน ก็ฐานที่ตั้งแห่งการงานเหมือนกัน”

สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน สติปัฏฐาน ! สติปัฏฐาน ฐานที่ตั้งแห่งการงาน ๔ อย่าง กาย เวทนา จิต ธรรม ฉะนั้น สติปัฏฐาน ๔ มันไพล่ไปไง เขาไพล่ไปบอกว่า ถ้าสติปัฏฐาน ๔ นั้นเป็นวิปัสสนา คือใช้ปัญญา แต่เวลาสมถะมันไม่ใช้ปัญญา เขาถึงบอกว่าให้เกาะสติปัฏฐาน ๔ ไว้นะ ให้เกาะสติปัฏฐาน ๔ ไว้นะ เราก็เกาะสติปัฏฐาน ๔ ไว้ เวลาพิจารณากาย เวลาดูกายๆ เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ นี่เกศา เกศา เกศา โลมา โลมา โลมา นี่เวลาบางคนที่พิจารณากระดูก

ฉะนั้น สิ่งที่สติปัฏฐาน ๔ นี่เขาบอกว่าสติปัฏฐาน ๔ มันเป็นวิปัสสนา เราถึงบอกว่าวิปัสสนาปลอม เราถึงบอกว่าสติปัฏฐาน ๔ ปลอม ถ้าสติปัฏฐาน ๔ จริง เห็นไหม เพราะสติปัฏฐาน ๔ พอจิตมันสงบแล้ว พอมันรู้กาย รู้เวทนา รู้จิต รู้ธรรม ตามความเป็นจริง ตรงนั้นถึงจะเป็นความจริงไง ความจริงมันอยู่ตรงนั้น

แต่ถ้าพูดถึงว่าสติปัฏฐาน ๔ แล้วเป็นวิปัสสนา เป็นการใช้ปัญญา สมถะจะไม่มีปัญญา นี่เราจะบอกว่ากระบวนการ ตอนนี้เด็กเมื่อก่อนนะ สมัยเรา ๙ ขวบมั๊งถึงเข้าโรงเรียน แล้วก็มาเหลือ ๘ ขวบใช่ไหม ? เดี๋ยวนี้ ๓ ขวบเข้าโรงเรียนแล้วนะ เดี๋ยวนี้มีอนุบาลแล้ว ๓ ขวบต้องเข้าโรงเรียนแล้ว

ฉะนั้น เมื่อก่อนคนเรายังไม่รู้ใช่ไหม ? นี่เด็กอนุบาล ถ้าอนุบาลไม่ใช่ภาคบังคับ อนุบาลนี่ถ้าครอบครัวไหนมีฐานะ เขาก็ส่งลูกเขาเรียนตั้งแต่เล็ก แต่ถ้าการศึกษาภาคบังคับใช่ไหม ก็เข้า ป.๑ เลย แต่พอสุดท้าย เดี๋ยวนี้เขามีอนุบาลแล้ว เขามีภาคบังคับแล้วว่าต้องเรียนอนุบาล ฉะนั้น การเรียนอนุบาลคือพื้นฐานให้คนมีการศึกษา นี่พื้นฐานดี การศึกษามันก็จะไป หวังว่า ! หวังว่าเด็กมันจะฉลาด

ฉะนั้น ขั้นอนุบาล ขั้นสมถะคือขั้นอนุบาล ขั้นกำหนดพุทโธ พุทโธคือขั้นอนุบาล แล้วเราไปลบล้างขั้นอนุบาลทิ้งเลย บอกว่าเวลาเด็กนี่ให้เรียน ป.๑ อนุบาลไม่ต้องเรียน ถ้าเด็กมันเรียน ป.๑ ส่วนใหญ่มันก็เรียนไหวนั่นแหละ นี่คือภาคการศึกษา

แต่ในภาคการปฏิบัติ เห็นไหม ถ้าจิตไม่สงบ เราจะบอกว่าอนุบาลไง แค่จิตสงบนี่คืออนุบาล ถ้าจิตมันสงบนะ พอจิตมันสงบขึ้นมาแล้ว จิตสงบแล้วมีหลัก พอจิตสงบแล้วมีหลัก พุทโธ พุทโธเนี่ย เขาบอกพุทโธไม่ใช้ปัญญา ใช่ มันไม่ใช้ปัญญา แต่ ! แต่ถ้าเป็นปัญญาอบรมสมาธิก็ต้องใช้ปัญญานะ ฉะนั้น ถ้ามันใช้ปัญญาแล้ว พอจิตมันสงบจริง เราถึงบอกว่าสติปัฏฐาน ๔ จริงมันเกิดตรงนั้น สติปัฏฐาน ๔ นะ เวลาสติปัฏฐาน ๔ จริง จิตที่มันเห็นตามความเป็นจริง

นี่ถ้าชัดเจนมากนะให้ไปฟังเรื่อง “จิตจริง-โสดาบันจริง” ถ้าจิตปลอม โสดาบันปลอม ไปฟังได้อยู่ในเทศน์บนศาลา ชื่อเรื่อง “จิตจริง-โสดาบันจริง” ถ้าจิตปลอม โสดาบันปลอมๆ มันก็เข้ากับอันนี้ ถ้าจิตไม่มีสมาธิ จิตไม่มีหลักนะ เราใช้ปัญญาไปมันก็เป็นปัญญาของเราไง

ปัญญาในการคาดหมายเป็นปัญญาของเรา เพราะปัญญาอย่างนี้มันก็เป็นปัญญาไป ผลของมันถ้าเป็นสัมมานะ ผลของมันคือปล่อยวาง ผลของมันคือปัญญาอบรมสมาธิ ผลของมันคือสมถะ ไม่ใช่วิปัสสนาหรอก แต่ถ้าเป็นวิปัสสนานะ ขนลุกขนพองสยองเกล้า แล้วมันสะเทือนใจมาก อันนั้นถึงเป็นความจริง

ฉะนั้น ถ้าเป็นความจริง สติปัฏฐาน ๔ จริงนี่จิตสงบ พอจิตสงบแล้วนี่นะ ขณะจิตสงบนะก็เหมือนกับเรานี่ ถ้าเรามีเงิน เราใช้เงินไม่เป็น เงินนั้นก็ทำลายเรา ถ้าเรามีเงิน เราใช้เงินเป็น เงินนั้นก็จะให้ประโยชน์กับเรา... จิตที่สงบ บางคนก็ติดในความสงบนั้น จิตที่สงบแล้ว บางคนจิตสงบแล้วเห็นนิมิต ไปเห็นต่างๆ นี่มีเงินแล้วใช้ไม่เป็น ใช้สุรุ่ยสุร่ายนะ เงินนั้นก็ทำให้เสียหาย

ถ้าจิตสงบเป็นสมาธิ ถ้าเราใช้ไม่ถูกต้อง เราใช้ไม่เป็น... นี่มันสำคัญตนไง ถ้าจิตสงบแล้วมันสำคัญตน พอสำคัญตนก็ใช้ถูกๆ ผิดๆ ไป แต่ ! แต่จำเป็น ประกอบธุรกิจ การดำรงชีวิต จะทำสิ่งใด เงินเป็นตัวบันดาลให้ทุกๆ อย่างนะ ถ้าจิตสงบ จิตตัวนี้มันจะบันดาลให้ไง ถ้าจิตมันไม่สงบ เห็นไหม จิตไม่สงบไปทางโลก.. ผู้เฒ่า ผู้แก่เดี๋ยวนี้นะมีเบี้ยยังชีพ ไม่ต้องทำงานเลยเขาแจกถึงบ้าน เบี้ยยังชีพเขาให้เลย

นี่ก็เหมือนกัน ถ้าจิตมันไม่สงบใช่ไหม ? นี่มันไม่ได้ทำงานด้วยตัวมันเอง มันเป็นความคิด มันเป็นเรื่องต่างๆ มันก็เหมือนกับเรารับเบี้ยยังชีพตลอดไป รับเบี้ยยังชีพด้วยสถานะของมนุษย์ เพราะเราเกิดเป็นมนุษย์ เห็นไหม เราเกิดเป็นมนุษย์นี่บุญเก่ามันทำให้เราเป็นมนุษย์ ในกรณีอย่างนี้นะ เขาบอกว่าคนนี้ทำแต่ความเลว ทำไมกรรมไม่เห็นให้ผลเลย ยิ่งทำเลวยิ่งร่ำรวย ยิ่งทำเลวยิ่งเป็นคนดี

กรรมเก่าของเขาในสถานะของมนุษย์ แต่ถ้าพอมันสิ้นลมหายใจ ลมหายใจขาดปั๊บ นี่ผลบุญ ผลกรรมให้ผลตามนั้นเลย แต่ขณะที่มันมีบุญอยู่ เห็นไหม ในกรณีเดียวกัน ในกรณีที่ว่าเราเป็นมนุษย์ พอเราเป็นมนุษย์เราก็มีสถานะ มีจิตรองรับ ความรองรับนี้มันก็เป็นไป แต่ถ้ามันสงบเข้ามา คำว่าสติปัฏฐาน ๔ เราบอกว่าสติปัฏฐาน ๔ ถ้าไม่มีความสงบของใจก่อน มันเป็นสติปัฏฐาน ๔ ปลอม คือเป็นวิปัสสนึกกับวิปัสสนา

ถ้าเป็นวิปัสสนานี่นะ วิปัสสนา เห็นไหม วิปัสสนาญาณ วิปัสสนาเกิดปัญญา วิปัสสนาคือการชำระกิเลส.. ถ้าวิปัสสนึก เห็นไหม เรานึกเอา เราสร้างภาพเอา คำว่าจริง-ปลอมของเราอยู่ตรงนี้ ตรงที่พูดกันนั้นน่ะมันเป็นการนึกคิด มันเป็นอย่างนั้น เราถึงว่าเป็นสติปัฏฐาน ๔ ปลอม!

เพราะว่าเราเสียดาย เสียดายขั้นของการทำความสงบ เห็นไหม การทำความสงบ ถ้าจิตทำความสงบ เหมือนกับเราเสียดายในขั้นของอนุบาล มาถึงนี่ลบล้างขั้นอนุบาลออกหมดเลยว่าไม่จำเป็น เสร็จแล้วให้เรียนเข้า ป.๑ เลย หรือ ป.๑ ถึง ป.๔ ก็ลบทิ้งอีก ให้เข้ามัธยมเลย พื้นฐานมันไม่มี มันเป็นไปอย่างไรล่ะ ? นี้พูดถึงคำว่า “จริงและปลอม” นะ

ฉะนั้น คำว่าสติปัฏฐาน ๔ นี่มันก็เป็น... ประสาเราว่าเป็นธรรมและวินัย พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ พอบัญญัติไว้มันอยู่ที่การตีความไง พอตีความแล้วอ้างกัน เห็นไหม มันก็เหมือนกฎหมาย ตอนนี้เราต้องตีความกฎหมาย พอตีความกฎหมาย มุมมองของแต่ละกลุ่มชนก็ตีความกฎหมาย สุดท้ายแล้วต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญมั้ง ให้ศาลชี้ความ

อันนั้นพูดถึงทางโลกนะ แต่ถ้าเป็นทางธรรมไม่หรอก ถ้าเป็นทางธรรมนี่ผู้ปฏิบัติแล้วได้ผล ครูบาอาจารย์เราปฏิบัติแล้วได้ผล แล้วการว่าได้ผลนี่สติปัฏฐาน ๔ มันเป็นอย่างนั้น คือสติปัฏฐาน ๔ ต้อง...

ฉะนั้น เขาบอกว่า “ให้เกาะสติปัฏฐาน ๔ ไปเลย มันใช้ปัญญา อย่าทิ้งสติปัฏฐาน ๔ นะ อย่าทิ้งสติปัฏฐาน ๔ นะ”

อานาปานสติ เวลากระทบปลายจมูกนั่นก็คือกาย ลมที่ปลายจมูกก็คือกาย พุทโธ พุทโธ เห็นไหม มันก็สติปัฏฐาน ๔ เหมือนกัน เพียงแต่ว่าจะอธิบายแง่มุมใดเท่านั้นเอง ทีนี้คำว่าแง่มุม สติปัฏฐาน ๔ การวิปัสสนา นี่พูดถึงกลุ่มชนนั้นที่เขาสั่งสอนกัน แต่ในกรรมฐาน หลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ ครูบาอาจารย์เราท่านบอกว่า

“ต้องพยายามทำความสงบของใจให้ได้ก่อน”

แล้วเวลาเราปฏิบัติกัน ใครที่ปฏิบัตินะจะผ่านการปฏิบัติ พอจิตสงบแล้วปัญญามันโปร่งมาก มันจะคิด มันจะใช้ปัญญาสิ่งใด มันจะแกล้วกล้า มันจะชำระล้าง มันจะทะลุทะลวงไปหมดเลย แต่ถ้าจิตเราไม่สงบนะ ปัญญานี่มันทื่อๆ แล้วปัญญามันไม่ไป เขาจะรู้เลย เห็นไหม

เหมือนกับเราทำธุรกิจ ถ้ายิ่งทำแล้วยิ่งขาดทุนๆๆ ใครๆ ก็ล้มเหลว ชีวิตนี้ล้มเหลวตลอด มันก็น่าท้อใจนะ แต่ถ้าเราปฏิบัติ พอปฏิบัติไปมันมีกำไรเหมือนกัน มีกำไร มีขาดทุน มีกำไรมากขึ้น กำไรมากขึ้นคือจิตมันปล่อยวางมากขึ้น จิตมันดีขึ้น เราเทียบเคียงได้ เวลาเราทำธุรกิจนะ กำไร ขาดทุนนี่เรานับกันที่ตัวเลขนะ แต่เวลาปฏิบัติขึ้นมา ความรับรู้ของเรา ในใจของเรามันรู้จริง อันนั้นเป็นความจริง

ฉะนั้น เพราะคำว่าสติปัฏฐาน ๔ จะไปลบล้างเลยมันก็เป็นธรรมและวินัย เพียงแต่ว่าเราพูดถึงการตีความ แล้วตีความกันไป เพียงแต่เขาบอกว่า “ถ้าพุทโธแล้วมันเป็นสมถะ มันไม่ใช่วิปัสสนา ไม่ใช่สติปัฏฐาน ๔” นั่นเขาว่าของเขาไป แต่ถ้าพอจิตมันสงบแล้ว พอมันเห็นจริงแล้ว เหมือนเรานี่เริ่มต้นจากพื้นฐานที่ดี แล้วเริ่มต้นมาถูกต้อง พอมันเริ่มก้าวเดินได้นะมันไปเต็มที่เลย

แต่ถ้าสติปัฏฐาน ๔ สติปัฏฐาน ๔ นี่ก้าวเดินไม่ได้ ก้าวเดินไม่ได้ คือเขาเดินไปไม่ได้ แต่คนทำกันเยอะมาก แล้วก็บอกว่าสบาย สบาย... สบายๆ นี่มันก็เป็นสถานะของมนุษย์ สถานะของมนุษย์ ตรึกในธรรมแล้วมันสบายใจก็เท่านั้นแหละ เท่านั้นจริงๆ มันไม่ก้าวเดินไปหรอก

นี้เราพูดในสถานะของกรรมฐาน ของการปฏิบัติ แต่ถ้าพูดในสถานะของปริยัติที่เขาพูดกันนั้นก็เรื่องของเขา อันนี้พูดถึงเขาถามเรื่อง “สติปัฏฐาน ๔” เนาะ

http://www.sa-ngob.com/content_show.php?content=2943


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2011, 14:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อืมม์ เป็นพระที่ฟันธง ได้แปลกนะ
สติปัฏฐาน 4 มีสมถะ นำวิปัสสนา สถานเดียว

เอ้า ฟังไว้ก่อนละกันจ้ะ

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ค. 2011, 02:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4464

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


งงๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2011, 10:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2009, 22:00
โพสต์: 406

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
โดย พระครูภาวนาวิสุทธิ์

นั่งกรรมฐานเกิดปวดเมื่อย ตายให้ตาย ต้องศึกษาหาความรู้ เรียกว่า สมถะ ไม่ใช่วิปัสสนา ปวดหนอ เห็นหนอ ยืนหนอ เป็นสมถะทั้งนั้น ถ้าเห็นสภาพตามความจริง ถึงจะเป็นวิปัสสนา ถ้าเห็นปวกเปียกแบบนี้เป็นสมถะ ศึกษาหาความรู้ เห็นเจาะให้ลึก เห็นภายในเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถึงจะเป็นวิปัสสนา
http://club.truelife.com/club/club_cont ... _id=892145



อ้างคำพูด:
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

"ถ้าเป็นวิปัสสนานี่นะ วิปัสสนา เห็นไหม วิปัสสนาญาณ วิปัสสนาเกิดปัญญา วิปัสสนาคือการชำระกิเลส.. ถ้าวิปัสสนึก เห็นไหม เรานึกเอา เราสร้างภาพเอา คำว่าจริง-ปลอมของเราอยู่ตรงนี้ ตรงที่พูดกันนั้นน่ะมันเป็นการนึกคิด มันเป็นอย่างนั้น เราถึงว่าเป็นสติปัฏฐาน ๔ ปลอม !"

"แล้วเวลาเราปฏิบัติกัน ใครที่ปฏิบัตินะจะผ่านการปฏิบัติ พอจิตสงบแล้วปัญญามันโปร่งมาก มันจะคิด มันจะใช้ปัญญาสิ่งใด มันจะแกล้วกล้า มันจะชำระล้าง มันจะทะลุทะลวงไปหมดเลย แต่ถ้าจิตเราไม่สงบนะ ปัญญานี่มันทื่อๆ แล้วปัญญามันไม่ไป เขาจะรู้เลย เห็นไหม"


พระอริยเจ้าทั้งสองรูปนี้ปฏิบัติคนละสาย แต่ไฉนกล่าวเหมือนกัน
ธรรมนั้นสุดท้ายต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
หากจิตบ่เคยสงบจริง ไฉนเลยจะเข้าใจความหมายของหลวงพ่อสงบได้
หากเวทนาเกิด แล้วไม่อดทน ไฉนจะเข้าในความหมายหลวงพ่อจรัญได้
สุดท้ายจบลงด้วยดูจิตในชีวิตประจำวัน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร